เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 297 - ความสำเร็จ (7) [25-03-2020]

บทที่ 297 - ความสำเร็จ (7) [25-03-2020]

บทที่ 297 - ความสำเร็จ (7) [25-03-2020]


บทที่ 297 - ความสำเร็จ (7)”

(ขอแก้ในเนื้อหาก่อนหน้านี้เรื่องพระเจ้ากับเทพเจ้านะครับ คือว่าต่อจากนี้เหล่าผู้นำกองกำลังจะเปลื่ยนเป็นเรียกว่าเทพ ส่วนผู้นำของกองทัพสวรรค์จะถูกเรียกเป็นพระเจ้านะครับ)

 

"เป็นโลกที่น่าทึ่งแหะ"

[ฮ่าฮ่าฮ่า! นี่แหละโลกที่น่าทึ่ง!]

ตัวแทนของกองทัพปีศาจวิบัติได้หัวเราะออกมาอย่างเต็มที่เมื่อได้ยินคำพูดแรกที่ยูอิลฮานได้เข้ามาในเอลโลคาทร่า แน่นอนว่าก็มีสมาชิกของกองทัพปีศาจวิบัติที่ไม่อาจจะห้ามสัญชาตญาณตัวเองได้และเข้ามาโจมตียูอิลฮาน แต่ว่าพวกนั้นก็ถูกยูอิลฮานจัดการไปในทันทีก่อนที่จะถูกเก็บไปอยู่ในช่องเก็บของของเขา

"ฉันคิดว่าอีกเดี๋ยวช่องเก็บของฉันก็จะเต็มแล้วเพราะงั้นห้ามตัวเองไว้หน่อยนะ"

[โอเค! โอเค!]

ดูเหมือนว่าผู้ปกครองกองทัพปีศาจวิบัติมีอิทธิพลค่อนข้างจะมาก แค่การที่ยูอิลฮานได้ถูกเชิญมาที่นี่ได้พูดออกมาแบบนี้ก็ทำให้เหล่าผู้ล่าที่อยู่ในชั้นบนๆได้คุ้มกันไม่ให้มีใครมาโจมตีอีก คนอื่นๆทั้งหมดทำได้แค่ส่งเสียงบ่นวุ่นวายออกมา

[นายมันล่อลวงท่านหญิงเฮเรียน่าไป บอกฉันมาสิว่านายทำได้ยังไงกัน!]

[ท่านหญิงเฮเรียน่า! ฉันก็อยากจะได้เชยชมความงามของเธอเหมือนกัน]

ยูอิลฮานเคยคิดว่าคนที่จะเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้จะต้องมีความฉลาด แต่หลังจากได้เห็นแบบนี้ดูเหมือนว่าความจริงจะไม่ใช่แบบนั้น

บางทีความแกร่งอาจจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดก็ได้สินะ! ยิ่งเขาคิดก็ยิ่งทำให้ยูอิลฮานเชื่อแบบนี้มาขึ้นทำให้เขาหยุดที่จะคิดถึงมัน

[กว่าจะไปถึงปราสาทยังจะต้องใช้เวลาอีกซักพัก]

[ฉันอยากจะเห็นท่านหญิงเฮเรียน่า]

[การที่นายท่านจะต้องการเจอสิ่งมีชีวิตอื่นนี่มันหาได้ยากมากๆ]

[แม้กระทั่งซาตานเขายังไม่สนใจเลย]

[แล้วนายเป็นอะไรกัน?]

"ใครจะไปรู้ล่ะ"

ยูอิลฮานได้มองไปรอบๆเอลโลคาทราโดยไม่สนใจเสียงตะโกนข้างๆ ทั้งท้องฟ้าและผืนดินต่างก็มีสีดำสนิท ในระยะห่างที่ไกลออกเป็นก็มีแม็กม่าเดือดละอุอยู่เต็มไปหมดและภายในอากาศก็เต็มไปด้วยพิษร้าย มันไม่มีทางเลยที่สิ่งมีชีวิตปกติจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่แห่งนี้ได้

"บางทีโลกของฉันอาจจะกลายมาเป็นแบบนี้ในสักวัน"

[ผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย]

ยูมิลดูจะไม่ชอบที่นี้มาก ยูอิลฮานก็เห็นด้วยกับยูมิล

"ใช่แล้ว พ่อก็ไม่อยากจะให้โลกเราเป็นแบบนี้มเหนือนกัน สภาพแวดล้อมแบบนี้มันไม่เหมาะกับคนอื่นๆเลย"

[อีกเดี๋ยวเราจะไปถึงแล้ว]

ปราสาทขนาดยักษ์ที่ไม่มีใครมองเห็นมาตลอดได้เผยตัวออกมา ถึงแม้ว่ายูอิลฮานจะมองผ่านการซ่อนตัวของมันออกนานแล้วก็ตาม ออร่าพลังทำลายได้กระจายออกมาจากศูนย์กลางที่แห่งนี้จนทุกๆคนสัมผัสได้ แม้กระทั่งยูอิลฮานที่ได้ปลุกพลังกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ครู่หนึ่ง

"หืมม หัวหน้าของพวกนี้อยู่ในระดับที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ฉันคิดว่าเขาแกร่งกว่ามิคาเอลซะอีก"

[แต่ทูตสวรรค์นั่นก็อ่อนแอกวาพ่อ]

"ที่พ่อเหนือกว่ามิคาเอลนั่นมันก็เพราะความเชี่ยวชาญในด้านธาตุไฟน่ะ มิล"

ยิ่งยูอิลฮานเข้าไปใกล้ปราสาท เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่หนักหน่วง แต่แทนที่ยูอิลฮานจะป้องกันแรงกดดันพวกนี้ เขากลับตั้งสมาธิไปกับการใช้สกิลสวนกลับแทน เมื่อเขาได้ทำแบบนี้ทำให้เขาได้รับบางอย่างที่คาดไม่ถึงออกมา

[สกิลสวนกลับได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 42]

[สกิลสวนกลับได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 43]

"ฟู่วว ดูเหมือนแบบนี้จะทำให้สกิลเพิ่มเลเวลขึ้นรัวๆเลยแหะ ถ้าเป็นแบบนี้ฉันก็อยากจะมีแรงกดดันแบบนี้ในบ้านเหมือนกันนะ"

[เป็นเทพที่ชั่วร้ายจริงๆ...]

อิชจาร์รู้แล้วว่าทำไมยูอิลฮานถึงได้แข็งแกร่งแบบนี้ ไม่เคยมีใครบอกว่าอยากจะให้มีแรงกดดันของหัวหน้ากองทัพปีศาจวิบัติอยู่ในบ้านตัวเองมาก่อน

[สกิลสวนกลับได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 45]

"หืม? ฉันคิดว่าที่นี่มีอะไรวักอย่างปะปนอยู่ด้วยแหะ... โอ้"

[กรรรรรร!]

ในที่สุดยูอิลฮานก็รู้สึกตัวว่ามีใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้าทางเข้าปราสาทอยู่ ยูอิลฮานได้นึกย้อนไปว่าเขาเคยเจอคนๆนี้ที่ไหนมาก่อนและนึกออกว่านี่คือหนึ่งในสองของผู้บัญชาการกองพันที่ได้ไปหายูอิลฮานเพื่อต้องการแก้นค้นให้เฮเรียน่า

[แก... กล้าที่จะมาที่นี่ทั้งๆที่ทำเรื่องทั้งหมดนั่นไป]

"ขอโทษนะ แต่ว่านายเป็นใครนะ?"

ยูอิลฮานได้ถามออกไปด้วยความสงสัยจริงๆ แต่ว่านี่มันมากพอที่จะทำให้คนฟังต้องโมโหขึ้นมา

[ฉันฮิวลูทูน ผู้บัญชาการกองพันที่ 2 แห่งกองทัพปีศาจวิบัติ! แกได้ขโมยเฮเรียน่าของฉันไป!]

"ของนายอะไรนะ?"

เขาไม่อาจจะตอบอะไรกลับไปได้ ตัวเขาก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับเฮเรียน่าเลยสักนิด

[แก! ฉันจะฆ่าแกให้ได้เลย! กรอดดดดด!]

"เฮเรียน่าของนายอะรกัน! ทำไมอยู่ๆนายถึงหยุดพูดเรื่องนี้ไปซะล่ะ!"

[กรรรรรรรรรร!]

เพราะแบบนี้เองฮิวลูทูนได้คลั่งออกมาเพราะนี่จะเป็นวิธีเปลื่ยนเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว เขาได้เลือกพุ่งเข้าใส่ยูอิลฮาน! ยูอิลฮานก็รู้ดีว่าเรื่องนี้จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน

เขาคนนี้คือชายที่น่าสงสาร เขาเป็นคนที่อยู่ในความรักที่ไม่มีวันสมหวังตั้งแตกแรกเลย

"ฉันจะทำอะไรได้ล่ะในเมื่อเธอบอกว่าเธอชอบฉัน ทำไมนายไม่ยอมแพ้แค่นี้ซะล่ะ?"

ยูอิลฮานได้ยั่วฮิวลูทูนด้วยใบหน้าที่น่าสงสาร เขาคือหมายเลขหนึ่งในเรื่องการแสดงสีหน้าขัดแย้งกับสิ่งที่กำลังพูดออกมา

[ก๊าซซซซซซ!]

บางทีหากยูอิลฮานได้เจอเข้ากับฮิวลูทูนข้างนอกอาจจะต่างออกไป แต่ว่าที่นี่คือเอลโลคาทร่า ฐานทัพหลักของกองทัพปีศาจวิบัติและตอนนี้ก็อยู่หน้าปราสาทที่หัวหน้าของกองกำลังอาศัยอยู่ เพราะแบบนี้ทำให้พลังของฮิวลูทูนถูกเพิ่มมากขึ้นในที่แห่งนี้ นี่คือข้อได้เปรียบของอาณาเขต

"ฟู่"

แต่ถึงแบบนั้นยูอิลฮานก็ไม่ได้คิดซักนิดเดียวว่าเขาจะแพ้

ผู้นำของกองกำลังสิ่งมีชีวิตชั้นสูง เป็นคนที่ได้เดินไปในเส้นทางของตัวเองที่ต่างไปจากผู้อื่น พวกเขาอยู่ในเส้นทางที่ต่างไปจากเหล่าคนที่เลือกจะเดินตามเส้นทางของคนอื่น

"ฉันฆ่าหมอนี่ได้ใช่ไหม?"

[คิกคิก กองทัพปีศาจวิบัติไม่ถามคำถามแบบนี้กันหรอกนะ!]

"หืมม จริงสินะ พวกนายคงจะทำอะไรแบบนี้กันบ่อยๆสินะ ฉันก็แค่ถามเผื่อเอาไว้น่ะ!"

พลังเวทย์มืดได้ล้อมรอบตัวของฮิวลูทูนแล้ว นี่มันต่างไปจากมานาเพลิงของมิคาเอล นี่คือพลังเวทย์คำสาปที่สร้างขึ้นมาจากความต้องการฆ่าและความเกลียดชัง มานานี่ได้พุ่งออกมาอย่างรวดเร็วโดยที่เล็งมาที่คอของยูอิลฮานกับยูมิล

ยูมิลได้พยายามจะคำรามแผ่มานาออกไปป้องกัน แต่ว่าแค่การโจมตีของยูมิลไม่อาจจะหยุดมานานี้ได้เนื่องจากยูมิลยังอยู่ที่คลาส 6 อยู่เลย แต่แน่นอนว่านั่นคือการที่ยูอิลฮานไม่ได้เข้าร่วมด้วย

"มิลตอนนี้แหละ"

[กรรรรรรร!]

ในอดีตตอนที่ยูอิลฮานเป็นคนขี่มังกรยูมิลอยู่ เมื่อพวกเขาสู้ร่วมกันความสามารถของพวกเขาจะเพิ่มขึ้น 30% แน่นอนว่านั่นมันก็น่าทึ่งมากแล้ว แต่ว่าหากเป็นการ 'ประสาน' ที่แท้จริงแล้วมันจะยิ่งกว่านั้น

ในตอนนี้มันต่างออกไปแล้ว กองกำลังสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่มีชื่อว่าดราก้อนเนสได้กำเนิดขึ้นมาแล้ว และในระหว่างการกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง ทั้งสองคนได้เชื่อมต่อเข้าด้วยกันลึกซึ้งยิ่งกว่าแต่ก่อนทำให้ตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนสามารถจะแบ่งมานาของกันและกันรวมไปถึงใช้สกิลของกันและกันได้ เพราะแบบนั้น

[กรรรรรรรรรรร!]

การคำรามของยูมิลจึงได้รับการสนับสนุนจากพลังเวทย์จำนวนมหาศาลของยูอิลฮานที่มีค่าสเตตัสพลังเวทย์อยู่ที่ 1,500 กว่าๆ!

[ติดคริติคอล!]

[อ๊ากกกก!]

แค่เพียงเสียงคำรามเดียวนี้ก็ทำให้สภาพแวดล้อมรอบๆทั้งหมดหายไปราวกับถูกกวาดล้างออกไป และฮิวลูทูนก็เลือดพุ่งออกมาจากทั่วทั้งร่าง

แม้กระทั่งมังกรแห่งความสิ้นหวังอิชจาร์ตอนที่มีชีวิตอยู่ก็ยังไม่อาจจะดึงพลังทำลายล้างแบบนี้ออกมาได้เลย

[อะ อั๊ก แก....]

[หยุดแค่นั้นแหละฮิวลูทูน]

น้ำเสียงของคนวัยกลางคนได้ดังออกมา บางทีนี่อาจจะเป็นเสียงของนายแห่งปราสาทที่มีหมาตัวน้อยมาเฝ้าอยู่! การที่มีอะไรมาขัดขวางการได้เจอกันของทั้งสองคนนี่มันไม่ดีเลย

[ถึงยังไงฉันก็แค่...!]

"ใครบอกว่าจะปล่อยนายไปกันน่ะ?"

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ขว้างหอกออกมาอย่างไม่ลังเลใจด้วยรอยยิ้ม

[อ๊ากกก!]

วิถีทางไร้ขอบเขตไม่ได้แค่จะนำไปใช้กับการโจมตีด้วยหอกเท่านั้น แต่มันยังนำไปใช้กับการขว้างได้ด้วยเช่นกัน และหอกนี่ก็ได้แทงทะลุเข้าไปในร่างของฮิวลูทูนก่อนที่นายแห่งปราสาทนี้จะได้ทำอะไรซะอีก มันไม่มีทางเลยที่ฮิวลูทูนจะทนได้ในเมื่อเขาเพิ่งจะถูกเสียงคำรามของยูมิลทำให้หมดพลัง

[คุณได้รับค่าประสบการณ์]

[คุณได้รับบันทึกของฮิวลูทูนเลเวล 571]

[คุณได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 533 พละกำลังเพิ่มขึ้น 5 ความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้น 3 พลังชีวิตเพิ่มขึ้น 2 พลังเวทย์เพิ่มขึ้น 5]

[สกิลวิถีทางไร้ขอบเขตได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น17]

ผู้บัญชาการกองพันที่ 2 ฮิวลูทูนได้ตายลงไปแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะได้ถูกเพิ่มพลังขึ้นถึงขีดสุดจากการที่อยู่ในฐานทัพ แต่ว่าเขาก็ยังคงตายไปโดยที่ไม่ได้ทำอะไรซักนิดเดียว

แต่ถึงแม้ว่าจะมีผู้บัญชาการตายไป เหล่าผู้ล่าที่สังกัดกองทัพปีศาจวิบัติก็เพียงแต่หัวเราะออกมากันเท่านั้น เจ้าพวกนี้ทั้งหมดบ้ากันไปแล้วจริงๆ

[อ่า โอ้]

ยูอิลฮานได้พูดออกมา

"นี่มันคือสิ่งที่เขาต้องชดใช้ที่กล้ามาทดสอบฉัน"

[นายนี่เป็นคนที่เหมาะสมกับการเข้าร่วมกองทัพปีศาจวิบัติจริงๆ ฉันก็ได้บอกเขาหลายครั้งแล้วนะว่าให้ห้ามตัวเองเอาไว้ในตอนเจอนาย แต่ว่าเขาก็ยังต้องมาจบชีวิตลงแบบนี้ น่าเศร้าจริงๆ]

ประตูปราสาทได้เปิดขึ้นมา ภายในนั้นเป็นความมืดมิดที่ปกคลุมแม้กระทั่งนายแห่งกองทัพปีศาจวิบัติ

[เทพคนที่ห้า ยินดีด้วยนะ ฉันขอแสดงความยินดีกับนายด้วย]

"ทั้งๆที่ฉันได้ฆ่าผู้บัญชาการกองพันที่ 1 กับ 2 ของนายแล้วก็ขโมยผู้บัญชาการกองพันที่ 3 ไปเนี้ยนะ?"

[ไม่เป็นไรหรอก]

คำตอบของเขาดูไม่สะทกสะท้านใดๆ

[มีคนระดับผู้บัญชาการหลายคนที่ตายไปในกองกำลังอื่นๆ นี่มันคือช่วงเวลาแห่งการทำลายล้าง นี่มันมีแต่น่าพอใจและน่ายินดี ฉันรู้สึกยินดีกับนายจริงๆ]

ยูอิลฮานได้เข้าใจแล้วว่าคนที่กำลังรอเขาอยู่ภายในปราสาทคือชายที่บ้าจริงๆ เขาได้แตะหลังของยูมิลเบาๆ ยูมิลที่เข้าใจสิ่งที่ยูอิลฮานจะบอกได้เปลื่ยนร่างกลับเป็นมนุษย์และจับมือยูอิลฮานเอาไว้

การกลายมาเป็นคลาส 6 ในคราวเดียวทำให้ยูมิลเติบโตขึ้นมาจนสูงพอๆกับยูอิลฮานแล้ว แต่การกระทำของยูมิลก็ยังไม่ต่างไปจากเด็กอยู่ดี บางทีก็อาจจะไม่เคยมีใครเลยในวัยเดียวกับเขาที่มาถึงคลาส 6 อีกด้วย

"ไปกันเถอะ"

"ครับ"

ทั้งพ่อลูกได้กุมมือกันเดินเข้าไปภายในปราสาท ภายในปราสาทมันไม่มีอะไรอยู่เลย หากมีเมดหรือพ่อบ้านมันก็ไม่น่าตกใจเลย แต่ว่าเมื่อยูอิลฮานได้เข้าไปในปราสาท เขาก็ได้โยนความคิดนี้ออกไปทันที ยูมิลได้จับมือของยูอิลฮานแน่นเพราะความกลัวซึ่งนี่ดูน่ารักมาก

"ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีใครเข้ามาใกล้ที่แห่งนี้"

[นายตกใจงั้นหรอ?]

"ก็นิดหน่อย"

ไม่มีใครกล้าจะโกหกเมื่อได้เห็นสิ่งที่กำลังมองยูอิลฮานจากไกๆ นี่มันดูเหมือนกับว่า 'ดวงตา' ของเขาคนนั้น

[ยินดีต้อนรับยูอิลฮาน ฉันเรียกตัวเองว่าความโลภ นายเป็นคนที่สามที่ได้มองมาที่ร่างที่แท้จริงของฉัน]

"แล้วคนที่หนึ่งกับสองล่ะ?"

[มิคาเอลกับซาตาน ฉันได้มีการต่อสู้กับสองคนนั้น มันน่าเศร้ามากที่ฉันกลืนกินสองคนนั้นไม่ได้]

ภายในกำแพงปราสาทยักษ์แห่งนี้มีมอนสเตอร์ที่ถูกล่ามด้วยโซ่ที่ทำขึ้นมาจากโลหะโบราณที่ซึ่งยูอิลฮานที่เป็นคนที่รวมพลังเทพแห่งช่างตีเหล็กไว้ในร่างก็ยังใช้เวลานานกว่าจะมองออก

ปีกของนก เกล็ดของมังกร ครีบของปลา แผงคอของสิงโต เขี้ยวของงู ผิวหนังของโทรลล์ กล้ามเนื้อของโอเกอร์ วงแหวนทูตสวรรค์ และปีกสีดำของเทวดาตกสวรรค์

นี่คือการรวมกันของส่งมีชีวิตในหลายๆโลก และหลังจากการหลอมรวมนับไม่ถ้วน ทำให้เขาได้อยู่ในสภาพนี้

[ฉันคือความโลภ คนที่เต็มไปด้วยความปรารถนา หลังจากได้ผ่านความต้องการและความโลภอย่างไม่สิ้นสุดมาทำให้ฉันได้มาถึงจุดๆนี้]

ความโลภมีขนาดที่ใหญ่มากๆและยังคงเพิ่มขนาดขึ้นไปอีก

ยูอิลฮานคิดว่าอิชจาร์ตัวใหญ่แล้วงั้นหรอ? เคลาทูคนั่นตัวใหญ่แล้วสินะ? แต่แล้วเขาก็ต้องเปล่ยนความคิดเมื่อได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่แบ่งพลังเวทย์ตัวเองไปสร้างปราสาทและกระทั่งใช้เวทย์บิดเบือนพื้นที่เพื่อยัดร่างของตัวเองเข้ามาในที่เล็กๆแห่งนี้

"...นี่ฉันต้องสงสารนายไหม?"

[ฟุ ฮ่าฮ่า]

ปราสาทแห่งนี้ได้จองจำความโลภเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะเป็นเทพแล้ว แต่ว่าพลังเวทย์ของเขาก็ยังแผ่ขยายออกไปจนถึงจุดที่เขาทนไม่ได้อีกต่อไป

แน่นอนว่าการคุมคามจากมานานี้จะส่งผลเท่ากันทั้งกับตัวเขาเองและศัตรูของเขา และเพราะแบบนี้ทำให้สกิลสวนกลับของยูอิลฮานพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

[สกิลสวนกลับได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 55]

[หืมม สงสารงั้นสินะ อารมณ์นั่นคือสิ่งที่ฉันได้เสียไปเมื่อนานมาแล้ว บางทีการได้ลิ้มลองความรู้สึกนั่นจากตัวนายอีกครั้งมันอาจจะคุ้มค่าก็ได้แต่ว่านะ... ตอนนี้ฉันจะปล่อยเอาไว้ก่อน]

"นี่นายกินไปมากขนาดไหนกัน"

[ฉันก็แค่รักการกิน ฉันชอบการที่อุปสรรคของฉันหายไป รวมไปถึงอุปสรรคพวกนั้นได้กลายมาเป็นพลังของฉัน ฉันจะทำให้ทุกๆอย่างที่ฉันกินลงไปกลายมาเป็นพลังและค่าประสบการณ์จนเกิดการพัฒนาอยางไม่สิ้นสุด]

เพราะแบบนี้ในตอนนี้ก็เลยทำให้เขามีร่างกายที่ใหญ่พอจะกินสวรรค์เองได้เลย เขาได้อยู่บนโลกที่เขาปกครองพุ่งเข้าไปหาสวรรค์ แต่ว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เขาต้องผิดหวั

[มันไม่มีพระเจ้าอะไรนั่นเลย มันไม่มีอะไรให้ฉันกินเลย แล้วก็เจ้ามิคาเอลที่ดูไม่น่าอร่อยนั่นก็น่ารำคาญมากๆด้วย มันไม่คุ้มเลยที่ฉันจะไปปะทะกับหมอนั่น]

"นี่มันต่างจากที่ฉันได้ยินมานะ"

[อย่าบอกนะว่านายคิดว่าเจ้าพวกนั้นปฏิบัติตามคำสั่งที่มอบหมายมาจริงๆ? พวกอัครเทวทูตที่กำลังเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันก็ด้วย]

ยูอิลฮานได้แสดงสีหน้าแปลกๆออกมาและตรวจสอบอีกเรื่องหนึ่ง

"แล้วถ้างั้นกองทัพจรัสแสงก็เหมือนกันงั้นหรอ?"

[ซาตานคือคนที่จริงใจและสวยงามที่สุดที่ฉันรู้จักเลยล่ะ เทวดาตกสวรรค์พวกนั้นก็แค่มัวเมาไปกับการอ้างบารมีของเขาเท่านั้นเอง]

"แล้วสวนอาทิตย์อัสดงล่ะ?"

[ในด้านนั่นฉันไม่รู้เลย แต่ว่าผู้นำของพวกนั้นเป็นคนที่น่าสนใจมากๆ ฉันผิดหวังมากๆที่ไม่ได้เจอกับเขาคนนั้น เอาล่ะเรากลับมาคุยหัวข้อหลักกันดีกว่านะ]

หัวหน้ากองทัพปีศาจวิบัติ - ความโลภที่ยูอิลฮานคาดเอาไว้มาเป็นพวกสมองกล้ามเนื้อและชื่นชอบการทำลายได้พูดกับยูอิลฮานด้วยน้ำเสียงสงบ

[นายรู้ไหมว่ากำลังจะเกิดการทำลายล้างขึ้น?]

"อะไรนะ?"

ยูอิลฮานได้ถามกลับไป

มอนสเตอร์คนนี้ได้ยิ้มกว้างออกมาจนเห็นฟัน

[อย่างที่ฉันเคยพูดออกไป ในสวรรค์ไม่เคยมีพระเจ้าอยู่ หรือก็คือพระเจ้าได้ตายไปแล้ว]

หากว่ายูอิลฮานไม่เคยอ่านหนังสือของฟรีดริช นีทเชอมาก่อน เขาก็คงจะต้องตกใจกับคำพูดนี้มาก

"ข้อสรุปง่ายๆแบบนี้มัน..."

[ไม่ได้มีโลกใบใหม่เกิดขึ้นมาอีกเลยหลังจากที่โลกของนาได้เกิดขึ้นมา ในเวลาเดียวกันโลกจำนวนมากมายก็ได้ล้มสลายลงไปหรือกำลังอยู่ระหว่างการล่มสลาย แม้กระทั่งโลกระดับสูงก็กำลังลดจำนวนลงไปเช่นกัน ถึงแมว่าโลกพวกนั้นจะรวมเข้าด้วยกันกลายเป็นโลกใบใหญ่ขึ้นมา แต่ในท้ายที่สุดโลกพวกนั้นก็จะต้องเจอกับการล่มสลาย มันก็เหมือนกับโลกของกองทัพจรัสแสงที่นายได้ทำลายไป]

"แล้วทำไมกันล่ะ? นายอยากจะเปิดแคมเปญสันติภาพอะไรแบบนี้งั้นหรอ?"

[ฉันปรารถนาในการทำลาย แต่ว่าเมื่อทุกๆคนหายไปมันก็จะไม่มีอะไรเหลือให้ฉันกินอีก เพราะงั้นนั่นเป็นเหตุผลทำให้ฉันขังตัวเองเอาไว้ เพราะแบบนี้... ถึงต้องมีพระเจ้าองค์ใหม่เกิดขึ้นมา ผู้สร้างคนใหม่ จำเป็นที่จะต้องมีคนปกครองทุกๆโลกและสร้างโลกขึ้นมาใหม่]

"แล้วเพราะแบบนั้นนายก็จะได้กินได้ตามใจอีกครั้งสินะ?"

[ถูกแล้ว และฉันก็]

ความโลภได้พูดเรื่องไร้สาระขึ้นมาอีกครั้ง

[ฉันคิดว่านายจะกลายเป็นพระเจ้าองค์ใหม่]

จบบทที่ บทที่ 297 - ความสำเร็จ (7) [25-03-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว