- หน้าแรก
- เกิดใหม่เลิกเป็นตัวประกอบคลั่งรัก ขอนั่งแท่นพี่สะใภ้ของพวกแก
- บทที่ 151: ข่าวลือ
บทที่ 151: ข่าวลือ
บทที่ 151: ข่าวลือ
บทที่ 151: ข่าวลือ
"แม่ครับ ถ้าผมปลอมแปลงจดหมายติดต่อระหว่างกู้จินเย่กับตาและยายของมัน มันคงจะลำพองใจไม่ออกแล้วใช่ไหมครับ?"
ยิ่งกู้ลี่ซงคิด ก็ยิ่งรู้สึกว่าวิธีการนี้เป็นไปได้มาก
ดวงตาของเจียงหว่านเยว่เป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที ก่อนจะลังเลเล็กน้อย
"ความคิดเข้าท่า แต่ลูกจะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนล่ะ? เก็บไว้ที่บ้านเราไม่ได้เด็ดขาด เดี๋ยวจะพลอยซวยไปด้วย"
"อาจจะเอาไปไว้ที่บ้านพักที่กู้จินเย่กับซูเจ้าหยวนยื่นขอไว้ เผลอๆ อาจจะลากซูเจ้าหยวนลงเหวไปด้วยได้ แต่เราจะเอาเข้าไปไว้ในบ้านพวกมันได้ยังไง?"
"ไหนจะเรื่องลายมือของตาและยายกู้จินเย่อีก นั่นก็เป็นปัญหาใหญ่นะ"
แววตาของกู้ลี่ซงฉายแววอำมหิต
"แม่ไม่ต้องห่วงเรื่องพวกนี้หรอกครับ ผมมีวิธี"
เจียงหว่านเยว่พยักหน้า แล้วกำชับเพิ่มเติม
"อย่าไปยุ่งกับลูกพี่ลูกน้องของลูกอีกนะ ส่วนที่ซูโหรวถังบอกให้ลูกยกเงินเดือนให้มัน อย่าเพิ่งรับปาก ถ้ามันเซ้าซี้มาก ก็รับปากส่งๆ ไปก่อน ไว้ค่อยหาข้ออ้างเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านเอาเงินคืนมาทีหลัง"
กู้ลี่ซง: "ครับแม่"
ขณะที่เจียงหว่านเยว่กำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก เจียงซือซือก็เดินเข้ามาจากข้างนอก
เจียงหว่านเยว่รีบเดินเข้าไปหาแล้วพาเธอเดินออกไปคุยข้างนอก
เธอไม่อยากให้สองคนนี้เจอกันอีก
ขืนเกิดเรื่องงามหน้าขึ้นอีก ชีวิตคงพังพินาศ
เจียงซือซือไม่สน เธอมาเพื่อเงิน
"คุณป้าคะ ที่เราตกลงกันไว้เมื่อวาน หนูเลยมาหาค่ะ"
เจียงหว่านเยว่ยังคงยืนยันคำเดิม
"ตอนนี้งานหายากเกินไป"
เจียงซือซือเบ้ปาก
"แล้วคุณป้าจะเอายังไงคะ?"
เจียงหว่านเยว่: "เอาอย่างนี้ ป้าจะให้เงินเธอห้าร้อยหยวน เก็บไว้กับตัว จะได้อุ่นใจ"
เธอคิดว่าห้าร้อยหยวนก็เยอะโขแล้ว เจียงซือซือเป็นแค่เด็กบ้านนอก ไม่เคยเห็นเงินก้อนโตขนาดนี้มาก่อน น่าจะพอใจแล้ว
แน่นอนว่าเจียงซือซือไม่พอใจ
ห้าร้อยหยวนมันก็เยอะอยู่หรอก แต่มันซื้ออนาคตที่มั่นคงอย่างงานไม่ได้
เธอยังอยากได้งานอยู่ดี
เจียงหว่านเยว่เดาความคิดของเธอได้ จึงพูดดักคอ
"งานน่ะหาให้ไม่ได้จริงๆ คุณลุงของเธอบอกว่า ถ้าไม่ตกลงก็ตามใจ ถึงเธอจะไปฟ้องเรื่องพี่ชายเขาก็ไม่สนหรอก"
"ดีไม่ดีเธอจะไม่ได้เงินสักแดง แถมชื่อเสียงก็จะป่นปี้ไปด้วย มันคุ้มกันเหรอ?"
เจียงซือซือคิดตามก็เห็นด้วย กำลังจะต่อรองขอเพิ่มเป็นแปดร้อยหยวนแล้วจะยอมจบเรื่อง
แต่แล้วสายตาของเธอก็กลอกไปมาอย่างเจ้าเล่ห์
"พี่สะใภ้ก็มาคุยเรื่องนี้กับคุณป้าด้วยใช่ไหมคะ? หล่อนยื่นข้อเสนออะไรบ้าง?"
เจียงหว่านเยว่: "ถามทำไม?"
เจียงซือซือ: "ดูท่าจะมีเรื่องจริงๆ สินะ คุณป้าให้พี่สะใภ้เท่าไหร่ หนูขอเท่านั้นค่ะ"
เธอไม่มีทางยอมเสียเปรียบเด็ดขาด
เจียงหว่านเยว่กะว่าจะพูดปัดๆ ไป แต่เจียงซือซือก็พูดดักคออีก
"คุณป้าอย่ามาหลอกหนูให้ยาก ตอนนี้พี่สะใภ้อยู่บ้านใช่ไหม? งั้นหนูไปถามหล่อนเองก็ได้"
เจียงหว่านเยว่สูดหายใจเข้าลึก กัดฟันกรอด
ขืนให้ซูโหรวถังกับเจียงซือซือเจอกัน มีหวังบ้านแตกแน่
"ไม่ต้องไปถามหรอก ป้าให้มันไปพันสองร้อยหยวน"
เจียงซือซือหน้าบึ้งทันที
"ทำไมป้าให้หนูแค่ห้าร้อยล่ะ?"
เจียงหว่านเยว่: "ก็มันแท้งลูก"
เจียงซือซือเงียบไป
เจียงหว่านเยว่: "เอางี้ ป้าให้เธอหนึ่งพันหยวน ถ้ายังไม่เอา ป้าก็ไม่คุยด้วยแล้วนะ"
เจียงซือซือคิดดูแล้วก็ตกลง
"โอเค พันเดียวก็ได้"
เธอรับเงินจากเจียงหว่านเยว่แล้วเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี
ทิ้งให้เจียงหว่านเยว่เจ็บปวดใจราวกับโดนกรีดเลือดเนื้อ
อีกด้านหนึ่ง ซูเจ้าหยวนรู้ข่าวเรื่องซูโหรวถังแท้งลูกอย่างรวดเร็ว
ในฐานะพลเมืองดี เธอไม่รังเกียจที่จะช่วยกระจายชื่อเสียง "อันดีงาม" ของกู้ลี่ซง ซูโหรวถัง และเจียงซือซือ ให้ขจรขจายไปทั่ว
ซูเจ้าหยวนใช้วิธีการบางอย่าง ปกปิดตัวตน แล้วปล่อยข่าวลือออกไปว่า กู้ลี่ซงแอบมีสัมพันธ์สวาทกับเจียงซือซือผู้เป็นลูกพี่ลูกน้อง จนซูโหรวถังจับได้และโกรธจัดจนแท้งลูก
ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ แต่เรื่องราวที่เธอแต่งเติมสีสันลงไปนั้นช่างดราม่าและแซ่บเว่อร์ จนแพร่สะพัดไปทั่วบ้านพักข้าราชการอย่างรวดเร็ว
หลายวันต่อมา เวลาที่กู้ลี่ซงและเจียงหว่านเยว่ออกไปข้างนอก พวกเขามักจะรู้สึกว่าผู้คนมองมาด้วยสายตาแปลกๆ
บางครั้งถึงกับมีคนชี้ไม้ชี้มือและซุบซิบกันเมื่อพวกเขาเดินผ่าน
เจียงหว่านเยว่สงสัยมาก คิดในใจว่า 'ช่วงนี้มีเรื่องอะไรเด็ดๆ ในบ้านพักหรือเปล่า? ทำไมไม่มีใครมาเล่าให้ฟังเลยนะ?'
ดังนั้น เมื่อเธอเห็นคนจับกลุ่มนินทาลับหลังเธออีกครั้ง เจียงหว่านเยว่จึงแอบเข้าไปฟัง
"โธ่เอ๊ย กู้ลี่ซงเนี่ย พ่อกับพี่ชายก็ออกจะเก่งกล้าสามารถ แต่มีแค่เขานี่แหละที่ไม่ได้เรื่อง หน้าตาก็ดีหรอกนะ ดูไม่ออกเลยว่าข้างในจะเน่าเฟะขนาดนี้"
"ใช่ๆ เสื่อมเสียชื่อเสียงพ่อหมด มีเมียอยู่แล้วแท้ๆ ยังจะไปมั่วกับลูกพี่ลูกน้องตัวเอง จนเมียแท้งลูก น่าสมเพชจริงๆ..."
"รองผู้พันกู้ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสียแบบนี้เลยนะ พูดถึงแล้ว กู้ลี่ซงนี่ไม่ได้เรื่องจริงๆ พี่น้องท้องเดียวกันแท้ๆ ทำไมถึงต่างกันราวฟ้ากับเหว หรือว่าจะเป็นเพราะ... แม่แท้ๆ?"
หน้าของเจียงหว่านเยว่เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำราวกับก้นหม้อทันที
"คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ?"
กลุ่มคนช่างเม้าท์สะดุ้งโหยง รีบหยุดคุยแล้วหัวเราะแห้งๆ
"เปล่าจ้ะ เปล่า คุยสัพเพเหระไปเรื่อย"
โดนเจ้าตัวจับได้คาหนังคาเขาแบบนี้ ก็ต้องอายกันบ้างแหละ
ยังไงก็คนกันเอง ต้องไว้หน้ากันหน่อย
เจียงหว่านเยว่ฝืนยิ้ม
"เมื่อกี้ได้ยินแว่วๆ ว่าพูดเรื่องบ้านฉันอยู่"
"ลูกสะใภ้ฉันร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง พอท้องก็เข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น เช้าวันก่อนล้มลงไปเลยรักษาเด็กไว้ไม่ได้ น่าสงสารจริงๆ"
ขาเม้าท์คนหนึ่งถามแทรกขึ้นมา "แล้วหลานสาวคุณล่ะ? ทำไมจู่ๆ ถึงกลับไปดื้อๆ? เห็นอยู่ดีกินดีไม่ใช่เหรอ?"
เจียงหว่านเยว่: "ช่วงนี้แม่ฉันไม่ค่อยสบาย หลานเลยต้องกลับไปดูแลยาย ไม่งั้นฉันก็ตัดใจปล่อยเด็กขยันๆ แบบนั้นไปไม่ได้หรอก"
พวกนั้นพยักหน้าหงึกหงัก ไม่รู้ว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ
เจียงหว่านเยว่อยากจะแก้ตัวเพิ่ม แต่ก็กลัวจะกลายเป็นวัวสันหลังหวะ เลยเดินจากไปด้วยสีหน้าเย็นชา
ใครกันนะที่เป็นคนปล่อยข่าวเรื่องบ้านเธอ?!
เจียงหว่านเยว่โกรธจนแทบคลั่ง!
ซูเจ้าหยวนฟังข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วบ้านพักแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ
เห็นไหม ผลลัพธ์ออกมาดีเยี่ยมเลย
ในขณะเดียวกัน หลังจากซูโหรวถังได้เงินมา เธอก็เริ่มเหลิง
เธออยากจะซื้อตำแหน่งงานให้ตัวเอง
แต่พอมองหาดูก็ไม่เจองานที่ถูกใจ
ซูโหรวถังฝันอยากจะมีงานทำเป็นของตัวเอง คิดไปคิดมา เธอก็นึกถึงมั่วพิน
เธอคิดว่า กู้ฉางเจิงเป็นคนตงฉิน ไม่ยอมใช้อำนาจเส้นสายหางานให้ลูกสะใภ้ แต่มั่วพินไม่เหมือนกัน
ยังไงมั่วพินก็เป็นถึงระดับหัวหน้า แถมยังใจป้ำ ขอแค่เธอไปขอร้อง เขาต้องหางานดีๆ ให้เธอได้แน่
คิดได้ดังนั้น ซูโหรวถังก็ลุกขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัวสวยพริ้ง แล้วออกไปหามั่วพิน