- หน้าแรก
- ข้ามมิติพลิกแพลง ตำแหน่งเศรษฐีข้าขอรับ
- บทที่ 55 มาดูฝีมือเชฟสวี่กันสักหน่อย
บทที่ 55 มาดูฝีมือเชฟสวี่กันสักหน่อย
บทที่ 55 มาดูฝีมือเชฟสวี่กันสักหน่อย
“พ่อหนุ่ม ชั่งกุ้งให้ป้า 5 จินหน่อย”
“คุณป้าครับ ขอโทษด้วยจริงๆ กุ้งเครย์ฟิชหมดเกลี้ยงแล้วครับ ถ้าคุณป้าอยากได้ พรุ่งนี้รบกวนมาเร็วหน่อยนะครับ” สวี่หัวยิ้มเจื่อนๆ กล่าวขอโทษคุณป้าอย่างสุภาพ
คุณป้าได้ยินว่าของหมดก็หน้าบึ้งทันที “ทำไมหมดเร็วนักล่ะ เมื่อกี้ฉันยังเห็นในกะละมังเหลือตั้งเยอะ”
เมื่อครู่คนมุงเยอะเกินไป เธอไม่อยากเบียดเลยแวะไปซื้อของร้านข้างๆ ก่อน กลับมาไม่ถึง 10 นาที ของดันเกลี้ยงแผงซะงั้น
“ครับ ลูกค้าคนก่อนหน้าคุณป้าเหมา 10 จินสุดท้ายไปพอดีเลยครับ” สวี่หัวตอบยิ้มๆ ก่อนจะรีบเสนอทางเลือกใหม่
“คุณป้าลองดูอย่างอื่นไหมครับ ปลาไหลนาในร้านเราเป็นปลาไหลธรรมชาติแท้ๆ สรรพคุณบำรุงร่างกายชั้นยอดเลยนะครับ ถ้าที่บ้านมีเด็กๆ ยิ่งเหมาะเลยครับ นอกจากจะมีสารอาหารสูงแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตแข็งแรงด้วยนะครับ”
คุณป้าเริ่มลังเล แต่พอเหลือบไปเห็นป้ายราคาก็เบ้ปาก “ปลาไหลร้านเธอแพงเกินไป เมื่อวันก่อนป้าซื้อมาจินละแค่ 40 กว่าหยวนเอง ของเธอแพงกว่าเกือบเท่าตัว”
ปฏิกิริยานี้อยู่ในความคาดหมายของสวี่หัว เพราะเขาโดนลูกค้าบ่นเรื่องราคาปลาไหลมาหลายรายแล้ว
เขายังคงรักษารอยยิ้มการค้าไว้ได้อย่างเหนียวแน่น “คุณป้าครับ ของร้านเรารับประกันว่าเป็นปลาไหลธรรมชาติ 100% ถ้าปลอมยินดีจ่ายคืนร้อยเท่า วันนี้เปิดร้านใหม่ลด 20% คำนวณแล้วเหลือจินละ 60 กว่าหยวนเองครับ ที่คุณป้าเคยซื้อ 40 กว่าหยวนนั่นน่าจะเป็นปลาไหลเลี้ยง ถ้าได้ลองเอาไปทำกินดูจะรู้เลยครับว่ารสชาติต่างกันราวฟ้ากับเหว”
“ป้าดูไม่ออกหรอกว่าอันไหนธรรมชาติอันไหนเลี้ยง” คุณป้าชะโงกหน้ามองในกะละมังด้วยความลำบากใจ
มันก็หน้าตาเหมือนงูเหมือนกันหมด จะไปแยกออกได้ยังไง
โชคดีที่สวี่หัวทำการบ้านมาดี ไม่งั้นคงตอบไม่ถูก “คุณป้าลองสังเกตดูนะครับ ปลาไหลธรรมชาติหัวจะแหลม หางจะเรียวยาว และลำตัวจะดูแข็งแรงบึกบึนกว่า เพราะพวกมันต้องใช้ชีวิตในธรรมชาติ ต้องขุดรูอยู่ตลอดเวลา ก็เหมือนคนนั่นแหละครับ คนที่ออกกำลังกายทุกวันกับคนไม่ออกกำลังกาย หุ่นย่อมต่างกันอยู่แล้ว”
“อุ๊ยตาย! พ่อหนุ่มพูดมีเหตุผลแฮะ” คุณป้ายิ่งฟังก็ยิ่งคล้อยตาม
“ฮ่าๆๆ คุณป้าลองซื้อกลับไปให้ผู้เชี่ยวชาญดูได้เลยครับ ถ้าพบว่าเป็นของปลอมเมื่อไหร่ กลับมาหาเราได้ตลอด ร้านใหญ่โตตั้งอยู่ตรงนี้ไม่หนีไปไหนแน่นอนครับ”
“ตกลง! งั้นชั่งมาให้ป้าสัก 2 จิน”
สวี่หัวพยักหน้ารับคำอย่างกระตือรือร้น “ได้เลยครับ เดี๋ยวผมคัดตัวใหญ่ๆ ให้”
“แล้วนี่จัดการทำปลาให้ด้วยไหม?”
“ตอนนี้ยังไม่ได้ครับ กำลังรับสมัครพนักงานอยู่ ถ้าได้คนแล้วจะมีบริการแล่ให้แน่นอนครับ” สวี่หัวอธิบายอย่างใจเย็น
แม้คุณป้าจะบ่นอุบอิบเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมควักเงินจ่าย
เสียงเงินเข้าบัญชีดังขึ้นอีกร้อยกว่าหยวน รอยยิ้มบนหน้าสวี่หัวบานแฉ่งยิ่งกว่าดอกทานตะวัน
“เหนื่อยไหม? ดื่มน้ำพักก่อน” ซ่งเฉินยื่นน้ำเย็นเจี๊ยบให้เพื่อน
สวี่หัวรับไปดื่มอึกใหญ่ แล้วส่ายหน้า “ไม่เหนื่อยเลยเพื่อน พอได้ยินเสียงแจ้งเตือนเงินเข้าอันไพเราะเสนาะหู พลังมันก็พุ่งพล่านขึ้นมาทันที”
“วันนี้สั่งกุ้งมาน้อยไปหน่อย พรุ่งนี้อาเฉินสั่งเพิ่มอีกสักหลายร้อยจินเลยนะ ฉันว่าขายหมดแน่”
กุ้งเครย์ฟิชมีแต่เปลือก เนื้อนิดเดียว คนกินทีต้องกินหลายจิน ลูกค้าส่วนใหญ่เลยสั่งทีละ 5 จิน 10 จิน
ยิ่งกุ้งร้านพวกเขาตัวใหญ่ ไซซ์ 5 เฉียนขึ้นไป แถมราคาถูกกว่าร้านอื่น ยิ่งขายดีเทน้ำเทท่า
“ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะให้เขามาส่งเพิ่ม นายเฝ้าร้านคนเดียวไหวไหม ช่วงบ่ายฉันมีธุระต้องออกไปข้างนอกหน่อย” ซ่งเฉินถาม
สวี่หัวโบกมือ “ไปเถอะ ของเหลือไม่เยอะแล้ว ฉันคนเดียวเอาอยู่สบายมาก”
“ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวหาข้าวกินกันก่อน แล้วบ่ายๆ ฉันค่อยออกไป”
โชคเข้าข้างซ่งเฉิน พอไปถึงบ้านตระกูลเฉิน เฉินหมิงกำลังนอนกลางวันอยู่พอดี
“เสี่ยวซ่ง มาทำไมตอนนี้เนี่ย?” เฉินหมิงเดินออกมาทั้งสภาพหัวยุ่งเป็นรังไก่ ตาลืมไม่ค่อยจะขึ้น
“มีเรื่องอยากจะปรึกษาหน่อยครับ ทางร้านแจ้งมาว่ากุ้งไม่พอขาย พรุ่งนี้พี่ช่วยเพิ่มยอดอีกสัก 200 จินได้ไหมครับ?”
เฉินหมิงตาเบิกโพลง “พรุ่งนี้เลยเหรอ? งั้นเดี๋ยวฉันต้องรีบลงไปสั่งชาวบ้านที่ทุ่งนา น่าจะพอหาทัน”
ตอนนี้คนที่ช่วยจับกุ้งมีแค่บ้านภรรยากับบ้านพี่สะใภ้ คืนหนึ่งได้ร้อยสองร้อยจินก็แทบรากเลือดแล้ว จะเอาเพิ่มอีก 200 จินคงต้องให้พี่ใหญ่ไปเกณฑ์คนมาเพิ่มอีกหลายบ้าน
“แล้ววันต่อๆ ไปยอดอาจจะเพิ่มขึ้นอีก พี่พอจะหาไหวไหมครับ?”
เนื่องจากวันนี้เป็นวันเปิดร้าน ยอดขายอาจจะพุ่งสูงเป็นพิเศษ ซ่งเฉินเลยยังไม่แน่ใจว่าหลังจากนี้ความต้องการจะนิ่งที่เท่าไหร่ อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้
“ไหวสิ!” เฉินหมิงตอบรับเสียงหนักแน่น
ถ้ากุ้งในกองพลผลิตบ้านเมียหมด เขาก็จะไปหาที่กองพลอื่น หรือถ้ายังไม่พออีก ก็ขยายพื้นที่ไปเรื่อยๆ ยังไงก็ต้องหามาให้ได้
“ดีครับ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงยังไงเดี๋ยวผมจะมาหาใหม่”
เฉินหมิงพยักหน้า “ได้ ถ้าฉันไม่อยู่บ้าน เธอก็เขียนโน้ตสอดไว้ที่ข้างประตูนะ เดี๋ยวกลับมาเห็นเอง”
คุยธุระเสร็จ ซ่งเฉินก็เตรียมตัวกลับ
เฉินหมิงตั้งใจจะชวนให้อยู่กินข้าวเย็นด้วยกัน แต่นึกขึ้นได้ว่าตัวเองต้องรีบลงพื้นที่ไปหาของ จึงบอกว่า “รอบนี้ไม่รั้งไว้นะ ไว้คราวหน้าค่อยมาทานข้าวกัน”
“ได้เลยครับ ไม่เกรงใจอยู่แล้ว” ซ่งเฉินรับคำอย่างเป็นกันเอง
เมื่อซ่งเฉินกลับมาถึงร้าน สวี่หัวก็กำลังเตรียมปิดร้านพอดี
เห็นเพื่อนกลับมา สวี่หัวก็แปลกใจ “อาเฉิน ทำธุระเสร็จเร็วจัง?”
“อืม เรียบร้อยดี ที่ร้านเป็นไงบ้าง?”
“ขายเกือบเกลี้ยง เหลือปลาไหลอยู่นิดหน่อย ฉันว่าจะเอาไปทำกับข้าวเย็นที่บ้านนาย เรามาทำเมนู ‘ปลาไหลน้ำแดง’ (หงเซาซ่านเพี่ยน) กินกันดีไหม? เปิดร้านขายของป่าทั้งที เจ้าของร้านยังไม่ได้ชิมของตัวเองเลยมันจะเสียชื่อเอานะ” สวี่หัวเสนอไอเดีย
ซ่งเฉินเลิกคิ้ว ถามด้วยน้ำเสียงกังขา “ทำเป็นเหรอ?”
“คลิปสอนทำอาหารในเน็ตมีตั้งเยอะแยะ ทำไม่เป็นก็เรียนสิวะ ฉันมั่นใจว่าทำได้แน่นอน” สวี่หัวตอบด้วยความมั่นใจระดับสิบ เป่าผมหน้าม้าโชว์ความเท่ไปหนึ่งที
ในเมื่อเพื่อนมั่นใจขนาดนี้ ซ่งเฉินก็ไม่ขัดศรัทธา “เอาสิ! งั้นขอเชิญ เชฟสวี่ แสดงฝีมือให้ประจักษ์หน่อยแล้วกัน”
จะกินข้าวบ้านทั้งที มีกับข้าวอย่างเดียวคงไม่พอ ทั้งคู่จึงแวะซื้อผักและเนื้อสัตว์เพิ่มอีกนิดหน่อย
พอกลับถึงบ้าน สวี่หัวก็เปิดคลิปดูแล้วลงมือทำตามขั้นตอนอย่างคล่องแคล่ว ทั้งฆ่าปลาไหล หั่นเป็นท่อนๆ แล้วจัดวางลงจานอย่างสวยงาม
ซ่งเฉินที่ยืนดูอยู่ตลอดอดไม่ได้ที่จะผิวปากแซว “เฮ้ยหัวจึ! ใช้ได้นี่หว่า ลีลาเหมือนมืออาชีพเลยนะเนี่ย”
“ฮ่าๆๆ ฉันเพิ่งค้นพบว่าการฆ่าปลาไหลมันง่ายนิดเดียวเอง แบบนี้ไม่ต้องจ้างคนเพิ่มแล้วมั้ง ฉันทำเองได้” สวี่หัวเชิดหน้าอย่างภูมิใจ
ซ่งเฉินทำท่าครุ่นคิดตามน้ำ “เข้าท่าแฮะ งั้นต่อไปนายรับหน้าที่เช่าปลาไหลกับทำปลา เดี๋ยวฉันจ้างคนอื่นมาขายของแทน”
“เฮ้ย! อย่าหาทำ! ฉันล้อเล่น! งานชำนาญการต้องปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญเขาทำสิ ฉันแค่มือสมัครเล่นจะไปแย่งอาชีพเขาได้ยังไงเล่า!” สวี่หัวรีบกลับลำทันควัน