- หน้าแรก
- กำเนิดราชันย์น็อกซัส บันทึกเลือดและกุหลาบดำ
- บทที่ 101 - การกลับคืนสู่ถิ่นฐาน
บทที่ 101 - การกลับคืนสู่ถิ่นฐาน
บทที่ 101 - การกลับคืนสู่ถิ่นฐาน
บทที่ 101 - การกลับคืนสู่ถิ่นฐาน
ขณะที่ใกล้จะถึงอาณาเขตมรกต เลสเตอร์ซึ่งนั่งอยู่บนหลังคอของมังกรปีกนกสีเงินได้สังเกตฝูงมังกรปีกนกตัวอื่นๆ ที่บินอยู่บนท้องฟ้าและพบปัญหาบางอย่าง
มังกรปีกนกสีเงินที่เขาขี่อยู่นั้นดูแตกต่างจากตัวอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง
ไม่นับเรื่องพลังการฟื้นฟูร่างกายที่ยอดเยี่ยมของ "จันทราเงิน" หลังได้รับบาดเจ็บ
เริ่มจากขนาดตัวที่มีความแตกต่างกันไม่น้อย มังกรปีกนกทั่วไปมีความกว้างปีกประมาณห้าถึงหกเมตร แต่จันทราเงินกลับมีปีกกว้างถึงแปดหรือเก้าเมตร ขนาดตัวใหญ่กว่าถึงสองเท่า
นอกจากนี้กรงเล็บทั้งสี่และปีกของจันทราเงินยังเป็นสีเงินยวงงดงาม ตามจุดสำคัญที่มักถูกโจมตีล้วนมีเกล็ดสีเงินแข็งแกร่งปกคลุมอยู่ ต่างจากมังกรปีกนกตัวอื่นที่มีลักษณะคล้ายเหยี่ยวบนโลกเดิม ปากแหลม ขนลายขาวดำ ไม่มีเกล็ดสีเงินอันงดงาม และคอก็สั้นกว่ามาก
หากเขาต้องขี่มังกรปีกนกทั่วไป คงขี่บนคอไม่ได้ แต่ต้องขี่บนหลังและต้องติดตั้งอานม้าด้วย
เมื่อลองเปรียบเทียบดูแล้ว เลสเตอร์พบว่าจันทราเงินมีความคล้ายคลึงกับมังกรยักษ์ในตำนานตะวันตกจากโลกก่อนอยู่หลายส่วน เพียงแค่มองแวบแรกก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่งดงาม สูงศักดิ์ และทรงพลัง
ยิ่งไปกว่านั้นตอนที่บินข้ามเทือกเขาอูรุส มีมังกรปีกนกหลายตัวที่อาศัยอยู่บนยอดเขาหิมะพยายามบินเข้ามาใกล้จันทราเงินเพื่อเกี้ยวพาราสี แต่พวกมันทั้งหมดกลับถูกจันทราเงินแผดเสียงร้องไล่จนหนีเตลิดไปคนละทิศละทาง ท่าทางตื่นกลัวจนลนลานของพวกมันทำให้เลสเตอร์รู้สึกขบขันและเข้าใจสถานะของจันทราเงินในเผ่าพันธุ์ของมันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
จันทราเงินน่าจะเป็นราชินีแห่งมังกรปีกนก แถมยังเป็นราชินีที่งดงามที่สุดอีกด้วย
มิน่าล่ะจันทราเงินถึงได้เอาแต่ใจนัก จะจับเขาพาตัวกลับไปท่าเดียว
"กรู๊ววว~"
บนท้องฟ้า จันทราเงินกระพือปีกอย่างมีความสุข พลางเพลิดเพลินกับการมีคนขี่หลัง เมื่อมีสายลมและคู่ครองเคียงข้างกาย นางถึงได้ค้นพบว่าความสุขสองต่อนั้นมันวิเศษยิ่งกว่าแค่สองเท่าเสียอีก
ไม่นานนัก เลสเตอร์ก็มองเห็นอาณาเขตมรกตที่เขียวขจีอยู่เบื้องล่าง
"ฉันจำได้ว่าในเนื้อเรื่องดั้งเดิม รัฐนอคเมิร์ชที่ตั้งอยู่ในที่ราบนอคเมิร์ชเป็นประเทศที่ค่อนข้างยากจน อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้นอคเมิร์ชแร้นแค้นขนาดนั้นกันนะ ถ้าดูจากความอุดมสมบูรณ์ของอาณาเขตมรกตในตอนนี้ ขอแค่มีการวางแผนที่ดี ฟื้นฟูการค้าและเศรษฐกิจ การเลี้ยงดูประชากรนับแสนคนก็ไม่ใช่ปัญหาเลย"
เมื่อเห็นว่าได้ระยะที่เหมาะสมแล้ว เลสเตอร์จึงออกคำสั่งกับจันทราเงิน
"จันทราเงิน ร่อนลงจอด!"
"ซี๊ยะ!"
ปีกขนาดใหญ่ลาดลง อาณาเขตมรกตอันงดงามอยู่ใกล้แค่เอื้อม...
ในเวลาไม่นาน พลหน้าไม้เงาทมิฬที่เฝ้ายามอยู่บนหอสังเกตการณ์ของอาณาเขตมรกตก็พบผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญบนท้องฟ้า ทหารยามรีบเป่าแตรสัญญาณเตือนภัยทันที
"ปู๊นนน ปู๊นนน..."
ชาวบ้านที่ยังทำกิจกรรมอยู่ภายนอกต่างรีบวางมือจากงานและวิ่งหนีเข้าไปในอาคารที่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็ว
หน้าไม้ถูกขึ้นสาย ดาบถูกชักออกจากฝัก แม้ต้องเผชิญหน้ากับมังกรปีกนกขนาดยักษ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แม้ในใจจะหวาดกลัว แต่ก็ไม่มีใครถอยหนี
"ยิง!!"
เมื่อยังหาวิธีรับมือการโจมตีทางอากาศที่ดีกว่านี้ไม่ได้ เอปโซลจึงรีบรวบรวมพลหน้าไม้นับสิบนาย กระจายกำลังกันบนหลังคา และออกคำสั่งโจมตีใส่มังกรปีกนกสีเงินทันที
กลุ่มลูกศรหน้าไม้พุ่งขึ้นไปอย่างกระจัดกระจาย เมื่อถึงระดับความสูงหนึ่งก็เริ่มร่วงหล่นลงมา มังกรปีกนกเพียงแค่พลิกตัวหลบได้อย่างง่ายดาย ส่วนลูกศรที่ตกลงมาจะไปโดนใครเข้าหรือไม่ นั่นไม่ใช่เรื่องที่เอปโซลจะมาห่วงในตอนนี้
"นายพาคนไปที่โรงงานสงคราม หาปรมาจารย์ช่างตีเหล็กเฮริสโตล! บอกให้เขาเอาหน้าไม้ปีศาจโลหิตทมิฬออกมา! มีเท่าไหร่เอามาให้หมด!! เร็วเข้า!!"
หลังจากสั่งทหารให้ไปที่โรงงานสงครามแล้ว เอปโซลก็ออกคำสั่งใหม่
"พลหน้าไม้ทุกคน! เตรียมพร้อมยิง! รอฟังคำสั่ง!"
พลหน้าไม้ใช้เท้าเหยียบห่วงเพื่อขึ้นสายหน้าไม้อย่างช้าๆ พวกเขาเล็งเป้าไปที่มังกรปีกนกสีเงินที่บินวนอยู่บนท้องฟ้า แต่ยังไม่ยิงออกไป
บนฟากฟ้า เลสเตอร์พยายามปลอบประโลมจันทราเงินที่เริ่มหงุดหงิด เขาไม่ได้สั่งให้มันรีบร่อนลงจอดอีก เลสเตอร์เริ่มครุ่นคิดเมื่อเห็นการโจมตีจากดินแดนของตนเอง
ถ้ามีไวเวิร์นบุกมาจริงๆ หน้าไม้ธรรมดาคงเอาไม่อยู่ เขาควรให้เฮริสโตลสร้างหน้าไม้กลขนาดใหญ่ที่ทำจากเหล็กมารเอาไว้ป้องกันเมืองดีไหมนะ
เดี๋ยวนะ เหล็กมาร? หน้าไม้ปีศาจโลหิตทมิฬ?
ใบหน้าของเลสเตอร์เปลี่ยนสีทันที
แม้จันทราเงินจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่มันไม่มีทางต้านทานหน้าไม้ปีศาจโลหิตทมิฬได้แน่ แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่กล้ารับประกันว่าหากจันทราเงินโดนลูกศรเหล็กมารปักเข้าไปสักสองดอก มันจะรอดชีวิตหรือไม่
เขามองลงไปข้างล่าง เห็นทหารหลายนายวิ่งออกจากแถวพลหน้าไม้ มุ่งหน้าไปยังโรงงานสงครามอย่างเร่งรีบ
ดูท่าเจ้าหนูเอปโซลจะกะเอาให้ตายจริงๆ!
"ฉันคือเจ้าเมืองเลสเตอร์!!! เอปโซล!!! หยุดโจมตีเดี๋ยวนี้!!!"
เลสเตอร์รวบรวมลมปราณแล้วตะโกนสุดเสียง
เสียงของเขาลอยตามลมลงสู่พื้นดิน ทหารหลายนายได้ยินเสียงแว่วๆ แต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
เอปโซลได้ยินเสียงที่คุ้นหู เขาลูงเลใจว่าตัวเองหูแว่วไปเองหรือเปล่า
"จันทราเงิน ร่อนลง!"
แม้จะไม่ค่อยพอใจนัก แต่จันทราเงินก็ยอมเชื่อฟัง มันกระพือปีกร่อนลงต่ำ พยายามหาจุดลงจอดที่เหมาะสม
"ฉันคือเลสเตอร์!! เอปโซล!! อยู่ไหม!!?"
เลสเตอร์ตะโกนซ้ำอีกครั้ง
เสียงที่ชัดเจนกว่าเมื่อครู่ทำให้ดวงตาของเอปโซลเป็นประกาย เขาตะโกนกลับไปสุดเสียงเช่นกัน
"ท่านเจ้าเมืองหรือครับ!!?"
"ฉันเอง!!"
"หยุดยิง!!! บนหลังมังกรปีกนกคือท่านเลสเตอร์!"
เหล่าทหารโล่งอก พวกเขาปลดสายหน้าไม้ สีหน้าตึงเครียดและหวาดกลัวเปลี่ยนเป็นความอยากรู้อยากเห็นและเลื่อมใส
ที่แท้ท่านเจ้าเมืองหายตัวไปคราวนี้ ก็เพื่อไปฝึกมังกรปีกนกมานี่เองหรือ?
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเทิดทูน เลสเตอร์คอยลูบปลอบประโลมจันทราเงินที่ยังมีความหวาดกลัวและกระสับกระส่าย เขาบังคับให้มันร่อนลงสู่พื้นที่ว่างทางทิศใต้ซึ่งมีคนน้อยกว่า
"ไป!"
เอปโซลเรียกพลหน้าไม้เงาทมิฬให้รีบตามไป
ระหว่างทางมีทหารม้านำหน้าไม้ปีศาจโลหิตทมิฬสามคันมาส่ง เอปโซลจึงนำติดขบวนไปด้วย
ในที่สุด เลสเตอร์ก็เหยียบลงบนผืนดินของอาณาเขตมรกตได้สำเร็จ เขาตระหนักถึงความปิติยินดีในก้นบึ้งของหัวใจ และเพิ่งรู้ตัวว่าเขาได้มองที่นี่เป็นบ้านไปเสียแล้วโดยไม่รู้ตัว
"กรู๊ววว~ กุรุกุ~ ซี๊ยะ!! กรู๊ววว~"
จันทราเงินมองดูมนุษย์ที่ค่อยๆ ล้อมเข้ามา นางขู่คำรามใส่ทหารบ้าง แล้วก็หันมาส่งเสียงร้องออดอ้อนเลสเตอร์อย่างน่าสงสารบ้าง นางทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรรีบบินหนีไป หรือควรจับคู่ครองบินหนีไปพร้อมกันดี
"ไม่ต้องกลัวนะจันทราเงิน พวกเขาจะไม่ทำร้ายเธอ"
เลสเตอร์ยื่นมือออกไป จันทราเงินที่ส่งเสียงร้องงอแงก็ยอมก้มคอยาวระหงลงมา เอาคางที่มีขนปุยนุ่มมาถูไถกับมือของเลสเตอร์
"พวกนายอย่าเพิ่งเข้ามาใกล้! จันทราเงินกำลังกลัว!"
"รับทราบ!"
เมื่อได้รับคำสั่ง เหล่าทหารก็ถอยหลังไปหลายก้าว เว้นที่ว่างให้เลสเตอร์และมังกรปีกนกสีเงิน
เมื่อเห็นว่ามนุษย์ถอยห่างออกไป ความหงุดหงิดงุ่นง่านของจันทราเงินก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
[จบแล้ว]