- หน้าแรก
- ระบบไลฟ์สดข้ามภพ: ฮ่องเต้โดเนททองให้ฉันไม่หยุดเลย
- บทที่ 9 - เริ่มถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ!
บทที่ 9 - เริ่มถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ!
บทที่ 9 - เริ่มถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ!
บทที่ 9 - เริ่มถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการ!
อ๊ากกก! หายใจเข้าลึก ๆ อย่าลน ไฟล์การบ้านเขียนไว้ในระบบคลาวด์ ลองหาดูดี ๆ หาดูอีกที มันต้องเจอสิ
จะบ้าตาย พอเจอไฟล์ที่หน้าตาเหมือนการบ้าน พอกดเปิดดูก็พบว่า...
"เหอะ ๆ ไฟล์การบ้านจริงด้วย แต่เป็นไฟล์เปล่าที่ยังไม่ได้เขียนอะไรเลย ฟ้าดินเป็นพยาน ช่วยลูกช้างด้วย ลูกไม่อยากเขียนใหม่"
ในขณะที่ลู่โยวมิงกำลังถอดใจ เตรียมตัวจะปั่นงานใหม่ ทันใดนั้นไฟล์หนึ่งก็กระเด้งเข้าตา นี่มันการบ้านฉันนี่นา ไม่แน่ใจ ลองดูอีกที ชัวร์ป้าบ การบ้านฉันเอง (หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง)
รีบอาบน้ำนอน พรุ่งนี้มีสอบสัมภาษณ์กับสอบข้อเขียน
..........................เส้นแบ่ง..................................
"แอ้ แอ้ แอ้ แอ้"
"เหอะ ๆ สอบสัมภาษณ์พังพินาศ" (เอามือปิดหน้า)
บอสของฉันอยู่ไหน รีบมาดูเร็วเข้า ถึงตอนบ่ายจะมีสอบข้อเขียน แต่รู้สึกว่าคงไม่ช่วยอะไรแล้ว
สอบข้อเขียนเสร็จตอนบ่าย ไม่นานก็ประกาศรายชื่อคนผ่านงาน เป็นไปตามคาด เก็บกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้านเก่าได้ เนื่องจากเป็นวันสุดท้าย ช่วงบ่ายเขาเลยไม่เคร่งครัดเรื่องเวลาเลิกงาน วิทยากรเลยปล่อยให้ทุกคนกลับก่อนเวลา
กลับถึงบ้านก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนเตียง ถึงจะตกงานแต่ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป หางาน พรุ่งนี้มะรืนนี้ฝนตก แถมเป็นเสาร์อาทิตย์ พักใจสักสองวันละกัน (เอามือปิดหน้า)
หยิบมือถือเปิดเสี่ยวพั่วจ้าน เจอคลิปเปิดหัวข้อแรง
[ทหารต่างชาติ: "เชี่ยยย พวกเมึงเรียกไอ้นี่ว่ากองกำลังติดอาวุธจีนเรอะ!!!??"]
ภาพในจอฉายให้เห็นทหารหนุ่มในชุดลายพรางกระโดดลงจากรถ ท่าทางทะมัดทะแมงหล่อเหลา กดเข้าไปดู
[ริมถนนเต็มไปด้วยรถจอดเรียงราย รถทหารหลายคันขับสวนเลนเข้ามา ชาวบ้านรวมตัวกันริมถนน ตะโกนก้อง "กองทัพปลดแอกมาแล้ว พี่น้องเอ๊ย กองทัพปลดแอกมาแล้ว กองทัพปลดแอกมาแล้ว"]
[ภาพชายคนหนึ่งถือโทรโข่ง ตะโกนสั่งการเสียงดัง "สหายทั้งหลาย ถึงเวลาที่พรรคและประชาชนจะทดสอบพวกเราแล้ว ภัยพิบัติคือคำสั่ง พ่อแม่พี่น้องในเขตภัยพิบัติกำลังรอคอยพวกเราอยู่" จากนั้นพวกเขาก็กระโดดลงไปทีละคน เขียนจดหมายสั่งเสีย ภายใต้การนำของพันเอกพิเศษหลี่เจิ้นโปวัย 48 ปี ในสถานการณ์ที่ไร้การชี้เป้าภาคพื้นดิน ไร้สัญลักษณ์นำทาง ไร้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยา พวกเขาทำการ "กระโดดท้าความตาย" เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย...]
[กลุ่มลูกหลานทหารสวมเสื้อชูชีพ ชายสวมปลอกแขนแดงตะโกนสั่งการ "จุดที่เราอยู่ตอนนี้คือตงซิงเหวย ข้างหลังเราคือชาวบ้านสองหมื่นชีวิต ช่องเขานี้จะกั้นอยู่หรือไม่ เกี่ยวพันโดยตรงกับชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนหลายหมื่นคน ผมหวังว่ากองพันทะลวงฟันของเราจะปฏิบัติภารกิจนี้ให้สำเร็จ สหายทั้งหลาย มีความมั่นใจไหม?"
กล้องแพนไปที่เหล่าทหารที่ยืนเรียงหน้ากระดานแช่อยู่ในน้ำ ตะโกนตอบรับเสียงดัง "มี! สู้ตาย!" จากนั้นก็เริ่มส่งต่อกระสอบทรายทีละถุง ทีละถุง]
[พื้นที่ที่เพิ่งถูกน้ำป่าซัดถล่ม เต็มไปด้วยโคลนตม ชาวบ้านไม่กี่คนกำลังช่วยกันโกยโคลน ทหารหนึ่งกองร้อยแบกพลั่ววิ่งตะบึงเข้ามา ช่วยกันโกยโคลนอย่างขะมักเขม้น]
[บนถนนที่น้ำท่วมสูงเกือบถึงยอดต้นไม้ รถทหารคันหนึ่งค่อย ๆ ขับลุยน้ำเข้ามา]
[ในน้ำที่ท่วมสูงถึงเอว ทหารตำรวจหลายนายอุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมอก เกาะเชือกเดินลุยน้ำ ค้นหาพื้นที่ปลอดภัย]
[กองทหารชูธงประจำหน่วย ตะโกนคำขวัญ มุ่งหน้าสู่พื้นที่ประสบภัย บนทางด่วนรถทหารคันแล้วคันเล่ามุ่งหน้าสู่พื้นที่ภัยพิบัติ]
[ทหารปลดแอกอายุน้อยนายหนึ่งอุ้มเด็กทารกไว้ สีหน้าดูตื่นเต้นกังวลายิ่งกว่าตัวเด็กเสียอีก]
[ทหารนายหนึ่งกำลังโกยโคลนบนบันได เด็กหญิงตัวน้อยถือแก้วน้ำเดินเข้ามา ทหารมองดูมือที่เปื้อนโคลนของตัวเอง เด็กน้อยจึงยกแก้วน้ำขึ้น เขย่งปลายเท้าป้อนน้ำให้พี่ชายทหาร เด็กน้อยเขย่งเท้าจนสุดตัว พี่ทหารก็ย่อตัวลงมาเรื่อย ๆ เพื่อรับน้ำใจนั้น]
[ภารกิจกู้ภัยสิ้นสุดลง ขบวนรถทหารเคลื่อนตัวออกจากพื้นที่ ชาวบ้านขนของกินของใช้สารพัดอย่างมา ระดมปากันเข้าไปในรถทหารอย่างบ้าคลั่ง ส่วนเหล่าทหารทำได้เพียงยกมือขึ้นปัดป้องพัลวัน]
จะมีทหารแบบนี้อยู่จริง ๆ หรือ ราษฎรในสมัยโบราณต่างสงสัย ก็คำพังเพยเขาว่า "โจรผ่านเหมือนหวีสาง ทหารผ่านเหมือนหวีถี่" (โจรปล้นว่าหนักแล้ว ทหารมาปล้นหนักกว่า กวาดเรียบไม่เหลือแม้แต่หวี) ไม่ได้พูดเล่น ๆ นะเออ
ทหารบางคนในสมัยโบราณมองดูความรักใคร่ที่ชาวบ้านมีต่อทหารในจอด้วยความอิจฉาตาร้อน ปกติพวกเขาเดินผ่านหมู่บ้าน ชาวบ้านแทบอยากจะหายตัวไปให้พ้น ๆ พอนึกถึงทหารในจอ ช่วยกู้ภัย ช่วยเหลือชาวบ้าน เทียบกันไม่ติดเลย เทียบไม่ได้จริง ๆ
ส่วนฮ่องเต้แต่ละราชวงศ์ ทหารพวกนี้ฝีมือการรบต้องแข็งแกร่งแน่ ๆ วินัยทหารเยี่ยมยอดขนาดนี้ พลังรบไม่มีทางอ่อนด้อย ข้าอยากได้ หากมีกองทัพเช่นนี้ จะต้องกังวลเรื่องป้องกันชายแดนไปไย เผลอ ๆ ข้ายังขยายดินแดนได้อีก จารึกชื่อลงในประวัติศาสตร์สืบไป
เปิดอ่านคอมเมนต์
("พวกเขาตะโกนว่าอะไรนะ?"
"ฉันรู้"
"นั่นคุณก็ได้ยินเหรอ?"
"ฟังไม่ออก แต่ฉันรู้ใจ"
"หือ? ตะโกนว่าไง?"
"ประชาชนจีนผู้ยิ่งใหญ่จงเจริญ กองทัพปลดแอกประชาชนจีนผู้ยิ่งใหญ่จงเจริญ")
(น้ำท่วมปี 98 แม่ฉันอุ้มฉันนั่งบนเรือยางของทหาร ตอนนั้นทหารถามแม่ว่าที่บ้านยังมีของอะไรเหลือไหม แม่บอกยังมีทีวีอีกเครื่องยังไม่ได้ขนออกมา สมัยนั้นทั้งบ้านมีของมีค่าชิ้นเดียว ทหารสองนายไม่พูดพร่ำทำเพลง ลุยน้ำกลับเข้าไปแบกทีวีออกมาทันที ไม่ห่วงความปลอดภัยตัวเองเลย เพื่อปกป้องทรัพย์สินของประชาชน)
(ฉันเคยฟังทหารคนหนึ่งพูดว่า: ใครบ้างไม่กลัวตาย ผมก็กลัว แต่ใครใช้ให้ผมใส่ชุดนี้ล่ะ! ถ้าผมไม่ลุยแล้วใครจะลุย!!)
(หวังว่าผลตรวจร่างกายทหารจะผ่านราบรื่น ผมอยากเป็นลูกหลานทหารรับใช้ประชาชน)
(สู้ ๆ นะพวก ผมไม่ผ่าน ขอส่งไม้ต่อให้นายแล้วกัน)
(เข้ากองทัพไม่ง่ายเลยนะ มาตรฐานการเกณฑ์ทหารบ้านเราถือว่าโหดติดอันดับโลกแล้ว)
(ไม่มีใครต้านทานประโยคนี้ได้หรอก "ถึงเวลาที่พรรคและประชาชนจะทดสอบพวกเราแล้ว" พอประโยคนี้หลุดออกมา อุปสรรคอะไรก็พิชิตได้หมด)
(ร้องไห้หนักมาก! ไม่รู้ทำไม ทุกครั้งที่ได้ยินตัวสั่นด้วยความตื้นตัน!)
(ทุกครั้งที่ได้ยินว่าทหารปลดแอกมาแล้ว ก็จะรู้สึกอุ่นใจเป็นพิเศษ)
(ฝรั่งไม่เข้าใจว่าทำไมทหารปลดแอกเราไปกู้ภัยถึงไม่พกอาวุธ? เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพวกนั้นถึงคิดว่าไปกู้ภัยต้องพกปืน?)
(ที่ฮาสุดที่เคยเห็นคือ ตอนต้านน้ำท่วมไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ตอนกลับดันหัวแตกเพราะโดนชาวบ้านปาของกินใส่รถ...)
(ชาวบ้านบางคนก็โหดจริง จำได้ว่าตอนโควิดมีคนปามะพร้าวกับทุเรียนขึ้นรถด้วย...)
(รู้ข่าวว่าน้ำท่วมบ้านจมมิดแล้ว รีบส่งข้อความหาที่บ้าน ที่บ้านตอบกลับมาตอนฟ้าสว่าง จำได้แม่นเลยประโยคเดียว: วางใจได้ ปลอดภัยดี ทหารมาแล้ว ขำทั้งน้ำตา)
(ทหารมาถึง เท่ากับ ทุกอย่างปลอดภัย)
(ตอนเหตุการณ์ 512 เห็นกับตาตัวเองว่าทหารร่มบินร่อนลงมาจากฟ้า ตอนนั้นไม่เข้าใจหรอกว่าพวกเขาเสี่ยงตายขนาดไหน รู้แค่ว่าตอนนั้นรู้สึกเหมือนพระมาโปรดจริง ๆ)
[จบแล้ว]