- หน้าแรก
- เกิดใหม่เลิกเป็นตัวประกอบคลั่งรัก ขอนั่งแท่นพี่สะใภ้ของพวกแก
- บทที่ 102: หน้าหนา(ฟรี)
บทที่ 102: หน้าหนา(ฟรี)
บทที่ 102: หน้าหนา(ฟรี)
บทที่ 102: หน้าหนา
สีหน้าของซูหยาบึ้งตึง ดูไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมซูเต๋อหมิงถึงคุยยากขนาดนี้
เธอแค่บอกว่าจะขอยืมเงิน เขาก็ปฏิเสธทันควัน ไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด
เธอยังไม่ทันจะเอ่ยปากบอกจำนวนเงินเลยด้วยซ้ำ
จินเสียเองก็รู้สึกอึดอัดใจไม่แพ้กัน
เธอเป็นลูกคนเดียว พ่อแม่ยังตัดใจซื้อตำแหน่งงานให้ไม่ได้ แต่บ้านซูเจ้าหยวนมีพี่น้องตั้งสี่คน ยัยนั่นกลับได้งานทำเป็นตัวเป็นตน
"แม่ ลุงรองแกล้งจนแหงๆ ดูสิ ทำงานกันตั้งสามคน จะไม่มีเงินเก็บได้ยังไง เขาดูถูกเราชัดๆ"
ซูหยาแค่นเสียงเฮอะ
"ช่างเถอะ ไม่ต้องไปยุ่งกับพวกเขาแล้ว ตากับยายของแกนี่ดีกับเขาเสียเปล่าจริงๆ"
ขณะคุยกัน ทั้งสองก็เดินมาถึงใต้ถุนบ้านของซูโหรวถัง
จินเสีย: "แม่ หนูได้ยินว่าบ้านลุงใหญ่ฐานะไม่ดีเท่าบ้านลุงรอง เขาจะยอมให้เรายืมเงินเหรอ?"
ซูหยาเองก็ไม่แน่ใจ
"ไหนๆ ก็มาแล้ว ขึ้นไปถามดูก่อนเถอะ"
ยังไงเธอก็หน้าด้านพออยู่แล้ว
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน ก็เห็นชายหนุ่มผิวขาวรูปร่างดีเดินลงมาจากตึก เขาขึ้นคร่อมจักรยานแล้วปั่นออกไปด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม
จินเสียอดไม่ได้ที่จะมองตามไปหลายที
ผู้ชายคนนี้หน้าตาดีทีเดียว ติดจะสำอางไปหน่อย แต่ดูจากการแต่งกายแล้ว ฐานะทางบ้านน่าจะดีไม่เบา
ก็ปั่นจักรยานซะขนาดนั้น
ซูหยาถามทางคนแถวนั้น ไม่นานก็รู้ว่าห้องพักของซูเต๋อกวางอยู่ตรงไหน
ทั้งสองเดินขึ้นตึก พอไปถึงหน้าห้องก็ได้ยินเสียงบ่นลอดออกมาจากข้างใน
"แม่ คิดว่าบ้านตระกูลกู้จะยอมจ่ายสินสอดแพงขนาดนั้นจริงๆ เหรอ? กู้ลี่ซงบอกแล้วว่าพ่อแม่เขาไม่เห็นด้วย"
สีหน้าของซวีเจียวยังคงราบเรียบ
"จะรีบร้อนไปทำไม? กู้ลี่ซงบอกว่าจะกลับไปหาทางแล้วให้แกรอไม่ใช่เหรอ?"
น้ำเสียงของซูโหรวถังเต็มไปด้วยความกังวล
"ฉันกลัวแค่ว่าถ้าเราเรียกสินสอดแพงเกินไป สุดท้ายบ้านนั้นจะไม่ยอมให้เขาแต่งกับฉันน่ะสิ"
ขืนเป็นแบบนั้น เธอก็เหนื่อยฟรี แถมยังเสียทุกอย่างไปอีก
ซวีเจียว: "ถ้าไม่แต่งกับแก แล้วกู้ลี่ซงจะไปแต่งกับใคร? แกสองคนได้เสียกันไปแล้วนี่ ฉันบอกแล้วไง ถ้าเขากล้าไปแต่งกับคนอื่น ฉันจะฟ้องให้ถึงที่สุด ดูซิว่าตระกูลกู้จะเอายางอายไปไว้ที่ไหน รอไปเถอะ ยังไงบ้านเราก็จะไม่ลดข้อเรียกร้องเด็ดขาด"
ตอนนี้ก็วัดกันที่ความอดทนว่าใครจะอึดกว่ากัน
ซูโหรวถังฟังแม่แล้วก็ได้แต่ยอมตาม
"ก็ได้ ฉันเชื่อแม่"
ซูหยาแอบฟังอยู่หน้าประตู ได้ยินเรื่องสินสอดกับตระกูลกู้ ดูท่าหลานสาวเธอกำลังจะแต่งงานสินะ
ตระกูลกู้ กู้ลี่ซง... ชื่อนี้คุ้นหูจัง เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
ซูหยากับจินเสียแอบฟังอยู่สักพัก ก่อนจะจงใจส่งเสียงดังแล้วเคาะประตู แกล้งทำเป็นเพิ่งมาถึง
"มีใครอยู่ไหม? พี่สะใภ้ ฉันซูหยาเองนะ"
เสียงพูดคุยข้างในเงียบลงทันที
ซวีเจียวเปิดประตูออกมามองซูหยาที่ยืนอยู่ข้างนอก เธอนิ่งไปครู่หนึ่งกว่าจะจำได้
"อ้อ เธอนั่นเอง! เข้ามานั่งก่อนสิ"
พอเห็นซูหยากับจินเสียมามือเปล่า ซวีเจียวก็เบะปากทันที
มาเยี่ยมทั้งทีไม่มีของติดไม้ติดมือ หน้าด้านจริงๆ
แถมไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี จู่ๆ โผล่มาแบบนี้ ต้องมีเรื่องมารบกวนแน่ๆ
ซูหยาเดินยิ้มร่าเข้ามาในห้อง เอ่ยปากชมซูโหรวถังทันที
"นี่หลานโหรวถังใช่ไหมจ๊ะ? ไม่เจอกันตั้งหลายปี โตเป็นสาวสวยเชียว โหรวถังปีนี้สิบแปดแล้วสินะ ไม่ได้ไปชนบท แสดงว่าได้งานทำในเมืองแล้วล่ะสิ?"
ซูโหรวถังยิ้มเจื่อนๆ ตามมารยาท
"ยังหรอกค่ะ ตอนนี้ยังไม่มีงานทำ"
พอพูดถึงเรื่องงาน แววตาของซูโหรวถังก็หม่นลง แฝงแววอาฆาตวูบหนึ่ง
ถ้าตอนนั้นซูเจ้าหยวนยอมยกงานให้เธอ ป่านนี้เธอคงได้ทำงานสบายๆ ไปแล้ว และเรื่องวุ่นวายหลายอย่างก็คงไม่เกิดขึ้น
สรุปแล้ว ทั้งหมดเป็นความผิดของนังซูเจ้าหยวน
พอจินเสียได้ยินว่าซูโหรวถังไม่มีงานทำ ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที
เธอนึกว่าลูกพี่ลูกน้องคนนี้จะได้งานดีๆ ในเมืองทำซะอีก
ขืนเป็นแบบนั้น เธอคงด้อยกว่าเห็นๆ
จินเสียไม่อยากยอมรับความพ่ายแพ้
ซวีเจียวรู้ว่าลูกสาวไม่พอใจ จึงรีบเปลี่ยนเรื่องหันไปคุยเรื่องจินเสียแทน
"เสี่ยวเสียก็สวยไม่เบานะ แต่งงานหรือยังล่ะ?"
ซูหยา: "ยังหรอกจ้ะ ยังไม่เจอคนถูกใจเลย เรื่องใหญ่ในชีวิตก็ต้องเลือกให้ดีๆ หน่อย"
ซวีเจียวพยักหน้า
"ใช่ จะสะเพร่าไม่ได้ ต้องเลือกให้ดีๆ"
หลังจากนั่งคุยสัพเพเหระกันสักพัก ซูหยายังไม่รีบเอ่ยปากขอยืมเงิน แต่เลือกที่จะวกกลับมาเรื่องของซูโหรวถัง
"แล้วโหรวถังล่ะ? จะแต่งงานหรือยัง?"
ซวีเจียว: "ก็คุยๆ กันอยู่ แต่ยังไม่แน่นอน"
ซูหยาถามเลียบเคียง
"บ้านไหนเหรอ? ฉันรู้จักไหม?"
ซูโหรวถังเกิดอาการอยากอวดขึ้นมาทันที เธอพยายามทำเสียงให้ดูปกติที่สุดตอนตอบว่า
"ไม่รู้ว่าอาจะรู้จักไหม แต่เขาเป็นลูกชายตระกูลกู้ที่อยู่ในบ้านพักทหาร แฟนหนูชื่อกู้ลี่ซงค่ะ"
สิ่งที่กู้ลี่ซงน่าอวดที่สุดก็คือภูมิหลังครอบครัวนี่แหละ
ซูหยาครุ่นคิด ชื่อกู้ลี่ซง... คุ้นหูจริงๆ นั่นแหละ
เคยได้ยินที่ไหนนะ?
ทันใดนั้น เธอก็ปรบมือดังฉาด ร้องอุทานด้วยความตกใจ
"กู้ลี่ซง! นั่นมันลูกเขยที่เต๋อหมิงเลือกไม่ใช่เหรอ? หมั้นกับลูกสาวบ้านนั้นมาตั้งแต่เด็ก ทำไมตอนนี้กลายมาเป็นแฟนโหรวถังได้ล่ะ?"
ถึงเธอกับพี่น้องซูเต๋อหมิงจะไม่ได้ไปมาหาสู่กันบ่อยนักในช่วงหลายปีมานี้ แต่เรื่องใหญ่ขนาดนี้เธอก็พอได้ยินมาบ้าง
ตระกูลกู้... นั่นมันตระกูลผู้ดีมีสกุลเลยนะ!
ถ้าซูเต๋อหมิงไม่เคยช่วยชีวิตคนไว้ จะไปคว้าการแต่งงานดีๆ แบบนี้มาได้ยังไง?
ซวีเจียวกลัวซูหยาจะปากโป้งเอาเรื่องนี้ไปพูดต่อ เดี๋ยวคนนอกจะนินทาว่าลูกสาวเธอแย่งผู้ชายของลูกพี่ลูกน้อง เธอจึงรีบแก้ตัวพัลวัน
"เดี๋ยวนี้เขาไม่ฮิตคลุมถุงชนกันแล้ว ถึงเสี่ยวหยวนกับลี่ซงจะมีสัญญาหมั้นหมายกัน แต่คนหนุ่มสาวสมัยนี้เขาถือเรื่องความรักความชอบพอกันเป็นหลัก เสี่ยวหยวนตามตื๊อลี่ซงมาตั้งหลายปี แต่ลี่ซงไม่ได้ชอบ ฝ่ายชายเขายืนกรานจะแต่งกับโหรวถังของเราให้ได้ ก็ช่วยไม่ได้จริงๆ"
"สุดท้ายลี่ซงเลยถอนหมั้นกับเสี่ยวหยวน แล้วมาคบกับโหรวถังของเราแทน"
ซูหยาฟังแล้วก็แอบเบะปากในใจ คิดว่าซูโหรวถังนี่มันแย่งผู้ชายลูกพี่ลูกน้องชัดๆ หน้าไม่อายจริงๆ
ถ้าใครกล้ามาแย่งผู้ชายของลูกสาวเธอ เธอจะฉีกอกมันให้ดู!
แต่ต่อหน้า ซูหยาก็ยังเออออห่อหมกไป "ใช่ๆ เรื่องของความรู้สึกมันบังคับกันไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ"
เธอคิดในใจว่า ในเมื่อซูโหรวถังจะได้แต่งเข้าตระกูลกู้ สินสอดต้องได้มาไม่น้อยแน่ๆ
แบบนี้ทางสะดวกในการขอยืมเงินแล้วสิ
หลังจากคุยสัพเพเหระกันพอหอมปากหอมคอ ซวีเจียวก็ถามเข้าประเด็น
"วันนี้มาหา มีธุระอะไรรึเปล่า?"
ซูหยาตีหน้าเศร้า ทำท่าลำบากใจ
"พี่สะใภ้ คือว่าฉันมีเรื่องอยากจะรบกวนพี่หน่อยน่ะ ช่วงนี้ที่บ้านเจอปัญหา ขัดสนเรื่องเงินทอง ไม่มีเงินติดตัวเลย ฉันเลยต้องบากหน้ามาหาพี่ หวังว่าจะขอยืมเงินสักก้อนไปหมุนก่อน พอเก็บเงินได้แล้วฉันจะรีบเอามาคืนทันที"