- หน้าแรก
- ยิ่งลูกดกยิ่งเทพ ข้ามีเสด็จพ่อมหาจักรพรรดิคอยช่วยหาเมีย
- บทที่ 13 บรรพชนศาลาหลิงเซียวไม่ยอมขายหลานสาว ต้ากานทุ่มสินสอดชุดใหญ่!
บทที่ 13 บรรพชนศาลาหลิงเซียวไม่ยอมขายหลานสาว ต้ากานทุ่มสินสอดชุดใหญ่!
บทที่ 13 บรรพชนศาลาหลิงเซียวไม่ยอมขายหลานสาว ต้ากานทุ่มสินสอดชุดใหญ่!
บทที่ 13 บรรพชนศาลาหลิงเซียวไม่ยอมขายหลานสาว ต้ากานทุ่มสินสอดชุดใหญ่!
ท่านบรรพชนกระบี่คลั่งล้วงหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ
ทันทีที่ของสิ่งนี้ปรากฏขึ้น นิมิตสวรรค์ก็พลันบังเกิดในฟ้าดิน
กลิ่นหอมของโอสถอันแปลกประหลาดตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่
"นี่มัน!!"
เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตมหาจักรพรรดิจากขุมกำลังต่างๆ ที่แอบซุ่มสังเกตการณ์ความวุ่นวายที่ศาลาหลิงเซียว ต่างตาแดงก่ำเมื่อเห็นโอสถในมือของท่านบรรพชนกระบี่คลั่ง
โอสถอายุวัฒนะระดับจักรพรรดิ!!
นักปรุงยาระดับจักรพรรดิในขอบเขตจักรวาลนั้นหาตัวจับยากยิ่ง และผู้ที่สามารถปรุงโอสถอายุวัฒนะระดับจักรพรรดิได้นั้นยิ่งมีน้อยลงไปอีก
ยิ่งไปกว่านั้น
โอสถในมือของท่านบรรพชนกระบี่คลั่งไม่ใช่โอสถธรรมดา แต่เป็นโอสถระดับสูงสุด!
โอสถเม็ดเดียวนี้สามารถต่ออายุขัยได้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นปี!
"ไม่นึกเลยว่าราชวงศ์เซียนต้ากานจะใจป้ำถึงขนาดนี้"
ยอดฝีมือเหล่านี้ต่างลอบอุทานด้วยความทึ่งในใจ
ความโกลาหลที่เกิดจากโอสถระดับจักรพรรดิ ได้ปลุกท่านบรรพชนแห่งศาลาหลิงเซียวให้ตื่นจากภวังค์โดยตรง
แดนต้องห้ามศาลาหลิงเซียว
โลงศพเหล็กนิลที่สลักลวดลายเทพเจ้านอนสงบนิ่งอยู่ภายใน รายล้อมด้วยอักขระและลวดลายค่ายกลลึกลับ ค่ายกลเหล่านี้แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งกฎกาลเวลา ซึ่งสามารถชะลอการไหลเวียนของเวลาให้กับคนที่อยู่ภายในโลง ยื้อยุดความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ทันใดนั้น
ชายชราผมขาวโพลนผิวหนังเหี่ยวย่นราวกับเปลือกไม้ภายในโลงก็ลืมตาขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่มาจากด้านนอกศาลาหลิงเซียว
"เป็นโอสถระดับจักรพรรดิ!"
"แถมยังเป็นโอสถอายุวัฒนะ!!"
"ยังมีกลิ่นอายสอดแนมของพวกตาแก่กลุ่มหนึ่ง และ... คนจากราชวงศ์เซียนต้ากาน... กระบี่คลั่ง? เจ้าเฒ่านั่นมาทำอะไรที่ศาลาหลิงเซียวของข้า?"
ร่างของชายชราผมขาวหายวับไปจากในโลง วินาทีต่อมา เขาก็ปรากฏกายขึ้นที่ด้านนอกศาลาหลิงเซียว
"ท่านบรรพชน!"
"หลานฮั่นเหยียน คารวะท่านบรรพชนเจ้าค่ะ"
ลั่วฮั่นเหยียนตกใจกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของท่านบรรพชน นางรีบโค้งคำนับท่านบรรพชนทันที
เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ของศาลาหลิงเซียวที่อยู่ด้านหลังนางก็สังเกตเห็นท่านบรรพชนแห่งศาลาหลิงเซียวเช่นกัน พวกเขาทุกคนต่างโค้งคำนับอย่างนอบน้อม "ศิษย์หลานและศิษย์เหลน คารวะท่านบรรพชน!"
ท่านบรรพชนแห่งศาลาหลิงเซียวโบกมือ เขาหันมองลั่วฮั่นเหยียน แววตาเต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู หลานสาวคนนี้คือคนที่เขารักและทะนุถนอมที่สุด และพรสวรรค์ของนางก็แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาลูกหลานที่ไม่เอาถ่านพวกนี้
หลานสาวของเขาไม่ทำให้ผิดหวัง บัดนี้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตกึ่งจักรพรรดิแล้ว อีกเพียงก้าวเดียวก็จะถึงขอบเขตมหาจักรพรรดิ
"ไม่เลว"
ท่านบรรพชนแห่งศาลาหลิงเซียวมองดูกลิ่นอายอันลึกล้ำรอบกายหลานสาว พยักหน้าด้วยความพอใจ จากนั้นจึงหันไปมองท่านบรรพชนกระบี่คลั่งที่ยืนอยู่หน้าเรือเซียน ความอยากรู้อยากเห็นหายไปจนหมดสิ้น
"กระบี่คลั่ง เจ้าเฒ่าเจ้าเล่ห์ แทนที่จะนอนรอความตายอยู่ในดินแดนบรรพชนของเจ้า มาอวดโอสถอะไรที่หน้าศาลาหลิงเซียวของข้า?"
ท่านบรรพชนแห่งศาลาหลิงเซียวกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
เรื่องที่กระบี่คลั่งพยายามกำจัดมารในใจด้วยการนอนในโลงศพไม่ใช่ความลับอะไร
"พูดจาไม่เข้าหู ข้ามาอวดโอสถที่ศาลาหลิงเซียวของเจ้าที่ไหนกัน?"
"ข้ามามอบโอสถให้ต่างหาก"
กระบี่คลั่งมองท่านบรรพชนแห่งศาลาหลิงเซียวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อท่านบรรพชนแห่งศาลาหลิงเซียวเห็นท่าทีของท่านบรรพชนกระบี่คลั่ง หัวใจก็กระตุกวูบ "เจ้าต้องการจะทำอะไร?"
เขาเริ่มระแวดระวังตัว
พวกเขามาจากยุคสมัยเดียวกัน
เขาจะไม่รู้หรือว่าท่านบรรพชนกระบี่คลั่งเป็นคนเช่นไร?
มาดีโดยไม่มีเหตุผล ก็เหมือนพังพอนไปกราบไหว้ไก่ ย่อมไม่มีเจตนาดีแน่
"เฮอะๆ ไม่มีอะไรมาก ก็แค่อยากจะหาเมียให้เหลนชายของข้าน่ะ" ท่านบรรพชนกระบี่คลั่งโน้มตัวเข้าไปโอบไหล่ท่านบรรพชนแห่งศาลาหลิงเซียว "พี่ชิงโจว ต่อไปเราก็จะกลายเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้วนะ"
ลั่วชิงโจวคือนามของท่านบรรพชนแห่งศาลาหลิงเซียว
ท่านบรรพชนแห่งศาลาหลิงเซียวปัดมือของกระบี่คลั่งออก "อย่ามาตีสนิทกับข้า!"
"ทองแผ่นเดียวกันอะไร?"
"ถุย!"
"เหลนชายคนไหนของเจ้าจะมาแต่งงานกับคนของศาลาหลิงเซียวข้า?"
"ถึงขนาดยอมควักโอสถระดับจักรพรรดิออกมาใช้"
"ชิ ดูไม่เหมือนสิ่งที่คนขี้เหนียวอย่างเจ้าจะทำเลยนะ"
กระบี่คลั่ง: "เฮอะๆ อย่าทำเป็นรังเกียจไปเลยน่า พี่ชิงโจว อันที่จริง... เหลนชายของข้าถูกใจหลานสาวของท่านน่ะ"
"คนไหน?"
"คนประคบประหงมที่สุด และพรสวรรค์สูงที่สุดนั่นไง" กระบี่คลั่งบุ้ยใบ้ไปทางลั่วฮั่นเหยียน
"นางไม่แต่ง!!"
"ฝันไปเถอะ!!"
ท่านบรรพชนแห่งศาลาหลิงเซียวโกรธจัด
"เหลนชายคนไหนของเจ้าจะมาคู่ควรกับหลานสาวข้า?!"
"อีกอย่าง นางเป็นถึงเจ้าศาลาหลิงเซียว!"
"ต่อให้เจ้าเอาโอสถอายุวัฒนะระดับจักรพรรดิมาแลก ข้าก็ไม่ยอมให้หลานสาวข้าแต่งงานด้วยหรอก!"
ตลกน่า
ลั่วฮั่นเหยียนไม่เพียงแต่เป็นหลานสาวสุดที่รักของเขา แต่ยังมีพรสวรรค์สูงสุด
ในอนาคต นางจะต้องสืบทอดรากฐานนับล้านปีของศาลาหลิงเซียว
ต่อให้นางจะหาคู่บำเพ็ญเพียร ก็ต้องเป็นคนที่มีพรสวรรค์ทัดเทียมกัน
และฝ่ายชายจะต้องแต่งเข้ามาในศาลาหลิงเซียวของพวกเขา
แต่เห็นได้ชัดว่าต้ากานไม่มีทางยอมให้แต่งเข้าแน่
อีกอย่าง เขาไม่เคยได้ยินว่าอีกฝ่ายมีลูกหลานที่มีพรสวรรค์รุ่นราวคราวเดียวกับฮั่นเหยียนของเขาเลย
กระบี่คลั่งรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่ถูกท่านบรรพชนแห่งศาลาหลิงเซียวปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาอุตส่าห์ถ่อมตัวลงขนาดนี้แล้ว
แต่อีกฝ่ายกลับไม่ไว้หน้าเขาเลยสักนิด
"ตาแก่ไม้ใกล้ฝั่ง อย่าให้มันมากนักนะ"
กระบี่คลั่งถลึงตา
ท่านบรรพชนแห่งศาลาหลิงเซียวปรายตามองเขาอย่างไม่แยแส
กระบี่คลั่งยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ ถลกแขนเสื้อกว้างขึ้น ทำท่าเหมือนจะชวนตี
"ท่านบรรพชน ท่านบรรพชน! ใจเย็นๆ ก่อนขอรับ!!!"
ผู้บำเพ็ญเพียรของต้ากานหลายคนเหาะออกมาจากเรือเซียน รีบเข้ามาห้ามปรามกระบี่คลั่ง พวกเขาล้วนเป็นศิษย์สายรองของตระกูลจ้าว
"เรามาสู่ขอและมอบสินสอด ไม่ได้มาเพื่อต่อสู้นะขอรับ"
"ท่านบรรพชน เห็นแก่องค์รัชทายาทด้วยเถิดขอรับ"
กระบี่คลั่งสงบสติอารมณ์ลง แต่สีหน้ายังคงบึ้งตึง อย่างไรก็ตาม เขาทำได้เพียงเจรจากับท่านบรรพชนแห่งศาลาหลิงเซียวต่อไป
"เจ้าไม่อยากได้โอสถอายุวัฒนะงั้นรึ?"
"เอ้า"
กระบี่คลั่งยื่นโอสถอายุวัฒนะระดับจักรพรรดิให้กับท่านบรรพชนแห่งศาลาหลิงเซียว "นี่คือโอสถระดับจักรพรรดิขั้นสูงสุด แม้แต่ในต้ากานของเรา มันก็ล้ำค่าอย่างหาที่เปรียบมิได้"
สายตาของท่านบรรพชนแห่งศาลาหลิงเซียวถูกดึงดูดไปในทันที
เขาจำเป็นต้องใช้โอสถอายุวัฒนะจริงๆ
ในวัยหนุ่ม การบำเพ็ญเพียรของเขาเกิดความผิดพลาด ทำให้ต้องเผาผลาญอายุขัยดั้งเดิมไปหลายล้านปี
ตอนนี้ อายุขัยของเขากำลังร่อยหรอลงทุกที
ด้วยเหตุนี้ ลูกหลานและเหล่าผู้อาวุโสของศาลาหลิงเซียวจึงออกตามหาโอสถอายุวัฒนะไปทั่วสวรรค์หมื่นโลก โอสถอายุวัฒนะทั่วไปแทบไม่มีผลกับผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตมหาจักรพรรดิอย่างพวกเขา มีเพียงระดับจักรพรรดิเท่านั้นที่จะได้ผล
และเม็ดที่อยู่ตรงหน้าคือระดับจักรพรรดิขั้นสูงสุด ของแบบนี้ต่อให้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้
ตาแก่พวกนั้นต่างก็ซ่อนของดีแบบนี้ไว้ใช้ยามจำเป็น แต่ราชวงศ์เซียนต้ากานกลับร่ำรวยและทรงพลังถึงขนาดยอมนำโอสถเม็ดนี้มาเป็นสินสอด
แต่ทว่า
ก็ยังต้องปฏิเสธ
"เดี๋ยว อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ"
"เจ้าคงไม่คิดว่าสินสอดของต้ากานเราจะมีแค่นี้หรอกนะ?"
"แปะ แปะ"
กระบี่คลั่งตบมือ "ขนออกมาให้หมด ให้ตาแก่นี่เปิดหูเปิดตาหน่อย"
"ขอรับ ท่านบรรพชน"
ศิษย์สายรองของต้ากานขานรับ
จากนั้น พวกเขาก็ทยอยขนหีบสมบัติออกมาจากเรือเซียนทีละใบ ทันทีที่เปิดฝาหีบ แสงสว่างเจิดจ้าจากภายในก็ส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้าเกินครึ่ง
"เอ้า บอกตาแก่นี่ซิว่าเรามีอะไรมาเป็นสินสอดบ้าง"
กระบี่คลั่งสั่ง
"ขอรับ"
ศิษย์สายรองของต้ากานตอบรับ และเริ่มประกาศชื่อของรายการสิ่งของแต่ละชิ้นด้วยเสียงอันดัง
จบบท