เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 301 - ฉันคือพ่อของพวกนาย (2) [02-04-2020]

บทที่ 301 - ฉันคือพ่อของพวกนาย (2) [02-04-2020]

บทที่ 301 - ฉันคือพ่อของพวกนาย (2) [02-04-2020]


บทที่ 301 - ฉันคือพ่อของพวกนาย (2)”

ระหว่างที่ยูอิลฮานกำลังสร้างปาฏิหาริย์อยู่ สมาชิกปาร์ตี้ของยูอิลฮานก็กำลังพิชิตโลกระดับสูงอยู่อีกแห่งหนึ่ง

[พวกเธอไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้มาต่อต้านกองกำลังสิ่งมีชีวิตชั้นสูง?]

คนที่ถามคำถามนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายก็คือเทวดาตกสวรรค์เซีย ผู้เฝ้าดูแลโลกระดับสูงเฟียต้าที่เป็นของกองทัพจรัสแสง เทวดาตกสวรรค์ส่วนใหญ่ได้ตายลงไปแล้วจากการระดมยิงจากป้อมปราการ และหลังจากต่อสู้กันพักหนึ่งทำให้ตอนนี้เหลือเขาอยู่เพียงคนเดียว

"กล้าอะไรของนาย ถ้าเรากล้ากันจริงๆเราจะไม่ทำแบบนี้แน่ ที่พวกเราทำแค่นี้ก็เพราะว่าฉันกลัวว่าคนที่ฉันรักแล้วก็เพื่อนๆที่มีค่าจะตายทั้งหมด และในสุดท้ายก็เพราะว่าฉันอาบแล้วก็อ่อนแอด้วย"

เลียร่าได้ตอบกลับมา คนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มแน่นอนว่าคือเฮเรียน่า แต่ว่าในด้านความแข็งแกร่งทางร่างกายเธอยังด้อยกว่าเลียร่าทำให้หลังจากเลียร่าแยกจากยูอิลฮาน เลียร่าก็ได้มาทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มนี้

"แต่ไม่ว่ายังไงเราก็ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะพูดเรื่องนั้นกัน ถึงฉันจะไม่ใช่ฝ่ายถูกก็ตาม แต่... นี่คือสงคราม เพราะแบบนี้เราถึงได้มีชีวิตอยู่มาจนถึงตอนนี้"

[ทูตสวรรค์ชั้นสูงที่เสียปีกไป เลียร่า... เธอยินดีกับการเป็นสุนัขของมนุษย์งั้นหรอ!?]

"สุนัขมันก็ยังฉลาดกว่าคนคุยไมรู้เรื่องแบบนี้ซะอีก"

เลียร่าได้หยักไหล่ออกมาและยกหอกของเธอขึ้น ด้วยความรักที่สุดแสนจะลึกซึ้งของเธอได้ทำให้หอกทรงพลังขึ้นและในตอนนี้พลังโจมตีมันก็เกินกว่า 16,000 ไปแล้ว ความรักของเธอได้กลายไปเป็นจ้าวแห่งโลหะทั้งมวลที่ทำให้หอกของเธอทรงพลัง

"เข้ามาสิ ฉันจะจัดการนายแบบ 1 ต่อ 1 ให้ดู"

[เธอมันโง่ขนาดไหนกันถึงได้มาสู้กับฉันทั้งๆที่ฉันยังมีพลังในฐานะคลาส 6 อยู่ทั้งหมดในขณะที่เธอเสียมันไปแล้ว]

"ไม่ว่าฉันจะโง่หรือไม่ก็ตามเรื่องนี้มันจะถูกตัดสินหลังจากเราปะทะกันนี่?"

[เธอกล้างั้นหรอ...!]

แน่นอนว่าเลียร่าก็ไม่ได้ประมาท เธอได้ดึงพลังเวทย์ของเธอออกมาเสริมพลังกับชุดเดรสรบของเธอซึ่งยูอิลฮานได้ทำให้เธอรวมถึงเครื่องประดับต่างๆด้วย อีกทั้งเธอยังได้รับพรจากนายูนาและมีความมั่นใจที่จะเอาชนะศัตรูได้เท่านั้นเธอถึงจะพุ่งออกไป หากว่าเธอมาคนเดียวมันจะต่างออกไปแน่ แต่ว่าในตอนนี้ตัวเธอได้มากับคนจำนวนมากที่จะปกป้องและความคาดหวังมากมายที่เจอ

[คุณได้รับค่าประสบการณ์]

"ฟู่ จบซักที"

หนึ่งนาทีหลังจากการต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้นเลียร่าก็ได้จัดการฆ่าเซียและทำให้หอกของเธอที่มีพลังเวทย์ทำให้สั่นสงบลง เธอยังได้เก็บเอาศพมาเช่นกัน เฮเรียน่าที่เฝ้ามองมาตลอดก็อุทานขึ้นมา

[สไตล์การต่อสู้ของเธอดูคล้ายของที่รักเลยนี่]

"แน่อยู่แล้วสิ ก็ฉันนี่แหละที่สอนเขาใช้หอก"

[แล้วเธอรู้สึกยังไงมั้งล่ะกับการที่ถูกที่รักทิ้งห่างไปไกลแล้วน่ะ? หืมม เป็นยังไงมั้ง?]

"ฉันชอบนะ ฉันรู้สึกภูมิใจแล้วก็พอใจมากที่ฉันได้มีส่วนสำคัญทำให้อิลฮานเป็นอย่างทุกวันนี้ ฉันรู้สึกว่าฉันเป็นส่วนหนึ่งของเขาต่อให้เราแยกกันอยู่"

[...ชิ]

เฮเรียน่าพยายามจะแหย่เลียร่าแต่แล้วเธอก็ต้องเดาะลิ้นออกมาเมื่อได้เห็นรอยยิ้มมีความสุขของเลียร่า

สมแล้วที่เธอได้รับพรจากเทพแห่งความรัก ถึงแม้ว่าเฮเรียน่าจะรักยูอิลฮานจริงๆ แต่หากเทียบกับเลียร่าแล้วเธอก็ยังแค่เด็กๆ

"งั้นนี่ก็จบแล้วสินะ ถ้างั้นเราควรจะไปโลกต่อไปเลยดีป่ะ? เป็นกองทัพจรัสแสงอีก..."

"จะเกิดอะไรขึ้นกันถ้าซาตานเคลื่อนไหว?"

[ถ้าซาตานเคลื่อนไหว ถ้างั้นผู้นำกองกำลังอื่นๆก็จะเคลื่อนไหวเหมือนกัน เพราะงั้นนั่นจะเป็นเวลาที่ทุกๆกองกำลังเข้าสู่สงครามเพื่อจับตัวเขา แล้วนั่นก็เป็นสิ่งที่ที่รักเล็งอยู่เหมือนกัน]

"ในเวลานั้นเราจะไม่ตายกันหรอ~!?"

นายูนาได้ตะโกนออกมาอย่างตกตะลึง แต่เฮเรียน่าก็หยักไหล่ออกมา

[ฉันกำลังจะบอกว่าต่อให้เป็นแบบนี้ ทุกๆอย่างก็จะจบลงบนโลก และนี่ก็เป็นเหตุุผลที่แผนของที่รักจะทำให้ผู้นำแต่ล่ะกองกำลังอ่อนแอที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอลืมเรื่องนี้ไปแล้วงั้นหรอ?]

ดวงตาเฮเรียน่าได้ส่องประกายลึกลับออกมา

[เหตุผลของที่รักคือทำให้เราได้รวบรวมมันทึกให้มากๆ แล้วก็เหตุผลที่ที่รักเอาตัวเองไปในที่ที่อันตรายที่สุดทั้งหมดก็เพื่อปลุกพลังขึ้น ที่รักคือหัวหน้ากองกำลังสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่สมบูรณ์แบบที่สุด... ในเวลานั้นพวกเราก็ไม่จำเป็นต้องกลัวหัวหน้ากองกำลังอื่นๆอีกต่อไปแล้ว]

"ทุกๆอย่างจะเปลื่ยนแปลงไปในเวลานั้นสินะ~?"

[แน่นอนสิ... ไม่สิ บางทีที่รักอาจจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดและรุ่งโรจน์ที่สุดเลยก็ได้]

เมื่อคิดถึงพระเจ้าของกองทัพสวรรค์แล้วคำพูดของเฮเรียน่าเป็นคำที่พยาบคายมาก แต่ว่าสำหรับคนที่นี่ ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นเลยแม้กระทั่งเลียร่ากับเอิลต้าก็ยังมีความเชื่อในพลังพระเจ้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จริงๆแล้วพวกเธอก็อยากจะให้เป็นแบบนี้ด้วย

[แล้วก็นะคุณผู้หญิง เมื่อไหร่เธอจะสร้างประตูมิติล่ะ?]

เฮเรียน่าที่หลังจากพูดคำยกย่องยูอิลฮานแล้วรู้สึกอายขึ้นมาได้หันหน้าไปหาคังมิเรย์ ยังไงก็ตามสีหน้าของคังมิเรย์ค่อนข้างจะ ไม่สิ มืดมนเอามากๆ

"ฉันพยายามแล้ว แต่ว่าเปิดประตูมิติไม่ได้เลย"

[แต่ความสามารถของเธอคือการสร้างประตูมิติทีพาไปโลกอื่นนี่]

"มีการแทรกแซงจากองค์ประกอบภายนอกอยู่ กระทั่งส่งข้อความไปหาอิลฮานยังไม่ได้เลย ฉันคิดว่าความสามารถนี้จะไม่ถูกขัดขวางโดยใครก็ตามที่อยู่ในบันทึกนภาซะอีกนะ..."

[..ว่าไงนะ?]

เฮเรียน่าได้ถามกลับไป

[แม้กระทั่งอาร์ติแฟคที่ที่รักให้เรามาก็ใช้ไม่ได้ผลงั้นหรอ?]

ไมเพียงแต่ความสามารถของมิเรย์เท่านั้นที่ถูกขัดขวาง แต่ยังมีบางอย่างแทรกแซงอาร์ติแฟคของยูอิลฮานด้วยทั้งๆที่เขาคือคนที่ไปถึงในระดับการสรรสร้างแล้วเนี้ยนะ? เฮเรียน่าได้หันมาตรวจอาร์ติแฟคของเธอและพบว่านี่มันคือเรื่องจริง

เลียร่าก็รู้ว่าเครื่องสื่อสารอะไรก็ตามได้ถูกตัดขาดไปทั้งหมดและหันมาถามเฮเรียน่าด้วยเสียงสั่นๆ

"...ซาตานปรากฏตัวหรืออะไรงั้นหรอ?"

[ต่อให้เป็นซาตานก็ไม่อาจจะขัดขวางอาร์ติแฟคของที่รักได้ นี่มันคือ...]

[สถานการณ์ที่คาดไม่ถึง]

ก่อนที่เลียร่าจะพูดข้อสรุปออกมาก็ได้มีน้ำเสียงดังขึ้นมาทั่วทั้งเฟียต้าโดยที่ไม่ใช่เสียงของใครในที่แห่งนี้ทั้งนั้น น้ำเสียงนี้ทั้งไม่สูงไม่ต่ำ ไร้ซึ่งอารมณ์ เป็นแค่น้ำเสียงเรียบเฉยที่ไม่อาจจะระบุเพศได้

[กองกำลังที่ห้าแห่งบันทึกนภา]

เจ้าของเสียงได้ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดูรูปร่างเหมือนกับมนุษย์ แต่ว่าร่างกายนั้นผอมบางมีหมอกแสงออกมาจากทุกๆด้าน

[กำจัดกองกำลังนี้้ก่อนที่พวกเขาจะได้รับพลังในการต่อต้านสวรรค์]

พวกนี้นี่เป็นตัวตนที่แตกต่างไปจากทุกๆเผ่าพันธ์ที่พวกเขารู้จัก - มีปีกอยู่หกข้างที่ดูเหมือนจะลอยไปตามลม รวมไปถึงวงแหวนที่กระพริบอยู่บนหัวของพวกมัน

[ไม่มีทาง...]

เมื่อเห็นเลียร่าได้เห็นแบบนี้น้ำเสียงเธอได้สั่นออกมา เอิลต้ากับเลียร่าก็เช่นกัน

"นั่นมันทูตสวรรค์?"

"แต่สำหรับการเป็นทูตสวรรค์..."

[กำจัด]

'มัน' ได้ยกส่วนที่คล้ายกับแขนมนุษย์ยิงลำแสงเข้าใส่ป้อมปราการลอบยฟ้า ทุกๆคนต่างก็รู้ได้ว่านี่คือวิกฤติใหญ่และมิสทิคได้ตะโกนออกมา

[ทุกๆคนเข้ามาในป้อมปราการ!]

ในทันทีที่ทุกคนทำตามคำแนะนำของมิสทิค บาเรียก็ได้โผล่ขึ้นมาปกคลุมทั้งป้อมปราการลอยฟ้าทันที และในเวลาเดียวกันเกราะโลหะของเคลาทูตก็โผล่ขึ้นมาปกคลุมบาเรียอีกชั้นหนึ่ง! จากนั้นทั้งชั้นบาเรียและเกราะโลหะก็ได้เริ่มหมุน 'มัน' ที่ได้ยิงน้ำแสงออกมาได้ปะทะเข้ากับเกราะโลหะนี้ทำให้เกิดการระเบิดขึ้น

[กรี๊ดดดดดดด แกร่งมาก! แกร่งไปแล้ว! นี่มันบ้าอะไรกันเนี้ย ฉันไม่คิดว่าเลยว่านี่เป็นมานา!]

""ฉันจะช่วยเธอเอง! ท่านหญิงเรย์น่าพวกเราต้องการพลังของท่านในทุกๆส่วน แม้กระทั่งในตอนท่านดูดนมแม่อยู่ก็ตาม"

"เทพธิดาคนนี้คงจะไปจำวัยเด็กของเธอได้หรอก!?"

นายูนาได้รีบใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทำการเสริมพลังให้กับมิสทิค พลังของเทพธิดาคือการฟื้นฟูและป้องกัน! พลังศักดิ์สิทธิ์นี้ได้โผล่ขึ้นทั่วทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ทำการเติมเต็มช่องวางของบาเรียและเสริมพลังขึ้น แต่ถึงแม้จะทำทั้งหมดนี่การจะป้องกันลำแสงก็ไม่ง่ายเลย

นี่คือสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่พวกเธอเคยเจอ ที่น่ารำคาญยิ่งกว่าเดิมก็คือพวกเธอไม่รู้กระทั่งตัวตนของสิ่งนี้

"นี่มันมอนสเตอร์บ้าอะไรกันเนี้ย ถ้าอิลฮานอยู่เขาก็คงจะใช้สกิลบันทึกดูออกได้ทันที... อ๊า"

ในเวลาต่อมาเธอก็นึกขึ้นได้ว่าเธอจะพึ่งยูอิลฮานอีกแล้วและตบปากตัวเองไว้แม้ว่าอิลฮานจะยอดเยี่ยมมากๆก็จริง แต่ครั้งหนึ่งเธอก็เคยอยู่ในจุดสูงสุดของโลกเธอแต่กลับมามองหาความช่วยเหลือเนี้ยนะ! เธอได้เม้มริมฝีปากและยกหอกขึ้น

"ไม่ ถ้าเราไม่รู้ ถ้างั้นก็ค้นหาสิและค่อยเอาชนะมัน...!"

[มาร่วมมือกันอดีตทูตสวรรค์ ฉันไม่กล้าปล่อยให้เธอถูกเจ้านี่ฆ่าหรอกนะ เพราะถ้าแบบนั้นที่รักได้เกลียดฉันพอดี]

[ดูเหมือนว่าข้าจะต้องช่วยเหมือนกัน]

เลียร่า เฮเรียน่า โอโรจิได้ก้าวผ่านบาเรียออกมา แม้ว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตนี่จะยิงลำแสงที่ทรงพลังเทียบเท่าบาเรียของยูอิลฮานแต่ว่าดวงตาของพวกเธอก็ยังเต็มไปด้วยเจตจำนงในการต่อสู้ มิสทิคได้ส่งกระจกนับไม่ถ้วนออกมาช่วยด้วย

[แม้ว่ามันน่าจะเป็นมานา แต่ฉันก็รู้สึกว่ามันต่างออกไปเล็กน้อยเพราะงั้นระวังตัวด้วย! ฉันจะลองวิเคราะห์และสะท้อนกลับไปเอง... แต่ว่าอย่าเชื่อในกระจกมากนักล่ะ!]

"เข้าใจแล้ว"

ตำแหน่งสมบูรณ์แล้ว ข้างหลังพวกเธอมีคิมเยซอล คังมิเรย์ และเอิลต้าที่เตรียมเวทย์ เป้าหมาของพวกเธอก็คือหาจุดอ่อนของมันแล้วก็หยุดไม่ให้มันสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้ เจ้าสิ่งมีชีวิตคล้ายทูตสวรรค์ก็ดูจะสังเกตุเห็นพวกเธอแล้วเช่นกัน

[กำลังเพิ่มการคาดการณ์ศักยภาพ กำลังโหลดบันทึกเพิ่มเติมจากบันทึก]

มันยังคงพูดอะไรที่ไม่รู้เรื่องออกมาอยู่ดี ยังไงก็ตามมีเรื่องหนึ่งที่มั่นใจได้เลยว่ามันจะต้องมีอะไรอยากผู้บงการที่วางแผนทุกๆอย่างอยู่แน่

"งั้นดูเหมือนว่าเราจะเข้าใกล้บอสสุดท้ายแล้วนะ นอกจากนี้มันยังดูเหมือนเจ้านี่จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับทั้งสี่กองกำลังเลย มันจะต้องมาจากองค์กรที่ต่างออกไปแน่นอน"

"ตอนนี้พี่สาวเลียร่ากำลังพูดเหมือนอิลฮานเลยล่ะ~!"

[...ยกระดับความอันตรายของศัตรู]

แม้กระทั่งศัตรูก็ยังตกใจกับการคาดเดาของเลียร่า! ยังไงก็ตามสถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย มันยังคงโจมตีป้อมปราการณ์อยู่ถึงแม้ว่าจะมองมาที่เฮเรียน่า เลียร่าและโอโรจิ

[กำจัด]

ลำแสงได้ถูกยิงออกมาแล้ว แต่ก็เพราะว่าการที่มันพูดพร้อมกับโจมตีเหมือนหุ่นยนต์สมัยเก่าทำให้ทุกๆคนหลบออกไปได้อย่างรวดเร็ว

[กำจัด]

"ชิ นี่มันครั้งที่สองแล้วนะ"

[น่ารำคาญจริงๆเลย!]

ถ้าว่าพวกเธอไม่ได้มีการตอบสนองที่เทียบได้กับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงพวกเธอก็จะต้องตายไปในทันทีโดยที่ไม่มีโอกาสได้หลบเลย หลังจากที่มันได้เล็งเป้าหมายแล้วดูเหมือนมันจะยังไม่พอใจกับการโจมตีเพียงครั้งเดียวทำให้มันโจมตีออกมาอย่างต่อเนื่อง นี่มันดูเหมือนกับว่าพวกเธอกำลังเผชิญหน้ากับพันนัยน์ตาอยู่ พวกเธอไม่มีโอกาสจะโต้กลับไปได้เลย

[ฉันจะเปิดทางให้เอง]

มิสทิคไม่อาจจะทนได้อีกแล้ว เธอได้ส่งกระจกส่วนใหญ่ออกมาโจมตีในครั้งเดียวอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น แต่ว่ามนก็ได้เตรียมการมาอย่างดีเช่นกัน

วงแหวนบนหัวมันสว่างขึ้นเล็กน้อยและก็เกิดวงแหวนขึ้นสามเมตรรอบตัวในทันทีก่อนที่จะหมุนอย่างต่อเนื่องเพื่อทำการป้องกัน นี่มันดูเหมือนกับเกราะโลหะบาเรียของป้อมปราการลอยฟ้าอย่างมาก!

"เจ้านี่มันเคลื่อนไหวเหมือนกับว่า..."

ก่อนที่เลียร่าจะได้พูดจบนั้นเอง

[ทำลาย]

[กรี๊ดดดดด]

ในท้ายที่สุดก็มีบางอย่างเกิดขึ้น ม่านปีกทั้งหมดของมันได้ยื่นออกมาพร้อมๆกันกับการยิงลำแสงเพื่อทำลายกระจกแห่งการทำลายไปหลายอันในทันที! จำนวนชัดๆที่ถูกทำลายไปก็คือ 4 อันพอดี มิสทิคได้ตะโกนออกมาทันที

[ไม่นะ พันนัยน์ตาได้กลายเป็นพันนัยน์ตาแล้ว!]

"นี่่ไม่ใช่เวลามาเล่นมุขนะ! ฉันคิดว่าเจ้านี่น่าจะกำลังเรียนรู้สกิลจากการใช้รูปแบบการโจมตีของเรา! แถมการกระทำของมันก็ยังเหมือนกับลูกน้องของบอสสุดท้ายเลย!"

ดวงตาเฮเรียน่าได้เป็นประกายขึ้นมาหลังจากได้ยินคำพูดของเลียร่า ตัวเธอไม่ได้มีความสามารถทางร่างกายมากนักทำให้เธอต้องวุ่นวายไปกับการหลบลำแสงพวกนี้ แต่ว่าหากว่ายิ่งเวลาผ่านไปศัตรูยิ่งแกร่งขึ้นถ้างั้นพวกเธอจะทนไว้แบบนี้ไม่ได้ตลอดแน่

[โอ้ ตอนนี้ก็เก็บเทคนิคของเธอไว้ก่อนแล้ว ดูเหมือนว่าจะถึงตาฉันแล้วสินะ เลียร่าเธอเปิดทางให้ฉันทีได้ไหม? มาเอาชนะมันด้วยกันเถอะ]

"...ฮึ่ม ได้สิ ตามฉันมาเฮเรียน่า"

อดีตทูตสวรรค์กับอดีตผู้บัญชาการกองทัพปีศาจได้รวมทีมกันแล้ว หลังจากเฮเรียน่าได้เข้าไปหาเลียร่า เลียร่าก็ได้ยกหอกของเธอขึ้นมาสูดหายใจเข้าลึกๆและพุ่งออกไป

[ความสำคัญของเป้าหมายที่จะกำจัด]

"ใครบอกกัน คนที่จะถูกกำจัดคือแกนั่นแหละ"

[เข้าไปใกล้อีกนิด... นั่นแหละ]

ด้วยหอกสั่นสะเทือนในมือของเลียร่าทำให้เธอสามารถจะหักเหลำแสงออกไปได้! คลื่นกระแทกของเธอได้จัดการทำลายลำแสงออกไปด้วย! และเฮเรียน่าก็ได้เข้าถึงตัวมันในทันที

[เธอรู้ไหมว่าที่รักได้ข้อร้องฉันไว้... แล้วฉันก็ไม่ใช่คนที่จะปฏิเสธคำขอของที่รักได้ด้วยสิ]

นี่คือเวลาที่เธอได้ตั้งใจมากที่สุดนับตั้งแต่ที่เธอได้เกิดใหม่ขึ้นมา เฮเรียน่าได้รวมพลังเสน่ห์ทั้งหมดไว้ที่ปลายนิ้วและสัมผัสเข้าไปที่ศัตรูในตอนที่มันไร้ซึ่งการป้องกันใดๆหลังจากถูกเลียร่าโจมตี เสน่ห์ที่ไม่มีชายใดเอาชนะได้ได้เริ่มไหลเข้าไปในตัวมัน

[เพราะงั้นช่วยตายไปหน่อยได้ไหม?]

[กำลังเปลื่ยนลำดับความสำคัญเป้าหมาย]

ยังไงก็ตามมันก็ยังคงตอบกลับมาอย่างไร้อารมณ์

[กำจัดศัตรูที่ขัดขวางการเคลื่อนไหวมากที่สุด]

[กรี๊ดดดด]

ลำแสงของมันได้เจาะทะลุท้องของเฮเรียน่าก่อนที่เลียร่าจะได้ทำอะไรซะอีก

จบบทที่ บทที่ 301 - ฉันคือพ่อของพวกนาย (2) [02-04-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว