เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 กระหายเลือด กลัวรึเปล่า?

ตอนที่ 13 กระหายเลือด กลัวรึเปล่า?

ตอนที่ 13 กระหายเลือด กลัวรึเปล่า?


ตอนที่ 13 กระหายเลือด กลัวรึเปล่า?

[เจ้าไม่ได้พูดพล่อย นายอำเภอใช้เจ้าเป็นแพะรับบาปเพื่อปิดบัญชีคดีค้างเก่าทั้งหมด]

[เหล่าหลิวทำหน้าสงสัยเมื่อได้ยินดังนั้น เขาค้นสัมภาระของเจ้าอย่างถือวิสาสะ แล้วเจอบันทึกคำตัดสิน]

[หลังจากอ่านจบ เขาก็แค่นเสียงออกมา ยืนขึ้นจัดเครื่องนอนของเจ้าให้เรียบร้อย แล้วดึงผ้าห่มจากคนข้างๆ มาวางบนเตียงเจ้าหน้าตาเฉย]

[ลูกพี่เฉิน ท่านไม่รู้อะไร ฤดูหนาวทางใต้น่ะหนาวจับจิต พวกสารเลวฝ่ายพลาธิการโกงกินทุกขั้นตอน ผ้าห่มที่แจกมาแทบไม่มีฝ้ายสักนิด ห่มสองผืนจะได้ไม่หนาวตาย]

[ชายหนุ่มเจ้าของผ้าห่มที่ถูกแย่งไปทำหน้าบอกบุญไม่รับ]

[ลูกพี่เหล่าหลิว ข้า...]

[ลูกพี่อะไร! ตอนนี้ข้าเป็นเบอร์สองแล้ว! เอ็งไปนอนเบียดกับเอ๋อหนิว ห่มผ้าผืนเดียวกันจะได้อุ่นๆ]

[เอ๋อหนิวทำท่าเขินอายแล้วพยักหน้า ข้ายังไงก็ได้จ้ะ...]

[เห็นแบบนี้ เจ้ารู้สึกว่าตอนนอนคงต้องระวังหลังหน่อย ไม่ได้กลัวเพื่อนร่วมรบแทงข้างหลัง แต่กลัวว่าที่แทงจะไม่ใช่มีดน่ะสิ]

[ปีที่ 4 อายุ 21 ปี]

(ลิ่วจื่อจะไม่เขียนถึงคุณสมบัติที่ไร้ประโยชน์นะ พวกท่านแค่รู้ว่าพระเอกสุ่มได้ก็พอ~)

[ด้วยการรับรองอย่างเป็นทางการจากบันทึกคำตัดสินของที่ว่าการอำเภอที่ระบุว่าเจ้า "ฆ่าคนไปกว่าร้อยศพ" ทหารในกองพันแรงงานต่างรู้กันทั่วว่าเจ้าเป็นคนโหดเหี้ยม]

[ประกอบกับเจ้า "เผลอ" แสดงพลังวรยุทธ์ให้เห็น อำนาจในการข่มขวัญของเจ้าจึงยิ่งทวีคูณ]

[พวกเขาไม่เพียงไม่กล้าหาเรื่องเจ้า แต่บางครั้งยังพยายามเอาอกเอาใจด้วยซ้ำ]

[อาหารการกินและของใช้ประจำวันของเจ้ามีเหลือเฟือ]

[ชีวิตทหารเกณฑ์ควรจะลำบากยากเข็ญ แต่เจ้ากลับรู้สึกว่ามันก็โอเคดี]

[ถ้าเจ้าสามารถซ่อนตัวอยู่ในค่ายทหาร ค่อยๆ ฝึกฝนเพื่อเพิ่มระดับวรยุทธ์ และมีชีวิตรอดให้นานขึ้นเพื่อสุ่มคุณสมบัติ การจำลองครั้งนี้ก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้ว]

[ส่วนเรื่องสร้างความดีความชอบ เจ้ายงไม่คิดถึงมันในตอนนี้]

[นี่คือกองทัพยุคอาวุธเย็น จะสร้างผลงานได้ก็ต้องเอาชีวิตเข้าแลกไม่ใช่หรือ?]

[อย่างไรก็ตาม ที่นี่คือกองทัพชายแดน การเผชิญหน้ากับการรุกรานจากแคว้นต่างๆ ในแดนใต้ การออกรบจึงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้]

[โชคดีที่กองพันแรงงานของเจ้าไม่ต้องออกไปแนวหน้าโดยตรง ส่วนใหญ่ทำแค่งานจิปาถะในค่าย]

[บางครั้ง เจ้าก็ปะทะกับศัตรูระหว่างเดินทัพ และมีบางครั้งที่ค่ายถูกศัตรูโจมตี]

[เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ พวกทหารเก่าอย่างเหล่าหลิวจะสอนวิธีเอาตัวรอดให้เจ้า]

[กินของเน่าเสียเพื่อให้ท้องเสียจะได้ไม่ต้องออกรบ]

[แกล้งตายระหว่างต่อสู้ ถึงขั้นยอมกรีดตัวเองให้มีแผลจะได้ดูสมจริง]

[แต่งตัวเป็นผู้หญิง เพราะบางครั้งศัตรูจะไว้ชีวิตผู้หญิงเพื่อสนองตัณหา]

[เจ้าได้เรียนรู้อะไรมากมายจากคนอย่างเหล่าหลิว ทำให้การซ่อนตัวในกองทัพง่ายขึ้น]

[ปีที่ 5 อายุ 22 ปี]

[เจ้าค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตในกองทัพได้แล้ว]

[เมื่อมีเวลาว่าง เจ้าจะแอบฝึกฝนวรยุทธ์เงียบๆ]

[วันหนึ่ง ขณะเดินผ่านค่ายฝึกทหารใหม่ เจ้าเห็นชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าปรุ]

[ความทรงจำภาพถ่าย ทำให้เจ้าจดจำใบหน้าของทุกคนที่เคยเห็นได้]

[ดังนั้น เจ้าจึงจำเขาได้]

[เจ้าจำได้แม่นยำว่าเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน ระหว่างที่กองทัพแดนใต้ซุ่มโจมตีขณะเดินทัพ ชายหน้าปรุคนนี้คือพลธนูบนหลังม้าในกองทัพศัตรู]

[สายลับ?]

[เจ้าไม่แน่ใจ]

[ค่ายทหารยังคงอยู่แต่ทหารหมุนเวียนเปลี่ยนไป ในสังคมยุคศักดินา เป็นเรื่องปกติที่ทหารจะย้ายไปอยู่ฝ่ายศัตรู]

[เพราะหลายคนเข้ากองทัพเพียงเพื่อปากท้อง]

[ถ้าที่นี่ไม่มีกิน ก็ไปหาที่อื่น]

[คนที่รักชาติจริงๆ มีไม่มากนักหรอก]

[เจ้าไม่ได้รายงานเขาในทันที แต่เจ้าคอยสับเปลี่ยนเวรทำงานกับพี่น้องในกองพันแรงงานเพื่อจับตาดูชายหน้าปรุคนนี้]

[ไม่ใช่เพื่อหวังความดีความชอบ แต่เพราะกลัวว่ามันจะก่อเรื่องจนเจ้าซวยไปด้วย]

[ถ้าศัตรูบุกจากภายนอก ยังพอเตรียมรับมือได้ แต่ถ้ามีหนอนบ่อนไส้แทงข้างหลังคงรับมือไม่ทัน]

[เจ้าอาจตายตอนนอนหรือตอนกินข้าว การใช้ชีวิตแบบนั้นคงประสาทกินน่าดู]

[หลังจากชายหน้าปรุฝึกทหารใหม่เสร็จ เขาได้รับมอบหมายให้ไปประจำกองพันปืนไฟ]

[เจ้าพบว่าเขาอาสาสมัครไปเป็นยามเฝ้าคลังดินปืน]

[ผู้บัญชาการกองพันปืนไฟอนุมัติ]

[เจ้าเข้าใจทันทีว่ามันคิดจะทำอะไร]

[ในค่ำคืนเดือนมืดลมแรง]

[ไม่มีการสู้รบมาหลายเดือน ความระแวดระวังของทหารจึงลดลงมาก]

[ภายในคลังดินปืนที่ห้ามจุดไฟอย่างเด็ดขาด ชายหน้าปรุอาศัยตำแหน่งหน้าที่แอบนำคบเพลิงเข้าไป]

[ฮ่ะๆ... ระเบิดตูมเดียว กองทัพกานต้องโกลาหลแน่ ไม่มีดินปืน ปืนไฟก็ไร้ประโยชน์ กองทัพช้างแห่งอาณาจักรต้าเหมียวของข้าจะไม่มีใครต้านทานได้!]

[ชายหน้าปรุพันสายชนวนด้วยมือแล้วโยนคบเพลิงใส่]

[หลังจากจุดไฟ เขารีบวิ่งหนีไปซุ่มดูผลงานอยู่ห่างๆ]

[เอ๋?]

[สงสัยล่ะสิว่าทำไมยังไม่ระเบิด?]

[เมื่อได้ยินเสียงเจ้าจากด้านหลัง ชายหน้าปรุก็สะดุ้งสุดตัว!]

[เขาลนลานจะวิ่งหนี แต่กลับพบว่าถูกกลุ่มทหารแรงงานของเจ้าล้อมไว้หมดแล้ว]

[จับตัวสายลับ!]

[สิ้นเสียงคำสั่ง เหล่าหลิวและพรรคพวกก็พุ่งเข้าไปจับมัดจนแน่นหนาในพริบตา]

[กลุ่มของเจ้าพาสายลับมาที่กระโจมแม่ทัพ]

[คารวะท่านแม่ทัพ!]

[แม่ทัพใหญ่ผู้บัญชาการกองทัพชายแดนนี้มีนามว่า ซุนเฉิงเอิน สวมเกราะเหล็กสีดำ มีความน่าเกรงขามตามธรรมชาติและแผ่รังสีอำมหิตของจอมยุทธ์ผู้ทรงพลัง]

[ข้าไม่นึกเลยว่าทหารเกณฑ์อย่างพวกเจ้าจะจับสายลับได้จริงๆ]

[เมื่อเจ้ารู้แผนการของสายลับ เจ้าก็รีบมารายงานแม่ทัพซุนเฉิงเอิน]

[แม้ขั้นตอนจะยุ่งยาก เพราะทหารแรงงานอย่างเจ้าไม่มีสิทธิ์ขอเข้าพบแม่ทัพ]

[โชคดีที่แม่ทัพซุนเฉิงเอินเป็นคนเฉลียวฉลาดและไม่ถือตัว เมื่อได้ยินเจ้าเอะอะโวยวายอยู่หน้ากระโจม เขาจึงเรียกเจ้าเข้าไปพบ]

[เขาไม่ได้เชื่อเจ้าในทันที แต่แอบสั่งย้ายดินปืนไปที่อื่น ทิ้งคลังเปล่าไว้ล่อให้สายลับเผยตัวและพิสูจน์ว่าเจ้าโกหกหรือไม่]

[โชคดีที่สายลับลงมือจริงๆ ไม่งั้นเจ้าคงโดนกฎอัยการศึกข้อหาแจ้งความเท็จไปแล้ว]

[แม้เจ้าจะมีความดีความชอบ แต่ข้าบันทึกผลงานให้ไม่ได้ เพราะพวกเจ้าคือนักโทษที่ถูกเนรเทศมา โดยเนื้อแท้แล้วคือผู้กระทำผิด กฎหมายของต้ากานระบุว่านักโทษไม่สามารถรับความดีความชอบได้]

[เหล่าหลิวคุกเข่าลงทันที]

[ท่านแม่ทัพ! จริงๆ แล้วพี่น้องเราหลายคนถูกใส่ร้ายมาจากบ้านเกิด! พวกขุนนางท้องถิ่นยึดทรัพย์ ตัดสินคดีมั่วซั่ว รังแกแต่ชาวบ้านตาดำๆ...]

[พอได้แล้ว! ข้าไม่ใช่นายอำเภอของเจ้า ข้าไม่มีหน้าที่มาแก้ต่างให้พวกเจ้า!]

[เมื่อน้ำเสียงของเขาดังขึ้น แรงกดดันภายในกระโจมก็ทวีความรุนแรงจนไม่มีใครกล้าหายใจเสียงดัง]

[แต่อย่าเพิ่งน้อยใจไป ข้าบันทึกผลงานไม่ได้ แต่ให้รางวัลได้]

[แม่ทัพซุนเฉิงเอินส่งสัญญาณ รองแม่ทัพก็นำก้อนเงินมาแจกให้คนละก้อน]

[เจ้าต้องการรางวัลนี้หรือไม่?]

[1. เอาสิ! คนโง่เท่านั้นที่จะปฏิเสธเงิน!]

[2. ไม่! การรับใช้ชาติด้วยความซื่อสัตย์คือหน้าที่ของพสกนิกรต้ากาน!]

[3. ไม่ แต่ข้าต้องการอย่างอื่น...]

[จบตอน]

จบบทที่ ตอนที่ 13 กระหายเลือด กลัวรึเปล่า?

คัดลอกลิงก์แล้ว