- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งทีขอใช้ชีวิตดี๊ดีในวันสิ้นโลกด้วย ระบบตุนเสบียง
- บทที่ 210 - ล้อมกรอบซานสุ่ย
บทที่ 210 - ล้อมกรอบซานสุ่ย
บทที่ 210 - ล้อมกรอบซานสุ่ย
บทที่ 210 - ล้อมกรอบซานสุ่ย
หลัวหงเซิง ผู้บัญชาการสูงสุด เหงื่อแตกพลั่กจนชุ่มหลัง
ถ้าเมื่อกี้ ยัยนั่นโผล่มาข้างหลังเขา คนที่ตายก็คือเขาน่ะสิ?
แต่ด้วยความเป็นแม่ทัพใหญ่ จะให้สติแตกตามลูกน้องไม่ได้
"ทุกคน! เพิ่มกำลังอารักขาเดี๋ยวนี้!" หลัวหงเซิงตะโกนสั่งการเรียกสติทุกคนกลับมา
ตัวแทนตระกูลหนึ่งถามขึ้นเสียงสั่น "เมื่อกี้ผู้หญิงคนนั้นทำได้ยังไง?"
ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงัน
ตอนนางโผล่มา ไม่มีใครเห็น
แต่ตอนนางหายตัวไป ทุกคนเห็นเต็มสองตา
แค่กะพริบตา นางก็วาร์ปหายไป
หายไปอย่างไร้ร่องรอย
แล้วไปโผล่อีกที่
นี่มันเรื่องเหนือธรรมชาติชัดๆ
"หรือว่า... จะเป็นผู้ปลุกพลังธาตุมิติในตำนาน?" มีคนตั้งข้อสังเกต
"เป็นไปไม่ได้! การปลุกพลังแฝงต้องใช้เวลาฝึกฝนเป็นปีๆ จะมีใครบรรลุได้เร็วขนาดนี้" หลัวหงเซิงแย้งทันควัน
"แต่ถ้าไม่ใช่ธาตุมิติ แล้วจะอธิบายเรื่องเมื่อกี้ยังไง?"
คำถามนี้ทำเอาหลัวหงเซิงเหงื่อตกอีกรอบ
ถ้าศัตรูมีพลังวาร์ปได้จริงๆ ศึกนี้จะสู้ยังไงไหว?
"ถอยทัพดีไหม?" หลายคนเริ่มถอดใจ
"อย่าเพิ่งตื่นตูม" โจวถิง รองผู้บัญชาการลุกขึ้นพูด "ต่อให้เป็นพลังแฝงธาตุมิติข้ามโลกจริง มันก็ต้องมีขีดจำกัด หนึ่งคือระยะทาง ส่วนใหญ่วาร์ปได้ไม่เกินห้าสิบเมตร ขอแค่เราวางกำลังป้องกันรัศมีห้าสิบเมตรให้แน่นหนา ก็ป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอยได้"
"สองคือ จำนวนครั้งในการใช้ ต่อให้เป็นยอดฝีมือก็ใช้วาร์ปได้ไม่เกินห้าครั้งติดต่อกัน พวกมือใหม่เต็มที่ก็ครั้งสองครั้ง" โจวถิงวิเคราะห์ "เมื่อกี้ผู้หญิงคนนั้นใช้ไปแล้วสองครั้ง เชื่อว่าในระยะเวลาสั้นๆ นี้คงใช้ไม่ได้อีก เราแค่เตรียมมาตรการรับมือให้พร้อม ก็ไม่ต้องกลัวแล้ว"
หลัวหงเซิงถอนหายใจโล่งอก "รองฯ โจวพูดถูก มันสู้ซึ่งหน้ากับเราไม่ได้ ถึงต้องใช้วิธีหมาลอบกัดแบบนี้ รอกวาดล้างภูตต้นไม้เมื่อไหร่ พวกมันก็จบเห่"
ห้องประชุมกลับมาสงบลง ทหารองครักษ์ขยายแนวป้องกันออกไปไกลกว่าห้าสิบเมตร เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม
......
ห่างจากกองบัญชาการไปราวหนึ่งกิโลเมตร โม่เสี่ยวถงนัดเจอกับฟ่านมี่มี่
โม่เสี่ยวถงหอบแฮ่กๆ "เมื่อกี้เข้าไปเสียบแม่ทัพมาคนนึง แต่น่าเสียดายไม่ใช่ตัวหัวหน้าใหญ่"
ฟ่านมี่มี่ตบไหล่เพื่อน "แค่นี้ก็เจ๋งแล้ว ถือว่าไปตบหน้าพวกมันฉาดใหญ่ กลับกันเถอะ"
ทั้งสองเพิ่งหันหลังกลับ ก็จ๊ะเอ๋เข้ากับทหารลาดตระเวนกลุ่มหนึ่ง
"หยุดนะ!" ทหารนายหนึ่งเห็นพวกเธอเข้าพอดี รีบยกปืนเล็ง
ฟ่านมี่มี่กับโม่เสี่ยวถงหันหลังวิ่งหนีทันที
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้น
ฟ่านมี่มี่หันกลับไปมองแวบหนึ่ง นิ้วมือขยับเล็กน้อย
ผัวะ!
หน้าผากของทหารคนที่ยิงปืนระเบิดออกเป็นละอองเลือด ล้มตึงลงไปนอนแน่นิ่ง
ทหารคนอื่นที่เหลือตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก รีบหมอบลงกับพื้นกันจ้าละหวั่น
พวกเขางงเป็นไก่ตาแตก ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนั้นทำได้ยังไง แค่สะบัดมือก็ระเบิดหัวคนได้แล้ว?
นี่มันผิดหลักวิทยาศาสตร์ชัดๆ
หรือว่านางจะยิงกระสุนออกจากนิ้วได้?
ผ่านไปพักใหญ่ ทหารที่หมอบอยู่ถึงกล้าเงยหน้าขึ้นดู แต่ก็ไม่เห็นเงาของสองสาวแล้ว
......
กองบัญชาการ
หลัวหงเซิงกับโจวถิงได้รับรายงาน ถึงกับไปไม่เป็น
ผู้หญิงคนเดียว แค่โบกมือ ก็ฆ่าทหารตายคาที่ เรื่องนี้มันเหลือเชื่อเกินไป
ต่อให้เป็นพลังแฝง ก็ไม่น่าจะทำได้ขนาดนี้
แต่โจวถิงฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ สั่งการทันที "ไปผ่าศพดูซิ ว่าหัวกระสุนเป็นแบบไหน"
ผลการตรวจสอบออกมาอย่างรวดเร็ว... กระสุนมาจากปืนของทหารคนนั้นเอง
ความจริงกระจ่าง แต่มันยิ่งทำให้เรื่องราวเลวร้ายลงไปอีก
โจวถิงยื่นรายงานให้หลัวหงเซิง "ท่าน ผบ. ชัดเจนแล้วครับ กระสุนมาจากปืนของคนตายเอง"
หลัวหงเซิงเหงื่อแตกพลั่กอีกรอบ "นายจะบอกว่า... ฐานทัพเฟิงหัวเล็กกระจิ๋วหลิวนั่น มีผู้ปลุกพลังแฝงถึงสองคน?"
"มีแค่คำอธิบายเดียวครับ" โจวถิงหน้าเครียด "คนนึงพลังมิติ อีกคนพลังควบคุมโลหะ"
หลัวหงเซิงตบโต๊ะดังปัง "ถอยทัพ!"
โจวถิงรีบห้าม "ท่าน ผบ. จะถอยง่ายๆ แบบนี้เหรอครับ แล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จะตอบคำถามท่านประธานยังไง?"
หลัวหงเซิงชะงัก เขาเพิ่งได้รับความไว้วางใจจากประธานหนี ขืนถอยทัพกลับไปแบบหางจุกตูด มีหวังโดนเชือดแน่
โจวถิงเสนอ "ยังไงก็ต้องรบสักตังสิครับ"
หลัวหงเซิงหันมาถาม "แล้วจะรบยังไง?"
"ต่อให้พวกมันมีพลังแฝง แต่ระยะทำการจำกัด เราก็ใช้จุดแข็งของเราสิครับ... การโจมตีระยะไกล" โจวถิงเสนอแผน
ตาของหลัวหงเซิงลุกวาว "จริงด้วย! เรามีทั้งรถถัง ปืนใหญ่ แถมยังมีเครื่องบิน จะไปกลัวอะไรกับฐานทัพเล็กๆ"
เขาลุกขึ้นตะโกนสั่งการ "ถ่ายทอดคำสั่ง! ให้รถถังและปืนใหญ่ทุกหน่วย เคลื่อนพลเข้าไปในระยะยิง แล้วระดมยิงปูพรมถล่มเมืองซานสุ่ยให้ราบพนาสูร!"
ค่ายทหารทั้งค่ายวุ่นวายโกลาหล รถรบเคลื่อนขบวนเสียงดังกระหึ่ม
รถยิงจรวดพิสัยไกลเริ่มตั้งฐานยิงเมื่อเข้าสู่ระยะสิบถึงยี่สิบกิโลเมตร
รถถังและปืนใหญ่อัตตาจรเคลื่อนเข้าสู่ระยะยิง เตรียมพร้อมรอคำสั่ง
......
ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ใจกลางเมือง หลงปิงปิงมองดูแนวรบข้าศึกจากระยะไกล มุมปากยกยิ้มอย่างดูแคลน
พวกมันกลัวจนหัวหด คิดจะใช้การโจมตีระยะไกลเพื่อทำลายภูตต้นไม้
ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก
พวกเธอคือผู้ปลุกพลังที่เข้าถึงแก่นแท้ของพลังธรรมชาติแล้ว ไม่ใช่หมูในอวยให้ใครมาเคี้ยวเล่นง่ายๆ
เธอสะบัดมือสั่งการ "ทุกคน กระจายกำลัง! เตรียมรับมือการระดมยิง!"
......
กองบัญชาการพันธมิตร
ภาพจากโดรนแสดงให้เห็นรถรบโอบล้อมเมืองซานสุ่ยไว้ทุกทิศทาง หลัวหงเซิงตื่นเต้นจนเนื้อเต้น ตะโกนลั่น "ยิง!"
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงปืนใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหวไปไกลหลายร้อยกิโลเมตร
รถถัง ปืนใหญ่อัตตาจร ปืนใหญ่ฮาวอิตเซอร์ จรวดหลายลำกล้อง ระดมยิงใส่ภูตต้นไม้อย่างบ้าคลั่ง
ภูตต้นไม้กางตาข่ายกิ่งก้านสาขาขึ้นกลางอากาศ เพื่อสกัดกั้นห่ากระสุนที่พุ่งเข้ามา
การต่อสู้เข้าสู่จุดเดือดตั้งแต่เริ่ม
ภายในเมือง
ผู้คนยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ไปทำงาน จ่ายตลาด ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มีแค่พนักงานกวาดถนนที่ต้องรับบทหนัก
เพราะกิ่งไม้ที่ใช้สกัดกั้นกระสุนปืนใหญ่ แตกกระจายร่วงกราวลงมาเกลื่อนพื้น
กวาดกันมือเป็นระวิง
เศษกิ่งไม้ร่วงใส่หัวชาวบ้านที่เดินไปมา แต่ก็ไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย ทุกคนชินชาเสียแล้ว
ฉากแบบนี้เห็นจนเบื่อ
คนที่มีประสบการณ์หน่อยก็กางร่ม เดินฝ่าฝนเศษไม้กันชิวๆ
พ่อค้าแม่ขายก็กางร่มสนามหน้าร้าน ค้าขายกันต่อไปใต้ร่มเงาแห่งความวุ่นวาย
[จบแล้ว]