เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 พี่ชายกลายเป็นสายลับ

ตอนที่ 35 พี่ชายกลายเป็นสายลับ

ตอนที่ 35 พี่ชายกลายเป็นสายลับ


หลังเย่อันผิงเปลี่ยนชุด เขาก็รีบไปห้องบำบัดเพื่อมอบวิชานวดแสนล้ำเลิศให้ทั้งสอง

แน่นอน พี่สาวหลิวลังเลตอนได้ยินว่าเขาจะแตะเท้านาง แต่โชคดี ไป่เยวี่ยซินอยู่ดูข้างๆ และหลังลังเล สุดท้ายนางก็ผ่อนคลาย

สำหรับพี่ชายเฉิน เย่อันผิงขอให้เขาถอดเสื้อและกดจุดบนหลังเขา

แม้เขาจะร้องเจ็บในตอนแรก แต่สุดท้าย เขาก็รู้สึกว่าเส้นชีพจรของเขาโล่งขึ้น จากนั้น เขาก็ดื่มชา คุยกับเย่อันผิงสักพัก

เย่อันผิงรับปากว่าจะให้ส่วนลดกับพวกเขาในอนาคตและพวกเขาก็รับปากว่าจะแนะนำศิษย์คนอื่นให้

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสองกับไป่เยวี่ยซินกลับสำนักไป มันดูเหมือนว่าจะมีชั้นเรียนอะไรบางอย่างและไป่เยวี่ยซินก็บอกว่าจะกลับมาทีหลัง

หลังส่งทั้งสามไป เย่อันผิงก็เปิดร้านใหม่

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ‘กายภาพบำบัด’คือสิ่งใหม่ในโลก

แม้จะมีคนอยากรู้มากมายที่มาถามตลอดเช้า แต่ไม่มีใครเต็มใจจ่ายเพื่อมัน และพวกเขาก้รู้สึกว่าค่าบริการของเขาแพงไป

เดิมเขาคิดจะจัดงานนวดฟรีวันแรก แต่ เขามีคนเดียวในร้านและรับมือกับคนเยอะพร้อมกันไม่ไหว ดังนั้น เขาเลยฝากความหวังกับไป่เยวี่ยซิน

ตอนนี้ เย่อันผิงนั่งในห้อง คำนวณเงิน วางแผนค่าใช้จ่ายในอนาคตและเม็ดยาที่น้องสาวเขาต้องใช้

แต่จู่ๆชายชุดดำก็เดินเข้ามา

“ยินดีต้อนรับครับ”เย่อันผิงคิดว่ามันอาจเป็นคนอื่นที่อาจมาถามว่ากายภาพบำบัดคือ อะไร เขาเลยรีบทักทาย แต่ไม่คิดว่าจะถูกถามว่า“ที่นี่มีวิหคเพลิงขายไหม?”

วิหคเพลิง หนึ่งในสี่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ โลกนี้เองก็มีตำนานเดียวกัน ว่ากันว่ามีอสูรเซียนที่คอยเฝ้าสี่ทิศของโลก เหนือ ใต้ ออกและตก

แต่เย่อันผิงก็ต้องขมวดคิ้วพอได้ยิน

เขาจำได้ว่านี่คือรหัสลับที่สำนักเจ็ดมือสังหารใช้ในเกม

สำนักเจ็ดมือสังหารคือกลุ่มผู้บ่มเพาะพเนจรที่ชอบล่าค่าหัว พวกเขาจะมีทั้งเซียนหรือมาร

ขอแค่จ่ายเงิน ก็สามารถแปะค่าหัวได้ และพวกเขาก็จะรับงานสกปรกทั้งหมด บางครั้งก็ยังช่วยผู้อาวุโสห้าสำนักใหญ่ทำเรื่องในเงา

แต่นี่คือปัญหา

ไม่มี’สถานี’ของสำนักเจ็ดมือสังหารในตลาดเมืองดาวดำ คนคนนี้มาที่นี่ได้ไง?

เย่อันผิงลังเลที่จะตอบรหัส เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าพวกเขามาที่นี่ มันก็หมายความว่าพวกเขากำลังเตรียมลงมือ

ความเสี่ยงของการสวมรอยไม่ใช่น้อย และถ้าพวกเขารู้ เขาจะโดนล่า

แต่ เขารู้ดีถึงสถานการณ์ภายในของสำนักเจ็ดมือสังหาร ถ้าอยากแกล้ง ก็ไม่ยาก

พอเห็นว่าเย่อันผิงยืนนิ่งไม่ตอบ เขาก็หมุนตัวและเดินออกไป

“ขอโทษที”

พอเห็นว่าเขากำลังจะไป เย่อันผิงก็กัดฟันและตอบ“สถานที่เล็กๆแบบนี้จะไปมีวิหคเพลิงขายได้ยังไง?ซื้อนกกระจอกหยกกลับบ้านไปดีไหม?”

“..”

หลังได้ยินประโยคนี้ ชายคนนั้นก็หยุดเดิน มองเหลียวหลัง“เสียงร้องของนกกระจอกหยกน่ารำคาญเกินไป”

“แล้วนกกระจิบเหลืองเล่า?มันมีเสียงร้องน่าฟังและน่ารักด้วย”

“หึ ข้าก็คิดว่าในเมืองนี้จะไม่มีสถานีซะอีก”ชายคนนั้นถอนหายใจและยิ้ม“เจ้าเป็นคนเดียวที่นี่เหรอ?”

“ใช่ แถวนี้ไม่มีสถานีอื่น ข้าเพิ่งเปิดร้านนี้เมื่อวาน”

เย่อันผิงเชิญชายคนนั้นไปห้องหลังและรินชา

หลังดื่มชา ชายคนนั้นก็ถาม“เจ้าได้ยินเรื่องที่ปรมาจารย์ของสำนักพิษมารถูกฆ่าตายในเมืองอู่ซีไหม?”

พอได้ยิน เย่อันผิงก็คิดว่าเขาเลือกถูกที่ตอบรหัสลับ สำนักเจ็ดมือสังหารมาเรื่องอู่โหยวจริง

เขาไม่คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

ขอแค่สำนักพิษมารมีป้ายชีวิต ถ้าอู่โหยวตาย ผู้อาวุโสสำนักจะรู้และต้องส่งคนมาสืบ

ถ้าพบว่าโดนนายน้อยของสำนักร้อยดอกบัวฆ่า งั้นสำนักพิษมารก็ต้องส่งคนมาแน่ เหนือสิ่งอื่นใด อู่โหยวมีชิ้นส่วนของ’ตำราจันทร์ทมิฬ’ในถุง

เย่อันผิงพยักหน้า“ข้าย่อมรู้ ข้าได้ยินว่ามีมังกรทองปรากฏในเมืองวันนั้น”

“อืม ข้าไปโรงเตี๊ยมในเมืองอู่ซีเพื่อสอบถามเกี่ยวกับคนที่จ้องห้องและในที่สุดก็ยืนยันรายชื่อคนได้’

ชายคนนั้นนำกระดาษออกมาส่งให้เย่อันผิง

เย่อันผิงรับมาและเห็นว่ามีแปดชื่อ

ชายคนนั้นถามต่อ“นี่คือชื่อของคนที่เข้าและออกหลังมังกรทองปรากฏ คนที่ฆ่าปรมาจารย์สำนักพิษมารควรอยู่ในนี้ ดูจากชื่อ เจ้ารู้จักใครบ้างไหม?”

เย่อันผิงมองชื่อเขากับเพ่ยเหลียนเสวี่ยและรีบพูด“เย่อันผิง เท่าที่ข้าจำได้ เขาคือนายน้อยของสำนักร้อยดอกบัว สำหรับเพ่ยเหลียนเสวี่ย ดูเหมือนจะเป็นน้องสาวเขา ทั้งคู่ไม่ได้มีพรสวรรค์ดีนัก และอยู่แค่ระดับหลอมลมปราณ”

“แล้ว..ที่เหลือละ?’

“เฉินเซิงอู่คือผู้บ่มเพาะก่อตั้งรากฐาน แต่ควรจะอายุเกินสี่ร้อยปีแล้ว มันไม่น่าจะเป็นเขา”

ชายคนนั้นเงียบไปและถาม“งั้น มีผู้บ่มเพาะคนไหนที่เป็นไปได้ในหมู่แปดคนนี้ไหม?”

“คนที่น่าจะเป็นไปได้?”

“ใช่”ชายคนนั้นพยักหน้า“มังกรทองที่ปรากฏในเมืองอู่ซีเกี่ยวข้องกับวิญญาณมังกรของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ กล่าวอีกนัยหนึ่ง นั่นควรเป็นคนที่ฆ่าปรมาจารย์สำนักพิษมมาร ในเมื่อเขามีเลือดของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ระดับบ่มเพาะเขาก็ต้องไม่ต่ำ สามคนที่เจ้าพูดถึงโดนตัดออกไปได้ แล้วที่เหลืออีกห้าละ?”

“..”

เย่อันผิงมองชื่อด้านล่างเงียบๆ และมีชื่อเฟิงหยูเตี๋ยด้วย

เขาลังเล“เฟิงหยูเตี๋ยดูเหมือนจะมีรากปราณสวรรค์ นางทำให้เกิดความวุ่นวายที่การสอบเข้าสำนัก”

ชายคนนั้นพยักหน้า“ข้าเข้าใจ ข้าจะไปถามแถวตลาด”

“ข้าขอถามได้ไหม มีคำสั่งภายในจากสำนักงั้นหรือ?”

“มีสมบัติในถุงมิติของปรมาจารย์สำนักพิษมาร แต่ข้าไม่มั่นใจว่าคืออะไร ยังไงซะ คำขอก็คือให้หาถุงมิติของเขา ครั้งนี้รางวัลคือหมื่นหินปราณ และก็มีสหายหลายคนมาสืบเรื่องนี้ด้วย”

“แล้ว..เจ้าจะทำอะไรต่อ?”

ชายคนนั้นคิดสักพักและถาม“เจ้าช่วยข้าหาตารางสอบเข้าของสำนักดาวดำหน่อย เจ้าบอกว่าเฟิงหยูเตี๋ยก็เข้าร่วมสินะ?”

“ใช่”เย่อันผิงขมวดคิ้ว“แต่เจ้าคิดจะจับนางระหว่างการสอบเหรอ?เรากำลังพูดถึงดาวดำ..ไม่ใช่สำนักเล็ก..”

“เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ข้ารู้กฎและจะไม่ลากเจ้ามายุ่ง ‘ร้าน’ลับมีหน้าที่รวบรวมข้อมูล ทั้งหมดที่เจ้าต้องทำคือช่วยข้าหาตารางสอบในสองสามวันข้างหน้า ข้าจะมาเอาตอนเย็น”

“เข้าใจแล้ว”

จบบทที่ ตอนที่ 35 พี่ชายกลายเป็นสายลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว