เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 ปอกแอปเปิ้ล

ตอนที่ 13 ปอกแอปเปิ้ล

ตอนที่ 13 ปอกแอปเปิ้ล


เย่อาวมองกงยู่หลานแบกเฟิงหยูเตี๋ยเข้าห้อง จากนั้นก็มองป้ายตัวตนและของต่างๆที่เย่อันผิงนำมา และนวดจมูกคลายเครียด

จากนั้นเขาก็มองเพ่ยเหลียนเสวี่ย“เสี่ยวเพ่ย ตามไปช่วยแม่นางคนนั้น”

“อา…เจ้าค่ะ”เพ่ยเหลียนเสวี่ยพยักหน้ากลัวๆ ลอบมองพี่ชายนาง จากนั้นก็ประสานมือและเดินเข้าห้องไป

หลังนางไป เย่อาวก็ดึงเย่อันผิงไปโต๊ะชาข้างศาลาสวรรค์และรินชาให้เขา เย่อาวรู้สึกว่าหัวเขาสับสน ไม่ต้องพูดถึงว่าทำไมปรมาจารย์สำนักพิษมารถึงมายังภพลับของตระกูลผู้บ่มเพาะเซียน

สิ่งที่เขาไม่เข้าใจสุดคือเย่อันผิงกับเพ่ยเหลียนเสวี่ย ไม่เพียงจะไม่ควรฆ่าผู้บ่มเพาะมารแก่นวิญญาณได้ แต่ก็ยังไม่ควรจะมีความสามารถทำให้คนเช่นนั้นบาดเจ็บด้วยซ้ำไป

“อันผิง บอกพ่อมาตามจริง เจ้ากับเสี่ยวเพ่ยสู้กับผู้บ่มเพาะมารจริงหรือ และไม่มีใครช่วยเนี่ยนะ?”

“พ่อ..”

เย่อาวยกมือขัด“อันผิง พ่อรู้ความสามารถของเจ้า คำคุยของเจ้าอาจทำให้แม่เจ้ามีความสุข แต่ข้าไม่ บอกข้ามาตามตรง เกิดอะไรขึ้น?”

“เราก็แค่ไปปิดงานเท่านั้นเอง”

“เจ้าหมายความว่า เขาบาดเจ็บอยู่แล้วตอนเจ้าฆ่าเขา?”

“อืม มังกรทองปรากฏในเมืองอู่ซี มันดูเหมือนผู้บ่มเพาะมารจะสู้กับมังกรทองและหนีมาเจอเรา ตอนเขาเห็นเรา เขาอยากรักษาแผลเขาโดยใช้วิญญาณเรา แต่เหลียนเสวี่ยกับข้าฆ่าเขาแทน”

ดวงตาของเย่อาวหรี่ลง“มังกรทอง?”

“ใช่ มังกรทอง”เย่อันผิงยักไหล่“ท่านพ่อ ถ้าท่านไม่เชื่อ ท่านไปเมืองอู๋ซีและถามก็ได้ ควรมีคนที่เห็นมังกรทอง”

“งั้น เด็กสาวที่เจ้าพากลับมาละเป็นใคร?”

“หลังมังกรทองหาย เหลียนเสวี่ยกับข้าก็ไปดู และก็พบนางที่นั่น”

พอได้ยิน เย่อาวก็เบิกตากว้างเหมือนได้ยินเรื่องน่ากลัวเข้า จากนั้นก็หันไปมองที่ห้อง

เหนือสิ่งอื่นใด เขาคือผู้บ่มเพาะอาวุโส เขาต้องรู้ถึงมรดกสายเลือดของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

และตอนนี้ เด็กสาวที่มีสายเลือดนั้นก็ถูกนำกลับมาบ้านโดยลูกชายเขา

เย่อาวไม่คิดเลยว่าลูกชายของเขาจะทำเรื่องยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เหนือสิ่งอื่นใด เขาแค่คนที่มีรากปราณคู่ บางทีเขาคงไปได้ไกลกว่าเขาผู้เป็นพ่อบนวิถีเซียน แต่ต้องไม่ไกลเกินไป

แต่ตอนนี้ เขาเห็นโอกาสพัฒนาสำนักร้อยดอกบัวและตระกูลเย่แล้ว

ทายาทของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ขอแค่ไม่เกิดอุบัติเหตุ จะต้องกลายเป็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์คนต่อไปของราชวงศ์

ถ้าเย่อันผิงสามารถอยู่กับนางได้ มันจะเป็นเรื่องดีต่อสำนักร้อยดอกบัว ตระกูลเย่และตัวอันผิงเอง

ตอนเขาแนะนำตัวเด็กสาวคนนั้น เขารู้เยอะไปหมด มันต้องเป็นนางี่บอกเขาหมดเปลือก และในเมื่อนางเต็มใจบอกเย่อันผิงเกี่ยวกับอาจารย์ของนาง มันก็หมายความว่านางอาจมีใจให้เขา(คิดไปเองแล้วว)

“อันผิง นางชื่ออะไร เฟิงอะไรนะ?’

“เฟิงหยูเตี๋ย”

“ดี”เย่อาวพยักหน้าและจิบชา“ในเมื่อเจ้าช่วยนาง งั้นเจ้าก็ควรเป็นคนดูแลนาง?”

“แน่นอน—”เย่อันผิงพยักหน้า“ว่าไม่”

“อืม..เอ๊ะ?”รอยยิ้มบนหน้าเย่อาวหายไป’อะไรนะ?”

“ให้เสี่ยวเตี๋ยจัดการ”เย่อันผิงยักไหล่และยิ้ม“ถ้าเกิดข้าดูแลนาง แล้วนางหลงข้าขึ้นมาละ?ยังไงซะข้าก็โดดเด่นและหน้าตาดี”

“แค่ก แค่ก”เย่อาวสำลักน้ำชาและไอหลายครั้ง

“แถม เด็กสาวคนนั้นดูสวยเกินไปสำหรับข้า”

“มันไม่ดีเลย”

“ยังไง?”

เฟิงหยูเตี๋ยคือตัวละครหลักส่วนเขาแค่ตัวประกอบ!

แต่แน่นอน เขาพูดไม่ได้

“คือ”เย่อันผิงถอนหายใจ.“พ่อ เราจะหวังสูงเกินไปไม่ได้นะ?”

“เจ้าหมายความว่ายังไง?”

“ท่านก็รู้ว่าข้าแค่ผู้บ่มเพาะรากปราณคู่ ถ้าอยากหาคู่ครองข้า คนคนนั้นควรเป็นผู้บ่มเพาะธรรมดาสองรากปราณหรือสาม ถ้าความแตกต่างในพลังบ่มเพาะระหว่างสามีและภรรยาสูงเกินไป คู่รักจะขาดความั่นคง ข้าไม่อยากเป็นไก่หงอเหมือนท่านหลังแต่งงาน”

“ไก่หงอ?เจ้าหมายความว่ายังไงกันหะ?”

“ข้าหมายความว่า เมียเป็นใหญ่ไง”

“เมียเป็นใหญ่?”

“ก็อย่างว่า ข้าไม่กลัวอะไรในโลก กลัวแค่เมีย”

“..”

เย่อาวตัวแข็ง เส้นเลือดปูดบนหน้า

แต่ก่อนเขาจะได้ตบหัวเย่อันผิง อีกฝ่ายก็ยิ้มและรีบรินชาให้เขา“พ่อ ดูสิ ลูกชายท่านรินชาให้แนะ”

เย่อาวได้แต่ส่ายหัวและถอนหายใจ

“ช่างมัน ข้าไม่มีอารมณ์จะมาสนใจเจ้า เจ้าหนู แต่ ถ้าเจ้าเจอผู้อาวุโสของสำนักดาวดำ ถ้าเขาถามถึง เจ้าบอกไปว่าเจ้ากับน้องสาวเจอผู้บ่มเพาะมารที่บาดเจ็บสาหัสเข้าและโจมตีเขาทีเผลอนะ อย่าลงรายละเอียดเยอะ เข้าใจไหม?”

“ผู้อาวุโสสำนักดาวดำ?”

“ผู้อาวุโสสองแห่งหมู่ตึกดาวมังกรในสำนักดาวดำ”

“ท่านพ่อ ท่านไม่คิดว่าเหลียนเสวี่ยกับข้าจะฆ่าผู้บ่มเพาะมารได้งั้นเหรอ?ทำไมถึงเรียกผู้อาวุโสสำนักดาวดำมา?”

เย่อาวกลอกตา“ข้าไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับผู้บ่มเพาะมาร ข้าขอให้เขามาเพื่อเล่นหมากและมอบคำชี้แนะให้เจ้า ข้าต้องจ่ายไปตั้งสามพันหินปราณเชียวนะ”

พ่อเขาทำหน้าเชิด

“ก็ได้”เย่อันผิงดื่มชาและลุก“ข้ากลับห้องละ ข้าเหนื่อย”

“อืม”

..

ในห้อง กงยู่หลานรักษาเฟิงหยูเตี๋ยด้วยพลังปราณแท้จริงที่เก็บมาเป็นปี จากนั้นก็ย้ายนางไปห้องแขกในศาลาสวรรค์

เพ่ยเหลียนเสวี่ยเฝ้าเฟิงหยูเตี๋ยจนถึงตอนนี้

สำหรับว่าทำไมนางถึงเฝ้า เพ่ยเหลียนเสวี่ยแค่กังวลว่าพี่ชายนางจะเข้ามาเยี่ยม ถ้าเขามาเยี่ยมเฟิงหยูเตี๋ย นางต้องอยู่จับตา

แต่ พอมองนางที่นอนบนเตียง นางก็เจ็บปวดหัวใจ พี่ชายสามารถทิ้งนางไว้ในเมืองได้ เขาจะพากลับมาทำไม?

และนอกจากนี้ นางยังมีรากปราณสวรรค์…

แถมยังสวยมากอีกด้วย…

และยังอายุเท่ากับพี่ชายนาง…

เพ่ยเหลียนเสวี่ยยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่ สุดท้าย นางก็โกรธจนควักมีดออกจากถุงมิติและเริ่มปอกแอปเปิ้ล

ครืดดด

หลังได้ยินเสียงปอกแอปเปิ้ลที่น่าขนลุก เฟิงหยูเตี๋ยก็ค่อยๆลืมตา

นางมองรอบๆ ระหว่างทางมาสำนักร้อยดอกบัว นางตื่นขึ้นหลายครั้งตอนเพ่ยเหลียนเสวี่ยแบก ดังนั้นนางจึงมีความประทับใจว่าเหลียนเสวี่ยคือคนช่วยนางเอาไว้

พอเห็นเพ่ยเหลียนเสวี่ย นางก็เรียกเสียงเบา“แม่นางเพ่ย..”

เพ่ยเหลียนเสวี่ยหยุดมือ“เจ้าตื่นแล้ว?”

“ใช่ ข้าตื่นแล้ว”

“อืม สาวใช้ที่ชื่อเสี่ยวเตี๋ยจะมาดูแลเจ้าภายหลัง บอกนางว่าเจ้าต้องการอะไร อย่ามารบกวนพี่ชายข้า เข้าใจไหม?”

“อา…”พอเห็นเพ่ยเหลียนเสวี่ยกำลังจะไป เฟิงหยูเตี๋ยก็รีบยื่นมือไปคว้าไว้“รอก่อน แม่นางเพ่ย”

“มีอะไร?”

“คือ…”เฟิงหยูเตี๋ยเม้มปากอายๆ“ขอบคุณที่ช่วยข้า”

“ฮึ่ม”เพ่ยเหลียนเสวี่ยพ่นลมและโยนแอปเปิ้ลที่นางปอกจนถึงแก่นไป“นี่ ข้าปอกแอปเปิ้ลให้”

จากนั้นนางก็ออกไปโดยไม่มองเหลียวหลัง

จบบทที่ ตอนที่ 13 ปอกแอปเปิ้ล

คัดลอกลิงก์แล้ว