- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งทีขอใช้ชีวิตดี๊ดีในวันสิ้นโลกด้วย ระบบตุนเสบียง
- บทที่ 300 - องค์หญิงจอมเอาแต่ใจ
บทที่ 300 - องค์หญิงจอมเอาแต่ใจ
บทที่ 300 - องค์หญิงจอมเอาแต่ใจ
บทที่ 300 - องค์หญิงจอมเอาแต่ใจ
เมื่อเห็นเซียวเซียวกับเซียวหลิงเอ๋อร์ เซียวเฉินก็กางแขนออกรวบตัวทั้งสองคนเข้ามากอด แม้เซียวเซียวจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา แต่ในสายตาของเซียวเฉิน เธอคือลูกสาวตัวน้อยเสมอ ไม่ว่าจะแก่เฒ่าแค่ไหนก็ยังเป็นลูก
ส่วนเซียวหลิงเอ๋อร์ หน้าตาถอดแบบเขามาเปี๊ยบ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นลูกใคร เห็นแล้วเซียวเฉินก็หลงรักจนวางไม่ลง
พ่อคะ หนูจะไปลงแข่งลานประลอง เซียวหลิงเอ๋อร์เอ่ยขึ้น
แม้จะไม่เคยเจอหน้าพ่อมาก่อน แต่เธอก็ฟังวีรกรรมของพ่อมาจนจำขึ้นใจ
ได้สิ เซียวเฉินตอบตกลงทันที
ฉางซีท้วงขึ้นอย่างเป็นห่วง หลิงเอ๋อร์ยังเด็กอยู่นะคะ คุณจะปล่อยแกไปลงสนามจริงเหรอ
แม่จ๋า หนูทำได้น่า เซียวหลิงเอ๋อร์ชูกำปั้นยืนยัน
ฉางซีกับหลินเหยายังคงไม่สบายใจ แต่เซียวเฉินกลับพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า ผมเชื่อว่าลูกทำได้
ฉางซีมองสามีด้วยความตกตะลึง ที่รักคะ ลูกเพิ่งสิบขวบเองนะ
เซียวเฉินลูบหัวฉางซีเบาๆ ผมเพิ่งไปเมืองจิ่วโจวมา ได้ยินกิตติศัพท์ยัยตัวแสบคนนี้มาแล้ว วีรกรรมแสบสันจนเมืองจิ่วโจวแทบแตก แค่ลานประลองน่ะเรื่องจิ๊บจ๊อย
เขาหยิบหัวใจพฤกษาออกมาส่งให้เซียวหลิงเอ๋อร์ หินก้อนนี้จะช่วยลูกได้ในเวลาคับขัน ไปเถอะ พ่อหวังว่าลูกกับพี่จะคว้าสิทธิ์เข้าสู่ประตูสวรรค์กลางมาได้นะ
ตามกฎของเมืองเฉียนคุน เฉพาะทายาทที่เกิดในเขตประตูสวรรค์กลางเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์อยู่อาศัยในเขตนี้ได้ทันที ส่วนลูกหลานที่ข้ามมาจากเมืองอื่นต้องไปอาศัยในเขตรอบนอก
เรื่องนี้ถือเป็นปกติ เพราะบางคนอายุแค่ยี่สิบกว่า แต่ลูกหลานเหลนโหลนอาจจะมีเป็นพันเป็นหมื่นคน ความต่างของเวลาในสามโลกทำให้เกิดเรื่องเหลือเชื่อมากมาย
เอาล่ะ ผมต้องไปทำงานแล้ว ฉางซี คุณพาลูกๆ ไปหาอะไรกินแล้วก็พาเที่ยวชมเมืองเฉียนคุนไปพลางๆ ก่อนนะ เดี๋ยวเลิกงานแล้วผมจะรีบกลับ เซียวเฉินสั่งความเสร็จก็มุ่งหน้าสู่ประตูสวรรค์กลาง
เมื่อผ่านประตูเข้าไป เขากระโดดขึ้นหลังม้าแล้วควบตะบึงไปที่คอกม้าหลวง วันนี้ทำงานวันแรกจะมัวแต่ยุ่งเรื่องส่วนตัวจนเสียงานไม่ได้
เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ถ้าบินได้ก็คงดี ป่านนี้คงถึงคอกม้าไปนานแล้ว
ทันใดนั้น ภาพที่เห็นก็ทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง
เด็กสาวในชุดโบราณกำลังยืนเหยียบอยู่บนหลังนกยักษ์หลากสีสัน เหาะเหินเดินอากาศด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ
ทหารยามแถวนั้นกลับทำเหมือนมองไม่เห็น ทั้งที่นี่เป็นเขตห้ามบิน ทำไมถึงมีคนขี่สัตว์อสูรบินว่อนได้หน้าตาเฉย?
แต่เขาก็เข้าใจได้ทันที ไม่ว่าที่ไหนย่อมมีอภิสิทธิ์ชนเสมอ เด็กสาวคนนี้น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น
เขาไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว จึงควบม้ามุ่งหน้าต่อไป ดูเหมือนทิศทางที่เด็กสาวคนนั้นบินไปจะเป็นทางเดียวกับคอกม้าหลวง
เมื่อมาถึงหน้าคอกม้า เขาก็เห็นนกห้าสีตัวนั้นจอดอยู่จริงๆ
เจ้านกตัวนี้สวยงามมาก ขนสีสดใสเป็นประกายระยิบระยับ ขนาดตัวจริงใหญ่กว่าที่เห็นบนฟ้ามาก สูงกว่าสองเมตร หางยาวลากพื้นเป็นสิบเมตร
เซียวเฉินแปลกใจที่เด็กสาวคนนั้นมาที่นี่จริงๆ
ยังไม่ทันก้าวเข้าไป รองเจ้ากรมเฉินลี่เจี๋ยก็วิ่งหน้าตั้งออกมาหาด้วยท่าทางร้อนรน ท่านหญิงเสด็จมาครับ กำลังอาละวาดใหญ่โตเลย
เซียวเฉินถึงบางอ้อ เด็กสาวที่มีอภิสิทธิ์เหนือใครคนนั้นคือท่านหญิงนี่เอง ลูกสาวของอ๋องสักคนแน่ๆ แต่เขาไม่เคยได้ยินว่าที่นี่มีอ๋อง เคยได้ยินแต่ตำหนักฟ้า ซึ่งก็ไม่มีฮ่องเต้
ยึดคติไม่รู้ย่อมไม่ผิด เซียวเฉินลงจากม้าแล้วเดินตามเฉินลี่เจี๋ยเข้าไปในสำนักงาน
ยังไม่ทันก้าวข้ามธรณีประตู เสียงแหลมปรี๊ดของหญิงสาวก็ดังลอดออกมา จะให้รอไปถึงไหนกัน ไอ้คนเลี้ยงม้าบ้านั่นยังอยากทำงานอยู่ไหม!
สมคำร่ำลือจริงๆ องค์หญิงจอมเอาแต่ใจ
...
ตัดภาพมาที่ลานประลอง เซียวหลิงเอ๋อร์เดินเข้ามาในห้องพักนักกีฬา
ในฐานะผู้สืบทอดสถานะชนชั้นแกนนำ เธอจึงได้รับสิทธิ์ใช้ห้องแต่งตัวส่วนตัวของเซียวเฉิน
เสี่ยวตากับต้านิวยืนรออยู่หน้าห้อง คอยอธิบายกฎกติกาต่างๆ ให้ฟัง
เซียวหลิงเอ๋อร์ฟังแล้วก็พยักหน้า ลานประลองที่นี่ก็คล้ายๆ กับที่จิ่วโจวนั่นแหละ หนูเข้าใจแล้ว น้าสองคนไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวหนูจะดูแลพวกน้าเอง
เสี่ยวตากับต้านิวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พวกเขาเคยเห็นนักแข่งอายุน้อยฝีมือดีมาก็มาก เพราะถ้าไม่เก่งจริงคงไม่กล้าเหยียบเข้ามาในนี้ แต่เซียวหลิงเอ๋อร์นี่เด็กเกินไปไหม
อายุยังไม่ถึงสิบเอ็ดขวบ
ตัวกะเปี๊ยกเดียวแต่ปากเก่งชะมัด จะไหวเหรอเนี่ย?
แต่ในเมื่อเป็นทายาทที่เซียวเฉินเลือกมา พวกเขาก็ไม่อยากพูดอะไรมาก ขนาดคนเป็นพ่อยังวางใจ พวกเขาจะไปเดือดร้อนแทนทำไม
พอเซียวหลิงเอ๋อร์เดินออกมา ทั้งสองคนยิ่งกุมขมับ
แม่หนูน้อยสวมชุดเกราะสีชมพูหวานแหวว อาวุธในมือก็โคตรจะอินดี้ มือหนึ่งถือทวนงู อีกมือถือค้อนดาวตก
เริ่มแข่งเมื่อไหร่
ใกล้แล้วครับ อีกไม่กี่นาที
งั้นก็ไปกันเถอะ ไปรอที่จุดเตรียมตัว
บนอัฒจันทร์ เซียวเซียว หลินเหยา และฉางซี นั่งลุ้นกันตัวโก่ง อัตราต่อรองของเซียวหลิงเอ๋อร์พุ่งกระฉูด แทงหนึ่งจ่ายสามร้อย สูงกว่าตอนเซียวเฉินลงแข่งครั้งแรกเสียอีก
เซียวเซียว หนูมั่นใจแค่ไหน ฉางซีถามเสียงเครียด
เซียวเซียวลูบคางครุ่นคิด หนูไม่รู้ฝีมือคนอื่นนะแม่ แต่ได้ข่าวว่าพวกตัวท็อปๆ โดนป๋าเก็บไปหมดแล้วใช่ไหมคะ
ใช่ นายพลเซิ่งกับอวี๋เทียนเย่ที่เคยเป็นตัวเต็งตายหมดแล้ว
งั้นก็หายห่วง เทหมดหน้าตักเลยแม่ ยัยหลิงเอ๋อร์มีฝีมืออย่างน้อยก็เก้าส่วนของป๋า เผลอๆ จะโหดกว่าป๋าด้วยซ้ำ เซียวเซียวฟันธง
ฉางซีตาเป็นประกาย งั้นเราทุ่มไม่อั้นเลย เอาเงินไปคืนหนี้ ผอ.ซือให้หมด
พอนึกถึงว่าสามียังติดหนี้แม่สาวทรงเสน่ห์อย่างซือหรานตั้งสิบสามล้าน แถมแม่นั่นยังมีชื่อเสียเรื่องชอบกินตับผู้ชาย เธอก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจ
หลินเหยารีบเบรก เพลาๆ หน่อยก็ดีนะ
ใส่ไปเลยแม่ หนูเชื่อมือหลิงเอ๋อร์ เซียวเซียวยุส่ง
ฉางซีตัดสินใจเด็ดขาด วางเดิมพันไปสิบล้าน
วันนี้คนดูบางตากว่ารอบแรก เพราะตัวเก่งๆ ตายไปหลายคน แถมเซียวเฉินยังถอนตัวแล้วส่งเด็กกะโปโลมาแทน ทำให้ความน่าสนใจลดลงฮวบฮาบ
พอเงินสิบล้านถูกเทลงไป อัตราต่อรองก็ร่วงกราวรูด
ฉางซีกัดฟัน ใส่เพิ่มไปอีกสิบล้าน
เนื้อแท้ของฉางซีเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย ไม่อย่างนั้นคงไม่ถังแตกอยู่บ่อยๆ
หลินเหยาส่ายหน้า ไม่ห้ามแล้ว เพราะฉางซีเป็นเมียหลวง เธอเป็นเมียรอง ผู้น้อยย่อมต้องฟังผู้ใหญ่
เวทีเริ่มยกตัวขึ้น เหล่านักสู้ปรากฏกายต่อหน้าผู้ชม
แต่พอทุกคนเห็นสภาพของเซียวหลิงเอ๋อร์ เสียงโห่ฮาก็ดังลั่นสนาม
นี่มันล้อกันเล่นหรือเปล่าเนี่ย
เซียวหลิงเอ๋อร์ดูยังไงก็แค่เด็กน้อยใส่ชุดคอสเพลย์สีชมพู สภาพแบบนี้เนี่ยนะจะมาฆ่าแกงใครได้?
...
เซียวเฉินก้าวเท้าเข้าไปในสำนักงาน สายตาปะทะเข้ากับเด็กสาวคนนั้นทันที
เธอสวมชุดจีนโบราณสีแดงเพลิงขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น ชายผ้าพลิ้วไหวราวกับนางสวรรค์หลุดออกมาจากภาพวาด
ใบหน้างดงามหมดจด เครื่องหน้าเป๊ะปังราวกับปั้นแต่ง เธอยืนไพล่หลังด้วยท่าทางหยิ่งทระนง แผ่รังสีสูงศักดิ์จนคนรอบข้างตัวลีบ
[จบแล้ว]