เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 119 นางเอกทำตามความสามารถ

ตอนที่ 119 นางเอกทำตามความสามารถ

ตอนที่ 119 นางเอกทำตามความสามารถ


พอเห็นเฟิงหยูเตี๋ยจู่ๆก็เริ่มทำสมาธิและปรับลมหายใจ เสี่ยวอวิ๋นหลังก็สับสน สงสัยว่าไอโง่นี่อาจทำอะไร

แต่ตอนนางเห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้ว ราวกับรู้สึกไม่สบายตัว และมีเหงื่อไหลหยด นางก็ตื่นตระหนก

“เจ้าโง่..”

เสี่ยวอวิ๋นหลังยื่นมือไปเขย่าตัว แต่จากนั้นก็คิดว่ามันดีกว่าที่จะไม่รบกวนตอนทำสมาธิและรวมปราณ นางจึงหดมือ

“นี่มันอะไร?”

โชคดี ไม่นาน เฟิงหยูเตี๋ยที่นั่งหลับตาก็พลันเปิดปากและทำท่าเหมือนคนเมา จากนั้นก็กลับเป็นปกติ

“เอิ้ก..”

“..”

เสี่ยวอวิ๋นหลัวมองอย่างุนงง เจ้าโง่นี่เหมือนหญิงสาวมีเสน่ห์ แต่กลับเรอได้น่าเกลียดมาก..

นางบีบจมูกและรอสักพัก พอเห็นเฟิงหยูเตี๋ยลืมตา นางก็ถาม“เกิดอะไรขึ้น?”!

“มีคนพยายามโจมตีเจ้า”เฟิงหยูเตี๋ยสูดหายใจลึก ยืนขึ้นและหัวเราะ“ข้าเลยมาช่วย”

“โจมตีข้า?”

“ใช่..มีคนอยากวางยาเจ้า..แต่มันไม่ใช่พิษ มันคืออะไรนะ?”

ในขณะเดียวกัน เสี่ยวเทียนที่เพิ่งจัดการกับพลังงานของศพในอาณาจักรวิญญาณก็โผล่หัวออกมา กอดอกและอธิบาย“มันคือวิญญาณศพ!ข้าบอกเจ้าไปแล้วไง?ผู้หญิงคนนั้นคือผู้บ่มเพาะผี และอยากฝังวิญญาณศพในตัวของคุณหนูเสี่ยว”

หลังได้ยินที่เสี่ยวเทียนพูด เฟิงหยูเตี๋ยก็รับผลงานและแกล้งทำเป็นนึกได้“โอ้ ใช่ มันคือวิญญาณศพ!เจ้าเกือบโดนวิญญาณศพสิงร่าง”

เสี่ยวอวิ๋นหลัวขมวดคิ้ว นางรู้เกี่ยวกับมัน

มันเป็นสิ่งที่ผู้บ่มเพาะมารที่ฝึกฝนวิถีผีชอบใช้ มันต้องหลอมจากศพของผู้บ่มเพาะที่เพิ่งตายหรือกำลังจะตาย คล้ายกับแมลงพิษ แต่มีรายละเอียดแตกต่าง

นางจำได้รางๆว่าผู้อาวุโสสำนักดาวดำบอกว่าถ้าโดนวิญญาณศพสิง ก็ต้องกินเม็ดยากระตุ้นเพื่อสะกดมัน จากนั้นก็ใช้พลังบังคับมันออกจากร่างเอง

แม้มันจะฟังดูง่าย แต่จริงๆแล้ว ผู้บ่มเพาะส่วนใหญ่ที่โดนมันสิงจะไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนแรก กลับกัน พวกเขาจะมองมันเป็นพิษ พอถึงเวลีท่ตอบสนอ งสถานการณ์ก็จะไร้หวัง

พอนึกถึงสีหน้าอีกฝ่ายได้ เสี่ยวอวิ๋นหลัวก็แสดงสีหน้าเข้าใจและถาม“เป็นไปได้ไหมว่าเจ้าปล่อยให้วิญญาณศพสิงเจ้า?”

“ใช่’

“อา..”เสี่ยวอวิ๋นหลัวเบิกตากว้าง รีบหยิบถุงมิติและค้น“ข้าไม่มีเม็ดยากระตุ้น..”

“ข้า..”

เฟิงหยูเตี๋ยอยากพูดว่าไม่เป็นไร แต่เสี่ยวอวิ๋นหลัวคว้าข้อมือนางแล้วลากไป

“ไปหาประมุขหลี่ ขอให้เขาช่วยเจ้า”

เฟิงหยูเตี๋ยรีบดึงมือออกจากเสี่ยวอว็นหลัวและขัด“ข้าไม่เป็นอะไร เราไม่ต้องไปหาเขาหรอก!”

“เจ้าไม่เป็นอะไร?”

“ข้ามีวิธีจัดการกับมัน เจ้าไม่ต้องห่วง”

เฟิงหยูเตี๋ยถอนหายใจและมองนางอย่างจริงจัง“แม่นางเสี่ยว ข้าขอบอกเจ้า อย่าได้คิดจะไปหาหลี่เฟิง!มีบางอย่างผิดปกติกับเขาจริงๆ”

“..”

“หลี่เฟิงวางแผนจะใช้อาคมสังเวยเลือดที่งานชุมนุมมังกรเพื่อยืดชีวิตของเขา”

เสี่ยวอวิ๋นหลัวหดคอและมองรอบๆ ตอนเห็นว่าไม่มีใคร นางก็ขมวดคิ้วและจับหน้าของเฟิงหยูเตี๋ย

“เราคุยกันแล้วไงเมื่อวาน?ประมุขหลี่จะ..”

เฟิงหยูเตี๋ยขัด“จริง แม่นางเสี่ยว ข้าไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับเขา นายน้อยเย่บอกข้าเมื่อวาน”

เสี่ยวอวิ๋นหลัวตกตะลึง“เย่..เย่อันผิง?”

“ใช่’

“สองคนนั้นไปทำงานไม่ใช่เหรอ?เจ้าไปเจอเขาตอนไหน?”

“ข้าเจอเขาเมื่อวานตอนไปเมืองตู้เฉิงเพื่อช่วยนายน้อยเจียง ยังไงซะ นี่ก็ไม่สำคัญ”เฟิงหยูเตี๋ยตบไหล่เสี่ยวอวิ๋นหลัว“เขาบอกข้าเองเมื่อวานว่าหลี่เฟิงอยากใช้การสังเวยเลือดเพื่อยืดอายุ”

“แต่..>”

เสี่ยวอวิ๋นหลัวมองเฟิงหยูเตี๋ยด้วยใบหน้ามึนงง นางลดตาเพื่อคิด จากนั้นก็ถาม“เย่อันผิงอยู่ที่นี่ ที่ตำหนักมังกร?”

“ใช่ แม่นางเพ่ยก็ด้วย สิ่งที่เกิดกับผู้บ่มเพาะเมื่อวานก่อนเป็นฝีมือของทั้งสอง”

เสี่ยวอวิ๋นหลัวนวดขมับด้วยความสับสน แต่ก็ยังไม่อยากเชื่อ

หลี่เฟิงกับแม่นางเป็นสหายเก่าแก่ที่สู้กับผู้บ่มเพาะมารมาด้วยกัน เขาจะไปยุ่งกับผู้บ่มเพาะมารได้ไง?

แต่ถ้าเย่อันผิงก็พูดด้วย…

ระหว่างหลี่เฟิงกับเจ้าโง่ นางเชื่อหลี่เฟิง

แต่ระหว่างหลี่เฟิงกับเย่อันผิง นางเชื่อเย่อันผิง…

แต่ นางต้องพิจารณา และไม่เมินมัน

เสี่ยวอวิ๋นหลัวอยากให้มั่นใจ“เย่อันผิงพูดจริงๆเหรอ?”

“ใช่”

“แล้ว..แม่นางหลี่ละ?นางรู้ไหม?”

“แม่นางหลี่ อาจจะไม่รู้ คนที่อยากฝังวิญญาณศพใส่ตัวเจ้าคือผู้บ่มเพาะที่ติดตามแม่นางหลี่เมื่อวาน ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับนางตั้งแต่แวบแรก นางถูกหลี่เฟิงส่งมาอยู่ข้างแม่นางหลี่”

“..”

เสี่ยวอวิ๋นหลัวเงียบและกัดริมฝีปาก ขมวดคิ้ว หลังคิด นางก็ถาม“งั้นเราควรทำยังไง?ถ้าประมุขหลี่วางแผนจะลงมือที่งานชุมนุมมังกร.. มันก็สายเกินไปที่จะส่งจดหมายหาผู้อาวุโสสำนักดาวดำและขอให้พวกเขามา”

“นายน้อยเย่บอกว่าเขามีแผน”

“งั้น..ข้าควรทำอะไร?”

“ไม่ต้องทำอะไร แค่แกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิด แต่ระวัง ผู้บ่มเพาะมารได้โจมตีเจ้าแล้ว ซึ่งหมายความว่าเจ้าคือหนึ่งในเป้าหมาย เหนือสิ่งอื่นใด เจ้าคือคุณหนูของสำนักดาวดำ”

“..”

เสี่ยวอวิ๋นหลัวเม้มปาก หลังได้ยินคำพูดของเฟิงหยูเตี๋ย นางรู้สึกไม่พอใจ

นางไม่อยากถูกปกป้องอีกแล้ว!

ครั้งก่อนที่นางอยู่ในภูเขาหลังสำนัก นางก็รั้งไอโง่นี่กับเพ่ยเหลียนเสวี่ย

ครั้งนี้ นางไม่อยากเป็นตัวถ่วงอีก

แต่ถึงแม้จะไม่พอใจ นางก็ต้องยอมรับว่ามันไม่ใช่แค่เพื่อเจ้าโง่นี่ แต่นางอาจ..

“ข้าจะปกป้องตัวเอง”เสี่ยวอวิ๋นหลัวเม้มปาก“เย่อันผิงอยู่ไหน?”

“ในเมืองตู้เฉิง แต่ข้าคิดว่ามันดีกว่าที่จะไม่ไปกับเขา”

“ทำไม/”

เฟิงหยูเตี๋ยจับคาง คิดสักพักก่อนตอบ“นายน้อยเย่ดูเหมือนจะกำลังเตรียมเอาชนะผู้บ่มเพาะมารเหล่านั้นทีละหนึ่ง ถ้าเจ้าไปกับเขา เขาจะตกเป็นเป้าของหลี่เฟิง ตอนนี้ศัตรูในที่โล่งและเราในที่มืด ฐานบ่มเพาะเราไม่สูงเท่า เราต้องพึ่งพากลยุทธ์ นายน้อยเย่เก่งเรื่องพวกนี้ ไม่ต้องกังวล”

“อืม..งั้น..ข้าสามารถทำอะไรได้?”

“แม่นางเสี่ยว แค่ต้องดูแลความปลอดภัยตัวเอง ข้าจะไปฆ่าหนึ่งในผู้บ่มเพาะมารกับแม่นางเพ่ยกับคนอื่นในอีกไม่กี่วัน ข้าจะอยู่ข้างเจ้าเพื่อปกป้องไม่ได้ ต้องระวังให้ดี”

เสี่ยวอวิ๋นหลัวเปิดปากแต่กลืนคำพูดลงไป

นางรู้สึกว่านางกลายเป็นภาระอีกแล้ว

“ข้า..ข้ารู้..”

หลังเสี่ยวอวิ๋นหลัวตอบ เฟิงหยูเตี๋ยก็ขยิบตาและแทงศอกใส่นาง

“ฮี่ๆ”

“อะไร..เจ้าหัวเราะอะไร?”

“แม่นางเสี่ยว เจ้าไม่เชื่อที่ข้าบอกเลนตอนข้าพูดว่าหลี่เฟิงมีปัญหา แต่ตอนข้าบอกว่ามันเป็นนายน้อยเย่ที่ยืนยัน เจ้ากลับเชื่อทันที”

“อา…คือ”

เฟิงหยูเตี๋ยเลิกคิ้ว นางนำหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นและพูดด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย“แม่นางเสี่ยว ตกหลุมรักนายน้อยเย่ใช่ไหม?”

แก้มของเสี่ยวอวิ๋นหลัวแดง จากนั้นนางก็สูดหายใจลึก ยกมือ อยากชกหน้าเฟิงหยูเตี๋ย“อย่าพูดไร้สาระ!ข้าจะไปตกหลุมรักเขาได้ไง?เขาเป็นสหายติดตามของข้า!”

เฟิงหยูเตี๋ยกระโดดถอยเพื่อหลบหมัดนาง หมุนตัวและพร้อมหนี

“แม่นางเสี่ยว โปรดกลับไปตอนนี้ และใช้พลังปราณปกป้องตัวเองขระรอให้ข้ากลับมา ข้าอยากหาแม่นางหลี่”

“..”

ขณะมองเฟิงหยูเตี๋ยหาย เสี่ยวอวิ๋นหลัวก็มองรอบๆด้วยความระมัดระวัง

“ทำไมเย่อันผิงถึงไม่มาหาข้า…ข้าอยากช่วยเขาด้วย..”เสี่ยวอวิ๋นหลัวส่ายหัวและตบแก้ม“ไม่!เขาขอให้ข้าปกป้องตัวเอง ซึ่งหมายความว่าข้ากำลังช่วยเขาแล้ว”

นางสูดหายใจลึก ไม่รู้ว่ามีผู้บ่มเพาะมารคนอื่นแอบตามนางไป นางจึงรีบระดมปราณคุ้มกาย วิ่งกลับไปบ้านนางพร้อมกระบี่ในมือ นำยันต์ทั้งหมดและอาวุธทั้งหมดออกมา วางค่ายกลป้องกันในห้องนอนนาง และซ่อนตัวใต้ผ้าห่ม

“ใช่..ข้ากำลังปกป้องตัวเอง”

จบบทที่ ตอนที่ 119 นางเอกทำตามความสามารถ

คัดลอกลิงก์แล้ว