เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 ตรวจสอบของ

ตอนที่ 10 ตรวจสอบของ

ตอนที่ 10 ตรวจสอบของ


ด้านนอกกับดักน้ำแข็ง เย่อันผิงค่อนข้างประหม่าจนกระทั่งเขาถอนคาถาและเห็นเพ่ยเหลียนเสวี่ยยืนโบกมือให้เขาโดนมีควันดำเป็นฉากหลัง

แผนราบรื่น แม้จะเกินความคาดหมาย ถ้าอู่โหยวโจมตีเขาทันทีหลังเห็นเขา บางทีเขากับเพ่ยเหลียนเสวี่ยคงตาย แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ทำ

ตั้งแต่ต้นจนจบ ชายคนนี้ไม่มองพวกเขาอยู่ในสายตาเลย จนถึงจุดจบ เขาก็ยังไม่เชื่อว่าเขาจะมาตายในมือของเด็กน้อยอาณาจักรหลอมลมปราณสองคน

ในโลกผู้บ่มเพาะ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าคนที่มีระดับเหนือกว่าถึงสองขั้นใหญ่

แต่ เขากับน้องสาวทำได้

“พี่!เราทำได้!’

พอเห็นเพ่ยเหลียนเสวี่ยวิ่งอ้าแขนมาหาเขา เย่อันผิงก็ไม่อยากเล่นตัวเยอะ เขาจึงกอดนางและจับนางอุ้มหมุน ชมนางด้วยรอยยิ้ม”เจ้าสุดยอดมาก!’

เพียเหลียนเสวี่ยโอบแขนรอบคอเขาและพูดอย่างไม่พอใจ“พี่ อย่าทำเหมือนข้าเป็นเด็กสิ!”

“แล้วเจ้าไม่ใช่เด็กเหรอ?เจ้าเพิ่งอายุ 14  เอง!’

“ข้าจะโตเป็นผู้ใหญ่ในอีกไม่กี่เดือน!”

เย่อันผิงยิ้มและเตือนนาง“อย่าลืมถ่ายพลังไปรักษาแผลก่อน ไม่ใช่ว่าเจ้าโดนพิษของเขาเหรอ?แม้เจ้าจะมีภูมิต้านทาน เจ้าก็ยังต้องระวัง”

“อืม”เพ่ยเหลียนเสวี่ยรู้สึกว่าพี่ชายตัวเองไม่มีความโรแมนติกเลย

ตามนิยาย หลังพระเอกกับนางเอกผ่านวิกฤต พวกเขาควรจะจีบหรือจูบกันไม่ใชเหรอ?

ถ้าเขาบอกว่า’แต่งงานกับข้านะตอนเรากลับไป’ นางจะตกลงโดยไม่ลังเลเลย

“พี่โง่ โอกาสดีๆเช่นนี้ยังไม่คิดฉวยไว้อีก ฮึ่ม!”

“โอกาสอะไร?แล้วโอกาสนี้ไม่ดีเหรอ?”เย่อันผิงงงและถาม“ดูสิ เราไม่มีใครบาดเจ็บเลย แผนของข้าไร้ที่ติใช่ไหม?”

“เห้อ..”เพ่ยเหลียนเสวี่ยถอนหายใจและหยุดคุย จากนั้นก็นั่งสมาธิและเริ่มหมุนเวียนลมปราณ

เย่อันผิงนำเม็ดยาออกจากถุงมิติและส่งให้นาง จากนั้นก็เดินไปศพของอู่โหยว นำกระบี่ของเขาออกมา ตัดหัวไหม้เกรียม

หลังยืนยันว่าเขาหยุดหายใจจริง เขาจึงตรวจโดยรอบด้วยจิตสัมผัสอีก พอเห็นว่าปรสิตพิษไหม้หมดแล้ว เขาจึงกล้ายื่นมือไปยังถุงมิติของอีกฝ่าย

ในนั้นไม่มีของเยอะนัก มีป้ายหยกยืนยันตัวจากสำนักพิษมาร หม้อหลายใบสำหรับเก็บปรสิตพิษ อาวุธวิเศษชั้นดีเจ็ดหรือแปดชิ้น หินปราณประมาณสามพันก้อนและหน้ากระดาษทอง

เย่อันผิงจำของเหล่านี้ได้หมด ในเกม ของเหล่านี้จะตกตอนอู่โหยวโดนฆ่า

แค่ว่าในเกม มันจะสุ่มตกแค่ไม่กี่ชิ้น ซึ่งก็คือของในถุงเหล่านี้

แต่ต่อให้ของเหล่านี้จะดี พวกมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขากับเพ่ยเหลียนเสวี่ยจะใช้ได้ในปัจจุบัน

พวกเขาได้แต่นำอุปกรณ์วิเศษเหล่านี้ไปตลาดมืดและพยายามแลกของที่เหมาะกับพวกเขาหรือหินปราณ

สำหรับหม้อที่มีปรสิตพิษภายใน เย่อันผิงเผาหมด

ต่อมา หน้ากระดาษ..

ถ้าเขาจำไม่ผิด มันควรเป็นหน้าที่ห้าของ’บันทึกประจำวันจันทราดำ’ในเกม นี่คือภารกิจสำหรับเนื้อเรื่องหลัก

หน้านี้ เฟิงหยูเตี๋ยควรได้รับหลังฆ่าอู่โหยว แต่ตอนนี้มันอยู่ในมือเขา นี่คือโอกาสใหญ่ที่เป็นของตัวละครหลัก เขาจึงไม่อยากเก็บมันไว้ และคิดจะโยนทิ้ง

แต่พอคิดดู อู่โหยวโดนเขากับเพ่ยเหลียนเสวี่ยฆ่า เหนือสิ่งอื่นใด พอเรื่องนี้หลุด ผู้คนจะต้องมาถามถึงมันแน่

“อืม…มันเป็นปัญหาอยู่ดีไม่ว่าเราจะทิ้งมันไปไหม”

เย่อันผิงครุ่นคิดสักพัก จากนั้นก็เก็บหน้ากระดาษทองใส่ถุงมิติ คิดว่าเขาอาจเจอโอกาสกำจัดมันภายหลัง

หลังคัดแยกถุงมิติของอู่โหยว เย่อันผิงก็ยืนขึ้น เตรียมกลับไปกับเพ่ยเหลียนเสวี่ย

แต่พอเขาหันหัว เขาก็เห็นร่างสีทองน้อยๆที่ดูเหมือนอาหารกระป๋องบินมาหาพวกเขา

“..”

พอมองร่างนั้น เย่อันผิงก็งุนงง

เจ้าสิ่งนี้เป็นภูตติดตัวไม่ใช่เหรอ?มันควรอยู่ไกลจากเจ้านายไม่ได้ แต่ตอนนี้พวกเขาอยู่ห่างจากเฟิงหยูเตี๋ยอย่างน้อยก็หนึ่งลี้

เจ้านี่มาไกลขนาดนี้ได้ไง แล้วมาทำอะไรที่นี่?หรือมาเพราะเห็นคาถาน้ำแข็งของเขา?

หนึ่งก้านธูปก่อนหน้า

ตอนมังกรของจักพรรรดิหายไป โดยปราศจากหางมังกรคอยพยุง เฟิงหยูเตี๋ยก็ตกลงพื้น

เสี่ยวเทียนที่ตื่นตระหนกรีบบินไปหานาง“หยูเตี่ย!!!”

เสี่ยวเทียนรีบตรวจสอบบาดแผล พบว่าเส้นชีพจรในตัวขาดสะบั้นหมด และปรสิตพิษของผู้บ่มเพาะมารก็กัดกินวิญญาณนางไปครึ่งหนึ่งแล้ว เป็นผลให้ชีวิตนางกำลังจะดับ

“อา?!หยูเตี๋ย…นี่..-ข้าควรทำอย่างไรดี?’

พอมองเส้นชีพจรที่ยุ่งเหยิง เสี่ยวเทียนก็บินวนอย่างวิตก อยากลากนางไปเมือง แต่ลืมไปว่ามันแค่ภูตประดิษฐ์ และยิ่งไปกว่านั้น มีเพียงเฟิงหยูเตี๋ยที่เห็นมัน

ภูตประดิษฐ์คือการจำแลงของภูตสหาย และเหมือนผี ถ้ามันแตะตัวใคร คนคนนั้นจะรู้สึกเหมือนมีลมเย็นพัดผ่าน

กล่าวอีกนัยหนึ่ง พลังมันเหมือนลมอ่อนๆ มากสุด พลังลมก็พอจะเขย่าใบไม้ มันจะไปลากคนกลับเข้าเมืองได้ไง?!

“ย่าห์ อ้ากก!”เสี่ยวเทียนกัดฟัน ดึงชุดของเฟิงหยูเตี๋ยสุดแรง แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้

หลังล้มเหลว มันก็อยากร้องไห้

ถ้าไม่มีใครมาช่วยเฟิงหยูเตี๋ยขณะรอให้ผู้บ่มเพาะมารคนนั้นกลับมา นางคงจบสิ้น และนางอาจตายจากบาดแผลปัจจุบันก่อนชายคนนั้นจะกลับมาด้วยซ้ำ

“ทำยังไงดี ทำยังไงดี?!”

มันอยากเรียกคนในเมือง แต่ไม่มีใครจะเห็นมันยกเว้นเฟิงหยูเตี๋ยและไม่มีใครจะได้ยินที่มันพูด

มันพยายามลากนาง แต่ก็ทำไม่ได้ ยิ่งเสี่ยวเทียนคิด มันยิ่งวิตกและสุดท้ายก็ร้องไห้อย่างสิ้นหวัง“ฮึกกกก..หยูเตี๋ย ถ้าเจ้าตาย ข้าจะทำยังไง?!”

ทันใดนั้น  หนึ่งลี้ทางตะวันออกเฉียงใต้ของป่า ลำแสงสีฟ้าน้ำแข็งพุ่งขึ้นฟ้า และผืนดินก็สะเทือน

เสี่ยวเทียนมองเสาแสง“นั่น..คาถาน้ำแข็ง?!หรือจะมีผู้บ่มเพาะที่ร้ายกาจใกล้ๆ?”มันกระเด้งจากด้านหลังเฟิงหยูเตี๋ยและบินไปทางเสาแสงนั่น

“หยูเตี๋ย อดทนไว้!ข้าจะไปตามคนมาช่วยเจ้า!!!”

จบบทที่ ตอนที่ 10 ตรวจสอบของ

คัดลอกลิงก์แล้ว