- หน้าแรก
- ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ ข้าสำเร็จอรหันต์ในนิกายมาร
- ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ 295 จุติสู่หวงเฉวียน
ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ 295 จุติสู่หวงเฉวียน
ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ 295 จุติสู่หวงเฉวียน
ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ 295 จุติสู่หวงเฉวียน
“ไม่!”
ชายชราชุดดำที่ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว
เพิ่งจะคิดลงมือ
กลับพบว่าสะพานทองคำอันเก่าแก่ลายพร้อยสายหนึ่ง ได้ทอดขวางอยู่เบื้องหน้าเขาตั้งแต่เมื่อใดมิทราบ
ตูม
ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างจนแทบปริของเขา ร่างของจินจ้างถูกโจมตีเข้าอย่างจัง แหลกสลายกลายเป็นอนุภาคแสงดาวเต็มท้องฟ้า ปลิวสลายไปตามสายลม
ทั่วทั้งฟ้าดินเงียบสงัดวังเวง
จากนั้น เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงก็ดังขึ้นจากทั่วทุกทิศ:
“เป็นไปตามคาดจริง ๆ แม้แต่สิบกระบวนท่าของลู่หลี่ยังรับไว้ไม่ได้”
“ยังนึกว่าจะมีศึกใหญ่ให้ชมเสียอีก แยกย้ายกันเถิด แยกย้ายกัน”
“อา ท่าโปรยกระดาษเงินกระดาษทองของศิษย์พี่ใหญ่ยังคงสง่างามเช่นเคย!”
“ลู่หลี่ ลู่อู๋ตี๋ สมแล้วที่ชื่อเสียงเลื่องลือ!”
“ยังสู้สามีข้าไม่ได้เลย เข้าทีเดียวก็ออกแล้ว! ช่างไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย!”
“ไสหัวไป”
ขณะนั้น สะพานทองคำโบราณก็ถอยกลับเข้าไปในความว่างเปล่า พร้อมกับคำพูดอันเย็นชาคำหนึ่งที่ดังออกมา
คือจิตเทวะของจักรพรรดิผีอินหมิง!
ชายชราชุดดำ พร้อมด้วยชายวัยกลางคนชุดเขียวผู้นั้น สีหน้าดูย่ำแย่อย่างที่สุด
คิดไม่ถึงเลยแม้แต่น้อย
ว่าจินจ้างจะตายไปเช่นนี้
แม้แต่สามกระบวนท่าของลู่หลี่ยังต้านไว้ไม่ได้ กลับถูกลู่หลี่มองทะลุตำแหน่งที่หลบหนีเข้าไปในความว่างเปล่า ชกหมัดเดียวระเบิดร่าง ไม่เหลือแม้แต่กระดูก
“ไป!”
ชายชราชุดดำทำหน้ามืดมน แสงสีทองทั่วร่างวาบขึ้น ก็ห่อหุ้มชายวัยกลางคนชุดเขียวหลบหนีเข้าไปในความว่างเปล่า
ในไม่ช้า
ณ พันธมิตรหมื่นเกาะ ภายในโถงตำหนักเพลิงทองคำหลังหนึ่ง
ร่างของคนทั้งสองก็ปรากฏขึ้น
ชายผู้หนึ่งรูปโฉมอัปลักษณ์ สวมชุดเกราะศึกทองคำพุ่งเข้ามา ท่าทางดุร้ายน่ากลัว เอ่ยถามโดยตรงว่า “จินจี๋ เจ้ามิใช่บอกว่าจินจ้างสามารถเคลื่อนย้ายลู่หลี่มาได้อย่างแน่นอนหรอกหรือ เหตุใดถึงถูกลู่หลี่ชกหมัดเดียวตายเล่า”
คนผู้นี้ ก็คือนายน้อยวังแห่งวังนอกฟ้า ราชันเทพง้าว!
“ราชันเทพง้าว เจ้าใจเย็น ๆ หน่อย!”
ชายวัยกลางคนชุดเขียวสายตาเย็นชา “ใครจะไปคิดว่าลู่หลี่จะประหลาดถึงเพียงนี้ ถึงกับสามารถมองทะลุตำแหน่งที่จินจ้างหลบหนีเข้าไปในความว่างเปล่า แล้วชกหมัดเดียวสังหารเขาได้! จินจ้างตายไป ข้าเจ็บปวดใจยิ่งกว่าเจ้า! ข้าก็อยากให้ลู่หลี่ตายยิ่งกว่า!”
“ผายลม!”
ราชันเทพง้าวโกรธจนไม่อาจระงับได้ ด่าทอคาที่ “พวกเจ้ารับปากว่าจะช่วยข้าล้างแค้น วังนอกฟ้าของข้าถึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรเผ่าเทพของพวกเจ้า! ตอนนี้วังนอกฟ้าของข้าถูกคนมองว่าเป็นคนทรยศเผ่ามนุษย์! พันธมิตรหมื่นเกาะมีขุมอำนาจถอนตัวออกไปทุกวัน ยังมีแรงกดดันจากฝั่งพันธมิตรเซียนอีก ตอนนี้พวกเจ้าถึงกับจัดการลู่หลี่คนเดียวยังไม่ได้ แล้ววังนอกฟ้าของข้าจะร่วมมือกับพันธมิตรเผ่าเทพของพวกเจ้าไปมีประโยชน์อันใดเล่า!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของชายชราชุดดำและชายวัยกลางคนชุดเขียวก็ดูไม่ดีนัก
แต่กลับมิอาจโต้แย้งได้
“เจ้าวางใจได้ ทุกสิ่งนี้ อีกไม่นานก็จะจบลง ขอเพียงพวกเราได้ซากศพนั้นมา ราชาเทพจุติ โลกใบนี้ก็จะเป็นของพวกเรา!”
ในขณะนั้นเอง ชายชราชุดดำก็กล่าวเสียงเย็น
“หึ พวกเจ้าพูดความจริงจะดีกว่า!”
ราชันเทพง้าวแค่นเสียงเย็นชาคราหนึ่ง แล้วเดินจากไปอย่างฉุนเฉียว
รอจนเขาจากไป
สีหน้าของชายชราชุดดำและชายวัยกลางคนชุดเขียวก็พลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบอำมหิต
“รอให้ได้ซากศพราชาวิญญาณนั่นมาเมื่อใด ก็ฆ่าเจ้าคนผู้นี้ก่อน! แค่เผ่ามนุษย์คนหนึ่ง ถึงกับกล้าตะคอกใส่ข้างั้นรึ หากมิใช่เห็นว่าเขายังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง คงฆ่าเขาไปนานแล้ว!”
ชายวัยกลางคนชุดเขียวกล่าวอย่างเย็นชา
“คนผู้นี้ฆ่าไปก็ไม่เป็นไร แต่ว่า จินจี๋ หากเจ้าต้องเผชิญหน้ากับลู่หลี่ผู้นั้น เจ้ามีโอกาสชนะกี่ส่วนรึ”
ชายชราชุดดำเอ่ยถามเสียงเย็น
“เก้าส่วน! ตอนนี้ข้ามีตบะระดับทารกก่อกำเนิดระยะปลาย อาศัยกายาศักดิ์สิทธิ์เซียนของข้า สามารถใช้พลังร้อยมังกรออกมาได้อย่างสบาย ๆ เอาชนะลู่หลี่ได้อย่างง่ายดาย สิ่งเดียวที่น่าเกรงขาม ก็คือกระบี่มรรคในมือของลู่หลี่!”
ชายวัยกลางคนชุดเขียวนามว่า ‘จินจี๋’ กล่าวอย่างมั่นใจอย่างหาที่เปรียบมิได้
คนผู้นี้ คือเผ่าราชาที่แท้จริงในหมู่เผ่าเทพ
เขาฟักตัวออกมาจากกระดูกนิ้วเซียนท่อนหนึ่ง มีกายาศักดิ์สิทธิ์เซียนแต่กำเนิด กายเนื้อแข็งแกร่ง บรรลุถึงระดับที่น่าเหลือเชื่อ
“เช่นนั้นก็ดี!”
ชายชราชุดดำหัวเราะเยาะ “เจ้าวางใจเถิด อาวุธมรรคของเผ่าเทพอีกไม่นานก็จะหลอมสำเร็จแล้ว”
“ดี!”
จินจี๋เผยจิตสังหารออกมา “ลู่หลี่ผู้นั้นไม่มีทางเดาออกอย่างแน่นอน ว่าจินจ้างเป็นเพียงคนที่ถูกส่งไปหยั่งเชิงพลังอำนาจของเขา และฝังตราประทับมิติไว้บนร่างเขา! เจ้าหนูนี่เป็นบุตรแห่งสวรรค์ ย่อมต้องไปยังคลังสมบัติราชาวิญญาณ เพื่อเอาซากศพราชาวิญญาณนั่น รอให้เขาปรากฏตัว ก็คือเวลาที่เขาต้องตาย!”
“หึ กล้ามาแย่งผู้หญิงกับข้างั้นรึ”
“ลู่หลี่ บนร่างของเจ้ามีตราประทับเผ่าเทพ”
ภายในโถงใหญ่สำนัก
ในดวงตาของจักรพรรดิผีอินหมิงหลานอวี้สาดประกายเจิดจ้า มองสำรวจลู่หลี่ขึ้นลง
“ตราประทับเผ่าเทพหรือขอรับ”
ลู่หลี่อุทานด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย
ในการต่อสู้เมื่อครู่ เขาไม่ได้แม้แต่จะใช้วิชาหนีอัคคีวายุอัสนีเซียนออกมา แต่กลับอาศัยการลอบฟังของพระสูตรทะยานสู่ความเป็นเซียน หยั่งรู้ล่วงหน้า ชกหมัดเดียว สังหารจินจ้างผู้นั้นอย่างไม่ปรานี
น่าเสียดายที่จินจ้างผู้นี้เป็นคนของเผ่าเทพ มีกายามิติแต่กำเนิด สมบัติซ่อนอยู่ในความว่างเปล่าแห่งใดแห่งหนึ่ง ไม่มีแหวนเก็บของเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังไม่ได้ควบแน่นแกนทอง
ดังนั้นลู่หลี่จึงได้เพียงหินวิญญาณระดับสูง 100 ก้อนเท่านั้น
คิดไม่ถึงเลยว่า จินจ้างผู้นี้ถึงกับฝังตราประทับไว้บนร่างของเขาด้วยรึ
สีหน้าของลู่หลี่เย็นชาลงเล็กน้อย
“เจอแล้ว!”
จักรพรรดิผีอินหมิงยกมือใหญ่ขึ้น คว้าจับที่แขนซ้ายของลู่หลี่กลางอากาศ ตราประทับรอยแตกสีเลือดดวงหนึ่งก็ถูกคว้าออกมาจากความว่างเปล่า
นี่คือตราประทับเผ่าเทพที่อยู่หว่างคิ้วของจินจ้างเมื่อครู่นี้เอง
“หากข้าเดาไม่ผิด เด็กหนุ่มเผ่าเทพเมื่อครู่ เตรียมจะเคลื่อนย้ายเจ้าไปโดยตรงใช่หรือไม่”
จักรพรรดิผีอินหมิงกล่าวเสียงเย็น
“หืม พวกเขาไม่กลัวนิกายพุทธพิโรธหรือขอรับ”
ลู่หลี่ขมวดคิ้ว
ตอนนี้ ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาคือบุตรพุทธะกลับชาติมาเกิด เผ่าเทพแตะต้องเขา ก็จะยั่วยุให้นิกายพุทธทั้งนิกายโกรธแค้น เผ่าเทพจะกล้าหาญถึงเพียงนี้ได้อย่างไร
“ดูท่า เผ่าเทพกับทูตมารตนนั้นคงจะร่วมมือกันแล้ว!”
สีหน้าของจักรพรรดิผีอินหมิงเผยความเคร่งขรึมออกมาสายหนึ่ง
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของลู่หลี่ก็เคร่งขรึมขึ้นมาเช่นกัน
หากทูตมารตนนั้นร่วมมือกับเผ่าเทพ เช่นนั้นสถานการณ์ของเขาก็จะยิ่งอันตรายมากขึ้น!
“ประมุข เช่นนั้นข้ายังจะไปคลังสมบัติราชาวิญญาณอีกหรือไม่ขอรับ”
ลู่หลี่ขมวดคิ้ว
“เจ้าพันธมิตรเต๋าคงไม่หลอกเจ้า เพียงแต่ว่า นางให้เจ้าไปเป็นสายลับที่สำนักเลิศมาร อย่างไรเสียก็อันตรายอยู่บ้าง ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาจุติสู่หวงเฉวียนให้เจ้าอีกบทหนึ่ง เปลี่ยนแปลงได้หมื่นพัน ยากที่จะถูกคนพบเห็น!”
จักรพรรดิผีอินหมิงกล่าวพลาง ส่งจิตเทวะสายหนึ่งมาทันที
ในไม่ช้า
ติ๊งเสียงหนึ่ง
ในห้วงสมองของลู่หลี่ก็มีเสียงแจ้งเตือนระบบที่ใสกังวานดังขึ้น:
“เจ้าได้เรียนรู้เคล็ดวิชาจุติสู่หวงเฉวียนแล้ว”
ความเข้าใจที่ถาโถมดั่งคลื่นยักษ์ ก็หลอมรวมเข้าสู่จิตวิญญาณในทันที
ลู่หลี่เข้าใจถึงความลึกล้ำพิสดารของเคล็ดวิชานี้ในพริบตา
นี่คือวิชาแปลงโฉม เปลี่ยนแปลงกลิ่นอาย ราวกับได้กลับชาติมาเกิดใหม่ ต่อให้เป็นคนที่ใกล้ชิดที่สุด ก็มิอาจจำรูปโฉมเดิมได้
แต่ว่า หากเปลี่ยนเป็นรูปโฉมของผู้อื่น ก็ราวกับได้กลับชาติมาเกิดเป็นผู้อื่นจริง ๆ เนตรเวททั่วไปมิอาจมองทะลุได้เลย
ลู่หลี่ลอบประหลาดใจ
“เคล็ดวิชานี้ลึกล้ำพิสดารยิ่งนัก เปิ่นจั้วเคยแปลงโฉมเป็นผู้บำเพ็ญมรรคมารของสำนักเงาโลหิตคนหนึ่ง แฝงตัวเข้าไปในสำนักเงาโลหิต ภายในสามปี คู่บำเพ็ญ บุตรธิดา และศิษย์ของคนผู้นั้นล้วนไม่พบพิรุธแม้แต่น้อย คราวนี้ เจ้าก็วางใจไปเป็นสายลับที่สำนักเลิศมารได้แล้ว”
จักรพรรดิผีอินหมิงกล่าวอย่างเรียบเฉย
“โอ้ แม้แต่ภรรยาและคู่บำเพ็ญของผู้อื่นก็ยังจับไม่ได้หรือขอรับ”
ดวงตาทั้งสองของลู่หลี่เป็นประกาย
จักรพรรดิผีอินหมิงเหลือบมองมา “ลู่หลี่ เปิ่นจั้วรู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ว่า เรื่องเช่นนี้เป็นการกระทำของมรรคนอกรีต หากลุ่มหลงมัวเมา ไม่ช้าก็เร็วจะทำร้ายตนเอง!”
“ข้าก็รู้ว่าประมุขรู้ว่าข้ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ที่จริงแล้ว ประมุขเดาผิดแล้ว ข้าเพียงแค่กำลังคิดว่า หรือคู่บำเพ็ญของคนผู้นั้นจะพบแล้ว แต่กลับไม่ได้ไปแจ้งความท่านประมุขรึ”
ลู่หลี่เอ่ยถามอย่างหยั่งเชิง
“อืม…”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา จักรพรรดิผีอินหมิงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็โบกมือ “จะใช่หรือไม่ใช่ ก็ไม่สำคัญแล้ว เจ้ากลับไปตั้งใจบำเพ็ญเพียรเถิด”
“ขอรับ!”
ลู่หลี่ป้องมือขอลา
ในไม่ช้า เขาก็กลับมาถึงเกาะเสวียนอู่ของตนเอง
กลุ่มมนุษย์เงือกก็รีบเข้ามาล้อมรอบ ส่งเสียงเจื้อยแจ้วชมเชยว่า:
“พี่เขย ท่านช่างเก่งกาจยิ่งนัก!”
“หึ ๆ ๆ เผ่าเทพพวกนั้นกล้ามาหาเรื่องถึงที่ ช่างเป็นการรนหาที่ตายโดยแท้!”
“คราวนี้ถือว่าช่วยพวกเราแก้แค้นได้แล้ว”
“ถูกต้อง! น่าเสียดาย เจ้าคนที่ชื่อจินจี๋นั่นยังไม่ตาย!”
ในสายตาของกลุ่มมนุษย์เงือกที่มองมายังลู่หลี่ เต็มไปด้วยความชื่นชมเลื่อมใส
ผู้ที่มีตบะสูงสุดในหมู่พวกนาง เป็นเพียงระดับทารกก่อกำเนิด
นี่ก็เป็นเพราะพวกนางเป็นครึ่งอสูร มีอายุขัยยืนยาว บำเพ็ญเพียรมานานหลายปี
เมื่อเห็นอัจฉริยะปีศาจอย่างลู่หลี่ที่บำเพ็ญเพียรมาไม่ถึงหกปี พลังอำนาจเทียบเท่าระดับทารกก่อกำเนิดระยะสมบูรณ์แล้ว ในใจย่อมต้องตกตะลึงและยำเกรงอย่างหาที่เปรียบมิได้
“หลี่เอ๋อร์ ชื่อเสียงไร้เทียมทานในระดับแกนทองนี้ ทั่วทั้งใต้หล้า เกรงว่าคงมีเพียงเจ้าเท่านั้นที่คู่ควร”
ท่านแม่ยายในอนาคตกล่าวชมเชย
“เป็นเพียงชื่อเสียงจอมปลอมเท่านั้น ท่านแม่ พี่สาวน้องสาวทุกท่าน ข้ายังไม่ได้ง้อหรงเอ๋อร์เลย ขอตัวก่อนนะขอรับ”
ลู่หลี่ยิ้มพลางป้องมือ
กล่าวจบ ร่างก็ลอยขึ้น วูบไหวไม่กี่ครั้ง คนก็มาถึงริมทะเล
จีหรงยังคงนั่งอยู่บนโขดหิน หางปลาสีทองตบคลื่นเบา ๆ
เมื่อสัมผัสได้ถึงการปรากฏตัวของลู่หลี่ นางก็เอียงกายเล็กน้อย ลำคอขาวดุจหิมะและต้นคอระหงปรากฏรอยแดงระเรื่อขึ้นมาสายหนึ่ง
พรวด
ลู่หลี่พลันหน้าซีดขาว กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง ทั้งร่างร่วงหล่นลงไปในทะเล
“อ๊ะ เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่”
จีหรงเห็นดังนั้น ก็กระโดดลงไปในทะเลทันที ช่วยลู่หลี่ที่ใบหน้าซีดเผือดขึ้นมาจากผิวน้ำ
“ข้า… ข้าบาดเจ็บ ถูกเผ่าเทพเมื่อครู่ทำร้าย”
ลู่หลี่กล่าวด้วยใบหน้าที่ซีดดั่งกระดาษทอง
“เช่นนั้น ข้าพาเจ้าไปหาบรรพชนก่อตั้งดีหรือไม่” จีหรงกล่าวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความร้อนรนและห่วงใย
“ไม่… ไม่ต้อง ข้ามีวิชาลับบำเพ็ญเพียรอยู่บทหนึ่ง สามารถฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว เพียงแต่ว่า ต้องมีสตรีผู้หนึ่งร่วมบำเพ็ญเพียรกับข้าด้วย! เจ้าช่วยข้าได้หรือไม่”
ลู่หลี่ลมหายใจรวยริน ใบหน้าดูเหมือนกำลังจะตาย
“เจ้า เจ้ากำลังหลอกคน!”
จีหรงเข้าใจในทันที ใบหน้าขาวดุจจันทร์พลันแดงก่ำ โยนลู่หลี่กลับลงไปในทะเล กล่าวอย่างขวยเขินว่า “เจ้าก็รักษาตัวเองไปเถิด”
ทว่า ลู่หลี่กลับไม่ได้ลอยขึ้นมา แต่ยังคงจมลงไปเรื่อย ๆ
จีหรงเข้าใจดีว่าลู่หลี่กำลังหลอกคน
หันกายเตรียมจะเหินฟ้าจากไป
แต่ว่า ยังไม่ทันจะบินไปไกล นางก็กัดริมฝีปาก กล่าวอย่างเคียดแค้นว่า “ช่างเถอะ ใครใช้ให้ข้าใจอ่อนเล่า”
กล่าวจบก็หันกายพุ่งดิ่งลงไปในทะเลเสียงดังสนั่น
ชั่วพริบตาถัดมา ทะเลก็เกิดคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ
เป็นครั้งคราว ก็มีเสียงดนตรีอันไพเราะที่สัมผัสถึงจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ของเผ่ามนุษย์เงือกดังขึ้น
ประมาณห้าวันให้หลัง
ประตูหยกของโถงตำหนักบรรทมที่พักอาศัยก็เปิดออกเสียงดังสนั่น
ข้างในมีเสียงหัวเราะเยาะที่อ่อนหวานนุ่มนวลเจือความเกียจคร้านยั่วยวนดังออกมา “หึ อะไรกันไร้เทียมทานในระดับแกนทอง อันดับหนึ่งใต้หล้า สุดท้ายก็ยังต้องนวดเอวพยุงกำแพงออกมามิใช่รึ”
สิ้นเสียง
ชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งสวมชุดคลุมสีเหลืองลายเก้ามังกรพยุงประตูหยกเดินออกมา
ภายใต้แสงตะวันสาดส่อง ใบหน้าซีดเผือดเล็กน้อย ท่าทางราวกับร่างกายถูกสูบจนกลวงโบ๋
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากด้านหลัง เขาก็ส่ายหน้า ดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจ
ในขณะนั้นเอง แสงสีแดงสายหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากฟ้า
คืออสูรจิ้งจอกสี่หางซูจี่
“เจ้านาย มีคนส่งแหวนเก็บของวงนี้มาให้เจ้าค่ะ”
ลู่หลี่หยิบแหวนเก็บของขึ้นมาดู สีหน้าก็พลันเคร่งขรึมขึ้นทันที
ข้างในมีกล่องที่แปะยันต์วิญญาณผนึกไว้หลายใบ และตำราผลึกอีกหนึ่งเล่ม
เป็นเจ้าพันธมิตรเต๋าที่ส่งมา!