- หน้าแรก
- กำเนิดราชันย์น็อกซัส บันทึกเลือดและกุหลาบดำ
- บทที่ 131 - ชีวิตประจำวันของเคล็ดที่ไร้ม้า
บทที่ 131 - ชีวิตประจำวันของเคล็ดที่ไร้ม้า
บทที่ 131 - ชีวิตประจำวันของเคล็ดที่ไร้ม้า
บทที่ 131 - ชีวิตประจำวันของเคล็ดที่ไร้ม้า
ช่วงกลางของเทือกเขาโกเรล ทางเหนือของหมู่บ้านนอร์เหนือ ซึ่งเป็นเขตแดนเหนือสุดของกองบุกเบิกน็อกซัส ณ แหล่งชุมชนเกิดใหม่แห่งหนึ่ง
ภายในกระท่อมไม้หลังเดี่ยวที่แยกตัวออกมาจากค่าย
"ครอกฟี่~ กรู้ว~ ปู้ดปู้ดปู้ด!"
เสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่ข้างหู เคล็ดลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ จมูกได้กลิ่นตดเหม็นเฉพาะตัวของกิ้งก่าตัวเมีย ชัดเจนว่าไอ้เดรัจฉานตัวนี้เพิ่งจะตดอัดหน้าเขาด้วยก๊าซพิษสังหารไร้รูป
"ไอ้ตัวโง่ ข้าจำไม่ได้ว่าข้าเอาถั่วให้แกกินนะ แกแอบไปขโมยกินมาอีกแล้วใช่ไหม?"
สการ์ลส่ายหน้า ทำตาโตใสซื่อ แล้วเลียหน้าขนๆ ของยอเดิล
"พอเลย เลิกเล่นลูกไม้ได้แล้ว คิดว่าข้าจะยอมปล่อยแกไปเพราะแกมาประจบประแจงงั้นเรอะ?"
"กรู้วกรู้ว? เอื้ออา?"
ขณะที่กำลังคิดว่าจะลงโทษกิ้งก่าตัวเมียที่บังอาจรบกวนการนอนของเขาด้วยก๊าซพิษยังไงดี เคล็ดก็สังเกตเห็นว่าเกล็ดบนตัวและเกราะคอของสการ์ลตั้งชันขึ้นมาทันที แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
โดยปกติแล้ว เดรัจฉานที่ขี้ขลาดตาขาวและต่ำต้อยตัวนี้จะมีอาการแบบนี้ในสถานการณ์เดียวเท่านั้น
"มีคนแปลกหน้ามาเหรอ?"
ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง เคล็ดหยิบขวานใหญ่สุดรักออกมาจากใต้เตียง แล้วตบหัวกิ้งก่าตัวเมีย
"แกรออยู่นี่นะ ข้า..."
"ฆ่ามัน!!!"
เสียงโห่ร้องฆ่าฟันของชาวเฟรลยอร์ดที่ดังมาจากนอกกระท่อมทำให้เคล็ดชะงัก และทำให้เขาประหยัดเวลาพูดพล่ามไปได้เยอะ
ยอเดิลแสยะยิ้มเย็นยะเยือก แล้วกระโดดขึ้นขี่หลังสการ์ลที่กำลังตัวสั่นงันงก
"ดูเหมือนพวกคนเถื่อนทางเหนือจะบุกมาแล้ว พวกมันไม่รู้หรือไงว่าที่นี่ถิ่นใคร ป๋าเคล็ดไม่ไปหาพวกมัน พวกมันดันมาหาที่ตายถึงที่"
ใช้ส้นเท้ากระแทกสีข้างของสการ์ล เคล็ดเผยรอยยิ้มบ้าคลั่ง
"ไปกันเถอะ ข้าจะทำให้ไอ้พวกโง่เง่านั่นรู้สำนึกว่า การทำให้ยอเดิลนอนไม่หลับโมโห มันหมายความว่า... อ้าาก!"
มังกรดินที่หวาดกลัวพุ่งชนผนังไม้จนแตกกระเจิง แต่หัวโตๆ ของยอเดิลกลับติดแหง็กอยู่ที่ช่องว่างด้านบนของผนังไม้ ห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศพร้อมกับขวานคู่ใจ
หัวของเคล็ดฝังแน่นอยู่ในร่องไม้ครึ่งบน ร่างกายครึ่งล่างแกว่งไปแกว่งมา ขาสั้นๆ ดีดดิ้นไปมา ดูตลกสิ้นดี
มังกรออกศึก แต่ไหงไร้เงาขุนศึก
"นัง... ขี้แพ้..."
"วู้ววว... วู้ววว..."
เสียงแตรสัญญาณรวมพลของกองทัพน็อกซัสดังก้องไปทั่วท้องฟ้ายามราตรี น่าเสียดายที่ชาวน็อกซัสที่ถูกลอบโจมตียามวิกาลกระจายตัวกันเกินไปจนเสียรูปขบวน พอตั้งสติได้ก็ทำได้แค่รวมกลุ่มกับเพื่อนร่วมรบใกล้ๆ เพื่อต้านทานการบุกสังหารของคนเถื่อนเฟรลยอร์ดอย่างยากลำบาก
สถานการณ์การรบย่ำแย่ลงเรื่อยๆ น็อกซัสเริ่มเพลี่ยงพล้ำ ขวัญกำลังใจสั่นคลอน
นอร์ธลิต หัวหน้าเผ่าผู้รับหน้าที่บัญชาการกองรบตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก ภายใต้การคุ้มกันขององครักษ์ เขาชักดาบยาวน็อกซัสออกมาแล้วตะโกนสุดเสียงอย่างบ้าคลั่ง ไม่นานก็รวบรวมคนได้หลายสิบคน
"รวมพลมาทางข้า! ทุกคนรวมพลมาทางข้า!!!"
แสงไฟจากคบเพลิงลุกโชนเผาผลาญค่าย ยังไม่ทันที่ชาวน็อกซัสผู้ตื่นตระหนกจะตั้งตัวติด ภายใต้ความมืดมิด แสงเวทมนตร์สีฟ้าเย็นเยียบก็ระเบิดออก สายลมหนาวและน้ำแข็งแกร่งซัดกระแทกนักรบน็อกซัสสิบกว่าคนที่กำลังต่อต้านจนกระเด็น นักรบสามคนที่หลบไม่ทันกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งมนุษย์ทันที ก่อนจะถูกชาวเฟรลยอร์ดที่ตามมาใช้ค้อนเหล็กทุบจนกลายเป็นก้อนเนื้อแช่แข็ง
นอร์ธลิตมองดูหญิงร่างกำยำผมเปียสีเงินกระโดดลงจากหลังหมูป่า ชูขวานศึกขึ้นสูง ด้วยความงุนงงและสังหรณ์ใจไม่ดี
นางจะทำอะไร?
"แช่แข็ง! ทะลวง!!!"
สิ้นเสียงคำรามศึกอันน่าเกรงขาม มารดาสงครามเยเลนาก็เหวี่ยงขวานสองมือทรูไอซ์ฟันลงบนพื้นอย่างแรง ภายใต้การนำทางของทรูไอซ์ ธาตุน้ำแข็งที่รวบรวมไว้นานก็ควบแน่น รอยแยกน้ำแข็งเวทมนตร์สีฟ้าอ่อนพุ่งไปตามพื้นอย่างรวดเร็ว แล้วระเบิดออกกลางขบวนทัพน็อกซัส ธาตุน้ำแข็งแตกกระจาย
แท่งน้ำแข็งทรงกรวยยาวหลายเมตรพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน เจาะทะลุเกราะเหล็กที่ชาวน็อกซัสภาคภูมิใจได้อย่างง่ายดาย แท่งน้ำแข็งทรงเม่นแทงทะลุหัวใจของชาวน็อกซัสหลายคนจนร่างห้อยต่องแต่งอยู่บนยอดน้ำแข็ง เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นลงบนแท่งน้ำแข็งสีน้ำเงินเข้มที่งดงาม ดูน่าเวทนาและเศร้าสลด
เมื่อเห็นเวทมนตร์น้ำแข็งของชาวเฟรลยอร์ดน่ากลัวขนาดนี้ ขวัญกำลังใจของชาวน็อกซัสก็ดิ่งลงเหว ทหารเริ่มแตกทัพหนีตาย
"มารดาสงครามจงเจริญ! มารดาสงครามจงเจริญ!"
เยเลนาอาบไล้ไปด้วยเสียงสรรเสริญและเสียงโห่ร้องของนักรบในเผ่า ชูขวานทรูไอซ์ขึ้นสูง ใบหน้าเย็นชา
"ฆ่าพวกน็อกซัสให้หมด!!! ปล้นทุกอย่างของพวกมัน! อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!!!"
"ฆ่ามัน!!!"
เมื่อเห็นว่าพ่ายแพ้แน่แล้ว นอร์ธลิตถูกองครักษ์ผู้ภักดีจับยัดขึ้นหลังม้าอย่างงุนงง
"ท่านหัวหน้า รีบหนีไปเถอะ พวกเราจะถ่วงเวลาให้ท่านเอง"
"ไม่สิ ไม่น่าจะเป็นแบบนี้... จริงสิ แล้วไอ้ยอเดิลขาสั้นจากอาณาเขตมรกตล่ะ?"
"ท่านหัวหน้า ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนั้นแล้ว รีบหนีไปเถอะ! เอาสถานการณ์ที่นี่ไปรายงานท่านนายพลอัลท์แมน!"
เมื่อเห็นนอร์ธลิตยังไม่ยอมไป องครักษ์ก็เริ่มร้อนรน แต่พวกเฟรลยอร์ดเคลื่อนไหวเร็วเกินไป พวกเขาเสียโอกาสที่จะแทงก้นม้าเพื่อให้ม้าพาท่านหัวหน้าหนีออกจากสนามรบไปแล้ว
"ไอ้ขี้ขลาดน็อกซัส คิดจริงๆ เหรอว่าจะหนีรอดไปได้?"
ชาวเฟรลยอร์ดถืออาวุธเดินเข้ามาหาองครักษ์ที่กำลังต่อสู้ พลางแสยะยิ้ม
"นักรบของเผ่าเราล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว ข้างนอกยังมีนักรบโทรลล์ดักรออยู่ พวกแกไม่มีใครหนีรอดไปได้หรอก ต้องตายกันอยู่ที่นี่แหละ"
ขณะที่นักรบคนเถื่อนกำลังจะพล่ามต่อ เสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่งก็ดังมาจากที่ไกลๆ
"ขุนพลทหารม้าแห่งอาณาเขตมรกต เคล็ดผู้ยิ่งใหญ่ อยู่ที่นี่แล้ว!!!
ไอ้พวกเฟรลยอร์ดหน้าโง่! พวกแกจะต้องเสียใจกับการกระทำโง่ๆ ของตัวเอง!"
นักรบเฟรลยอร์ดมองหน้ากันเลิ่กลั่ก รู้สึกเหลือเชื่อ
ขุนพลทหารม้าเคล็ด?
ในสถานการณ์ที่แพ้ขาดลอยขนาดนี้ ยังมีไอ้โง่ที่ไหนกล้าพูดจาอวดดีแบบนี้อีก?
มันไม่กลัวว่าคำพูดประโยคเดียวจะทำให้มันอยากตายก็ไม่ได้ตายหรอกเหรอ?
ท่ามกลางความมืด ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้น ขวานหน้าเดียวขนาดใหญ่เกือบครึ่งคนถูกแบกไว้บนบ่าของเจ้าเปี๊ยก ตาเดียวสีแดงฉานเปล่งประกายบ้าคลั่ง บวกกับร่างกายที่มีขนรุงรังและหมวกทรงตลกๆ...
ยอเดิลตาเดียว?
ขุนพลทหารม้า?
แล้วม้าเอ็งล่ะ?
"ฮ่าๆๆๆๆ!!!! น็อกซัสถึงขั้นต้องให้ยอเดิลแคระมาช่วยรบแล้วเหรอเนี่ย!!!"
"ท่านเตี้ย ม้าท่านล่ะ? ตายห่าไปไหนแล้ว? อ๋อ ลืมไป ม้าท่านตอนนี้อยู่ใต้ตูดข้านี่ไง~ ดูไว้นะท่านขุนพล ม้าเขาใช้กันแบบนี้ ฮ่าๆๆ~"
"ชู่ว~ อย่าไปทำให้เขาตกใจสิ ดูหน้าขนๆ ของเขาสิ น่าเกลียดชะมัด อุ๊ยตาย โกรธซะแล้ว น่ากลัวจังเลย ฮ่าๆๆๆๆ!!!!"
นักรบคนเถื่อนในที่นั้นต่างระเบิดเสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถาง เสียงหัวเราะนั้นทำให้ใบหน้าของยอเดิลเย็นชาลงอีกสามส่วน
ในความโกรธเกรี้ยวและความบ้าคลั่ง เคล็ดลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมว่าเป็นยอเดิล ลืมว่ามีมังกรดินขี้ขลาดอยู่ตัวหนึ่ง ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับเลสเตอร์ เจ้าเมืองอาณาเขตมรกต...
ณ วินาทีนี้ เขาอยากจะเอาขวานยักษ์จามกบาลชาวเฟรลยอร์ดทุกคนให้แบะ
ดังนั้น เคล็ดจึงเริ่มการชาร์จ
[จบแล้ว]