- หน้าแรก
- ทะลุมิติยุคบรรพกาล ตี้จวิ้นคนนี้ขอแค่มีชีวิตรอด
- บทที่ 29 เป็นเจ้าครองพิภพหงฮวง? ไม่... ข้าตี้จวินจะไม่มีวันเป็นเทียนตี้เด็ดขาด!
บทที่ 29 เป็นเจ้าครองพิภพหงฮวง? ไม่... ข้าตี้จวินจะไม่มีวันเป็นเทียนตี้เด็ดขาด!
บทที่ 29 เป็นเจ้าครองพิภพหงฮวง? ไม่... ข้าตี้จวินจะไม่มีวันเป็นเทียนตี้เด็ดขาด!
บทที่ 29 เป็นเจ้าครองพิภพหงฮวง? ไม่... ข้าตี้จวินจะไม่มีวันเป็นเทียนตี้เด็ดขาด!
ตี้จวินค่อยๆ ลืมตาขึ้น แม้ดวงจิตแห่งเต๋าของเขาจะมั่นคงดุจขุนเขาไท่ซาน แต่ในยามนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นยินดี
"ระดับหุนหยวนจินเซียน หรือจอมปราชญ์... สำเร็จจนได้!"
"เดิมทีข้าคิดว่าการจะทะลวงสู่ระดับหุนหยวนจินเซียน ต้องรอจนกว่าจะซ่อมแซมดวงดาวหลัก ดวงดาวรอง และดวงดาวเสริมจนครบถ้วน จัดระเบียบวงโคจรเสร็จสิ้น แล้วรับรางวัลกุศลกรรมแห่งมหาเต๋าจากระบบเสียก่อน ถึงจะบรรลุได้แบบน้ำซึมบ่อทราย แต่ไม่นึกเลยว่าเวลาในการทะลวงด่านจะเร็วกว่าที่คาดไว้มากขนาดนี้ ดูท่าแล้ว เป็นเพราะศักดิ์ฐานะ 'ประมุขแห่งหมู่ดาว' ช่วยนำพาโชคชะตาอันไร้ประมาณมาให้ข้าสินะ"
"ตอนนี้ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมในอนาคตเหล่านักบุญแห่งเทียนเต๋าถึงได้แย่งชิงโชคชะตากันจะเป็นจะตาย จนถึงขนาดที่ซานชิงยอมตัดพี่ตัดน้อง"
"ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะผลประโยชน์... เมื่อมีโชคชะตาอยู่ในมือ การยกระดับพลังก็เหมือนติดเครื่องเร่งความเร็ว จะไม่ให้แย่งชิง จะไม่ให้อิจฉาตาร้อนกันได้อย่างไร"
ตี้จวินถอนหายใจด้วยรอยยิ้มกึ่งขันกึ่งสังเวช แต่ในใจกลับเปี่ยมด้วยความปลอดโปร่งโล่งสบาย
"ตอนนี้ข้าบรรลุระดับหุนหยวนจินเซียนก่อนกำหนดไปมากโข คาดว่าตอนนี้พวกซานชิง หนี่วา และคนอื่นๆ คงยังมีพลังแค่ระดับต้าหลัวจินเซียนขั้นต้นเหมือนกับไท่อีสินะ"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ตอนนี้พลังของข้าทิ้งห่างพวกว่าที่นักบุญไปหนึ่งขอบเขตใหญ่ๆ เต็มๆ เทียนเต๋าและหงจวินคงกำลังนั่งไม่ติดที่แน่ๆ"
"แต่ร้อนใจไปก็เปล่าประโยชน์ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะ ที่ก่อนหน้านี้หงจวินไม่กล้าลงมือกับข้า เป็นเพราะมีเจตจำนงที่ยิ่งใหญ่กว่าเทียนเต๋าคอยขัดขวางอยู่ นั่นหมายความว่า ในตอนนี้ทั้งเทียนเต๋าและหงจวินไม่มีปัญญามาควบคุมข้าได้อีกแล้ว"
"พูดง่ายๆ ก็คือ... ตอนนี้ข้าตี้จวิน ได้กระโดดออกมาจากกระดานหมากในเบื้องต้นแล้ว และจะไม่ถูกเทียนเต๋าผูกมัดอีกต่อไป!"
เมื่อคิดได้ดังนั้น ตี้จวินก็เงยหน้าหัวเราะร่าด้วยความสะใจ ในสายตาของไท่อีและสองเทพธิดา การที่ตี้จวินหัวเราะเช่นนี้ ย่อมเป็นเพราะความยินดีที่พลังตบะก้าวหน้า จนกลายเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งหงฮวง
ไท่อีรีบเอ่ยแสดงความยินดีทันที "ยินดีกับท่านพี่ด้วยที่พลังรุดหน้าไปไกล ในอนาคตท่านพี่จะต้องได้เป็นผู้นำแห่งหงฮวงอย่างแน่นอน!"
ซีเหอและฉางซีก็ยิ้มหวานพลางกล่าวเสริม "ยินดีกับสหายเต๋าด้วย วันข้างหน้าท่านจะต้องได้เป็นเจ้าครองพิภพหงฮวงเป็นแน่!"
เดิมทีตี้จวินกำลังอารมณ์ดี แต่พอได้ยินคำอวยพรของทั้งสาม สีหน้าของเขาก็เคร่งขรึมลงทันที "อะไรคือผู้นำแห่งหงฮวง? อะไรคือเจ้าครองพิภพ? ขืนทำตามที่พวกเจ้าว่า ข้าตี้จวินมิได้เดินย้อนรอยเดิมก่อนที่จะข้ามมิติมาหรอกรึ? ไม่... ข้าตี้จวินจะไม่มีวันเป็นเทียนตี้เด็ดขาด!"
"ดูท่าแล้ว ทั้งตัวข้าคนก่อน หรือก่อนข้ามมิติ, ไท่อี และพวกสิบสองจอมเวทบรรพชน ล้วนแต่เป็นพวก 'สมองมีปัญหา' กันทั้งนั้น! ต่อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งระหว่างเผ่าอู๋กับเผ่าเยาจะชนะเด็ดขาด แต่คำว่า 'ครองพิภพหงฮวง รวมใต้หล้าเป็นหนึ่ง' มันก็เป็นแค่คำคุยโวโอ้อวดเท่านั้น"
"สมมติว่าจัดการเผ่าอู๋หรือเผ่าเยาได้แล้ว... แล้วจะจัดการกับ 'หกนักบุญแห่งเทียนเต๋า' และเหล่ายอดคนอิสระอื่นๆ อย่างไร? เมื่อเห็นเผ่าหนึ่งล่มสลาย อีกเผ่าย่อมตระหนักภัย หากหกนักบุญและยอดคนทั้งหลายร่วมมือกันต่อต้าน เจ้าจะรับมือไหวหรือ?"
"เอาล่ะ ต่อให้เผ่าอู๋หรือเผ่าเยาเก่งกล้าสามารถจนกดหัวหกนักบุญและยอดคนทั้งหลายลงได้... แล้วจะจัดการกับเทียนเต๋าและหงจวินอย่างไร? ในเมื่อเจ้าคิดจะครองพิภพ รวมใต้หล้าเป็นหนึ่ง แล้วเทียนเต๋ากับหงจวินต้องยอมสยบให้เจ้าด้วยหรือไม่?"
"ถ้าเทียนเต๋าและหงจวินไม่ยอมสยบ เจ้าจะทำอย่างไร? สู้รึ? สู้ชนะรึ? เอาล่ะ ถอยให้ร้อยล้านก้าว สมมติว่าเจ้าเก่งเทพจนกดเทียนเต๋าและหงจวินลงได้... ถ้าเก่งขนาดนั้นแล้ว จะมาเป็นเจ้าพิภพหงฮวงทำซากอะไร? ไปแทนที่เทียนเต๋า เป็นบอสใหญ่เองเลยไม่ดีกว่ารึ?"
"ดังนั้น... ไอ้สิ่งที่เรียกว่า 'ครองพิภพหงฮวง รวมใต้หล้าเป็นหนึ่ง' มันคือเส้นทางสู่ความตายตั้งแต่ต้นจนจบ! น้ำในสระหงฮวงแห่งนี้ลึกนัก เบื้องบนยังมีเทียนเต๋าคอยจ้องมอง เผลอๆ อาจมีศัตรูจากความโกลาหลบุกมาอีก เพราะคำว่า 'ไร้เทียมทานในใต้หล้า' ก็อาจหมายถึง 'มีศัตรูมาจากฟากฟ้า' ก็ได้"
"ลองคิดในมุมกลับกันดูสิ... หงจวินที่มีพลังไร้เทียมทานหลังจากปราบจอมมารหลัวโหวและไล่บรรพชนหยางเหมยหนีไปได้ เขายังไม่เคยคิดจะตั้งตนเป็นเจ้าครองพิภพเลย แล้วพวกเจ้า เผ่าอู๋กับเผ่าเยา เอาความมั่นใจมาจากไหน?"
เมื่อคิดได้แจ่มแจ้งเช่นนี้ ตี้จวินจะไปอยากเป็นเทียนตี้หาพระแสงอะไร ตี้จวินมองไท่อีและสองเทพธิดา แล้วตัดสินใจว่าจะเปิดอกคุยกันให้รู้เรื่องไปเลย
มาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้เทียนเต๋าและหงจวินล่วงรู้ความคิดของเขา แล้วมันจะเป็นไรไป?
ตี้จวินตรึกตรองคำพูดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถาม "ไท่อี แล้วก็ซีเหอกับฉางซี... ทำไมพวกเจ้าถึงคิดว่าข้าอยากจะเป็นผู้นำแห่งหงฮวง หรืออยากเป็นเจ้าครองพิภพกันล่ะ?"
เจอคำถามนี้เข้าไป ไท่อีตอบกลับด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม "ท่านเป็นพี่ชายของข้าไท่อี เป็นเทพอสูรโดยกำเนิดคนแรกที่ถือกำเนิด และเป็นคนแรกที่บรรลุระดับหุนหยวนจินเซียน หากท่านไม่ครองพิภพ แล้วใครจะมีคุณสมบัติเล่า!"
ซีเหอและฉางซีกำลังจะเอ่ยปาก แต่พอได้ยินคำตอบของไท่อีที่ตรงใจพวกนางเป๊ะๆ พวกนางก็พยักหน้าเห็นดีเห็นงามด้วยทันที
ตี้จวินถึงกับหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ "คิดดูสิ ในอดีตจูหลง บรรพชนมังกร ก็แข็งแกร่งมาก จอมมารหลัวโหว ก็เคยยิ่งใหญ่คับฟ้า... แล้วดูตอนนี้สิ พวกเขาไปอยู่ที่ไหนกันหมด?"
ก่อนหน้านี้ตี้จวินเคยเล่าเรื่องราวของยอดคนในยุคบรรพกาลและดึกดำบรรพ์ให้ไท่อีฟังบ้างแล้ว ไท่อีจึงพอรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของคนเหล่านี้ แต่ซีเหอและฉางซีถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
จูหลงคือใคร? จอมมารหลัวโหวคือผู้ใด? นี่ใช่โลกหงฮวงที่เรารู้จักหรือเปล่า? พวกเรายังเป็นเทพอสูรโดยกำเนิดระดับสูงสุดอยู่ใช่ไหม? ทำไมอยู่ต่อหน้าตี้จวิน พวกเราถึงดู 'เด๋อด๋า' ขนาดนี้เนี่ย!
ซีเหอและฉางซีตัดสินใจแน่วแน่ว่า ต่อจากนี้พวกนางจะต้องถามตี้จวินให้รู้เรื่องให้ได้
ตี้จวินสังเกตเห็นสายตาของสองเทพธิดา จึงกล่าวเสริม "พวกเจ้าไม่ต้องร้อนใจไป เรื่องราวของยอดคนในยุคไท่กู่และหยวนกู่นั้น ตอนนี้พวกเจ้ายังไม่รู้ แต่ไม่ได้หมายความว่าวันหน้าจะไม่รู้ ขอเพียงพวกเจ้าบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับหุนหยวนจินเซียน ความลับสวรรค์ของสองยุคก่อนหน้านี้ ตราบใดที่ไม่ถูกเทียนเต๋าหรือผู้มีพลังระดับหุนหยวนจงใจปกปิด พวกเจ้าสามารถรับรู้ได้ทั้งหมด"
ถูกต้อง... ข้อมูลของยุคไท่กู่และหยวนกู่ ขอเพียงบรรลุระดับหุนหยวนจินเซียน ก็สามารถเข้าถึงได้
แน่นอนว่า ข้อยกเว้นคือข้อมูลของตัวตนระดับ 'จักรพรรดิสัตว์ร้ายเสินนี่', 'จอมมารหลัวโหว' หรือ 'บรรพชนหยางเหมย' ที่เป็นระดับ 'ครึ่งก้าวสู่หุนหยวน' หรือ 'หุนหยวนต้าหลัวจินเซียน' หรือนักบุญ ไปแล้ว... ข้อมูลของพวกเขานั้นเกินกว่าที่ระดับหุนหยวนจินเซียนทั่วไปจะสอดแนมได้
หลักการง่ายๆ ก็คือ... ขอบเขตความรู้ของสิ่งมีชีวิต ถูกจำกัดด้วยระดับความแข็งแกร่งของตนนั่นเอง
เมื่อตี้จวินอธิบายเช่นนี้ ซีเหอและฉางซีก็เข้าใจทันที... อ๋อ ที่แท้ไม่ใช่เพราะพวกเราโง่ แต่เป็นเพราะพลังยังไม่ถึงขั้นนี่เอง
มีเพียงไท่อีที่มองตี้จวินด้วยสายตาแปลกๆ ในใจเขาคิดว่า "แล้วท่านพี่จะอธิบายยังไง เรื่องที่ท่านรู้เรื่องของเสินนี่ หลัวโหว หรือแม้แต่หยางเหมย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ท่านยังไม่บรรลุระดับหุนหยวนจินเซียนเลยแท้ๆ?"
แน่นอน ไท่อีก็ได้แต่บ่นอุบอิบในใจ แถมยังแอบภูมิใจเล็กๆ ด้วยว่า "เห็นไหมล่ะ พวกมาทีหลังอย่างพวกนาง จะไปรู้ใจพี่ใหญ่ดีเท่าข้าได้ยังไง!"