เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 หกสิบหกล้านหกแสนหกหมื่น!

บทที่ 37 หกสิบหกล้านหกแสนหกหมื่น!

บทที่ 37 หกสิบหกล้านหกแสนหกหมื่น!


“คุณปู่ฉวี่ครับ ความจริงแล้วภาพวาดนี้เป็นของเพื่อนผมคนหนึ่งครับ เขาได้ยินว่าผมรู้จักกับปรมาจารย์ด้านการตรวจสอบภาพวาด ก็เลยวานให้ผมช่วยพามาให้คุณปู่ซุนช่วยดูให้หน่อย ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับว่าเขาจะยอมขายหรือเปล่า” ซ่งเฉินปั้นน้ำเป็นตัวพูดจาฉะฉานหน้าตาย

เขาเพิ่งจะปล่อยแสตมป์หายากระดับตำนานไปสองชุด ถ้าขืนยอมรับว่าเป็นเจ้าของภาพวาดของปรมาจารย์ต้าเชียนอีกชิ้น มันจะดูโดดเด่นสะดุดตาเกินไป เขาไม่อยากให้ใครรู้ว่าของล้ำค่าเหล่านี้มาจากเขาคนเดียว

ส่วนข้ออ้างที่ยกมาคนอื่นจะเชื่อหรือไม่นั้น ก็สุดแท้แต่บุญแต่กรรม

อย่างไรก็ตาม ถ้าภาพนี้ขายได้ราคาที่น่าพอใจ ในระยะสั้นนี้เขาคงพักการซื้อขายไปสักระยะ

“งั้นรีบถามเพื่อนเธอเดี๋ยวนี้เลย ถ้าเพื่อนเธอยอมขาย ต้องให้สิทธิ์ฉันพิจารณาเป็นคนแรกนะ” ฉวี่หงกวงตบหน้าอกปุบๆ แสดงความต้องการชัดเจน

เมื่อได้ยินดังนั้น ซุนหยวนหมิงและเหมยอี้ชุนก็พร้อมใจกันกลอกตามองบนอย่างรู้กัน ซุนหยวนหมิงโต้กลับทันควัน “ใช้สิทธิ์อะไรมาขอเป็นคนแรก? คนที่ควรได้สิทธิ์คนแรกต้องเป็นฉันสิ ฉันเป็นคนรู้จักกับเสี่ยวซ่งก่อนนะโว้ย”

ฉวี่หงกวงฉีกยิ้มประจบ “แหะๆ... ตาแก่ซุน เพื่อนรัก คบกันมาตั้งหลายสิบปี ครั้งนี้หยวนให้ฉันหน่อยเถอะน่า”

“ไม่ได้! ฉันเป็นคนเจอภาพนี้ก่อน ที่ยอมพาพวกแกมาดูด้วยก็เห็นแก่ความเป็นเพื่อนเก่าแก่มาหลายสิบปีแล้วนะ ยังจะมาแย่งของรักของหวงกันอีก มันจะเกินไปหน่อยมั้ง” ซุนหยวนหมิงแค่นเสียงขึ้นจมูก ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว

เหมยอี้ชุนมองคนโน้นทีคนนี้ที แล้วส่ายหน้าอย่างระอา เทียบกับต้าเชียนจวีซื่อแล้ว เขาชอบผลงานของ ‘ไป๋สือซานเหริน’ (ฉีไป๋สือ) มากกว่า ครั้งนี้เลยขอนั่งบนภูดูเสือกัดกันไปก่อน

ฉวี่หงกวงรู้ดีว่าภาพนี้ซุนหยวนหมิงเจอมาก่อน แต่ทำไงได้ ก็ใจมันรักไปแล้วนี่นา

ทั้งสองเถียงกันหน้าดำหน้าแดง ขุดเรื่องเก่ามาบลัฟกันอุตลุด ถ้าไม่ติดว่าอายุปูนนี้แล้วคงได้ลงไม้ลงมือกันแน่

ซุนฉงอวิ๋นเห็นท่าไม่ดี จึงเดินเข้าไปแทรกกลาง “คุณปู่คะ คุณปู่ฉวี่ ใจเย็นๆ ก่อนสิคะ ซ่งเฉินยังไม่ได้ถามเพื่อนเลยนะคะว่าตกลงจะขายไหม”

“อาอวิ๋นพูดถูก! เสี่ยวซ่ง เธอรีบโทรหาเพื่อนเดี๋ยวนี้เลย ถามให้รู้เรื่องว่าขายไม่ขาย” ซุนหยวนหมิงรีบเร่งยิกๆ

ขืนเถียงกันแทบตาย แต่เจ้าของภาพดันบอกว่าจะเก็บไว้เชยชมเอง หรือจะส่งเข้าโรงประมูล พวกเขาคงได้เถียงกันฟรีจนคอแห้งเปล่าๆ

ซ่งเฉินพยักหน้ายิ้มรับ “ได้ครับ งั้นผมขอตัวออกไปโทรศัพท์สักครู่ คุณปู่ซุนรอแป๊บนึงนะครับ”

“ไปเถอะๆ เสี่ยวซ่งพยายามกล่อมเพื่อนให้ขายให้ได้นะ ปู่ชอบภาพนี้จากใจจริง ถ้าได้ภาพนี้มาครอบครอง ต่อให้ตายตอนนี้ปู่ก็นอนตายตาหลับแล้ว” ฉวี่หงกวงพูดจาเวอร์วัง

ซุนฉงอวิ๋นค้อนขวับ “คุณปู่ฉวี่พูดอะไรไม่เป็นมงคลเลยค่ะ ขืนพี่หมิงเจ๋อมาได้ยินเข้า เขาต้องโกรธคุณปู่แน่ๆ”

พอได้ยินชื่อหลานชายคนโต สีหน้าของฉวี่หงกวงก็เจื่อนลงทันที “อุ๊ยๆ ปู่ปากเสียเอง อาอวิ๋นห้ามไปฟ้องเจ้าเด็กนั่นเด็ดขาดนะ ไม่งั้นมันได้มาบ่นกรอกหูปู่สามวันสามคืนไม่จบไม่สิ้นแน่”

“ไม่บอกพี่หมิงเจ๋อก็ได้ค่ะ แต่คราวหลังห้ามพูดเรื่องตายๆ อะไรแบบนี้อีกนะคะ มันไม่ดี”

ผ่านไปไม่กี่นาที ซ่งเฉินก็เดินกลับเข้ามาในห้อง

“คุณปู่ซุนครับ ผมคุยกับเพื่อนแล้ว เขาบอกว่ายินดีขายครับ แต่เพราะเขาอยู่ต่างจังหวัดไม่สะดวกเดินทางมา เลยฝากให้ผมจัดการแทนทั้งหมด”

ซุนหยวนหมิงตบมือฉาดใหญ่ด้วยความดีใจ “ฮ่าๆๆ ดี! ดีมาก! แล้วเพื่อนเธอตั้งราคาไว้เท่าไหร่ล่ะเสี่ยวซ่ง?”

ซ่งเฉินแสร้งทำหน้าลำบากใจ ขมวดคิ้วนิดๆ “เพื่อนผมเขาก็ไม่ค่อยรู้เรื่องราคาพวกนี้ครับ เขาบอกว่าเป็นของมรดกตกทอด เลยบอกให้พวกคุณปู่เสนอราคามาได้เลย”

“หนูมีไอเดียค่ะ” จู่ๆ ซุนฉงอวิ๋นก็เอ่ยขึ้น

ทุกสายตาจับจ้องไปที่เธอ “อาอวิ๋นว่ามาสิ มีไอเดียอะไรดีๆ?”

ซุนฉงอวิ๋นยิ้มมุมปาก เสนอความคิดอย่างฉะฉาน “ในเมื่อคุณปู่กับคุณปู่ฉวี่อยากได้ภาพนี้เหมือนกัน งั้นเรามาแข่งกันอย่างยุติธรรมดีไหมคะ? ให้ซ่งเฉินตั้ง ราคาขั้นต่ำ เอาไว้ แล้วพวกคุณปู่ก็เขียนราคาที่ตัวเองอยากจะสู้ลงในกระดาษ สุดท้ายใครให้ราคาสูงกว่า ก็รับภาพไป”

นี่คือวิธีการ ‘ยื่นซองประมูลลับ’ นั่นเอง เพียงแต่ผู้เข้าแข่งขันมีแค่ซุนหยวนหมิงและฉวี่หงกวง

สองผู้เฒ่าตรองดูครู่หนึ่งก็เห็นด้วย วิธีนี้ดีที่สุดแล้ว จะได้ไม่ต้องผิดใจกัน

“ตกลง เอาตามที่อาอวิ๋นว่า”

“เสี่ยวซ่ง เธอติดขัดอะไรไหม?”

เมื่อถูกโยนคำถามมา ซ่งเฉินก็รีบส่ายหน้า “ไม่ติดครับ ผมว่าวิธีของคุณ... เอ้อ... ของฉงอวิ๋น ยุติธรรมดีมากครับ”

นอกจากจะช่วยให้ผู้เฒ่าไม่ทะเลาะกันแล้ว ยังช่วยให้เขาไม่ต้องลำบากใจด้วย เพราะมีภาพเดียว ขายให้ใครอีกคนก็ต้องเคือง สู้ให้ตัวเลขตัดสินไปเลยจบๆ

“ดี งั้นเธอตั้งราคาขั้นต่ำมาเลย” ซุนหยวนหมิงกล่าวอย่างกระตือรือร้น

แม้ซ่งเฉินจะไม่เชี่ยวชาญเรื่องภาพวาด แต่ก่อนมาเขาก็ทำการบ้านมาบ้าง จึงลองหยั่งเชิงตั้งราคาเปิดไว้ที่ 30 ล้านหยวน

ซุนหยวนหมิงขมวดคิ้ว “เสี่ยวซ่ง... ราคาที่เธอตั้งมันต่ำไปหน่อยหรือเปล่า?”

“ไม่เป็นไรครับ ผมเชื่อว่าระดับคุณปู่ซุนกับคุณปู่ฉวี่ คงไม่เอาเปรียบเพื่อนผมอยู่แล้ว” ซ่งเฉินพูดด้วยรอยยิ้มทะเล้น

มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่าตอนนี้ตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะระเบิดออกมานอกอก 30 ล้าน! ขนาดตั้งไว้ 30 ล้าน คุณปู่ซุนยังบอกว่าต่ำไป? นี่แค่กระดาษแผ่นเดียวที่เก็บมาจากกองขยะนะเนี่ย มันมีค่าเท่ากับเงินที่คนธรรมดาหาทั้งชาติยังไม่ได้เลยนะ!

ซุนฉงอวิ๋นมองซ่งเฉินด้วยความสนใจ ผู้ชายคนนี้ดูเป็นคนดีใช้ได้เลยนะ ทั้งที่รู้ว่าปู่ของเธอกับปู่ฉวี่อยากได้ของชิ้นนี้จนตัวสั่น แต่กลับไม่ฉวยโอกาสโก่งราคาหน้าเลือด

แต่เธอก็มั่นใจในตัวคุณปู่ของเธอเช่นกัน ท่านไม่มีทางเอาเปรียบซ่งเฉินในเรื่องนี้แน่นอน

ซ่งเฉินถูกสาวงามจ้องมองจนเริ่มทำตัวไม่ถูก จึงแกล้งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแก้เขิน มือถือนี่มันอุปกรณ์ช่วยชีวิตในสถานการณ์อึดอัดชั้นดีจริงๆ

ไม่นานนัก ซุนหยวนหมิงและฉวี่หงกวงก็ส่งกระดาษที่เขียนราคาไว้แล้วมาให้ซ่งเฉินคนละใบ

“เสี่ยวซ่ง ประกาศผลเลย มาดูกันว่าภาพนี้จะไปตกที่บ้านใคร” ซุนหยวนหมิงพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระคนกดดัน นิ้วมือเผลอเกาชายเสื้อโดยไม่รู้ตัว

ซ่งเฉินคลี่กระดาษแผ่นแรกออก รูม่านตาของเขาขยายวูบ... 66 ล้านหยวน!

เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือเริ่มสั่นเทาขณะเปิดกระดาษแผ่นที่สอง ตัวเลขบนนั้นทำเอาเขาแทบจะเก็บอาการไม่อยู่

“คุณปู่ซุนครับ... ยินดีด้วยครับ!”

สิ้นเสียงประกาศ ฉวี่หงกวงก็โวยวายขึ้นมาทันที “อ๊ากกก! จะบ้าตาย! เสี่ยวซ่งเอามาให้ปู่ดูซิ ตาแก่ซุนมันเสนอราคาเท่าไหร่?”

ซ่งเฉินยื่นกระดาษในมือให้ไป

“66 ล้าน 6 แสน 6 หมื่น!... โอ๊ยยย! ไอ้แก่ซุน ไอ้คนเจ้าเล่ห์เพทุบาย!” ฉวี่หงกวงเห็นตัวเลขแล้วแทบกระอักเลือดออกมา

แพ้ไปแค่ 6 แสน 6 หมื่น เท่านั้นเอง! เขาแพ้ให้ตาแก่ซุนแบบเฉียดฉิวจนน่าเจ็บใจที่สุด!

จบบทที่ บทที่ 37 หกสิบหกล้านหกแสนหกหมื่น!

คัดลอกลิงก์แล้ว