- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งทีขอใช้ชีวิตดี๊ดีในวันสิ้นโลกด้วย ระบบตุนเสบียง
- บทที่ 3 - ใจคนยากหยั่งถึงในวันวิปโยค
บทที่ 3 - ใจคนยากหยั่งถึงในวันวิปโยค
บทที่ 3 - ใจคนยากหยั่งถึงในวันวิปโยค
บทที่ 3 - ใจคนยากหยั่งถึงในวันวิปโยค
เซียวเฉินถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เสบียงกองท่วมหัวกับป้อมปราการเหล็กกล้าแห่งนี้ คือหลักประกันว่าโศกนาฏกรรมในชาติก่อนจะไม่มีวันหวนกลับมาทำร้ายเขาได้อีก
ตึง... ตึง... ตึง...
นาฬิกาแขวนผนังตีบอกเวลาเที่ยงคืน
เซียวเฉินใจเต้นระทึก ลุกเดินไปที่หน้าต่างเพ่งมองฝ่าความมืดออกไป
ภาพที่เห็นไม่ต่างจากความทรงจำเลวร้ายในอดีต กลุ่มหมอกสีขาวขุ่นคลั่กเคลื่อนตัวมาดุจคลื่นยักษ์สึนามิ กลืนกินชั้นล่างของตึกรามบ้านช่องหายวับไปในพริบตา
วันสิ้นโลก... มาถึงแล้ว
ไม่มีใครล่วงรู้ว่าหมอกมรณะนี้มาจากไหน
เซียวเฉินหยิบมือถือขึ้นมาเช็ก กลุ่มแชตเงียบสงัด
คงเพราะดึกมากแล้ว คนปกติคงหลับใหล ส่วนพวกนอนดึกก็คงง่วนอยู่กับเกมหรือไถฟีดวิดีโอ ไม่มีใครมานั่งคุยจ้อในกลุ่ม
เขาตัดสินใจพิมพ์ข้อความลงไป : ‘วันสิ้นโลกมาถึงแล้ว ผมมีเสบียงเพียบ ใครอยากฝากตัวเป็นลูกน้อง ทักแชตส่วนตัวมา’
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโพสต์ข้อความในกลุ่ม
เขาเปลี่ยนชื่อโปรไฟล์เป็น ‘จ้าวตึก’ เปลี่ยนรูปประจำตัวใหม่
แถมยังบล็อกเจ้าอ้วนเฝิง คนเดียวที่รู้ไส้รู้พุงเขา และไม่ลืมบล็อกไอ้เจ้าของห้องหน้าเลือดนั่นด้วย
เท่านี้ก็จะไม่มีใครรู้ว่า ‘จ้าวตึก’ ผู้ลึกลับคนนี้คือเซียวเฉิน
รออยู่หลายนาที ไร้เสียงตอบรับ แต่เขาก็ไม่ได้รีบร้อน
วางมือถือลงแล้วทิ้งตัวลงนอน วันสิ้นโลกมาเยือนคราวนี้ เขาจะขอล้างอาย ใช้ชีวิตให้มันสะใจ ให้โลกจำชื่อเขาไว้!
...
เช้าวันรุ่งขึ้น เซียวเฉินลืมตาตื่นคว้ามือถือมาดู แจ้งเตือนกลุ่มไลน์เด้งรัวยิบ 999+ อีกแล้ว
เป็นไปตามคาด
3221 : เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย! ทำไมข้างล่างมีแต่หมอกขาวมองไม่เห็นทางเลย
0909 : เอ๊ะ ไอ้ยูสเซอร์ ‘จ้าวตึก’ นี่ใครกัน มาโพสต์อะไรเพี้ยน ๆ
0720 : แอดมินอยู่ไหน ดีดไอ้บ้านี่ออกไปทีซิ รกกลุ่ม
1212 : เฮ้ย! พวกแกจะมาสนใจคนบ้าทำไม ดูข้างนอกนั่นสิ หมอกลงจัดขนาดนี้จะไปทำงานยังไง
1817 : กลัวอะไรกันนักหนา รัฐบาลไม่ทิ้งเราหรอก แค่หมอกลง อย่าออกไปสูดดมก็สิ้นเรื่อง ถือซะว่าลาพักร้อน รอหมอกจางเดี๋ยวก็กลับมาใช้ชีวิตปกติ
3205 : โลกสวยไปไหมพวกแก สายข่าวฉันบอกว่าจังหวัดข้างเคียงหมอกลงมาสิบกว่าวันแล้ว รัฐบาลยังแก้ปัญหาไม่ได้เลย
0203 : เรื่องใหญ่แล้วแก วันนี้ข่าวเช้าไม่มาเฉยเลย ทีวีเจ๊งหรือเปล่าวะ
2401 : เป็นไปไม่ได้ สัญญาณคงขัดข้องมั้ง เชื่อมั่นในรัฐบาลเข้าไว้ เดี๋ยวหน่วยกู้ภัยก็มา
1516 : ดีเลย ได้หยุดงานยาว โชคดีเมื่อวานตุนบะหมี่ไว้ลังนึง นอนตีป้อมยาว ๆ ไป
3205 : 2401 เลิกหลอกตัวเองเถอะ ทีวีจอดำขนาดนี้ แสดงว่าข้างบนคงวุ่นวายจนคุมไม่อยู่แล้ว
2401 : เหลวไหล! ถ้าคุมไม่อยู่ทำไมเน็ตยังใช้ได้ ไฟไม่ดับ น้ำยังไหล นี่แหละหลักฐานว่าทุกอย่างยังอยู่ในการควบคุม
1111 : เห็นด้วยกับ 2401 ถ้าน้ำไฟยังมา ปกติก็ไม่มีอะไรน่าห่วง อีกไม่กี่วันคงดีขึ้น
3205 : แล้วพวกแกคิดว่าจะมีซอมบี้โผล่มาไหมวะ
จ้าวตึก : ‘วันสิ้นโลกมาถึงแล้ว ผมมีเสบียงเพียบ ใครอยากฝากตัวเป็นลูกน้อง ทักแชตส่วนตัวมา’
...
โพสต์เสร็จเซียวเฉินก็ปิดจอนอนต่อ
เมื่อวานเหนื่อยสายตัวแทบขาด ขอชาร์จพลังหน่อยเถอะ
อีกอย่าง ภารกิจหาลูกน้องคงยังไม่สำเร็จตอนนี้หรอก
ช่วงแรก ๆ ใคร ๆ ก็ยังมีข้าวกิน มีน้ำดื่ม พอประทังชีวิตไปได้ ศักดิ์ศรีมันยังค้ำคออยู่
รอให้อีกไม่กี่วันเถอะ พอท้องหิวไส้กิ่ว ความหิวมันจะกัดกินศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดี
ตอนนั้นแหละถึงจะเป็นเวลาคัดกรองคน
แต่จะรู้ได้ไงว่าใครซื่อสัตย์จริง?
อันนี้แหละปัญหาโลกแตก
เขาลุกมาเปิดทีวี ดูเหมือนสถานีโทรทัศน์จะเริ่มรวนเรจริง ๆ
แทนที่จะเป็นรายการข่าว กลับฉายละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ย้อนยุค
บนหน้าจอ ซุนหงอกงกำลังเงื้อกระบองจะฟาดปีศาจกระดูกขาว จู่ ๆ ภาพก็ตัดซ่า
ผู้ประกาศข่าวสาวสวยคนเดิมโผล่มาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เรียนท่านผู้ชม ขณะนี้เกิดเหตุฉุกเฉินทั่วเมือง หมอกปริศนาปกคลุมส่งผลกระทบต่อการคมนาคมและการทำงาน ทางการกำลังเร่งแก้ไขสถานการณ์อย่างสุดความสามารถ”
“ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าตื่นตระหนก ระบบสาธารณูปโภคทั้งไฟฟ้า ประปา และก๊าซหุงต้มยังคงให้บริการตามปกติ ขอให้ทุกท่านกักตัวอยู่ในที่พักอาศัยจนกว่าหมอกจะจางหายไป”
ซ่า!
ภาพตัดกลับมาที่ซุนหงอกงเงื้อกระบองค้างเติ่ง เตรียมฟาดหัวปีศาจต่อ
เซียวเฉินกดปิดทีวี แล้วหันไปเปิดคอมพิวเตอร์เข้าเกมออนไลน์
โลกข้างนอกจะพินาศสันตะโรแค่ไหน แต่โลกของเหล่าเกมเมอร์ยังคงหมุนต่อไปตราบเท่าที่เซิร์ฟเวอร์ยังไม่ล่ม
ในช่องแชตเกมมีคนบ่นเรื่องหมอกบ้าง แต่ก็โดนด่ากลับทันควัน ‘จะเล่นเกมก็เล่นเงียบ ๆ โว้ย นาน ๆ ทีจะได้หยุดงานไม่ต้องไปออฟฟิศ อย่าเอาเรื่องเครียดมาคุยได้ไหม’
พอเจอประโยคนี้เข้าไป ทุกคนก็กลับเข้าสู่โหมดสงบ ตั้งหน้าตั้งตาตีป้อมกันต่อ
ตราบใดที่เน็ตไม่ตัด วันสิ้นโลกก็เป็นแค่เรื่องขี้ผงสำหรับพวกโอตาคุ
ณ ห้อง 2306 โม่เสี่ยวถงนั่งหน้ามุ่ยจ้องถ้วยบะหมี่ตรงหน้าด้วยความรันทด
สี่สาวเช่าห้องอยู่แยกกันคนละห้องในชั้นเดียวกัน
แม้จะมีครัว แต่พวกเธอไม่เคยทำอาหาร กินเป็นแต่ข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อหรือไม่ก็สั่งเดลิเวอรี่
แค่ต้มบะหมี่ซองเธอยังรู้สึกว่าเป็นภารกิจระดับชาติ
ปกติในห้องเธอจะมีขนมขบเคี้ยวตุนไว้บ้าง แต่อนิจจามันหมดเกลี้ยงพอดี กะว่าจะออกไปซื้อวันนี้ ดันมาติดแหง็กเพราะไอ้หมอกบ้านี่
บะหมี่ซองนี้ก็ต้องบากหน้าไปขอยายหลงปิงปิงห้องตรงข้ามมา
พูดถึงหลงปิงปิงแล้วก็ของขึ้น ยายนั่นเพิ่งหอบถุงขนมถุงใหญ่กลับมาแท้ ๆ พอเธอไปขอแบ่ง ดันเจือกให้มาแค่บะหมี่ซองเดียว งกชะมัด!
กลิ่นผงชูรสของบะหมี่ลอยมาเตะจมูก โม่เสี่ยวถงเบ้หน้าด้วยความสะอิดสะเอียน
แต่ความหิวไม่เข้าใครออกใคร เธอจำใจฝืนกลืนเส้นอืด ๆ ลงคอไปได้ครึ่งถ้วยก็วางช้อน
เทที่เหลือทิ้งลงชักโครกอย่างไม่ไยดี
อาหารขยะพรรค์นี้ คนเขากินกันลงไปได้ยังไง
รสชาติสังเคราะห์ชวนอ้วก สู้สเต๊กเนื้อนุ่ม ๆ หรือสลัดผักสด ๆ ไม่ได้สักนิด
ความหิวผสมความเพลียทำให้เธอทิ้งตัวลงนอน หลับไปอย่างสะลึมสะลือ
ตัดภาพมาที่ห้อง 2308
หลงปิงปิงยืนเหม่อมองหมอกขาวนอกหน้าต่าง ใบหน้าสวยหวานฉายแววกังวลลึก ๆ
เสียงเรียกเข้าดังขึ้น เธอกดรับ สายจากแม่นั่นเอง
“ลูกแม่ ได้ข่าวในกลุ่มไหม เขาว่าเป็นวันสิ้นโลกแล้วนะ หมอกนี่คงอยู่อีกนาน ลูกต้องใจแข็งเข้าไว้นะ ห้ามแบ่งของกินให้ใครเด็ดขาด ทางที่ดีไปหลอกเอาของคนอื่นมาตุนไว้ที่ห้องเราให้หมด เข้าใจไหม!”
“เข้าใจแล้วค่ะแม่” หลงปิงปิงวางสาย ถอนหายใจเฮือกใหญ่ นัยน์ตาคู่สวยเต็มไปด้วยความสับสน
เมื่อกี้ที่แบ่งบะหมี่ให้โม่เสี่ยวถงไปซองเดียว เธอก็รู้สึกผิดจะแย่อยู่แล้ว
ยังไงก็เพื่อนกันแท้ ๆ
เพื่อนไม่มีจะกิน
แต่ให้ไปแค่ซองเดียว... มันจะดูแล้งน้ำใจไปไหมนะ
[จบแล้ว]