เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 268 - ถ้าอยากจะติดตามฉันล่ะก็นะ (2) [27-01-2020]

บทที่ 268 - ถ้าอยากจะติดตามฉันล่ะก็นะ (2) [27-01-2020]

บทที่ 268 - ถ้าอยากจะติดตามฉันล่ะก็นะ (2) [27-01-2020]


บทที่ 268 - ถ้าอยากจะติดตามฉันล่ะก็นะ (2)”

ทุกๆคนได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างรวดเร็ว เมื่อยูอิลฮานรู้ว่าผู้บัญชาการกองพันสองคนปรากฏตัวขึ้นมา เขาก็ได้เปิดใช้งานข้ามมิติในทันทีด้วยการให้พันธมิตรของเขาทุกคนอยู่ในขอบเขตการข้ามมิตินี้

ผู้บัญชาการกองพันที่สองฮิลลููทูนที่รู้ได้ว่ายูอิลฮานได้ใช้สกิลก็ได้ร่ายเวทย์วงกล้างขึ้นมาแต่ก็ถูกเฮเรียน่าขัดเอาไว้ คังมิเรย์ได้ยกเลิกประตูมิติลง และคิมเยซอลได้ร่ายเวทย์ทำให้พื้นที่วงกว้างช้าลง ส่วนนายูนาได้อวยพรถึงเรย์น่า

"ช่วยเราด้วยท่านหญิงเรย์น่า!"

เมื่อนายูนามาถึงคลาส 4 การเปลื่ยนแปลงไม่ได้มีแค่อยากสองอย่างเท่านั้น และในตอนนี้เธอกำลังจะใช้พลังที่แกร่งที่สุดที่เธอเพิ่งจะได้มานั่นก็คือความสามารถในการสร้างปาฏิหาริย์ ในตอนนี้พลังศักดิ์สิทธิ์ของเธอได้ปกคลุมสนามรบ พลังของเรย์น่าได้เสริมพลังให้กับสกิลและเวทย์ในสนามรบนี้

พลังเวทย์ที่ถูกเสริมพลังก็คือเวทย์ของคิมเยซอล และสกิลที่ถูกเสริมพลังคือสกิลข้ามมิติของยูอิลฮาน ปฏิกิริยาของศัตรูจะช้าลงไปในขณะที่สกิลข้ามมิติทำงานเร็วขึ้น

[นี่มันอะไรกัน!?]

[เวทย์อ่อนแอนี่ไม่ได้ผลหรอก]

"ได้ผลสิ!"

ยูอิลฮานได้เปิดใช้งานสกิลข้ามมิติโดยที่มีเสียงของฮิลลูทูนทิ้งท้ายมาไว้ ทุกๆคนได้หายไปจากจุดที่เคยอยู่ราวกับไม่เคยอยู่มาก่อน นี่ก็รวมถึงพวกทูตสวรรค์อย่างทิเทร่าเช่นเดียวกัน

[นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน...]

ฮิลลูทูนได้พึมพัมออกมาอย่างตกตะลึงที่เขาพลาดกับเฮเรียน่าทั้งๆที่เธออยู่ใกล้เขาแค่ปลายนิ้วสัมผัส ผู้บัญชาการกองพันที่ 6 เบลคาทูที่มาด้วยก็ได้ตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น

[เธอยังมีชีวิตอยู่ นั่นคือเธอแน่นอน!]

[ยังไงก็ตาม เธอไม่ใช่กองทัพปีศาจวิบัติแล้ว... ในตอนนี้เธอเป็นเพียงคนนอกที่มีพลังของกอทัพปีศาจวิบัติ แล้วก็นอกจากนี้...!]

ฮิลลูทูนได้เห็นท่าทางที่เฮเรียน่ามีต่อยูอิลฮานอย่างชัดเจน นี่มันต่างไปจากเฮเรียน่าที่เขารู้จักมาก ตามปกติแล้วเธอมักจะปั่นหัวผู้ชายเล่นและฆ่าคนพวกนั้น

[ยูอิลฮาน เป็นเพราะเจ้านี่ มันเป็นคนทำ...!]

[มันจะเป็นไปได้ยังไงกันที่สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำจะควบคุมเธอได้น่ะ? หรือว่าเขาคือพระเจ้าคนที่ 5 จริงๆ?]

[มันไม่สำคัญหรอกว่าจะเป็นพระเจ้าคนที่ 5 หรือ 6 มันจะต้องตายภายในเงื้อมมือฉันแน่นอน...]

ฮิลลูทูนได้มองไปที่กำแพงขนาดยักษ์ที่ตั้งตะหง่านอยู่ตรงหน้า กำแพงนี้มันไม่น่าพอใจเอามากๆ มันเป็นกำกแพงที่ทำให้พวกเขาไม่อาจจะข้ามไปอีกฝั่งได้ พวกเขาได้เห็นถึงรูรั่วที่กำลังซ่อมแซมตัวเองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ส่วนคนที่มุ่งหน้าไปที่โลกเบื้องหน้าก็จะไม่ได้กลับมาอีก แต่กลับกันพวกเขาก็จะได้รับบันทึกที่เกี่ยวข้องกับโลกเบี้องล่างนั่น การที่ฐานทัพหลักของกองทัพจรัสแสงถูกเผยออกมาแบบนี้ ดูเหมือนว่าสงครามครั้งใหญ่จริงๆใกล้จะปะทุออกมาแล้ว และบางทีพวกที่ระดับสูงกว่านี้ก็อาจจะโผล่ออกมาได้ตลอดเวลา ความโกลาหลวุ่นวายจากสงครามนี่แหละคือสิ่งที่กองทัพปีศาจวิบัติต้องการให้มาถึงมากที่สุด!

เพราะแบบนี้ในมุมมองของกองทัพปีศาจวิบัติแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ก็ไม่ได้แย่อะไร ปัญหาจะมีก็แค่เรื่องเดียวก็คือการแก้แค้น เขาจะต้องหาตัวยูอิลฮานให้ได้ก่อนหน้านั้นและจากนั้น...!

[ฮิลลูทูน!]

[ยูอิลฮาน...!]

ฮิลลูทูนได้กัดฟันแน่นพึมพัมออกมา พลังเวทย์สีดำมืดได้ปะทุขึ้นมาจากร่างเข้าเพื่อแสดงถึงอารมณ์ของเขาอย่างขัดเจน

[แกหนีรอดไปได้ไม่ตลอดหรอกนะ เจ้าเมล็ดพันธ์สารเลวนั่น...!]

ในขณะเดียวกันที่ที่ยูอิลฮานกับกลุ่มของเขามาถึงก็คือที่สวรรค์ ข้ามมิติเป็นสกิลที่จะทำให้เขากระโดดข้ามมิติมาได้ และรวมถึงในโลกเดียวกันเขาก็ไปได้เช่นกัน

[สะ สวรรค์?]

[พวกเรายังไม่ตาย]

[เราเอาตัวรอดจากสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวนั่นมาได้...!]

ทูตสวรรค์ต่างก็สะบัดปีกันอย่างดีใจ โดยเฉพาะทิเทร่าที่เชื่อว่ายูอิลฮานจะปล่อยให้พวกเธอตายไปซะแล้ว พวกเธอได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมาหลังจากที่รู้ตัวว่าได้กลับมาที่สวรรค์อย่างปลอดภัย

[ขอบคุณที่ช่วยเราไว้นะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีสัญญาต่อกันแล้วก็ตาม]

"อ่า นี่มันก็แค่การบริการเพราะว่าหากฉันทิ้งพวกเธอไว้ที่นั่นฉันก็ไม่มีใครพามาเอาอาร์ติแฟคสิ"

[อย่างน้อยก็ช่วยพูดอะไรที่ดีกว่านี้หน่อยนะ...]

นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอควรจะหวังจากผู้โดดเดี่ยวอย่างยูอิลฮานเลย เขาไม่เคยรู้วิธีเข้าหาคนอื่นดีๆเลยสักนิด และต่อให้เขารู้เขาก็ไม่ทำอยู่ดี! เขาได้เมินสายตาจากทิเทร่าที่จ้องเขม็งมาและมองไปที่กำแพงแห่งความโกลาหลที่อยู่ไหลออกไป ก่อนที่จะหันหน้ากลับมาสั่งเฮเรียน่า

"ตอนนี้ก็กลับไปได้แล้ว ถ้าหากพวกนั้นเริ่มตามมาอีกหลังจากสัมผัสได้ถึงออร่าของเธออีกมันจะน่ารำคาญแน่"

[ที่รักนี่ปากไม่ตรงกับใจเลยนะ... ไม่เป็นไรหรอก ฉันก็ไม่ชอบให้ที่รักมองฉันแบบนั้น]

[เดี๋ยวก่อน เฮเรีย...]

ก่อนที่ทูตสวรรค์จะได้ดึงตัวเฮเรียน่าไว้ เธอก็ได้เข้าไปในคฤหาสน์แล้ว เธอจะไม่มีทางออกมาอีกจนกว่าที่ยูอิลฮานจะบอกเธอ ทิเทร่าได้เริ่มหันไปมองยูอิลฮานอย่างจริงจัง

[ยูอิลฮาน นายไม่คิดจะอธิบายอะไรเลยใช่ไหม?]

"กองทัพระดับสูงและแข็งแกร่งอย่างกองทัพสวรรค์ได้รู้ถึงการมีอยู่ของเฮเรียน่าแล้ว สิ่งสำคัญก็คือเธอไม่ได้อยู่ฝั่งกองทัพปีศาจวิบัติอีกต่อไปแล้ว เธอก็เห็นนี่ ช่วยจ่ายค่าตอบแทนมาให้ฉันได้แล้ว"

[...เข้าใจแล้ว งั้นช่วยตามฉันมา]

ยูอิลฮานกับกลุ่มของเขาได้ย้อนกลับมาเจอรีเซลอีกครั้งหนึ่ง ยังไงก็ตามในคราวนี้ทัศนคติที่รีเซลมีต่อเขาได้ต่างไปจากเดิมเล็กน้อย

รีเซลไม่ได้หยิ่งและเอาแต่เทศให้เขาฟังเหมือนครั้งที่แล้วอีกแล้ว จะมีมาแทนก็แต่ความตกใจและสงสัย บวกกับความหวังด้วย

[...นี่คือความสามารถในการคืนชีพงั้นหรอ?]

"ไม่ละ ไม่ว่านายจะอยากได้อะไรจากฉัน คำตอบคือไม่ คืนชีพงั้นหรอ? อย่างที่เห็นฉันยังเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำอยู่เลยนะ"

[คงงั้นแหละมั้ง...]

รีเซลได้แต่คอตกลงไปอย่างหมดแรง ยังไงก็ตามไม่นานนักเขาก็เงยหน้าขึ้นมาโดยที่ไม่มีความเป็นศัตรูกับยูอิลฮานอยู่เลย

[เราไม่ได้รับเงื่อนไขใดๆถึงอาร์ติแฟคระดับพระเจ้าชิ้นที่สอง แน่นอนว่าเราก็ไม่ได้มีอาร์ติแฟคระดับนั้นมากมายในคลังสมบัติ... แต่ฉันจะเลือกอันที่เหมาะสมกับนายที่สุดให้ นี่เป็นค่าตอบแทนที่นายได้ลดการสูญเสียทูตสวรรค์ได้มากที่สุดในระหว่างความวุ่นวายและความสำเร็จในครั้งนี้]

คลังสมบัติได้ถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อได้เห็นสิ่งที่ลอยออกมาได้ทำให้ยูอิลฮานเผลอพึมพัมออกมา

"หินพลังเวทย์?"

อัญมณีสีแดงที่ถูกบีบอัดจนกลายมามีขนาดเท่ากำปั้นของยูอิลฮาน ภายในอัญมณีนี้มีมานาที่ร้อนแรงกำลังโหมกระหน่ำราวกับปลุกเร้าพลังเพลิงในตัวยูอิลฮาน นี่คือพลังงานบริสุทธิ์ที่ตกผลึกขึ้นมา แล้วพลังงานนั้นก็คือพลังเพลิงอีกด้วย สำหรับของแบบนี้แล้วคำว่าหินพลังเวทย์คือเหมาะสมที่สุด

ยังไงก็ตามเทวทูตได้ส่ายหัวออกมา

[นี่คืออาร์ติแฟคที่ทำขึ้นมาจากหินพลังเวทย์]

ดูเหมือนว่าจะมีคนพยายามทำให้หินพลังเวทย์มาเป็นอาร์ติแฟคมาก่อนที่ยูอิลฮานจะเริ่มทำ ยูอิลฮานได้ยอมรับด้วยสายตาสงสัย... ยังไงก็ตามเขาก็ได้รู้ถึงเรื่องหนึ่งเมื่อมองมันใกล้ๆ

"นี่มันไม่ได้ถูกทำให้เป็นอาร์ติแฟค แต่มันเป็นหินพลังเวทย์ที่กลายมาเป็นอาร์ติแฟคเองตามธรรมชาติ?"

[นายพูดถูกแล้ว ในเมื่อนายมองมันออกขนาดนี้ ก็สมควรแล้วล่ะที่นายจะได้กลายมาเป็นเจ้าของของหัวใจแห่งเพลิง]

"หัวใจแห่งเพลิง..."

นี่มันคงจะเป็นอาร์ติแฟคที่มีความหมายกับยูอิลฮานที่ได้รับพรจากเทพธิดาแห่งเพลิงแน่นอน ไม่สิ คงต้องพูดว่าเป็นอาร์ติแฟคที่ไร้ความหมายสำหรับคนอื่นๆจะถูกกว่า

[หัวใจแห่งเพลิง]

[ระดับ - พระเจ้า]

[ความทนทาน - ไม่อาจทำลายได้]

[เงื่อนไขการใช้งาน - จะต้องได้รับพรจากเทพธิดาแห่งเพลิง]

[หินพลังเวทย์จากนกฟินิกซ์ที่ได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตพลังคลาส 7 ที่ได้ดูดซับพลังมานามาจากโลกระดับสูงมาเป็นเวลาหลายต่อหลายปีจนเกิดเป็นแบบนี้ขึ้น ใครกันล่ะที่จะสามารถควบคุมและใช้พลังงานความร้อนที่ถูกเก็บไว้ภายในได้?]

ยูอิลฮานได้หันไปถามรีเซลด้วยรอยยิ้ม

"แล้วนี่พวกนายมีอาร์ติแฟคที่มีแค่คนที่ได้รับพรจากเทพแห่งคำสาป เทพธิดาแห่งความงาม แล้วก็เทพแห่งความรักป่ะ?"

[ฉันรู้นะว่าทำไมนายถึงถามแบบนั้น แต่ว่าไม่มีแล้วล่ะ ไม่สิ ทำไมกลุ่มนายถึงได้มีคนที่ได้รับพรเยอะแบบนีล่ะ? เดิมทีการได้รับพรจากบันทึกแห่งเทพมันไม่ใช่เรื่องปกติเลยนะ... หรือว่าบางที]

รีเซลได้มองมาที่ใบหน้าของยูอิลฮาน นี่ทำให้ยูอิลฮานรู้สึกแย่จนต้องก้าวถอยออกไป ตอนนี้เองรีเซลก็ส่งเสียงฮึ่มออกมา

[ไม่มีทางที่จะเป็นเรื่องจริงอยู่แล้วล่ะ]

"แทนที่นายจะพูดคำพูดชวนสงสัยแบบนี้ นายก็ควรจะเอาอะไรดีๆมาให้ฉันดีกว่านะ"

[หา!]

เพราะความรำคาญนี้ทำให้รีเซลถึงกับต้องยกนิ้วกลางให้กับยูอิลฮาน

[ไปตามทางของนายได้แล้ว ฉันมีของให้นายแค่นี้แหละ แล้วก็นะเทวทูตสคนอื่นๆจะต้องไม่ชอบที่นายมีสมาชิกของกองทัพปีศาจวิบัติอยู่ด้วยแน่]

"นี่แสดงว่าพวกเขาไม่มีเวลามาป้องกันกำแพงแห่งความโกลาหล แต่กลับมีเวลามาดูฉันเนี้ยนะ? เป็นเกียรติจริงๆเลย"

[อ๊า....!]

รีเซลได้เงียบลงไป แม้แต่เทวทูตคลาส 7 ก็ยังด้อยกว่ายูอิลฮานในเรื่องฝีปาก! หลังจากที่ยูอิลฮานได้ทำให้เขาเงียบไปแล้ว ยูอิลฮานก็หันกลับไปหาพรรคพวกและประกาศออกมา

"ถ้างั้นกลับโลกกันเถอะ เรายังมีอีกหลายอย่างต่อทำ"

[ไปเลย ชิ่ว!]

"น่าทึ่งจริงๆ เขาถึงขนาดสร้างความเสียหายต่อจิตใจคลาส 7 ได้"

ยูอิลฮานได้เปิดใช้งานสกิลข้ามมิติโดยที่ไม่สนใจคำพูดของเลียร่า ในเมื่อตอนนี้เขาได้กลับมารวมกับคังมิเรย์แล้ว มันก็คงจะถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องไปหาคนอื่นๆบบนโลก นี่คือจุดเริ่มต้นของแผนที่แท้จริงที่ยูอิลฮานได้คิดจะทำ!

"ทิเทร่า ไว้เจอกันใหม่นะ"

[โอเค เลียร่า ขอให้เธอมีความสุขนะ]

"ฉันก็อยากจะจัดการกับเกราะของฉันนะ แต่ว่าฉันคงจะต้องรอไปก่อน..."

ในระหว่างของให้สกิลข้ามมิติทำงานเสร็จสิ้น ยูอิลฮานก็นึกได้ถึงเรื่องหนึ่ง

'หา นึกออกแล้ว ฉันอยากจะใช้หัวใจมังกรทำรูปแบบสุดท้ายของเกราะ'

ยังไงก็ตามขู่ๆเขาก็ได้รับวัตถุดิบใหม่มากอย่างไม่คาดคิด นั่นคือหัวใจแห่งเพลิง ถ้างั้นตอนนี้เขาควรจะทำยังไงกับมันดี? หรือว่าเอาหัวใจมังกรของอิชจาร์ไปใช้ทำอย่างอื่น?

'...ไม่ ทำแบบนั้นไม่ได้'

ทั้งเพลิงและมังกรคือวัตถุดิบที่เหมาะสมกับเขาที่สุดแล้ว ถ้าเขาปล่อยมันทิ้งไปไม่ได้งั้นก็ใช้มันทั้งคู่นั่นแหละ

นี่คือวินาทีที่ยูอิลฮานได้ตัดสินใจที่จะสร้างอาร์ติแฟคที่มีแกนหลักแบบคู่

ระหว่างที่ยูอิลฮานกำลังออกแบบแนวคิดสำหรับการใช้แกนหลักอาร์ติแฟคแบบคู่นี้อยู่ คำว่า 'นรก' ที่แท้จริงก็ได้เกิดขึ้นอยู่ภายในฐานทัพหลักของกองทัพจรัสแสง โลกเบื้องล่าง

[ก๊าซซซซซซซซ!]

[อ๊าาา! มันเจ็บ เจ็บ!]

[อ๊ากกกกกกกกกก!]

สิ่งมีชีวิตชั้นสูงจำนวนนับไม่ถ้วนได้กรูกันเข้ามาในโลกเบื้องล่างในเวลาสั้นๆที่ประตูมิติเปิดขึ้น พวกมันได้เริ่มสร้างความวุ่นวายขึ้นภายในโลกเบื้องล่างทันที

อย่างแรกเลยคือผู้ล่าอย่างกองทัพปีศาจวิบัติได้เข้าไปกินทุกๆอย่างที่มองเห็นทันที และผู้เฝ้าประตูสวนอาทิตย์อัสดงก็ได้ใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถวิเคราะห์ถึงข้อมูลเกี่ยวกับโลกใบนี้ แถมยังมีทูตสวรรค์อยู่บางคนเช่นกันที่ทำเหมือนๆกับสวนอาทิตย์อัสดง

[พวกหนอนแมลง!]

ซาเทียรวมไปถึงผู้บัญชาการกองพันที่ 7 ของกองทัพจรัสแสงได้เร่งรีบกวาดล้างพวกนี้ออกไป แต่ว่าข้อมูลของโลกพวกเขาได้รั่วไหลออกไปแล้วด้วย ยิ่งไปต้องพูดถึงความเสียหายของเทวดาตกสวรรค์ที่ตายไปจากการบุกที่กระทันหันของกองทัพปีศาจวิบัติอีก

[เจ้าพวกสิ่งมีชีวิตโง่เง่า พวกกองทัพปีศาจวิบัติ ยอมถูกศัตรูปั่นหัวทั้งๆที่รู้ดีว่าจะต้องเจอหายนะ!]

[เคะๆ พวกเราทุกคนมุ่งสู่การทำลายเสมอ ทุกๆคนรวมไปถึงนายใหญ่ยิ่งชอบที่สุดเลย]

นี่คือความผิดพลาดของพวกเขาที่ไปร่วมมือกับกองทัพปีศาจวิบัติบุกกองทัพสวรรค์! เทวดาตกสวรรค์ได้แต่กัดฟันเข้าโจมตีพวกมัน สำหรับในอนาคตอันใกล้นี้พวกเขาจะไม่มีวันร่วมมือกันอีกแน่

[...น่ารำคาญจริงๆเลย]

และในตอนนี้เองได้มีเสียงที่สง่างามดังกังวาลขึ้นไปทั่วทั้งสนามรบและทันใดนั้นทั่วทั้งโลกก็มืดลง โลกในตอนนี้ได้ไร้ซึ่งแสงใดๆและแม้กระทั่งมานาในอากาศก็หยุดนิ่งลง

[โอ้]

ซาเทียที่รู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นได้รีบหุบปีกคุกเข่าลง ปีกแห่งกองทัพจรัสแสงคนอื่นๆและเทวดาตกสวรรค์ต่างก็ทำตามเขาทั้งหมด และแน่นอนว่าสำหรับสิ่งมีชีวิตอื่นๆก็ไม่อาจจะขยับตัวได้เลย

[เราไม่ตั้งใจรบกวนท่าน]

ซาเทียได้พูดขึ้นราวกับจะแก้ตัว เสียงที่สง่างามก็ได้ตอบกลับมา

[ไม่ ไม่หรอก ฉันก็แค่สงสัยว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ โอ้ ในที่สุดโลกเบื้องล่างก็มีแขกมาเยือนแล้ว ดูเหมือนว่านับจากนี้ไปสิ่งต่างๆจะยิ่งน่ารำคาญขึ้นอีก]

[...นี่มันไม่จำเป็นต้องถึงมีท่านหรอกครับ พวกเราจะจัดการมันเอง]

[หืมมมม แต่ว่าถ้าพวกนายตายกันไปหมดจะยิ่งน่ารำคาญกว่าเดิมอีกนะ นาเทียก็ยังตายไปแล้วนี่...]

[เรื่องแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีก]

เมื่อได้รับการยืนยันจากซาเทีย เสียงนี้ก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมาสั้นๆ

[ได้ ฉันจะเชื่อใจนาย]

[ขอบพระคุณสำหรับความกรุณาของท่าน]

[แล้วก็นะ]

[โปรดสั่งมาเลย]

[คนๆนั้นน่ะ อย่าไปแตะต้องเขา]

['คนๆนั้น' นี่คือ?]

[มนุษย์ โลก ยูอิลฮาน]

ลมหายใจซาเทียได้หยุดนิ่งลงไป มันไม่มีทางที่นายท่านของพวกเขาจะไม่รู้ แต่ว่า...

[เขาคือคนที่ห้า ฉันมั่นใจในเรื่องนี้... ฉันจะปล่อยให้สิ่งที่ฉันสนใจถูกทำลายไปไม่ได้ เพราะแบบนั้นปล่อยคนๆนั้นเอาไว้ ฉันอยากจะรู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้จริงๆ]

[...เข้าใจแล้วครับ]

[ดีมาก ถ้าจำเป็น ฉันจะอนุญาติให้มีการปะทะเต็มกำลังกับกองกำลังอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าพวกนกพิราบ (ทูตสวรรค์) พวกนั้น]

[ครับท่าน]

จากนั้นเสียงๆนี้ก็ไม่ดังขึ้นมาอีก ซาเทียได้ลุกขึ้นยืนในทันทีที่รู้สึกได้ว่าออร่าของผู้ปกครองได้หายไปแล้ว

ร่างของผู้ที่บุกเข้ามาก็ได้หายไปราวกับไม่เคยมีอยู่มาก่อน หรือไม่บางทีก็ถูกความมืดหลอมละลายจนหายไปเอง

จบบทที่ บทที่ 268 - ถ้าอยากจะติดตามฉันล่ะก็นะ (2) [27-01-2020]

คัดลอกลิงก์แล้ว