- หน้าแรก
- ข้าอยู่ในสามก๊ก แต่สวนหลังบ้านข้าเชื่อมกับหงฮวง
- ตอนที่ 339 วิหคหลุดกรงขัง ทะยานสู่ฟ้ากว้างทะเลไกล(ฟรี)
ตอนที่ 339 วิหคหลุดกรงขัง ทะยานสู่ฟ้ากว้างทะเลไกล(ฟรี)
ตอนที่ 339 วิหคหลุดกรงขัง ทะยานสู่ฟ้ากว้างทะเลไกล(ฟรี)
**กลับมาพร้อมขอแก้สำนวน ชื่อเมือง ตัวละครให้ตรงกับฉบับสามก๊กเก่า พระยาคลังหน
ตอนที่ 339 วิหคหลุดกรงขัง ทะยานสู่ฟ้ากว้างทะเลไกล
แสงเงินแสงทองจับขอบฟ้า กลิ่นอายฝุ่นดินลอยจางๆ ในอากาศ
แสงอาทิตย์สาดส่องลงมายังผืนดิน เพิ่มความขลังให้กับแผ่นดินเก่าแก่นี้
ทว่า บนเส้นทางเล็กๆ นอกอำเภอไพก๊ก(เมืองเป่ย ขอแก้ให้ตรงกับฉบับพระยาคลังหน) กลับเต็มไปด้วยฝุ่นตลบ เสียงเกือกม้าและเสียงหอบหายใจของทหารดังระงม
ในฐานะฮ่องเต้หุ่นเชิดแห่งฮั่นใต้ ชะตาชีวิตของเล่าปี่ดั่งนิยายที่พลิกผัน
ในกลียุคสามก๊กนี้ ชีวิตเขาแขวนอยู่บนเส้นด้ายหลายครา ครึ่งชีวิตแรกระหกระเหิน พอจะตั้งตัวได้ก็ถูกอ้วนเสี้ยวและโจโฉยึดอำนาจ กลายเป็นฮ่องเต้หุ่นเชิด และบัดนี้เขาก็รอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชได้อีกครั้ง
ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณอู่อันกั๋วผู้ภักดี หากมิใช่การสละชีพตัดท้ายขบวนของอู่อันกั๋ว เล่าปี่คงถูกจับกลับไปแล้ว
สามวันสามคืน เล่าปี่และผู้ติดตามหนีตายมาอย่างอกสั่นขวัญแขวน ในที่สุดก็พ้นเขตอำเภอไพก๊ก ชั่วคราว
เขามองดูตังเจียวที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน
ตังเจียวเป็นเพียงขุนนางฝ่ายบุ๋นร่างกายอ่อนแอ บัดนี้เรี่ยวแรงแทบหมดสิ้น
ใบหน้าฉายแววเหนื่อยล้า แต่ยังคงกัดฟันเดินหน้าต่อ
"กงเหริน ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?" เล่าปี่ถามด้วยความเป็นห่วง
ตังเจียวสูดหายใจลึก กล่าวอย่างยากลำบาก "ฝ่าบาท ข้ายังไหว"
เล่าปี่ยิ้มบางๆ "กงเหริน ท่านมีความสามารถล้ำเลิศ ต้องมาตกระกำลำบากกับฮ่องเต้ตกยากเช่นเรา ทำให้ท่านต้องลำบากแล้ว"
ตังเจียวมองเล่าปี่ แววตามุ่งมั่น "ฝ่าบาทเป็นฮ่องเต้ผู้มีใจเพื่อราษฎร ข้าพระองค์ยอมติดตามฝ่าบาท ดีกว่ารับใช้พวกที่รู้แต่ชิงดีชิงเด่น"
เล่าปี่ซาบซึ้งใจ เขารู้ว่ามีข้าราชบริพารภักดีเช่นนี้ การกอบกู้ราชวงศ์ฮั่นย่อมมีวันสำเร็จ
"ฝ่าบาท เราจะรออู่อันกั๋วหรือไม่?" ตังเจียวถาม
เล่าปี่เงียบไปครู่หนึ่ง หันมองไปทางชีจิ๋ว กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "อู่อันกั๋วเป็นขุนพลกล้า แต่ลิเตียนก็มิใช่ชั่ว อีกทั้งกำลังพลต่างกันมาก อู่อันกั๋วคง... ยากจะรอดชีวิต ไปเถอะ รอเราปราบทั่วหล้า จะปูนบำเหน็จให้เขาอย่างงาม!"
ตังเจียวพยักหน้า เข้าใจว่าการตัดสินใจของเล่าปี่นั้นเพื่อการใหญ่
...
อีกด้านหนึ่ง ณ ค่ายทหารริมกัวต๋อ
กระโจมทหารประดับประดาหรูหรา แสดงถึงฐานะของผู้เป็นนาย
โจโฉและอ้วนเสี้ยวนั่งอยู่ที่โต๊ะใหญ่ เหล่าขุนพลและกุนซือรายล้อม บรรยากาศเคร่งขรึม
ทันใดนั้น ม้าเร็วส่งสารวิ่งเข้ามา ยื่นจดหมายให้อ้วนเสี้ยว "ท่านแม่ทัพ จดหมายจากท่านซุนฮก"
อ้วนเสี้ยวรับมาอ่าน สีหน้าเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวทันที
โจโฉใช้สายตาคมกริบจ้องมอง ราวกับจะอ่านเนื้อความจากสีหน้าอ้วนเสี้ยว
อ้วนเสี้ยวเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงหนักอึ้ง "เสียเชียงจิ๋วยังพอทำเนา แต่เล่าปี่... ในฐานะฮ่องเต้แห่งฮั่นใต้ เวลานี้กลับเลือกที่จะหลบหนี!!"
ทุกคนตกตะลึง เชียงจิ๋วเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ การเสียไปย่อมสั่นคลอนแนวหน้า
แต่การหนีของเล่าปี่ยิ่งทำให้พวกเขาอับอาย
ฮ่องเต้หนีทัพก่อนศึกเริ่ม จะส่งผลต่อขวัญทหารเพียงใด?
อ้วนเสี้ยวลุกขึ้นด้วยความโกรธ ชักกระบี่ฟันโต๊ะขาดสะบั้น "ไอ้หูใหญ่! บัลลังก์และอำนาจอยู่ตรงหน้า เจ้ากลับหนีไป ทำให้พวกเราเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!"
โจโฉที่นั่งอยู่ข้างๆ กลับสงบนิ่ง เขายกจอกสุราขึ้นจิบช้าๆ แล้วเผยรอยยิ้ม "เสียนเต๋อ เจ้านี่ไม่ธรรมดาจริงๆ เมื่อครั้งร่ำสุราวิจารณ์วีรบุรุษ ข้าก็รู้แล้วว่าเขาไม่ใช่คนที่จะยอมอยู่ใต้ผู้ใดนาน"
อ้วนเสี้ยวหันขวับ "เมิ่งเต๋อ เวลานี้ยังมีอารมณ์หัวเราะ?"
โจโฉตอบเรียบๆ "ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้ามิได้ดีใจที่เขาหนี แต่เพราะปัญญาและความกล้าของเขาพิสูจน์ว่าสายตาข้าไม่ผิด"
อ้วนเสี้ยวไม่เข้าใจ แต่โจโฉย่อมไม่บอกว่าวันนั้นเขาประเมินอ้วนเสี้ยวไว้อย่างไร
โจโฉมองดูสุราในจอก "ไม่ต้องสนใจเสียนต๋อแล้ว ศัตรูที่แท้จริงของเราคือเล่าอวี้ หากเอาชนะเล่าอวี้ได้ที่นี่ หรือสังหารเขาได้ เราก็จะครองภาคเหนือและมีทุนรอนรวบรวมแผ่นดิน ถึงตอนนั้นฮ่องเต้หุ่นเชิดจะเปลี่ยนเป็นใครก็ได้มิใช่หรือ?"
อ้วนเสี้ยวพยักหน้า "เมิ่งเต๋อพูดถูก เช่นนั้นเราเตรียมทัพรอรับศึก!"
...
ณ อีกฝั่งหนึ่ง เล่าอวี้ขี่ม้าศึก สายตามุ่งมั่นจ้องมองกองทัพอันเกรียงไกรเบื้องหน้า
บนสมรภูมิอันกว้างใหญ่ ทหารราบสี่หมื่นนายเดินทัพอย่างเป็นระเบียบ ราวกับคมดาบที่พร้อมจะเสียบทะลุหัวใจศัตรู
เคียงข้างเขาคือกุนซือคู่ใจ ลิยู
ผู้นี้มีสติปัญญาล้ำเลิศ คิ้วเข้มแฝงแววเฉียบขาด สีหน้าสงบนิ่งเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
ไม่ไกลออกไป เว่ยกั๋วกงเตียนอุย เปรียบดั่งสัตว์ร้ายผู้โดดเดี่ยว สวมเกราะหนัก ถือทวนคู่ กล้ามเนื้อแข็งแกร่งดั่งเหล็กไหล
ตงไลโหวไทสูจู้ ใบหน้าองอาจ สายตาคมกล้าถือเกาทัณฑ์ที่สร้างจากเหล็กไหลเทียนกัง
เหอเจียนโหวเตียวคับ คุมทัพกลางรักษาวินัย เตรียมพร้อมรับศึก
ตามมาด้วยทหารที่ก้าวย่างมั่นคง อาวุธครบมือ นั่นคือหน่วย "ค่ายทะลวงฟัน" ของโกซุ่น กองทหารที่แข็งแกร่งที่สุดใต้บัญชาเล่าอวี้ คำว่ารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งยังน้อยไปที่จะบรรยายความเก่งกาจของพวกเขา