เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 281 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (7) [22-02-2020]

บทที่ 281 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (7) [22-02-2020]

บทที่ 281 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (7) [22-02-2020]


บทที่ 281 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (7)”

[กรรรรรรรร!]

ปีศาจน้ำแข็งได้คำรามออกมา เมื่อมันได้ยื่นแขนออกมาก็มีคลื่นพลังน้ำแข็งกระจายออกมาตามเส้นทางมือของมันที่ยื่นออกมา

"คาริน่า"

"รู้แล้วน่า!"

ระหว่างที่มิเชล สมิธสันได้ถือโล่หันไปรับมือที่พุ่งเข้ามาอย่างกล้าหาญ เขาก็ตะโกนออกมา คาริน่า มาลาเทสต้าที่รอเวลานี้อยู่ก็ได้เวทย์ที่ยับยั้งการเคลื่อนไหวของปีศาจ

"ฮ่าห์!"

เมื่อปีศาจน้ำแข็งได้ถูกหยุดเอาไว้กับที่แล้ว จู่ๆทาคากากิ อสึฮะก็ได้โผล่ขึ้นมาจากด้านหลังของปีศาจและใช้แส้ของเธอมัดเข้าไปที่คอของมัน ยังไงก็ตามพลังทำลายในการปิดฉากของเธอยังคงไม่พอ

"ฮ่าาาาาาห์!"

"อึก มันยังไม่พอ!"

"บุกเข้าไป มิเชล!"

หลังจากนั้นอีก 30 สิบนาทีการต่อสู้กับปีศาจที่โหดร้ายก็ได้จบลง หากว่าไม่ได้มีพรจากนายูนาในระหว่างกลางทาง พวกเขาก็คงจะตกอยู่ในอันตรายไปแล้ว

"แฮ่กๆ... ฉันคิดว่าเราฝืนชนะมาได้ตัวหนึ่งแล้วนะ"

"มิเชล ทำได้ดีมาก"

"คาริน่า เธอก็ด้วย"

มิเชล สมิธสันเป็นคนที่เหนื่อยที่สุดเพราะเขานั้นรับหน้าที่ในการป้องกันทั้งหมด เขาได้ขัดเอาน้ำแข็งที่เกาะโล่ออกไปและหอบหายใจออกมา

คาริน่า มาลาเทสต้าได้ใช้ผ้าเหง็ดหน้าเช็คเหงื่อออกไปจาหน้าผากของเขา ส่วนทาคากากิ อสิฮะก็ได้ตรวจสอบเลเวลของเธอโดยไม่สนเรื่องความโรแมนติกของทั้งสองคนนี้

"ถึงมันจะช้ามากๆ... แต่มันก็ทำให้ฉันเลเวลเพิ่มขึ้นอีกแล้ว ตอนนี้ฉันเลเวล 250 แล้ว!"

"ทั้งๆที่เราเลเวลเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วแล้วแต่ทำไมมันถึงยังยากแบบนี้อยู่อีกล่ะ?"

เอิลต้าได้ให้คำตอบที่ชัดเจนออกมาพร้อมทั้งเตรียมตัวที่จะเรียกมอนสเตอร์ตัวถัดไปออกมา

"นั่นก็เพราะว่าเลเวลของมอนสเตอร์ที่ถูกอัญเชิญมาจะเพิ่มขึ้นตามการเพิ่มเลเวลของพวกนายไงล่ะ"

"เธอมันปีศาจ!"

"ปีศาจงั้นหรอ? หลังจากไม่ได้เป็น 'ทูตสวรรค์' ก็ถูกเรียกแบบนี้ ดีจังเลยแหะ!"

เอิลต้าได้ยิ้มออกมาอย่างสดชื่น

"บางทีคนๆนั้นอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้เธอกลายมาเป็นแบบนี้..."

"บางทีเราอาจจะกลายมาเป็นแบบนี้ในสักวัน"

เอิลต้าได้ส่งเสียงขึ้นจมูกขึ้นมาเมื่อได้ยินแบบนี้

"พวกนายทั้งสามคนยังห่างไกลเกินกว่าจะไปไล่ตามเขาทัน"

"นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว..."

มิเชล สมิธสันได้หยักหน้าอย่างไม่รู้ตัว จากนั้นเขาก็มองไปในที่ที่หนึ่ง ที่ที่เขามองไปก็คือที่ที่มีมังกรขนาดมหึมากับมนุษย์หนึ่งคนกำลังสู้กันอยู่

[ข้าจะฆ่าเจ้า!!!]

"แล้วนายจะทำยังไงกันล่ะ? เมื่อไหร่กันที่นายจะตามฉันทันน่ะ? ฉันคิดว่าฉันคงแก่ตายก่อนที่มังกรน้อยแบบนายจะไล่ตามฉันทันอีกนะ"

[กรรรรรรร!]

"คำรามดังจังเลยน้า! แต่ถึงแบบนั้นแม้แต่ไส้เดือนยังไม่กลัวเลย!"

[ยูอิลฮานนนนนนนนน!]

"นี่นายกำลังร้องเพลงกล่อมเด็กนอนอยู่งั้นหรอ?"

การได้เห็นยูอิลฮานต้อนมังกรที่น่ากลัวจนมุมพร้อมทั้งไม่ลืมที่จะเยาะเย้ยทำร้ายจิตใจมังกรอย่างมากอีกด้วย สิ่งนี้มันทำให้พวกมิเชล สมิธสันรู้สึว่าตัวพวกเขามันเป็นแค่มดตัวน้อยๆ แถมยูอิลฮานยังเป็นคนชุบชีวิตมังกรตัวนั้นขึ้นมาอีกด้วย!

คาริน่า มาลาเทสต้าได้ถามขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ

"นับตั้งแต่ที่คุณยูอิลฮานสู้กับมังกรนั่นมันนานแค่ไหนแล้วนะ?"

"มาคิดดูแล้ว ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียวระยะเวลาบาเรียก็จะหมดลง เพราะงั้นฉันคิดว่าพวกเขาสู้กับแบบนี้มาเต็มปีหนึ่งกับอีกสามเดือนฎ

"ไม่หลับไม่นอนเลยเนี้ยนะ?"

"นอกเหนือจากการไปอาบน้ำในอ่างแห่งปาฏิหาริย์แล้ว เขาก็ไม่ได้พักหรือไปนอนเลย"

มิเชล สมิธสันได้เงียบลงไป ในตอนนี้ยูอิลฮานวิ่งหลบซ้ายขวาอยู่บนท้องฟ้า มันชัดเจนมากๆว่าตัวเขายังเต็มไปด้วยพลังทั้งๆที่เหวี่ยงหอกอยู่ตลอดเวลา ทุกๆหอกที่เขาเหวี่ยงออกไปจะกลายมาเป็นการโจมตีที่เหมือนกับแยกจักรวาลออกมา จากที่มองดูนี้ยูอิลฮานไม่ได้เหนื่อยเลยแม้แต่นิดเดียว

"พวกเราก็ใช้อ่างแห่งปาฏิหาริย์มาตลอดเหมือนกันนะ..."

"แต่การสอดผสานมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แล้วนั่นก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขาเป็นแบบนั้นหรอกนะ"

ไม่ว่ายังไงยูอิลฮานก็ยอดเยี่ยมมากๆ การจะฝึกฝนแบบนี้เป็นระยะเวลานานโดยไม่หยุดพักมันไม่ใช่สิ่งที่จะทำกันได้ง่ายๆแค่เพราะมีศักยภาพที่ดี แต่ว่ามันยังต้องมีความแข็งแกร่งทางจิตใจที่มหาศาลอีกด้วย

ถึงมันจะน่าอึดอัดแต่ว่ามิเชล สมิธสันก็ได้ยอมรับไปแล้วว่าเขาด้อยกว่ายูอิลฮาน

"ฉันไม่คิดว่าเขาจะเก่งไปทุกๆด้านหรอกนะ... แต่อย่างน้อยนี่ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ฉันยอมรับในตัวเขา"

"นายก็แกร่งขึ้นแล้วเหมือนกันนะ"

"ไม่หรอกคาริน่า ฉันไม่ได้โลภขนาดนั้นอีกแล้ว ฉันเบื่อที่จะพยายามจะคว้าทุกๆอย่างแล้วต้องมาเจอกับความล้มเหลวแล้วล่ะ"

เขาได้ถอนหายใจออกมาและยกโล่ขึ้นอีกครั้ง ลมหายใจของเขาก็ยังสงบลงแล้วเช่นกัน

"ฉันจะเป็นโล่ที่จะปกป้องเธอ ฉันจะไม่หวังให้ได้ในทุกๆอย่าง ฉันจะขัดเกลาแค่ในสิ่งที่ฉันต้องการให้สุดโต่งเท่านั้น"

"ตามที่คุณนายต้องการเลย... ที่รักของฉัน"

"ใช่แล้ว การมีชีวิตรักที่มีความสุขนี่แหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ"

คู่รักสองคนนี้ได้แสดงความโรแมนติกออกมาอีกแล้ว!

ทาคากากิ อสึฮะที่มองดูทั้งสองคนสวีตกันมามากกว่าปีได้หันหน้าหนีไปมองที่ยูอิลฮานแทน เขาคือแรงผลักดันของเธอ เขากำลังต่อสู้กับมังกรที่น่ากลัวที่เธอไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้สู้ด้วย เขากำลังต้อนมันจนจนมุม! ถึงเขาจะไม่ยอมรับ แต่เขาคือพระเจ้ากลับชาติมาเกิดแน่นอน! แค่ได้เห็นแบบนี้เธอก็ยินดีแล้ว

"ดูเหมือนพวกนายจะฟื้นตัวกลับมาหมดแล้วนะ"

"อะ อ่า"

พอเธอรู้ตัวกลับมา เอิลต้าก็กำลังจ้องมาที่เธออยู่

"ถ้าเธออยากจะช่วยเขา เธอจะไม่ได้มีเวลาได้พักสบายๆเลยนะ"

"แน่นอนสิ เร็วๆนี้ฉันได้เพิ่มเลเวลขึ้นมาเพราะงั้นทางร่างกายแล้วไม่มีปัญหา ช่วยอัญเชิญมอนสเตอร์ตัวต่อไปมาเลย... ถ้าเป็นไปได้ก็เรียกมาบนหัวคู่รักนั่น"

"น่าสนใจนะ"

มันไม่ใช่แค่หัวหน้ากิลด์ต่างๆเท่านั้นที่ฝึก ยูมิล คังมิเรย์ นายูนา คิมเยซอล เลียร่า เฮเรียน่า คังฮาจิน และแม้กระทั่งกองทัพมังกรก็ยังทำในสิ่งที่ทำได้ภายในบาเรียแห่งนี้ เวลาปีครึ่งเหลืออยู่อีกไม่มากแล้ว กองกำลังต่อสู้ของโลกในตอนนี้กำลังพัฒนาตัวเองขึ้นมาเช่นกัน

แน่นอนว่าคนที่พัฒนามากที่สุดเลยก็คือยูอิลฮาน

[กรรรรรรรรร!]

เสียงคำรามของโอโรจิได้ดังออกมา ร่างกายของโอโรจิในตอนนี้ไม่มีทั้งหัวใจ กระดูกสันหลังหรือกระดูกซี่โครง รวมไปถึงเลือดกับเนื้อก็หายไปเช่นกัน แต่ว่าด้วยการตีเหล็กและหัตถกรรมมานาระดับเทพของยูอิลฮานได้ทำให้ ยูอิลฮานได้ชุบชีวิตอิจชาร์ขึ้นมาพร้อมกับพลังที่เหนือยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตคลาส 6 ใดๆ

[เจ้า... เจ้าต้องการอะไรกัน!?]

"นายก็น่าจะรู้แล้วนะ"

ยังไงก็ตามแม้ว่าอิชจาร์จะทรงพลังากๆ แต่ก็ไม่อาจจะเอาชนะยูอิลฮานได้ ในตอนแรกที่อิชจาร์คืนชีพมามันยังได้เปรียบอยู่ แต่ว่ายิ่งยูอิลฮานปรับตัวเข้ากับเกราะร่างมังกรจิตวิญญาณเพลิงผ่านการต่อสู้เท่าไหร่ สถานการณ์ก็ได้เปลื่ยนแปลงไปในที่สุด

[ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้เจ้า! การที่ข้าแพ้ด้วยร่างกายที่ไม่สมประกอบนี่มันไม่ได้หมายความว่าข้าจะแพ้เจ้า!]

"นายกำลังพูดอะไรอยู่น่ะ? นายแพ้ฉันตั้งแต่ที่นายตายไปแล้ว นี่มันก็คือขั้นตอนการบ่อนทำลายจิตใจของนายเท่านั้นเอง"

[เจ้าเอาชนะข้าด้วยวิธีที่ขี้ขลาด! ถ้าข้ายังคงมีพลังเดิมอยู่ ข้าจะไม่มีวันแพ้คนแบบเจ้า!]

ยูอิลฮานได้ส่งเสียงหึขึ้นมา

"นายก็เอาชนะศัตรูด้วยคำสาปนั่นแหละ นั่นมันไม่เรียกว่าขี้ขลาดหรอกหรอ? นายนี่ไม่เหมาะสมกับมังกรเลยน้า"

[กรรรรรรรรรรร!]

"ไม่ใช่ว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดจะชนะหรอกนะ มันเป็นคนที่ชนะต่างหากที่แข็งแกร่ง ฉันก็บอกไปแล้วนี่นา ถ้านายเอาชนะฉันได้ฉันจะปล่อยนายเป็นอิสระ แล้วนายก็เห็นด้วยกับฉันในตอนนั้น พอมาตอนนี้พอนายแพ้ก็เลยมาหาข้อแก้ตัวงั้นสิ นายนี่เป็นมังกรจริงๆน่ะเร้อ?"

[ขะ ขี้ขลาด...!]

โอโรจิที่ได้ยินคำพูดทำนองนี้มาเป็นล้านๆครั้งแล้วได้พึมพัมขึ้นมาอย่างหมดแรง

[เจ้ามันปีศาจ ข้าคิดว่ากำลังใจของข้ากำลังหายไป...]

"ฉันคงต้องเหยียบย่ำเขาอีกซักหน่อยแหะ"

ยูอิลฮานได้กระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าหลายต่อหลายครั้งในตอนที่พูดแบบนี้ออกมา เมื่อใดก็ตามเมื่อเขาวาดหอกกลางอากาศก็จะตามมาด้วยหอกสะบั้นจักรวาลที่แทงเข้าไปในร่างที่บาดเจ็บของอิชจาร์

[กรรร เจ็บบบ! นี่มันเจ็บบบ!]

"นายนี่มันน่าสมเพชจังเลยนะ! ทำไมไม่ฆ่าตัวตายไปเลยซะล่ะ ถ้านายยังมีศักดิ์ศรีในฐานะมังกรอยู่งั้นทำไมไม่ฆ่าตัวตายไปเลยเล่า!"

[กรรรรรรรรรร!]

ครั้งหนึ่งอิชจาร์คือมังกรที่ถูกเรียกว่ามังกรแห่งความสิ้นหวัง แต่ว่าในตอนนี้อิชจาร์ได้เหวี่ยงหางใส่ยูอิลฮาน แต่ว่ายูอิลฮานที่มีข้อมูลการเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้อยู่นานแล้วมองว่านี่มันเป็นการกระทำที่ดูน่ารักเอามากๆ ยูอิลฮานกระทั่งพุ่งไปตามหางจนหางหมดพลังลงไปและจับหางเอาไว้จากนั้นก็ฉีกมันออกมา

[กรร ก๊าซซซซซซ!]

ในตอนนี้เองอิชจาร์ก็ได้ร้องออกมา

[ข้า... แพ้แล้ว]

อิชจาร์ได้ยอมรับในความพ่ายแพ้ออกมาเป็นครั้งแรก หลังจากการต่อสู้มาเป็นเวลานานในที่สุดแล้วจิตใจของเขาก็พังทลายลงไปก่อนร่างกาย

[ข้าจะยอมรับเจ้าในฐานะจ้าวแห่งมังกร]

เมื่อได้ยินเสียงที่ไม่น่าพอใจนี้ ยูอิลฮานก็ได้ฉีกกระชากหางหนักขึ้นอีกและพูดขึ้นมา

"ลองพูดอีกทีซิ"

[กรรร! ข้ายอมรับเจ้าในฐานะจ้างแห่งเราเผ่าพันธ์มังกร!]

ยูอิลฮานได้ปล่อยหางออกมาและลอยขึ้นไป ในตอนนี้เองก็ได้มีข้อความใหม่ปรากฏขึ้นมา

[คุณได้รับการประกาศยอมรับความพ่ายแพ้จากจิตวิญญาณของมังกรที่แข็งแกร่งที่สุดที่มีตัวตนอยู่ มังกรแห่งความสิ้นหวัง ถึงแม้ว่านั่นจะยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม บันทึกที่คุณมีอยู่ในฐานะของมังกรได้ถูกเสริมพลังขึ้น พลังในการปกครองมังกรได้ถูกใช้งานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย]

มันไม่มีทางที่มังกรคลาส 7 ที่ทรงพลังและสูงส่งจะยอมรับความพ่ายแพ้แค่เพราะถูกยูอิลฮานทุบตีเหล็กๆน้อยๆแน่ ที่มันเป็นแบบนี้ได้ก็เพราะว่าเขาได้รับคุณสมบัติการเป็นจ้าวแห่งมังกรมาจากชุดเกราะที่สมบูรณ์แล้วของเขาต่างหาก

แต่ไม่ว่าจะแบบไหนยูอิลฮานก็ได้ทำสำเร็จตามเป้าที่ตั้งเอาไว้แล้ว ในตอนนี้อิชจาร์ได้กลายมาเป็นของเขาแล้ว

"เยี่ยม ถ้างั้นนับจากนี้นายจะมาอยู่เคียงข้างฉัน"

[ในที่สุดท่านก็ทำได้ นายท่านโหดร้ายจริงๆ]

สกิลปกครองที่ตอนนี้มาถึงระดับเชี่ยวชาญแล้วได้ปกคลุมทั้งร่างของอิชจาร์ ด้วยสภาพที่ทั้งร่างกายกับจิตใจได้พังทลายลงไปแล้วทำให้อิชจาร์ได้ล่ะทิ้งศักดิ์ศรีที่เคยมีมาตลอดและได้ยอมรับใช้ยูอิลฮาน

"อิชจาร์ นับจากนี้ไปก็มาดีกันไว้นะ"

[ข้ายอมรับเจ้าในฐานะเจ้านายแล้ว... เพราะงั้นเจ้าจะต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด]

[อิชจาร์ได้กลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ]

ในที่สุดเขาก็ทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในตอนที่อยู่ในบาเรียแล้ว ยูอิลฮานได้ยิ้มออกมา

"เอาล่ะ ถ้างั้นก็ได้เวลาเปลื่ยนที่อยู่กันแล้ว"

[ร่างกายมังกรน่ากลัวนี่มันก็น่าอึดอัดเหมือนกันแต่ก็... ช่วยไม่ได้สินะ]

[ฟู่... สำหรับข้าแล้วนี่มันสบายมากๆ]

ไม่มีอะไรให้ต้องลังเลอีกแล้ว ยูอิลฮานได้เปิดใช้งาน 'สรรสร้าง' ย้ายตำแหน่งโอโรจิกับอิชจาร์ในทันที

อิชจาร์จะต้องปรับตัวเข้ากันกับเกราะร่างกายมนุษย์มังกรที่อัดแน่นไปด้วยแก่นแท้ของเขาได้ดีกว่าโอโรจิแน่ และส่วนโอโรจิก็น่าจะเหมาะกับชิ้นส่วนร่างกายของมังกรคลาส 7 มากกว่าอาร์ติแฟคระดับพระเจ้าเช่นกัน

"โอโรจิ ร่างกายนั่นเป็นยังไงมั้ง?"

[มันน่าอึดอัดมากๆเลยนายท่าน ทำร่างมนุษย์ให้ข้าดีกว่านะ]

"ได้ ไว้ใจฉันได้เลย ฉันจะบีบอัดพลังไม่ให้เสียเปล่าเลยล่ะ"

เพราะแบบนี้เองทำให้ยูอิลฮานได้เริ่มงานชิ้นสุดท้ายของเขาภายในบาเรียนี้ มิสทิคที่เฝ้าดูมาเงียบๆตลอดก็ได้ส่งเสียงบ่นขึ้นมา

[นายท่าน ฉันด้วยสิ! ฉันก็อยากมีร่างกายเหมือนกัน!]

"เธอ.. ช่วยรอไปอีกนิดก่อนนะ"

[จะมากเกินไปแล้วนะ! นายท่านงี่เง่าที่สุด! ฉันก็อยากจะได้ร่างกายเหมือนกับโอโรจินะ! ร่างกายสาวน้อยน่ารัก!]

[ฮ่าฮ่า เจ้าเด็กเหลือขอ หยุดเต้นแรงเต้นกาด้วยร่างกายใหญ่ยักษ์ของเธอได้แล้ว]

[โอโรจิเจ้าบ้าาาาา!]

เสียงร้องที่สดใสของมิสทิคได้ดังไปทั่วทั้งบาเรีย ยูอิลฮานได้หัวเราะขึ้นและหยิบค้อนออกมา

ตอนนี้เหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนก่อนที่บาเรียจะหายไป ยังพอมีเวลาเหลืออยู่สำหรับการสร้างผลงานชิ้นเอกอีกชิ้นหนึ่ง

จบบทที่ บทที่ 281 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (7) [22-02-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว