เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 ดวงจิตแห่งเต๋าของตี้จวินสมบูรณ์พร้อม, ชี้แนะหนทางสู่หุนหยวนแก่จอมเวทบรรพชน

บทที่ 60 ดวงจิตแห่งเต๋าของตี้จวินสมบูรณ์พร้อม, ชี้แนะหนทางสู่หุนหยวนแก่จอมเวทบรรพชน

บทที่ 60 ดวงจิตแห่งเต๋าของตี้จวินสมบูรณ์พร้อม, ชี้แนะหนทางสู่หุนหยวนแก่จอมเวทบรรพชน


บทที่ 60 ดวงจิตแห่งเต๋าของตี้จวินสมบูรณ์พร้อม, ชี้แนะหนทางสู่หุนหยวนแก่จอมเวทบรรพชน

ความจริงแล้ว นับตั้งแต่ตี้จวินทะลุมิติมาจนถึงปัจจุบัน ภายในใจลึกๆ ของเขามักมีความกังวลซ่อนอยู่เสมอ นั่นคือ หากกระแสหลักแห่งเทียนเต๋าไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ เช่นนั้นแล้ว มหาภัยพิบัติอู๋-เยา ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงใช่หรือไม่?

และหากมหาภัยพิบัติอู๋-เยาจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เช่นนั้นจุดจบที่ตี้จวินต้องตัวตายวิญญาณสลาย ก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจแก้ไขได้กระนั้นหรือ?

ด้วยเหตุนี้ ตลอดมา ดวงจิตแห่งเต๋า ของตี้จวินจึงไม่เคยสมบูรณ์พร้อมอย่างแท้จริง

ทว่าในยามนี้ หลังผ่านพ้นการต่อสู้กับจอมเวทบรรพชน ตี้จวินพลันรู้สึกว่าความกังวลในอดีตของตนนั้น ช่างน่าขบขันสิ้นดี

ความจริงคือ เขาคือตี้จวิน แต่เขาก็ไม่ใช่ตี้จวิน (คนเดิม)

หากจะกล่าวให้ถูกต้อง เขาเหมือนกับตี้จวินที่ตายไปแล้วและถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ เพียงแต่ในฐานะตี้จวินคนใหม่ เขามีความทรงจำจากโลกอนาคตติดตัวมาด้วยเท่านั้น

เปรียบเสมือน ตงหวังกง ที่หลังจากตายไปแล้วกลับมาเกิดใหม่เป็น ตงหัวตี้จวิน แต่ถามว่าตงหัวตี้จวินกับตงหวังกง คือคนคนเดียวกันอย่างสมบูรณ์หรือไม่? ย่อมไม่ใช่

กรณีของ หงอวิ๋น ยิ่งชัดเจน ร่างจุติของเขาคือ เสินหนงซื่อ แห่งเผ่ามนุษย์ ซึ่งเสินหนงซื่อกับหงอวิ๋นนั้นแทบจะเป็นคนละคนกันโดยสิ้นเชิง และหากนับรวม อวิ๋นจงจื่อ เข้าไปอีก ก็ยิ่งไปกันใหญ่

และในตอนนี้ เมื่อตี้จวินสามารถเอาชนะการร่วมมือของสิบสองจอมเวทบรรพชนได้อย่างราบคาบ เขาก็เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า ความทรงจำก็เป็นเพียงแค่ความทรงจำ มันเป็นเพียงความเป็นไปได้รูปแบบหนึ่ง ซึ่งหมายความว่ามันสามารถเปลี่ยนแปลงได้

เหมือนดั่งในความทรงจำ ตี้จวินในช่วงเวลานี้ควรมีพลังแค่ระดับต้าหลัวจินเซียนขั้นปลาย แต่ตี้จวินในความเป็นจริงกลับมีพลังทัดเทียมกับ จอมปราชญ์ ขั้นปลายหรือขั้นสูงสุดในความทรงจำไปแล้ว

เมื่อความจริงตรงหน้าไม่เหมือนกับในความทรงจำ นี่แหละคือการเปลี่ยนแปลง และในเมื่อมันเปลี่ยนไปแล้ว ความทรงจำก็เป็นเพียงอดีตที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ความจริงตรงหน้าต่างหากคือของจริง และเป็นรากฐานของทุกสิ่ง

เมื่อคิดได้ดังนี้ ความกังวลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใจของตี้จวินก็มลายหายไป... จอมเวทบรรพชนอาจจะยังเป็นจอมเวทบรรพชนกลุ่มเดิม แต่ตัวเขาตี้จวิน ไม่ใช่ตี้จวินคนเดิมอีกต่อไปแล้ว!

นับแต่บัดนั้น ดวงจิตแห่งเต๋าของตี้จวินก็บรรลุถึงความสมบูรณ์พร้อมในที่สุด

ตี้จวินรู้สึกราวกับว่าจิตใจที่เคยหม่นหมองและหนักอึ้ง ได้ถูกชำระล้างจนใสกระจ่างดุจแก้วผลึก ความเข้าใจที่เขามีต่อมหาเต๋าพลันพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ

นี่เป็นเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

ด้วยรากฐานและระดับพลังของตี้จวินในปัจจุบัน เมื่อสติปัญญาและความเข้าใจเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว นั่นหมายความว่าความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเขาอาจเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่า

แน่นอนว่า การต่อสู้กับจอมเวทบรรพชนไม่ได้ให้แค่ความสมบูรณ์ของดวงจิตแห่งเต๋า แต่ตี้จวินยังได้รับผลประโยชน์ทางตรงที่จับต้องได้อีกด้วย

เขาลองตรวจสอบตัวเองเล็กน้อย แล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ "ผ่านการต่อสู้เพียงครั้งเดียว ข้ากลับสามารถทำความเข้าใจ กฎแห่งกำลัง ได้ถึงร้อยละยี่สิบ และกฎแห่งกำลังเพียงร้อยละยี่สิบนี้ กลับช่วยเพิ่มพลังโจมตีของข้าได้ถึงสามเท่าเต็มๆ!"

สามเท่าเชียวนะ! เดิมทีพลังของตี้จวินก็เทียบเท่าตัวเขาในช่วงพีคสุดในความทรงจำ (จอมปราชญ์ขั้นสูงสุด) อยู่แล้ว ตอนนี้เมื่อคูณด้วยสามภายใต้การเสริมพลังจากกฎแห่งกำลัง...

ตี้จวินมั่นใจแล้วว่า "ในโลกหงฮวงอันกว้างใหญ่นี้ ต่ำกว่าระดับ หุนหยวน ลงมา ไม่มีผู้ใดเป็นภัยคุกคามต่อข้าได้อีกแล้ว!"

ใช่แล้ว ไม่มีภัยคุกคามอีกต่อไป

ต่อให้มีพวกตาแก่เจ้าเล่ห์ที่ซ่อนตัวอยู่ และอาจมีพลังระดับ ครึ่งก้าวสู่หุนหยวน แต่ตี้จวินก็มั่นใจว่า ต่อให้สู้ไม่ได้ เขาก็หนีรอดได้แน่นอน

ในฐานะอีกาทองคำสามขาโดยกำเนิด ตี้จวินไม่ได้มีพรสวรรค์แค่กฎแห่งอัคคี แต่ กฎแห่งแสง เขาก็เชี่ยวชาญไม่แพ้กัน

เมื่อบรรลุกฎแห่งแสง ความเร็วของตี้จวินก็รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม สามารถทะลุผ่านกาลเวลาและมิติอันไร้ที่สิ้นสุดได้ในพริบตา ความเร็วระดับนี้ นอกจากระดับหุนหยวนขึ้นไปแล้ว ต่ำกว่านั้นลงมา ตี้จวินคือผู้ไร้เทียมทาน

ตี้จวินอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

แต่บ่อยครั้ง ความสุขและความเศร้าของคนเรามันเชื่อมโยงกันไม่ได้

ตี้จวินอารมณ์ดีเพราะได้ประโยชน์มหาศาล แต่พวกจอมเวทบรรพชนกลับถูกทุบจนดวงจิตแห่งเต๋า (ถ้ามี) แตกสลายยับเยิน

แน่นอนว่า จอมเวทบรรพชนจะมีดวงจิตแห่งเต๋าหรือไม่นั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่แน่ๆ คือ อาการสงสัยในชีวิต นั้นเกิดขึ้นแล้ว

ดูสิ... เหล่าจอมเวทบรรพชนต่างยืนมองตี้จวินตาค้าง สายตาที่เคยดุร้ายปานจะกินเลือดกินเนื้อ บัดนี้กลับกลายเป็นสายตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์ถึงขีดสุด

และในวินาทีนี้เอง แม้แต่ตี้เจียงและจูจิ่วอิน ก็เลิกคิดไปแล้วว่าตี้จวินมาหาเรื่อง

เมื่อคนคนหนึ่งมีพลังขนาดตบจอมเวทบรรพชนทุกคนให้ตายได้ง่ายๆ เหมือนบี้มด เขาคนนั้นย่อมไม่จำเป็นต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมอันใดกับพวกมดปลวก

เมื่อเห็นสายตาที่ใสซื่อของเหล่าจอมเวทบรรพชน ตี้จวินจึงเอ่ยขึ้น "ตอนนี้พวกท่านคงไม่สงสัยในจุดประสงค์ของข้าแล้วกระมัง?"

"ไม่สงสัย! ไม่สงสัยแล้ว!"

เหล่าจอมเวทบรรพชนส่ายหน้าดิก

ตี้จวินยิ้มบางๆ เขาไม่ได้คิดจะข่มเหงคะเนงร้ายต่อ จุดประสงค์ของเขาคือมาขอความช่วยเหลือ การทุบตีและข่มขวัญเป็นเพียงวิธีการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเท่านั้น

ดังนั้น ตี้จวินจึงถามย้ำอีกครั้ง "เช่นนั้น เรื่องที่ข้าอยากให้พวกท่านช่วยซ่อมแซมชีพจรแผ่นดินตะวันตก พวกท่านมีความเห็นว่าอย่างไร?"

สิ้นคำถามของตี้จวิน เหล่ายอดคนทั่วหงฮวงที่กำลังจับตาดูเหตุการณ์ต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ

เช่นเดียวกับความประหลาดใจของจอมเวทบรรพชนในตอนแรก เหล่ายอดคนเหล่านี้ก็รู้สึกไม่ต่างกัน

"ให้จอมเวทบรรพชนไปทำความดีเนี่ยนะ? เป็นไปได้เหรอ!"

ณ เขาคุนหลุน หยวนสื่อถึงกับหัวเราะลั่น "ท่านพี่ น้องเล็ก! ข้าหลงนึกว่าตี้จวินมีพลังสะท้านฟ้าขนาดนี้ จะต้องเป็นผู้มีสติปัญญาเลิศล้ำ ที่ไหนได้ เขากลับคิดจะให้พวกจอมเวทบรรพชนไปทำกุศล? ให้พวกบ้าเลือดนั่นไปทำกุศลเนี่ยนะ? ฮ่าๆๆๆ!"

เห็นได้ชัดว่า หยวนสื่อมองว่าตี้จวินกำลังเพ้อเจ้อ สมองเลอะเลือนไปแล้ว!

แม้คำพูดของหยวนสื่อจะไม่น่าฟังนัก แต่เหล่าจื๊อและทงเทียนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย นับเป็นเรื่องยากที่ซานชิงจะมีความเห็นตรงกันในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเช่นนี้

ไม่ใช่แค่ซานชิง เทพอสูรตนอื่นๆ ก็คิดเช่นเดียวกัน หลายคนถึงกับหัวเราะเยาะออกมาเหมือนหยวนสื่อ

แม้แต่หงจวินที่อยู่ในวังจื่อเซียว ยังอดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มมุมปาก ขำขันเล็กน้อย

และก็ตามที่เหล่าเทพอสูรคิด จอมเวทบรรพชนเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน

แต่ด้วยความที่เป็นจอมเวทบรรพชนที่มีร่างกายแข็งแกร่ง และตี้จวินก็ยั้งมือไว้ไมได้กะเอาตาย เพียงชั่วอึดใจ อาการบาดเจ็บของพวกเขาก็หายดีไปเกินครึ่ง

เหล่าจอมเวทบรรพชนสบตากัน สุดท้ายก็เป็นโฮ่วถู่ที่ก้าวออกมา "ขอถามพี่ชายตี้จวิน ท่านจะให้พวกเราจอมเวทบรรพชนช่วยซ่อมแซมชีพจรแผ่นดินอย่างไร? ท่านก็น่าจะรู้ดีว่า เรื่องการต่อสู้พวกเราถนัดนัก แต่เรื่องอื่นๆ... อย่าว่าแต่ไม่ถนัดเลย เทียบกับเทพอสูรโดยกำเนิดคนอื่นๆ พวกเราถือว่าด้อยกว่ามากโข"

ตี้จวินยิ้มตอบ "ในเมื่อข้ามาหาพวกท่าน ข้าย่อมรู้ตื้นลึกหนาบางของพวกท่านดี"

"จอมเวทบรรพชนอยากแข็งแกร่ง จำเป็นต้องดูดซับ ปราณขุ่นมัว จากฟ้าดินมาใช้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่กายเนื้อ และยิ่งกายเนื้อแข็งแกร่งเท่าไร ก็ยิ่งง่ายต่อการขุดค้นพลังจากกฎเกณฑ์ในสายเลือด และท้ายที่สุดก็จะก้าวเข้าสู่วิถีแห่งการ ใช้กฎเกณฑ์พิสูจน์เต๋า"

สิ้นคำกล่าวของตี้จวิน สิ่งมีชีวิตทั่วหล้าที่ได้ยินประโยคนี้ต่างสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง

สำหรับจอมเวทบรรพชน พวกเขาตกใจเพราะตี้จวินขุดคุ้ยความลับของพวกเขาออกมาจนหมดเปลือก ขนาดพวกเขาเองยังสรุปวิธีการฝึกตนของตัวเองได้ไม่ชัดเจนขนาดนี้ ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะแข็งแกร่ง หรือจะบรรลุระดับหุนหยวนได้อย่างไร แต่ตี้จวินกลับรู้แจ้งแทงตลอด แถมยังใจกว้างบอกพวกเขาจนหมดเปลือก

ส่วนสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ตกใจเพราะเพิ่งรู้ว่าเส้นทางความแข็งแกร่งของจอมเวทบรรพชนคือสิ่งนี้ และยิ่งตกใจที่ตี้จวินรู้ลึกรู้จริงถึงขั้นชี้แนะหนทางสู่การบรรลุธรรมให้แก่เผ่าอู๋ได้

แบบนี้ อนาคตการฝึกตนของจอมเวทบรรพชนมิต้องก้าวหน้าเร็วปานติดจรวดหรอกหรือ?

งานนี้ หงจวินถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย

"ฉิบหายแล้ว... แค่ตี้จวินหลุดการควบคุมคนเดียว ข้ากับเทียนเต๋าก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว นี่ดันมีจอมเวทบรรพชนเพิ่มมาอีกสิบสองหน่อ... กระดานหมากมหาภัยพิบัติอู๋-เยานี้ พังพินาศย่อยยับไม่มีชิ้นดีแล้ว!"

จบบทที่ บทที่ 60 ดวงจิตแห่งเต๋าของตี้จวินสมบูรณ์พร้อม, ชี้แนะหนทางสู่หุนหยวนแก่จอมเวทบรรพชน

คัดลอกลิงก์แล้ว