เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 - เชิญเทพเข้าง่าย ส่งเทพออกยาก

บทที่ 71 - เชิญเทพเข้าง่าย ส่งเทพออกยาก

บทที่ 71 - เชิญเทพเข้าง่าย ส่งเทพออกยาก


บทที่ 71 - เชิญเทพเข้าง่าย ส่งเทพออกยาก

เหล่าเกจิอาจารย์ที่เหลืออยู่ ทนรับความล่มสลายในใจไม่ไหว บ้างก็โดนผลกระทบจากการดับสูญของอรหันต์...

กลุ่มใหญ่กลายเป็นเถ้าถ่าน ลอยล่องไปในฟ้าดินตามรอยรุ่นพี่ไป

เหลือรอดอยู่เพียงไม่กี่คน

มองดูความพินาศย่อยยับตรงหน้า ใบหน้าแก่ชราซีดเผือดไร้สีเลือด

"อาตมาบอกแล้ว มังกรชั่วตัวนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้"

มองดูฉากอันน่าสลดใจ เยา กว่างเสี้ยว มีสีหน้าเรียบเฉย

แต่สภาพจิตใจของเขากลับไม่ได้สงบนิ่งเหมือนที่แสดงออก

เขาเคยคาดการณ์ไว้แล้วว่าคำสาปเลือดคุณไสยอาจจะล้มเหลว จึงได้ติดต่อฝ่ายพุทธไว้ เดิมทีเขาคิดแค่ว่าจะยอมดับสูญไปคนเดียวก็จบเรื่อง

แต่ใครจะไปคิด ฝ่ายพุทธดันเสนอหน้าเข้ามาเอง รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ จะกำจัดมังกรชั่วตัวนี้ให้สิ้นซาก

สมยอมกันทั้งสองฝ่าย

แบบนี้ ปฏิเสธยากจริงๆ!

อย่างมากที่สุด หลังจบเรื่องเขาก็แค่เขียนฎีกาถวายฮ่องเต้ใหม่ ให้ "ดูแล" ฝ่ายพุทธเป็นพิเศษหน่อย รอจนหลานฮ่องเต้ครองราชย์ค่อยลงมือ

ถึงตอนนั้นฝ่ายเต๋าก็น่าจะฟื้นตัวแล้ว

พอดีเข้าสู่รอบใหม่ของการตัดกำลังกันเอง

ทำแบบนี้ แม้จะไม่เด็ดขาดเท่าการตัดขาดฟ้าดิน แต่ผลกระทบของพุทธและเต๋าที่มีต่อราชวงศ์และต่อแผ่นดินต้าหมิงก็จะจำกัดวงแคบลง บวกกับเทพบนสวรรค์และบนดินที่เสื่อมถอยไปพร้อมกับกฎเกณฑ์...

พอมองเห็นภาพเลยว่า อนาคตจะสดใสแค่ไหน!

แต่คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเจ้ามังกรชั่วตัวนี้จะเติบโตเกินกว่าที่ใครคาดคิด

คำสาปเลือดเอามันไม่ลง พระอรหันต์สามองค์ก็พลาดท่า แถมตอนนี้ยังมีองค์หนึ่งเปลี่ยนจากพุทธเป็นมาร กลายเป็นปัญหาใหญ่เสียอีก

ในใจขบคิดหาวิธีแก้ไข เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาเต็มหน้าผากของเยา กว่างเสี้ยว

"ท่านราชครู?"

หลวงจีนชราเห็นเยา กว่างเสี้ยว นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา

เขาก็เริ่มลนลาน

ครั้งนี้ระดมเกจิอาจารย์จากหลายสิบสำนักทั่วต้าหมิง อัญเชิญพระธาตุของบรรพชนผู้ทรงศีลหลายร้อยองค์

รบครั้งเดียว เกลี้ยง!

นี่ไม่ใช่แค่บาดเจ็บสาหัสแล้ว

แต่วงการสงฆ์ถึงขั้นขาดช่วง ขาดผู้สืบทอดกันเลยทีเดียว

เทียบได้กับการกวาดล้างพุทธศาสนาในยุคสามอู่ หรือเผลอๆ จะหนักกว่าด้วยซ้ำ

ยุคนั้นเป็นการล้างบางพุทธศาสนาทั้งหมด

ไม่แบ่งแก่แบ่งหนุ่ม ไม่แบ่งสูงแบ่งต่ำ

หลังจากนั้น พุทธศาสนานิกายทักษิณและนิกายปัจจิมก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

มีเพียงนิกายเซนที่รอดตัวมาได้โดยเสียน้อยที่สุด เพราะกฎระเบียบที่ให้พระทำนาหากินเอง จึงเข้ายึดครองและกลืนกินฐานอำนาจของพุทธศาสนามาเป็นของตน

อีกอย่าง การกวาดล้างยุคสามอู่เน้นไปที่คัมภีร์และวัดวาอาราม การฆ่าฟันพระสงฆ์ไม่ได้รุนแรงมาก คัมภีร์หายไป แต่คนยังอยู่

แต่ครั้งนี้

เพราะความโลภ ทำให้เกจิอาจารย์หลายร้อยรูปต้องมรณภาพ

เสูญเสียบุคลากรชั้นนำไปมากมายไม่พอ การมรณภาพกะทันหันแบบนี้ทำให้ไม่มีพระธาตุหลงเหลืออยู่เลยสักเม็ด อย่าหวังถึงร่างสังขารไม่เน่าเปื่อยเลย พระธาตุของบรรพชนที่แต่ละวัดเก็บรักษาไว้ราวกับไข่ในหินก็พลอยหายวับไปกับตา

ไม่มีพวกเขาแล้ว แต่ละวัดจะให้สามเณรน้อยขึ้นมาเป็นเจ้าอาวาส เป็นผู้อาวุโสหรือไง?

หลังจากนี้ต้องมีวัดนับไม่ถ้วนที่ต้องปิดตัวลงอย่างแน่นอน

และยังมีพื้นที่อีกมากมาย ที่ต้องถอนตัวออกมาเพราะขาดแคลนคน ปล่อยให้ฝ่ายเต๋าเข้ามาชุบมือเปิบยึดวัดและศรัทธาของชาวบ้านไปฟรีๆ

เจ็บ!

เจ็บปวดเหลือเกิน!

"อาตมาจะถวายฎีกาต่อฝ่าบาท ช่วยพูดให้ร้ายกลายเป็นดีแก่เหล่าเกจิอาจารย์ คิดว่าน่าจะพอมีผลบ้าง!"

มองดูแววตาเว้าวอนคู่นั้น เยา กว่างเสี้ยว ให้คำมั่นสัญญา

ถึงแม้พวกพระจะมีปัญหาเยอะ

แต่จะทุบให้ตายสนิทเหลือแค่ฝ่ายเต๋าก็ไม่ได้

เพราะมีบทเรียนจากอดีต ราชวงศ์ฮั่นสี่ร้อยปีถูกบั่นทอนกำลังจนย่อยยับ... แม้ตอนนี้จะดูเชื่องขึ้นมาก แต่ก็ประมาทไม่ได้ เก็บฝ่ายพุทธไว้คานอำนาจน่าจะดีกว่า

"ไม่ต้องขอแล้ว ยิ่งขอก็ยิ่งเป็นภัย พวกท่านไปเถอะ!"

สิ้นเสียงของเยา กว่างเสี้ยว เกจิอาจารย์ที่เหลือก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป กลายเป็นเถ้าถ่านปลิวว่อนไปทั่วฟ้า

ส่วนเยา กว่างเสี้ยว เดินขึ้นไปบนแท่นพิธี

แม้คนที่คอยทำพิธีจะไม่อยู่แล้ว แต่ผลของพิธีคงไม่หายไปเร็วขนาดนั้น พอดีให้เขารับช่วงต่อทำอย่างอื่น

จากนั้น เขาก็ล้วงเอาตราหยกสี่เหลี่ยมขนาดสี่นิ้ว มีหูจับลายมังกรห้าตัวพันกัน ออกมาจากอกเสื้อ ถอนหายใจด้วยความอาลัย:

"รับโองการจากสวรรค์ อายุยืนยาวนิรันดร์ ของวิเศษที่อดีตฮ่องเต้ตามหามาตลอดรัชศกหงอู่ บัดนี้แย่งชิงกลับมาได้แล้ว แต่กลับไม่สามารถส่งต่อให้ลูกหลานได้ เฮ้อ!"

กรีดข้อมือ

ใช้เลือดแทนหมึก เขียนตัวอักษรและคาถาบางอย่าง

ทำเสร็จแล้ว เขาก็หยิบราชโองการฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ วางลงบนโต๊ะ

ตราหยกแผ่นดินที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคก่อนราชวงศ์ฉิน ดูดซับดวงเมืองของราชวงศ์มาทุกยุคทุกสมัย อานุภาพของมันเหนือกว่าราชโองการของฮ่องเต้หงอู่ถึงสามส่วน

ยิ่งไปกว่านั้น ความชอบธรรมของมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ราชโองการจะเทียบได้

ตราหยกแผ่นดิน บวกกับพินัยกรรมของอดีตฮ่องเต้ เพียงพอที่จะขับไล่แก่นแท้ส่วนนั้นออกไป ส่วนที่เหลือของมังกรชั่วก็ไม่น่ากังวลแล้ว

อดีตฮ่องเต้สวรรคตแล้ว มังกรเฒ่าก็ไปแล้ว บวกกับตัวเขาตายไปอีกคน เมื่อไม่มีเหตุปัจจัยที่เป็นรากฐาน ผลลัพธ์ที่เป็นมังกรชั่วก็ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้

และการมีอยู่ของราชโองการฉบับนี้ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้การตายของพวกเขาทั้งสามคนเกิดข้อผิดพลาด

เยา กว่างเสี้ยว ยกตราหยกขึ้น ใบหน้าแดงก่ำ มือสั่นเทาขณะประทับตราหยกแผ่นดินลงบนราชโองการ

พร้อมกับกระอักเลือดดำออกมาคำโต มองดูแสงแวววาวบนตราหยกที่ค่อยๆ หม่นหมองลง

เขาแสยะยิ้ม:

"การทำลายศาลเจ้าทุบวัดมีมาทุกราชวงศ์ ฝ่ายพุทธและเต๋าถูกกดขี่มาทุกยุค

แต่แมลงร้อยขาตายยาก ไม่ว่าเจ้าจะมาจากสวรรค์ หรือจากต่างมิติ หรือเป็นลิขิตสวรรค์

ราชวงศ์หมิง อุตส่าห์มองเห็นความหวังที่จะตัดขาดฟ้าดินได้แล้ว อาตมาไม่มีทางให้พวกเจ้าได้มีโอกาสฟื้นคืนชีพกลับมาอีกแน่!"

สิ้นคำพูดนี้ ร่างกายของเยา กว่างเสี้ยว ก็ค่อยๆ แตกสลาย

เมื่อคำพูดสุดท้ายจบลง หัวของเขาก็ระเบิดออก กลายเป็นแสงสีรุ้งสายหนึ่ง กวาดเอาราชโองการบนโต๊ะม้วนติดไป พุ่งทะยานออกไป ทะลุรอยแยกมุ่งตรงสู่ทะเลตะวันออก

การต่อสู้ระหว่างจางเคอกับอรหันต์มารสะเทือนไปครึ่งค่อนทะเลตะวันออก สัตว์น้ำล้มตายกันเป็นเบือ ใต้ทะเลเกิดกระแสน้ำปั่นป่วน พื้นทะเลถูกขุดลึกลงไปหลายสิบเมตร โชคดีที่จางเคอชิงลงมือก่อน เลยได้เปรียบอยู่นิดหน่อย สุดท้ายยอมแลกด้วยการถูกกัดไหล่ขาด แล้วกระชากกระดูกสันหลังของจอมมารออกมา

กำไว้ในมือ แล้วถีบอรหันต์มารล้มคว่ำ

เอาตราประทับเทพกดไว้ที่หัวมัน ไม่ให้โอกาสมันกลืนกินไอมารเพื่อฟื้นฟู

อาศัยจังหวะพักหายใจ จางเคอใช้กระดูกสันหลังแทงทะลุหัวกะโหลกของจอมมาร

จอมมารสยบลง มารร้ายนับไม่ถ้วนถูกคลื่นพลังจากการต่อสู้บดขยี้แหลกเหลวในขณะที่จางเคอผ่านไป แม้ซากศพแขนขาจะกลายเป็นไอมาร ย้อมทะเลตะวันออกจนดำมืดไปทั้งแถบ

แต่นั่นไม่สำคัญ อุปสรรคทั้งหมดเขาฝ่าฟันมาได้แล้ว

จอมมารที่แข็งแกร่งที่สุดก็ถูกเขาเหยียบอยู่ใต้เท้า เอาแล่เนื้อเถือหนังเจาะกะโหลกไปเรียบร้อย

จางเคอได้สัมผัสสิ่งที่เรียกว่าความสุขในการต่อสู้เป็นครั้งแรก การตอบสนองแบบหมัดต่อหมัด และความสะใจตอนกวาดล้างศัตรู และแน่นอนที่สำคัญที่สุดคือชัยชนะ!

ข้อเสียอย่างเดียวคือ สู้เสร็จแล้ว ทั้งตัวเขาไม่มีเนื้อดีๆ เหลือสักชิ้น พอความฮึกเหิมหายไป ความเจ็บปวดก็ถาโถมเข้ามาจนตัวสั่นระริก

ทั่วทั้งร่าง ตั้งแต่เลือดเนื้อไปจนถึงอวัยวะภายใน ต่างส่งความเจ็บปวดรุนแรงออกมา

หน้ามืดวูบหนึ่ง เขาเกือบจะเป็นลมไป

และในตอนนั้นเอง แสงสีรุ้งสายหนึ่งก็พุ่งโซซัดโซเซมาจากไกลๆ พุ่งเข้าใส่อ้อมอกเขา

ในขณะที่จางเคอ "ชักดาบ" เตรียมจะฟัน เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นข้างหู:

[ตรวจพบ เยา กว่างเสี้ยว เสียชีวิต จู ตี้ เสียชีวิต]

[เจ้าทำภารกิจสำเร็จ — แก้แค้น]

[เจ้าได้ทำการแก้แค้นสำเร็จแล้ว ภารกิจต่อเนื่อง ล้างบางประเทศ ได้เสร็จสิ้น จะส่งภารกิจเลยหรือไม่?]

[หากส่งภารกิจจะเริ่มทำการประเมินผลดันเจี้ยนทันที หากปฏิเสธเจ้าสามารถยืดเวลาได้มากที่สุดหนึ่งเดือน ระหว่างนี้ผลกระทบที่มีต่อดันเจี้ยนสามารถนำไปคิดรวมในการประเมินผลได้ จะส่งหรือไม่?]

พอเห็นตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นชัดเจน จางเคอกดเลือกโดยไม่ต้องคิด: "ไม่!"

เจ้าบอกให้ข้าไป ข้าก็ต้องไปงั้นเหรอ?

งั้นข้าก็เสียหน้าแย่สิ!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 71 - เชิญเทพเข้าง่าย ส่งเทพออกยาก

คัดลอกลิงก์แล้ว