เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3: ยาจอมพลังของระบบ

บทที่ 3: ยาจอมพลังของระบบ

บทที่ 3: ยาจอมพลังของระบบ


บทที่ 3: ยาจอมพลังของระบบ

1306 เอ่ยเตือน "โฮสต์ คุณจะเลือกกินตอนนี้เลย หรือจะเก็บไว้ในช่องเก็บของของระบบก่อนก็ได้ครับ"

ซูเจ้าหยวนเพียงแค่นึกภาพ ยาเม็ดสีน้ำตาลหน้าตาธรรมดาก็ปรากฏขึ้นในมือ

ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ

หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เธอก็กลืนมันลงไปรวดเดียว

รสชาติหวานนิดหน่อย

วินาทีต่อมา ซูเจ้าหยวนรู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ราวกับมีขุมพลังมหาศาลอัดฉีดเข้าไปในเส้นเอ็นและกระดูก ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งจนน่ากลัว

ซูเจ้าหยวนทึ่งในความมหัศจรรย์ของยาจอมพลังที่ระบบมอบให้ เธอเหลือบไปเห็นก้อนอิฐที่ใช้หนุนขาโต๊ะอยู่ในห้อง จึงลองออกแรงบีบเพียงเล็กน้อย อิฐก้อนนั้นก็แหลกละเอียดกลายเป็นผงในพริบตา

แข็งแกร่งมาก!

หากชาติที่แล้วเธอมีพละกำลังเช่นนี้ มีหรือจะพลาดท่าเสียทีให้กับพวกแก๊งค้ามนุษย์?

ซูเจ้าหยวนรู้สึกว่าสวรรค์ยังเมตตาที่ให้โอกาสเธอได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง แถมยังส่งระบบมาให้เธอด้วย

ระบบนี่มันของดีจริงๆ

น้ำเสียงของเธอจึงเปลี่ยนเป็นเป็นกันเองขึ้นมาก

"นี่เจ้าระบบ ช่องเก็บของที่ว่าคืออะไรเหรอ?"

1306 คิดว่าเสียงของโฮสต์ช่างไพเราะน่าฟัง จึงอธิบายอย่างกระตือรือร้น "ช่องเก็บของนี้ใช้เก็บสิ่งของได้ครับ แต่มีขนาดแค่หนึ่งลูกบาศก์เมตร และไม่ได้จำกัดว่าจะเก็บได้แค่ของในระบบเท่านั้นครับ ของภายนอกก็เก็บได้"

"หากโฮสต์คิดว่าช่องเก็บของเล็กเกินไป สามารถขยายขนาดได้โดยการทำภารกิจเพื่อสะสมแต้มครับ"

ซูเจ้าหยวนทำหน้าประหลาดใจระคนยินดี

เธอสามารถเอาของจากโลกความเป็นจริงใส่เข้าไปในระบบได้ด้วย!

เธอหยิบชามบนโต๊ะขึ้นมา เพียงแค่คิดในใจ วินาทีถัดมาชามใบนั้นก็หายไปจากสายตา

ซูเจ้าหยวนสัมผัสได้ว่าชามที่เพิ่งใส่เข้าไปกำลังวางสงบนิ่งอยู่ในช่องเก็บของของระบบ

ฟังก์ชั่นนี้มันดีเกินไปแล้ว ใช้งานได้จริงสุดๆ!

นี่มันเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการปล้นคนรวยช่วยคนจนและสร้างฐานะชัดๆ!

หลังจากเอาชามออกมา ซูเจ้าหยวนก็สำรวจฟังก์ชั่นของระบบต่อด้วยความสนใจใคร่รู้ จนกระทั่งแม่ของเธอเดินถืออาหารเข้ามาในห้อง

"ลูกแม่ หิวมาตั้งสามวัน กินของมันๆ ไม่ได้นะลูก แม่ต้มโจ๊กข้าวฟ่างมาให้ กินรองท้องก่อนนะ พอลูกดีขึ้นแล้วแม่จะทำของอร่อยอย่างอื่นให้กิน"

ซูเจ้าหยวนรับชามโจ๊กข้าวฟ่างมาแล้วส่งยิ้มให้

"แม่คะ รีบไปทำงานเถอะ ไม่ต้องอยู่เฝ้าหนูหรอก"

ตอนนี้เที่ยงแล้ว แม่คงลางานช่วงบ่ายมา ซึ่งนั่นหมายความว่าจะต้องโดนหักค่าแรง มันไม่คุ้มเลย

หลินกุ้ยหลานยังคงกังวลเล็กน้อย

แม้ลูกสาวสุดที่รักจะรับปากว่าจะไม่ไปชนบท แต่ถ้าจู่ๆ เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาอีกจะทำอย่างไร?

เธอต้องอยู่เฝ้าลูกไว้ที่บ้านถึงจะวางใจ

ซูเจ้าหยวนมองออกว่าแม่คิดอะไรอยู่ จึงยกมือขึ้นสาบาน "แม่คะ หนูไม่ไปชนบทแน่นอน หนูทิ้งแม่กับพ่อไปไม่ลงหรอก เชื่อหนูนะ"

พอลูกสาวทำตัวออดอ้อน หลินกุ้ยหลานก็ไปไม่เป็นเลยทีเดียว

เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า

"แล้วถ้ากู้ลี่ซงมาบอกให้ลูกไปชนบทล่ะ?"

หลินกุ้ยหลานรู้จักนิสัยลูกสาวดี ยัยหนูชอบกู้ลี่ซงมาก มีของดีอะไรก็เก็บไว้ให้เขาหมด และมักจะหาเรื่องไปหาเขาเสมอ

เพราะเหตุนี้เลยมีข่าวลือเสียๆ หายๆ แพร่สะพัด หาว่าลูกสาวเธอไปเสนอตัวให้ผู้ชาย อยากแต่งงานจนตัวสั่น ไม่รักนวลสงวนตัว

หลินกุ้ยหลานทนไม่ได้ที่คนอื่นมาว่าร้ายลูกสาว เธอจึงบุกไปด่ากราดพวกปากหอยปากปูถึงหน้าบ้านจนกระเจิง

หลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าพูดจาว่าร้ายลูกสาวสุดที่รักของเธอต่อหน้าอีก

อีกอย่าง ลูกสาวเธอกับกู้ลี่ซงก็หมั้นหมายกันแล้ว จะไปมาหาสู่กันบ้างมันจะผิดตรงไหน?

พูดถึงเรื่องหมั้นหมายนี้ หลินกุ้ยหลานก็รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง

เดิมทีกู้ลี่ซงแก่กว่าลูกสาวเธอสองปี ฐานะทางบ้านดี หน้าตาไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ พ่อเขาก็เป็นถึงระดับหัวหน้า ถ้าหยวนหยวนแต่งไปย่อมไม่ลำบากแน่นอน

แต่ดูจากพฤติกรรมในช่วงปีสองปีมานี้ หลินกุ้ยหลานรู้สึกว่ากู้ลี่ซงไม่ได้ใส่ใจลูกสาวเธอเลย ท่าทีของเขาดูแปลกพิกล

ปีนี้ปี 1975 หยวนหยวนเพิ่งเรียนจบมัธยมปลาย ตามนโยบายแล้ว เยาวชนที่ยังไม่แต่งงานและไม่มีงานทำต้องลงไปพัฒนาชนบท

หลินกุ้ยหลานไม่อยากให้ลูกสาวไปลำบาก และลูกสาวก็ยังหางานไม่ได้ เธอเลยคิดจะให้ลูกแต่งงานกับกู้ลี่ซง ไหนๆ ก็หมั้นกันแล้ว แต่งงานก็เป็นแค่เรื่องของเวลา

แต่พอครอบครัวเธอเปรยเรื่องนี้ขึ้นมา กู้ลี่ซงกลับปฏิเสธทันควันแบบไม่ต้องคิด

เขาอ้างว่าตัวเองยังเด็ก และบอกว่าการให้หยวนหยวนไปชนบทเพื่อหาประสบการณ์เป็นเรื่องดี

ตอนนั้นหลินกุ้ยหลานอยากจะถ่มน้ำลายรดหน้าเขาจริงๆ

โชคดีที่ลูกสาวเธอทั้งดวงดีและหัวไว เมื่อครึ่งเดือนก่อนโรงงานเหล็กเปิดรับสมัครคนงาน และเธอก็สอบผ่านในรอบเดียว

พอมีงานทำ ลูกสาวเธอก็สามารถอยู่ในเมืองต่อได้

แต่พอคนในบ้านเพิ่งจะถอนหายใจโล่งอกได้ไม่นาน เจ้าคนเฮงซวยกู้ลี่ซงดันวิ่งแจ้นมาหาลูกสาวเธอ พูดจากำกวมชวนฝัน บอกว่าอยากสนองนโยบายรัฐ เตรียมจะลาออกจากงานเพื่อลงไปพัฒนาชนบทอันกว้างใหญ่

แน่นอนว่าหลินกุ้ยหลานไม่เชื่อคำพูดพรรค์นั้นหรอก เพราะมีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ทำแบบนั้น

ถ้ากู้ลี่ซงมีความมุ่งมั่นขนาดนั้นจริง ทำไมไม่ไปตั้งนานแล้ว ทำไมเพิ่งมาคิดจะตอบสนองนโยบายเอาป่านนี้?

แต่ลูกสาวเธอดันเชื่อเขาเป็นตุเป็นตะ ถึงขั้นจะยกงานให้ลูกพี่ลูกน้องอย่างซูโหรวถัง แล้วจะเก็บกระเป๋าตามกู้ลี่ซงไปชนบท

ตอนนี้หลินกุ้ยหลานจึงมีอคติกับกู้ลี่ซงอย่างแรง กลัวว่าลูกสาวจะเป็นเหมือนเมื่อก่อนที่กู้ลี่ซงพูดอะไรก็เชื่อไปหมด

ในใจซูเจ้าหยวนตอนนี้มีแต่ความเกลียดชังที่มีต่อกู้ลี่ซง จะไปชอบมันลงได้ยังไง?

"แม่ไม่ต้องห่วงค่ะ ต่อให้ตอนนี้กู้ลี่ซงมายืนคุกเข่าขอร้องอยู่ตรงหน้า หนูพูดยืนยันเลยว่าหนูไม่ไป!"

หลินกุ้ยหลานเห็นลูกสาวพูดจาหนักแน่น แต่ก็ยังอดระแวงไม่ได้

ก็คนทั้งบ้านเห็นกันมาตลอดนี่นาว่าลูกสาวเธอเคยหลงกู้ลี่ซงขนาดไหน

ซูเจ้าหยวนมองดูเวลาแล้วเร่งเร้า "แม่คะ รีบไปทำงานเถอะ ไม่ต้องห่วง หนูไม่ไปชนบทจริงๆ"

จากนั้นเธอก็เขย่าแขนเสื้อแม่เบาๆ แล้วลากเสียงอ้อน "แม่... เชื่อหนูเถอะน่า"

หลินกุ้ยหลานมองลูกสาวที่กลับมาสดใสร่าเริงมีชีวิตชีวา หัวใจคนเป็นแม่ก็อ่อนยวบ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า

"ก็ได้ๆ แม่เชื่อลูก"

จากนั้นเธอก็เหลือบมองไปที่ประตู แล้วล้วงเงินห้าหยวนออกมาจากกระเป๋ายัดใส่มือซูเจ้าหยวนอย่างรวดเร็ว

"ลูกรัก นี่ค่าขนมจากแม่ เก็บไว้ใช้เองนะ อย่าเอาไปซื้อของให้กู้ลี่ซงอีกล่ะ แม่เห็นแต่ลูกจ่ายเงินซื้อของให้เขา เขาไม่เคยซื้ออะไรให้ลูกเลย เชื่อแม่นะ อย่าหน้ามืดตามัวอีก"

หลังจากผ่านไปเกือบสิบปี การได้รับเงินค่าขนมจากมือแม่อีกครั้งทำให้ซูเจ้าหยวนมีความสุขมาก

"แม่คะ หนูรู้ว่าแม่รักหนูที่สุด แม่พูดถูกทุกอย่างเลยค่ะ หนูจะไม่เสียเงินให้กู้ลี่ซงอีกแล้ว ต่อไปนี้หนูจะใช้เงินกับพ่อและแม่เท่านั้น ไว้เงินเดือนออกหนูจะซื้อของขวัญให้แม่นะคะ"

หลินกุ้ยหลานมองลูกสาวปากหวานช่างเจรจาด้วยความปลื้มปริ่มสุดหัวใจ

ดูสิ ลูกสาวสุดที่รักของเธอช่างรู้ความจริงๆ สมแล้วที่เป็นเสื้อนวมกันหนาวตัวน้อยของแม่

ถ้าไม่ให้เธอรักลูกคนนี้ แล้วจะให้ไปรักใคร?

"พ่อกับแม่ยังทำงานไหว ไม่ต้องการเงินของลูกหรอก ลูกเก็บเงินไว้ใช้เองเถอะ"

หลินกุ้ยหลานพูดพลางลุกขึ้นยืน

"แม่ไปทำงานแล้วนะ ลูกพักผ่อนเถอะ"

เธอเดินออกไปที่ห้องนั่งเล่นแล้วกำชับจงชุ่ยชุ่ย

"สะใภ้ใหญ่ มื้อเที่ยงหยวนหยวนกินแค่โจ๊กข้าวฟ่างไปนิดเดียว ถ้าบ่ายนี้แกหิว หล่อนหาอะไรให้แกกินด้วยนะ"

จงชุ่ยชุ่ยที่อุ้มลูกสาวอยู่แอบเบะปาก

น้องสามีคนนี้โตจนป่านนี้แล้ว ยังต้องให้คนมาคอยทำกับข้าวประเคนให้อีก

ถูกตามใจจนเสียคนเกินเยียวยาจริงๆ

แม้ในใจจะคิดแบบนั้น แต่พอเห็นสีหน้าจริงจังของแม่สามี เธอก็จำต้องรับคำ

"ค่ะแม่ หนูรู้แล้ว แม่ไปทำงานอย่างสบายใจเถอะ"

จบบทที่ บทที่ 3: ยาจอมพลังของระบบ

คัดลอกลิงก์แล้ว