- หน้าแรก
- เกิดใหม่เลิกเป็นตัวประกอบคลั่งรัก ขอนั่งแท่นพี่สะใภ้ของพวกแก
- บทที่ 12: ฉันอยากโอนงานให้พี่ใหญ่
บทที่ 12: ฉันอยากโอนงานให้พี่ใหญ่
บทที่ 12: ฉันอยากโอนงานให้พี่ใหญ่
บทที่ 12: ฉันอยากโอนงานให้พี่ใหญ่
หลินกุ้ยหลานและซูเต๋อหมิงฟังแล้วไม่นึกสงสัยในคำพูดของลูกสาวเลยแม้แต่น้อย พลางโกรธจัดขึ้นมาทันที
"อะไรนะ! อีพวกหน้าด้านไร้ยางอาย!"
หลินกุ้ยหลานถึงกับเท้าเอวด้วยความโมโห
"แม่ดูออกแต่แรกแล้วว่านังซูโหรวถังมีจริตจะก้านยั่วยวน ทำหน้าตาน่าสงสารเหมือนโดนรังแกอยู่ตลอดเวลา น่าหมั่นไส้ชะมัด! ที่แท้ก็สันดานแย่งผัวชาวบ้าน!"
"กล้าดียังไงมาแย่งคู่หมั้นของลูกพี่ลูกน้องตัวเอง? เดี๋ยวแม่จะไปฉีกหน้ามันให้เละ!"
"มิน่าล่ะ กู้ลี่ซงถึงได้ยุยงให้อาหยวนไปชนบท แล้วยังตื๊อให้ยกงานให้นังซูโหรวถังอีก ที่แท้พวกสารเลวนี่ก็สมคบคิดกันนี่เอง!"
ซูเจี้ยนเย่ถลกแขนเสื้อขึ้น ทำท่าจะพุ่งออกไปอัดกู้ลี่ซงเดี๋ยวนี้
ซูเต๋อหมิงเองก็โกรธไม่แพ้กัน
"อาหยวน ลูกมีหลักฐานเรื่องกู้ลี่ซงกับพี่สาวลูกไหม?"
ซูเจ้าหยวนส่ายหน้า
"ไม่มีค่ะ"
กู้ลี่ซงกับซูโหรวถังระมัดระวังตัวมาก บวกกับที่ผ่านมาเธอไม่เคยระแคะระคายมาก่อน จึงไม่มีหลักฐานอะไรเลย
ซูเต๋อหมิงครุ่นคิด
"ถ้าไม่มีหลักฐานแล้วบุกไปหาเรื่องแบบนี้ พวกมันไม่มีทางยอมรับแน่"
หลินกุ้ยหลานของขึ้น
"แล้วจะให้ปล่อยพวกมันไปเฉยๆ ให้อาหยวนต้องเจ็บช้ำน้ำใจฟรีๆ หรือไง?"
ซูเต๋อหมิงปลอบภรรยา
"จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง? ต่อให้พวกมันไม่ยอมรับ เราก็หลอกล่อให้มันจนมุมได้ เราจะยอมให้เรื่องนี้จบง่ายๆ ไม่ได้ ตระกูลกู้ต้องชดใช้ค่าเสียหาย"
แม้จะต้องถอนหมั้น แต่ครอบครัวของเขาต้องเป็นฝ่ายได้เปรียบทางศีลธรรมและได้ประโยชน์สูงสุด
เขาหันไปพูดกับซูเจ้าหยวน "ลูกรัก ฟังพ่อนะ อย่าเพิ่งรีบร้อนถอนหมั้น ถ้ากู้ลี่ซงทนไม่ไหว เดี๋ยวเขาก็ต้องมาหาลูกเอง"
ซูเจ้าหยวนเข้าใจความหมายของพ่อ แววตาเป็นประกายอย่างรู้ทัน แล้วยิ้มตอบ "ค่ะพ่อ หนูเข้าใจแล้ว"
พ่อของเธอเคยช่วยชีวิตพ่อของกู้ลี่ซงไว้ ตระกูลกู้จึงเป็นฝ่ายเสนอหมั้นหมายเอง
ในเมื่อตอนนี้กู้ลี่ซงต้องการถอนหมั้น ไม่ว่าจะมองมุมไหน ครอบครัวเธอก็เป็นฝ่ายถูกกระทำอย่างชัดเจน
หากใช้จุดนี้กดดัน ตระกูลกู้ที่ห่วงหน้าตาทางสังคมจะต้องยอมชดเชยให้ครอบครัวเธออย่างงามแน่
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซูเจ้าหยวนก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
ถึงตอนนั้น พ่อของเธอคงจะออกหน้าเรียกค่าเสียหายก้อนโต ให้ตระกูลกู้กระอักเลือดเล่นแน่ๆ
ซูเจ้าหยวนตัดสินใจปล่อยกู้ลี่ซงให้กระวนกระวายเล่นไปก่อน แล้วเปลี่ยนเรื่องพูดขึ้นมาดื้อๆ
"หนูอยากยกงานของหนูให้พี่ใหญ่ค่ะ พี่ใหญ่จะได้กลับมาอยู่ในเมือง พี่สะใภ้ ผิงผิง แล้วก็อันอันจะได้อยู่ในเมืองด้วยกัน"
หลินกุ้ยหลาน ซูเต๋อหมิง ซูเจี้ยนเย่ และจงชุ่ยชุ่ย ต่างพากันตกตะลึง
"ไม่ได้นะลูก ถ้ายกงานให้พี่ใหญ่ แล้วลูกจะทำยังไง? จะไปชนบทงั้นเหรอ? พ่อกับแม่ไม่ยอมเด็ดขาด!"
ซูเจี้ยนเย่รีบเสริม "ใช่ อาหยวน ในเมื่อเธอได้งานแล้วก็ทำไปเถอะ พี่อยู่ได้ เธอห้ามไปชนบทเด็ดขาดนะ"
ชีวิตในชนบทลำบากแค่ไหน ใครๆ ก็รู้ งานหนักตรากตรำตากแดดตากลม น้องสาวเขาบอบบางปานนั้น จะให้ไปตกระกำลำบากได้ยังไง?
ซูเจ้าหยวนไตร่ตรองเรื่องนี้มาอย่างดีแล้ว
เธอแจกลูกกวาดที่ได้จากระบบให้ผิงผิงและอันอัน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"หนูพูดจริงนะคะ"
"พ่อ แม่ ไม่ต้องห่วงค่ะ ถ้ายกงานนี้ให้พี่ใหญ่ หนูคิดว่าหนูหาได้ใหม่แน่"
งานที่เธอได้คือเสมียนโรงงานเหล็กกล้า เป็นงานนั่งโต๊ะ ซึ่งเหมาะมากสำหรับพี่ชายคนโตที่บุคลิกสุภาพเรียบร้อย
ส่วนตัวเธอเองนั้น ซูเจ้าหยวนจำได้ว่าลุงแก่ๆ ที่สถานีรับซื้อของเก่าแถวบ้านกำลังจะเกษียณพอดี
นั่นเท่ากับว่าจะมีตำแหน่งว่างไม่ใช่เหรอ?
ที่เธอรู้เรื่องนี้ก็เพราะในชาติที่แล้ว เธอได้ยินคนคุยกันบนรถไฟตอนเดินทางไปชนบท
ลุงคนนั้นไม่มีครอบครัว พอแกเกษียณก็ไม่มีทายาทมารับช่วงต่องาน ตำแหน่งที่ว่างลงจึงถูกโอนกลับไปที่สำนักงานแขวง
บังเอิญว่าที่สำนักงานแขวงมีพี่สาวคนหนึ่งที่ลูกสาวกำลังจะต้องไปชนบท พอเห็นตำแหน่งนี้ว่างลง หล่อนจึงใช้เส้นสายฝากลูกสาวเข้าทำงานทันที
ตอนที่คนบนรถไฟเล่าเรื่องนี้ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอิจฉา บอกว่างานแบบนี้คนนอกไม่มีทางรู้หรอก เพราะมักจะงุบงิบรับคนกันภายใน แถมยังบอกว่าอิจฉาเด็กผู้หญิงคนนั้นที่มีแม่เก่ง
คราวนี้ ซูเจ้าหยวนหมายตางานที่สถานีรับซื้อของเก่านั่นไว้แล้ว
สถานีรับซื้อของเก่า เป็นที่ที่ดีนะ เธอชอบ
ซูเจ้าหยวนคิดว่า ไม่ว่าจะยังไงเธอก็ต้องหาทางเอางานนี้มาให้ได้ ต่อให้ต้องไปกราบลุงคนนั้นเป็นปู่บุญธรรมก็ยอม
อีกอย่าง เธอก็ไม่ชอบปู่แท้ๆ ของตัวเองอยู่แล้วด้วย
จงชุ่ยชุ่ยได้ยินซูเจ้าหยวนบอกว่าจะหางานใหม่ได้ ก็แอบบ่นพึมพำในใจ
น้องสามีพูดเหมือนงานในเมืองหาได้ง่ายเหมือนผักกาดอย่างนั้นแหละ คิดว่าอยากได้ก็ได้เหรอ?
แต่พอได้ยินว่าน้องสามีจะยกงานให้สามีเธอ เธอก็รู้สึกซาบซึ้งใจอย่างบอกไม่ถูก
นี่คืองานประจำที่มีสวัสดิการเชียวนะ หาไม่ได้ง่ายๆ เลย!
น้องสามีดีกับครอบครัวเธอขนาดนี้ จงชุ่ยชุ่ยรู้สึกตื้นตันใจจริงๆ
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อปู่แม่ย่า สามี และน้องรองถึงได้รักและตามใจน้องสามีนัก
เธอมีค่าพอที่จะได้รับความรักจริงๆ นั่นแหละ
แต่ถ้าเลิกนิสัยหน้ามืดตามัวเพราะกู้ลี่ซงได้ ก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่
เรื่องที่น้องสามีจะสละงานให้ จงชุ่ยชุ่ยรู้ดีว่าเป็นไปได้ยาก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่คิดจะบ่นอะไร แค่รับรู้น้ำใจของน้องสามีก็พอแล้ว
ซูเจ้าหยวนเห็นพ่อแม่และพี่ชายทำท่าจะคัดค้านต่อ เธอจึงตัดสินใจกระซิบเบาๆ
"พ่อ แม่ หนูได้ข่าวงในมาค่ะ ลุงแก่ๆ ที่เฝ้าสถานีรับซื้อของเก่ากำลังจะเกษียณ แกไม่มีลูกหลาน พอแกออก ตำแหน่งก็จะว่าง หนูอยากได้งานนั้นค่ะ"
หลินกุ้ยหลานรีบพูดทันที "แม่ว่าแล้วเชียว อาหยวนของแม่เป็นดาวนำโชคจริงๆ เห็นไหม เรื่องที่คนอื่นไม่รู้ แต่อาหยวนรู้ ไม่ใช่ดาวนำโชคแล้วจะเป็นอะไร?"
แล้วเธอก็หันไปมองจงชุ่ยชุ่ยเชิงเตือน "เรื่องนี้ห้ามให้คนอื่นรู้เด็ดขาด ห้ามเอาไปพูดข้างนอกนะ"
จงชุ่ยชุ่ยรู้ดีว่าเรื่องนี้สำคัญแค่ไหน รีบตบอ บอก "แม่ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันไม่ปากโป้งแน่นอน"
ซูเต๋อหมิงก็ดีใจเช่นกัน เขาคิดอย่างรอบคอบแล้วกล่าวว่า
"ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ถือว่าประเสริฐมาก แบบนี้ครอบครัวเจี้ยนเย่ก็จะได้ย้ายมาอยู่ในเมืองกันหมด"
"เดี๋ยวพ่อจะลองไปสืบเรื่องลุงคนนั้นดู ถ้าได้งานนี้จริง พ่อจะยอมกราบแกเป็นพ่อบุญธรรมเลยเอ้า"
ซูเจ้าหยวนมองพ่อแล้วคิดในใจว่า มิน่าล่ะถึงเป็นพ่อลูกกัน ความคิดเหมือนกันเปี๊ยบ
หลินกุ้ยหลานพยักหน้า
"แม่ว่าเข้าท่านะ อาหยวนเป็นดาวนำโชค ใครเห็นก็ต้องเอ็นดู"
"แต่งานที่สถานีรับซื้อของเก่าจะไม่เหมาะกับอาหยวนเหรอ? ให้พี่ชายทำแทนดีไหม?"
ซูเจ้าหยวนส่ายหน้า
"ไม่ค่ะ หนูชอบงานที่สถานีรับซื้อของเก่า"
สถานีรับซื้อของเก่าเป็นที่ที่ดีจะตาย! งานสบาย อู้งานได้ แถมคนไม่พลุกพล่านวุ่นวาย เผลอๆ ถ้าโชคดีอาจเจอของมีค่าหลงเหลืออยู่ก็ได้
ซูเจ้าหยวน: "พี่ใหญ่ อย่ามัวชักช้าเลย เดี๋ยวจะเสียการ ไปหาผู้อำนวยการโรงงานเหล็กกล้าตอนนี้เลยดีกว่า ไปจัดการเรื่องโอนงานให้เรียบร้อย"