เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 คะแนนรวมต่ำไปหน่อย

บทที่ 17 คะแนนรวมต่ำไปหน่อย

บทที่ 17 คะแนนรวมต่ำไปหน่อย


บทที่ 17 คะแนนรวมต่ำไปหน่อย

ด้วยความช่วยเหลือของอู๋จงอวี้ ปัญหาเรื่องการเรียบเรียงดนตรีเพลง "หมัดมังกร" ก็ได้รับการแก้ไข อวิ๋นเฟิงหมดห่วงไปอีกหนึ่งเปราะ

สำหรับการประกวดนักร้องประจำมหาลัยรอบคัดเลือก เขาได้คิวในช่วงบ่ายของวันที่ 8 ซึ่งถือเป็นรอบแรกของการแข่งขัน

การเข้าร่วมการประกวดแบบนี้เป็นครั้งแรก อวิ๋นเฟิงรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย

เขาไม่ได้กลัวว่าจะร้องเพี้ยนหรือเทคนิคไม่ดี แต่กลัวลืมเนื้อเพลงมากกว่า

ตอนนี้เขาจำเนื้อเพลง "ปีเดือนที่เดียวดาย" ได้ขึ้นใจจนท่องถอยหลังได้ แต่พอไปอยู่ต่อหน้ากรรมการ มันอาจจะเป็นคนละเรื่องกันเลย

เขากวาดสายตาไปรอบๆ ห้องพักนักกีฬา ไม่มีใครที่เขาคุ้นหน้าเลยสักคน

ก็สมเหตุสมผล คนที่เลือกเรียนสาขาวรรณกรรมดนตรีส่วนใหญ่ร้องเพลงไม่เก่ง หรือไม่ก็ร้องได้แค่ระดับพื้นๆ ดังนั้นคงมีคนจากภาควิชาของเขาเข้าร่วมไม่กี่คน ส่วนใหญ่คงมาจากภาควิชาดนตรีอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป อวิ๋นเฟิงเห็นหมายเลขลำดับข้างหน้าเขาน้อยลงเรื่อยๆ ความตื่นเต้นก็ค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกตื่นตัวและกระตือรือร้น

"ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 37 โปรดเตรียมตัว"

"ถึงตาฉันสักที"

อวิ๋นเฟิงลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย เมื่อเห็นผู้เข้าแข่งขันคนก่อนหน้าเดินออกมา เขาจึงเดินเข้าไปในห้องโถงแสดงดนตรี

ในห้องโถงขนาดใหญ่ มีเพียงกรรมการรอบคัดเลือกหกคน และเจ้าหน้าที่บันทึกภาพไม่กี่คนเท่านั้น

อวิ๋นเฟิงเดินขึ้นไปบนเวที ความเงียบสงัดทำให้เขาได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองชัดเจน

เขาโค้งคำนับ แล้วพูดใส่ไมโครโฟน "สวัสดีครับท่านคณะกรรมการ ผมชื่ออวิ๋นเฟิง เพลงที่จะร้องคือ 'ปีเดือนที่เดียวดาย' ครับ"

หลังแนะนำตัวจบ เขาสูดหายใจลึก หันไปส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องเสียงว่าพร้อมแล้ว

หลังจากเสียงกีตาร์อินโทรอันไพเราะจบลง อวิ๋นเฟิงก็เริ่มร้อง: "ทำไมชีวิตฉันถึงไร้ซึ่งความรัก ทุกค่ำคืนฉันเฝ้ารอรุ่งสางเพียงลำพัง... ความเหงาเปรียบดั่งบัวสายสีดำ แผ่ขยายอย่างอิสระในค่ำคืนอันยาวนาน... กาลเวลาจะใจดีเหมือนเด็กน้อย เริ่มต้นใหม่ตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป"

"ปีเดือนที่เดียวดาย" เป็นเพลงที่มีช่วงเสียงปานกลาง ไม่ได้ราบเรียบไปซะทีเดียว ท่อนฮุคก็มีจุดพีคของอารมณ์

เพลงนี้สื่อถึงความรักที่อ้างว้าง ความรู้สึกไร้หนทาง ไม่อยากยอมรับความจริงแต่ก็ไม่มีทางเลือก

อวิ๋นเฟิงไม่ได้มีความรู้สึกลึกซึ้งกับความรักแบบนี้ แต่เขาถ่ายทอดความรู้สึกหมดหนทางจากสถานการณ์ในชีวิตก่อนของเขาลงไปในบทเพลง ร้องระบายความ "เดียวดาย" ของช่วงเวลานั้นออกมา

ทักษะการร้องของเขาไม่มีทางสู้ผู้เข้าแข่งขันจากภาควิชาดนตรีได้เลย

ดังนั้น เขาจึงเลือกใช้วิธีที่แตกต่าง มุ่งเน้นไปที่การสื่ออารมณ์เพลง

ทันใดนั้น กรรมการคนหนึ่งก็พูดขึ้น "กลับไปรอรับ SMS แจ้งผลได้เลย"

อวิ๋นเฟิงโค้งคำนับแล้วเดินลงจากเวที

ครั้งนี้เขาไม่ได้หลับตาร้อง เขาคอยสังเกตสีหน้าของกรรมการตลอดการแสดง ดูเหมือนว่าการผ่านรอบคัดเลือกคงไม่มีปัญหา แต่ไม่รู้ว่าจะได้คะแนนรวมเท่าไหร่

ทันทีที่เดินออกจากห้องโถง SMS ก็เด้งเข้ามา

"ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 37 อวิ๋นเฟิง ผ่านการคัดเลือกรอบแรก คะแนนรวม: 6.8 ช่องทางการส่งเพลงรอบชิงชนะเลิศจะเปิดเวลา 12.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม โปรดอัปโหลดเพลงรอบชิงชนะเลิศก่อนเวลา 12.00 น. วันที่ 18 ตุลาคม หากไม่ดำเนินการจะถือว่าสละสิทธิ์"

คะแนนรวมนี้น่าผิดหวังจริงๆ คาบเส้นผ่านเกณฑ์มานิดเดียว

เพลงรอบชิงของเขาคงไปกองอยู่ที่ท้ายตารางแน่ๆ ถ้ามีคนผ่านเข้ารอบเป็นร้อยหรือเป็นพัน เขาจะมีโอกาสได้ผุดได้เกิดไหมเนี่ย?

อวิ๋นเฟิงเดาะลิ้น รู้สึกถึงลางร้าย

เขาอยากได้รางวัลภารกิจที่เป็นทรัพยากรอาชีพระดับทองแดงและหนังสือทักษะอาชีพระดับเงินจริงๆ

ช่วยไม่ได้ ในการประกวดร้องเพลง ทักษะการร้องเป็นเกณฑ์การตัดสินที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่เวทีประกวดนางงามที่หน้าตาดีจะได้คะแนนพิเศษ

"ถ้าจะติดหนึ่งในสามของการประกวดครั้งนี้ ฉันต้องอัดเพลง 'หมัดมังกร' ให้ออกมาดีที่สุด"

อวิ๋นเฟิงเชื่อว่าเขาได้เปรียบในรอบชิง ถ้าเป็นการโหวตจากผู้ชม คุณภาพของตัวเพลงจะมีน้ำหนักมากกว่า

แม้จะเป็นรูปแบบการบันทึกเสียง แต่การกระทำหลอกลวงอย่างการจูนเสียงอัตโนมัติหรือให้คนอื่นร้องแทนนั้นเป็นสิ่งต้องห้าม หากถูกจับได้ นอกจากจะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันแล้ว ยังจะถูกขึ้นบัญชีดำในวงการบันเทิงอีกด้วย

หลังจากกินข้าวเสร็จ เขากลับมาที่หอพัก รูมเมทต่างเข้ามารุมล้อมอวิ๋นเฟิงทันที

"เป็นไงบ้าง? เป็นไงบ้าง?"

"ยังต้องถามอีกเหรอ? 'ปีเดือนที่เดียวดาย' ร้องเพราะกว่าต้นฉบับซะอีก ต้องผ่านอยู่แล้ว!"

"เลือกเพลงรอบชิงหรือยัง? จะร้อง 'หมัดมังกร' ใช่มั้ย?"

เพื่อนๆ รุมถามคำถามไม่หยุดจนอวิ๋นเฟิงไม่มีจังหวะได้พูด

รอจนพวกเขาถามจบ

อวิ๋นเฟิงถึงตอบว่า "ผ่านรอบคัดเลือกแล้ว แต่คะแนนรวมต่ำไปหน่อย ส่วนเพลงรอบชิง เดี๋ยวถึงเวลาก็รู้เอง"

"แหม่ มาทำเป็นเล่นตัวกับพี่น้องเหรอ?" เซี่ยต้าชวนล็อคคอเขา ขู่ว่า "จะบอกหรือไม่บอก?"

หลี่จวินอี้ยกยิ้มมุมปาก พูดอย่างมั่นใจ "ไม่ต้องถามหรอก ร้อยทั้งร้อยต้องเป็น 'หมัดมังกร' แน่ ถ้าไม่ใช่ ฉันยอมเอาหัวเดินต่างตีนไปสระผมเลยเอ้า"

อวิ๋นเฟิงยิ้มกริ่ม "เพิ่มเดิมพันหน่อยมั้ย? ถ้าเอาหัวเดินต่างตีนแล้วท้องเสียด้วยล่ะ?"

หลี่จวินอี้ถอยหลังกรูด แค่นเสียง "ลูกไม้ตื้นๆ คิดจะหลอกฉันเหรอ? ไม่มีทาง!"

เซี่ยต้าชวนกุมขมับ "พวกนายทำฉันอยากรู้อยากเห็นจนจะบ้าตายอยู่แล้ว! 'หมัดมังกร' 'หมัดมังกร' สรุปมันร้องยังไงวะเนี่ย?"

เซียวเทียนเผิงถามด้วยความเป็นห่วง "คะแนนรวมไม่ค่อยดีเหรอ?"

เขาอ่านกฎการแข่งขันมาแล้ว รู้ถึงความสำคัญของคะแนนรวมในรอบคัดเลือก

อวิ๋นเฟิงพยักหน้า "ใช่ ได้แค่ 6.8 เอง น่าจะอยู่กลุ่มรั้งท้ายเลยแหละ"

เซียวเทียนเผิงปลอบใจ "เทียบกับพวกเด็กภาคดนตรี เราเสียเปรียบเรื่องเทคนิคการร้องอยู่แล้ว แต่พวกเราเชื่อมั่นในเพลง 'หมัดมังกร' นะ นายต้องพลิกเกมกลับมาได้ในรอบชิงแน่ๆ"

เซี่ยต้าชวนเสริม "เดี๋ยวฉันไปบอกเพื่อนในห้องให้ช่วยโหวตให้นาย"

หลี่จวินอี้เอาด้วย "เดี๋ยวฉันให้แฟนช่วยหาเสียงที่มหาลัยตั้นฟู่ให้อีกแรง"

อวิ๋นเฟิงพูดจากใจจริง "ขอบใจนะพวกนาย"

คำพูดของเพื่อนๆ ทำให้เขาฉุกคิดอะไรบางอย่างได้

การปั่นโหวตหรือซื้อโหวตทำไม่ได้บนบลูสตาร์ แต่การหาเสียงทำได้นี่นา

งั้นเขาก็มีแหล่งหาเสียงชั้นดีอยู่แล้วนี่ "กระบี่เทพสังหาร"

การโพสต์บทพิเศษขอคะแนนโหวตสักบทก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้

ทันใดนั้น เสียงกีตาร์ก็ดังขึ้น

อวิ๋นเฟิงพักความคิดเรื่องนั้นไว้ก่อน แล้วหันไปมองหลี่จวินอี้

มันคือแพทเทิร์นการเกาเพลงที่คุ้นเคย "53231323" (เบส-3-2-3-1-3-2-3) วิธีดีดอาร์เพจโจ้ด้วยมือขวาแบบสี่จังหวะ

อวิ๋นเฟิงดูอยู่สักพักแล้วพูดว่า "จวินอี้ เวลาเล่นกีตาร์ อย่าใช้นิ้วเดียวดีดสิ"

"หือ..." หลี่จวินอี้เงยหน้าขึ้น "ฉันนึกว่าใช้นิ้วไหนถนัดก็ได้ซะอีก"

อวิ๋นเฟิงอธิบาย "ถ้าใช้ปิ๊กกีตาร์ก็อีกเรื่อง แต่ถ้าดีดด้วยนิ้ว  มันมีเทคนิคเฉพาะอยู่นะ"

หลี่จวินอี้ทำหน้างง "หมายความว่าไง?"

เขาซื้อคู่มือสอนเล่นกีตาร์เบื้องต้นมา แต่อ่านไม่ค่อยเข้าใจ ส่วนคลิปสอนในเน็ตก็ต้องเสียเงินสมัครสมาชิก หรือไม่ก็สอนไม่ละเอียด เขาเลยต้องงมโข่งเอาเอง

อวิ๋นเฟิงนึกย้อนความทรงจำแล้วบอกว่า "ส่วนใหญ่จะใช้การเกาแบบสามนิ้ว หรือสี่นิ้ว สำหรับสี่นิ้ว นิ้วโป้งดีดลงที่สายหก ห้า และสี่ นิ้วชี้ดีดขึ้นที่สายสาม นิ้วกลางดีดขึ้นที่สายสอง และนิ้วนางดีดขึ้นที่สายหนึ่ง ส่วนแบบสามนิ้วก็เหมือนสี่นิ้ว ต่างกันตรงที่สายหนึ่งใช้นิ้วกลางดีด"

"53231323..." หลี่จวินอี้ลองทำตาม "ยากแฮะ"

อวิ๋นเฟิงยิ้ม "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ฝึกบ่อยๆ เดี๋ยวก็คล่องเอง"

เขาจำได้ว่าตอนหัดเล่นกีตาร์ในชาติก่อน เขาฝึกแพทเทิร์นนิ้วเดียวอยู่ตั้งหลายวัน

หลี่จวินอี้อุทาน "ห๊ะ?" แล้วก็นึกขึ้นได้ "อวิ๋นเฟิง นายเล่นกีตาร์เป็นด้วยเหรอ?"

เซี่ยต้าชวนเชียร์ "เล่นโชว์หน่อย เล่นโชว์หน่อย!"

หลี่จวินอี้ยื่นกีตาร์ให้ทันที เห็นด้วยกับข้อเสนอของเซี่ยต้าชวนเต็มที่

อวิ๋นเฟิงรีบโบกมือปฏิเสธ "ฉันเคยเรียนมาบ้างเมื่อก่อน แต่รู้แค่พื้นฐานจริงๆ"

หลี่จวินอี้ลากเก้าอี้พร้อมกีตาร์มาหาอวิ๋นเฟิง "ไม่ต้องเล่นเป็นเพลงก็ได้ แต่นายต้องสอนฉัน"

"ก็ได้" อวิ๋นเฟิงพยักหน้า รับกีตาร์มา เช็คสายอย่างชำนาญ แล้วลองดีดแพทเทิร์นนิ้วที่จำได้ เช่น "432123" และ "632123"

ทำเอาหลี่จวินอี้ที่นั่งดูอยู่ตาค้าง อุทานว่า "ลื่นไหลชิบหาย! นิ้วนายเหมือนกำลังเต้นระบำอยู่เลย!"

ไม่ใช่แค่เขา อวิ๋นเฟิงเองก็ตะลึงเหมือนกัน

ในชาติก่อน เขาเล่นไม่ได้เร็วขนาดนี้ พอลองนึกดู ตอนพิมพ์นิยายก็เหมือนกัน

อาจจะเป็นเพราะนิ้วของร่างกายนี้มีความยืดหยุ่นสูงมาก และความเร็วมือของเขาก็เหนือกว่าคนทั่วไปมากโข

อวิ๋นเฟิงหัวเราะแห้งๆ "ก็งั้นๆ แหละ ถ้านายฝึกขยันๆ นายก็เล่นได้เร็วแบบนี้เหมือนกัน"

หลี่จวินอี้ขยับนิ้วในอากาศไปมาแล้วส่ายหน้า "เร็วขนาดนาย ฉันว่านิ้วล็อกแน่ๆ"

เซี่ยต้าชวนชะโงกหน้าเข้ามา "ขอลองมั่งดิ"

แม้แต่เซียวเทียนเผิงที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้ ก็ยังอยากลองดูบ้าง

เด็กผู้ชาย... คงไม่มีใครไม่อยากหัดเล่นกีตาร์หรอกมั้ง

และแล้ว อวิ๋นเฟิงผู้มีความรู้แค่หางอึ่ง ก็กลายมาเป็นครูสอนกีตาร์จำเป็นให้รูมเมท

จบบทที่ บทที่ 17 คะแนนรวมต่ำไปหน่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว