- หน้าแรก
- ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ ข้าสำเร็จอรหันต์ในนิกายมาร
- ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ 170 เหล่ายอดฝีมือสำนักเซียนปรากฏตัวพร้อมหน้า
ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ 170 เหล่ายอดฝีมือสำนักเซียนปรากฏตัวพร้อมหน้า
ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ 170 เหล่ายอดฝีมือสำนักเซียนปรากฏตัวพร้อมหน้า
ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ 170 เหล่ายอดฝีมือสำนักเซียนปรากฏตัวพร้อมหน้า
เผ่าอสูรมีกายเนื้อแข็งแกร่งโดยกำเนิด
เผ่ามนุษย์กายเนื้ออ่อนแอ แต่มีสติปัญญาเหนือล้ำ เป็นผู้นำแห่งสรรพชีวิต
โดยทั่วไปแล้ว การปะทะกันด้วยกายเนื้อระหว่างเผ่ามนุษย์และเผ่าอสูร มนุษย์มักจะตกเป็นรอง
ทว่า บัดนี้ผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานคนหนึ่ง กลับประลองพละกำลังกายเนื้อล้วน ๆ กับอสูรยักษ์ระดับแกนทอง และผลปรากฏว่าผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานเป็นฝ่ายชนะ
เรื่องนี้ย่อมทำให้อสูรจิ้งจอกสามหางและองค์หญิงเงือกตกตะลึงจนพูดไม่ออก
โฮก!
ในตอนนั้นเอง วานรยักษ์ที่ล้มลงในน้ำก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรุนแรง ทั่วร่างมีกลุ่มไอหมอกสีน้ำเงินม้วนตลบอย่างบ้าคลั่ง
มันจ้องมองลู่หลี่ด้วยความหวาดระแวงเต็มใบหน้า ถามเสียงดังดุจฟ้าผ่าว่า “เจ้าหนู เจ้าเป็นใคร? ถึงกับบำเพ็ญจนมีพละกำลังมหาศาลถึงเพียงนี้?”
“แล้วเจ้าเป็นใคร?”
ลู่หลี่ไม่ตอบ แต่ถามกลับ
“ข้าคือวานรวารีวัชระ!”
วานรอสูรคำรามลั่น คว้าจับกลางอากาศ พลองยาวเหล็กทมิฬขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือยักษ์ แผ่กลิ่นอายของสมบัติเวทระดับกลางออกมา
จากนั้น โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง มันชูพลองยักษ์ขึ้นสูง ขยายใหญ่ขึ้นพันจั้ง แล้วฟาดลงมาที่ศีรษะของลู่หลี่!
พลองนี้ ผ่าภูเขาแยกทะเล! ไม่อาจต้านทานได้!
“น่าสนใจ แต่ก็แค่นั้นแหละ”
ลู่หลี่หรี่ตาลงเล็กน้อย
วึ้ง
แสงสีทองสว่างวาบทั่วร่าง
พระพุทธองค์สูงสุดองค์หนึ่งปรากฏขึ้นบนร่างของเขาอย่างกะทันหัน ร่างเวทเคร่งขรึม ศักดิ์สิทธิ์เสียดฟ้า
เมื่อมองดูให้ละเอียด พระพุทธองค์องค์นี้กลับมีสองใบหน้า หน้าหนึ่งหลับตาแน่น อีกหน้าหนึ่งไร้หน้าไร้ตา และยังมีแขนพุทธะยักษ์หกแขนราวกับต้นไม้ยักษ์
ชั่วพริบตาถัดมา แสงพุทธะส่องสว่างเสียดฟ้า แขนพุทธะยักษ์ทั้งหกต่างทำท่ามุทรา ฟาดฝ่ามืออกไปกลางอากาศเข้าใส่พลองยาวเหล็กทมิฬที่ฟาดลงมา
ฝ่ามือมหายูไลพุทธะ! ฝ่ามือมหายูไลพุทธะ! ฝ่ามือมหายูไลพุทธะ!
ฝ่ามือพุทธะมหาไร้ลักษณ์! ฝ่ามือพุทธะมหาไร้ลักษณ์! ฝ่ามือพุทธะมหาไร้ลักษณ์!
ไม่ใช่ฝ่ามือมหาไร้ลักษณ์ธรรมดา! แต่เป็นฝ่ามือมหาไร้ลักษณ์ที่วิวัฒนาการโดยตรงและมีอานุภาพเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลหลังจากสดับฟังปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร!
ตูม!
ฝ่ามือแรกฟาดออกไป สมบัติเวทพลองยาวเหล็กทมิฬสั่นสะท้าน ตกลงมาไม่ได้
ฝ่ามือที่สองฟาดออกไป แสงวิญญาณของพลองยาวเหล็กทมิฬหม่นหมองลง
ฝ่ามือที่สามฟาดออกไป พลองยาวเหล็กทมิฬหลุดมือกระเด็นขึ้นฟ้าไปโดยตรง!
ฝ่ามือที่สี่ อานุภาพไม่อาจต้านทาน ระเบิดไอหมอกวารีคุ้มกายของวานรอสูรจนแตกกระจาย!
ฝ่ามือที่ห้า บุกทะลวงเข้าไป ฟาดลงบนขนวานรอันแข็งแกร่งทั่วร่างของวานรอสูร สั่นสะเทือนจนขนทุกเส้นแหลกเป็นผุยผง
ฝ่ามือที่หก!
เข้ากลางหน้าอก!
ตูม!
ได้ยินเพียงเสียงฟ้าร้องสะเทือนเลื่อนลั่น วานรอสูรถูกฝ่ามือเดียวฟาดจนตัวสั่นเทา กระอักเลือดสด ๆ หน้าอกขนาดยักษ์ยุบลงไปเป็นรอยฝ่ามือที่ชัดเจน ร่วงดิ่งลงสู่ทะเลสาบ ปลุกคลื่นยักษ์สูงพันจั้งขึ้นมาอีกครั้ง
ฟุ่บ
ลู่หลี่ในชุดดำปลิวไสว ร่อนลงมาจากฟ้า เหยียบลงบนหน้าอกของวานรอสูร ทั่วร่างส่องแสงสีทอง แขนพุทธะชูขึ้นสูง สีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก:
“ยอมสยบ หรือตาย”
“โฮก โฮก โฮก! อัสนีเทพน้ำทานตะวัน ระเบิด!”
วานรอสูรล้มลงก้นทะเลสาบ โกรธแค้นอย่างยิ่ง คำรามลั่น ทั่วร่างส่องแสงสีเลือด ร่างอสูรขยายใหญ่ ไอหมอกสีน้ำเงินนับไม่ถ้วนซึมออกมาจากร่างกาย ควบแน่นเป็นระเบิดน้ำสีน้ำเงินขนาดเท่ากำปั้น พุ่งเข้าใส่ลู่หลี่!
นี่คืออิทธิฤทธิ์พรสวรรค์ของมัน อัสนีเทพน้ำทานตะวัน!
อานุภาพหนึ่งลูกเทียบเท่าไข่มุกอัสนีหยินน้ำทานตะวันหนึ่งลูก!
อัสนีเทพน้ำทานตะวันนับร้อยลูกนี้ระเบิดต่อเนื่อง อานุภาพรุนแรงเพียงพอที่จะระเบิดพื้นดินร้อยลี้ให้ราบคาบ!
ทว่า ลู่หลี่ทำท่ามุทรา ในดวงตาประกายแสงเย็นวาบผ่าน “อย่างเจ้าก็คู่ควรเรียกว่าวัชระ(จินกัง)รึ?”
สิ้นเสียงพูด
แขนพุทธะยักษ์แสงทองทั้งหก กำเป็นหมัดวัชระขนาดใหญ่เท่าโอ่งน้ำอย่างรุนแรง แล้วชกเงาหมัดสีทองเต็มท้องฟ้าใส่หน้าอกของวานรอสูร เทกระหน่ำลงมา
ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม!
อัสนีเทพน้ำทานตะวันนับร้อยลูกระเบิดออก
ในชั่วพริบตา เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหว เสียงระเบิดโซนิคบูมดั่งฟ้าร้อง สั่นสะเทือนฟ้าดินสุริยันจันทรา
ตำหนักในทะเลสาบ และภูเขาหินรอบด้าน ล้วนระเบิดเป็นผุยผงในชั่วพริบตานี้ กลุ่มเมฆดอกเห็ดไอน้ำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ภาพเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
อสูรจิ้งจอกสามหางรีบช่วยนางเงือกที่ติดกับอยู่ออกมา หางหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับการร่ายรำ พุ่งหนีออกไปไกล
ในที่สุด มันก็หนีไปไกลสองพันจั้ง มองเห็นเมฆดอกเห็ดค่อย ๆ จางหายไป
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้า คือหลุมกลมขนาดมหึมากว้างพันจั้ง ลึกร้อยจั้ง
ในหลุม คือวานรยักษ์ที่ลมหายใจรวยริน ทั่วร่างเลือดเนื้อเละเทะ กระดูกขาวโพลนโผล่ออกมา กลิ่นอายอ่อนแออย่างยิ่ง
พระพุทธองค์สองหน้าหกแขนที่ส่องแสงสีทองเจิดจ้า ยังคงยืนตระหง่านอยู่บนหน้าอกของวานรยักษ์ท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ ศักดิ์สิทธิ์เคร่งขรึม ราวกับพระพุทธองค์บรรพกาลจุติลงมา
ภายในพระพุทธองค์แสงทอง คือลู่หลี่ที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง
“ข้า ข้ายอมสยบต่อท่าน”
เวลานี้ ในดวงตาโลหิตของวานรยักษ์เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ส่งเจตจำนงออกมาอย่างอ่อนแรง
มันกลัวแล้ว!
ผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐานที่โดนอัสนีเทพน้ำทานตะวันร้อยลูกระเบิดใส่แล้วยังไม่ตาย ย่อมไม่ใช่สิ่งที่มันจะต่อกรได้แน่นอน
อีกทั้ง ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ก็แปลกประหลาดจริง ๆ ระเบิดน้ำเหล่านั้นกลับถูกวรยุทธ์มารของชายหนุ่มชุดดำผู้นี้กลืนกินไปกว่าครึ่ง แล้วสะท้อนกลับมา
ช่างเหลือเชื่ออย่างยิ่ง!
“ขอโทษที ข้าไม่อยากรับเจ้าแล้ว”
ลู่หลี่กล่าวออกมาประโยคหนึ่งอย่างเย็นชา
“ทำไม?”
รูม่านตาของวานรอสูรสั่นไหว
“เพราะว่า... เจ้าขี้เหร่เกินไป” ลู่หลี่กล่าวอย่างไร้ความรู้สึก “อีกอย่าง เจ้าก็ไม่ใช่ลิงขนทอง ไม่ใช่สัตว์สงวน ดังนั้น ตายซะเถอะ!”
“อ๊าก! ตายไปด้วยกัน!”
วานรอสูรได้ยินดังนั้น ก็โกรธจัด กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งกำลังจะพ่นออกมาจากปาก เพื่อระเบิดลู่หลี่ให้เป็นหมื่นชิ้น
คือแกนทอง!
มันจะระเบิดแกนทองตัวเอง!
แต่ทว่า สายไปเสียแล้ว
หน้าอกของลู่หลี่พลันยื่นฝ่ามือพุทธะค้ำภูผายาวสิบกว่าจั้งออกมา ยืดไปถึงใบหน้าของวานรอสูรในพริบตา แล้วตบลงมาอย่างแรง
มนต์เวทสุเมรุ!
ตูม!
ศีรษะของวานรอสูรถูกระเบิดจนแตกกระจาย กลายเป็นหมอกโลหิตเต็มท้องฟ้า
เหลือเพียงแกนอสูรสีน้ำเงินขนาดใหญ่เท่าแตงโมลอยอยู่กลางอากาศ
ลู่หลี่สะบัดแขนเสื้อ ปราณมารพวยพุ่งออกมา ห่อหุ้มแกนอสูรไว้ ผนึกมัน แล้วเก็บเข้าแขนเสื้อ
“อ๊ากกก ใครฆ่าวานรวารีวัชระของข้าผู้เฒ่า!”
ในชั่วพริบตาที่ลู่หลี่สังหารวานรอสูรตนนี้ เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุดก็ดังมาจากที่ไกล แสงโลหิตสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นฟ้า กะพริบไม่กี่ครั้ง ก็พุ่งเข้ามา
คือชายชราชุดขาวผอมแห้งผู้นั้น ขูเหลาเจินเหริน!
ฟุ่บ ฟุ่บ
แสงสีขาวสองสายไล่ตามมาติด ๆ คือหญิงสาวสวมแว่นตาเมิ่งอวี้ชิว และจางรื่อเสวี่ยแห่งนิกายหมื่นเวท
“ลู่หลี่?”
“ถึงกับเป็นลู่หลี่?”
ทั้งสองคนมองเห็นลู่หลี่กลางอากาศในแวบเดียว ก็ตะลึงงันคาที่ ดวงตางามเบิกกว้าง
“ลู่หลี่! เป็นเจ้า!”
เวลานี้ เสียงตะโกนด้วยความตกใจก็ดังขึ้นอีก ท้องฟ้าไกลออกไป หยางซวีแบกประตูเทพมารสีเลือดขนาดมหึมาจุติลงมาเสียงดังสนั่น
“ไตพร่อง สวัสดี”
ลู่หลี่ยิ้มตอบกลับไปประโยคหนึ่ง
“เจ้า!”
หยางซวีโกรธจัดในทันที
“คือลู่หลี่!”
ตามมาติด ๆ หลงจิ้งที่ถือกระบี่เจ็ดดาราเป่ยโต่วก็ไล่ล่าตามมา พอเห็นลู่หลี่ ก็ชะงักไปเช่นกัน
“โย่ บังเอิญจัง ทุกคนอยู่ที่นี่กันหมดเลย”
ลู่หลี่ยิ้มบาง ๆ สีหน้าสงบนิ่งเป็นธรรมชาติ
แม้ในบรรดาผู้คน ตบะของเขาจะต่ำที่สุด แต่ทว่า เขาเหยียบอยู่บนศพของวานรอสูร กลิ่นอายทรราชดูแคลนใต้หล้า สร้างแรงกดดันมหาศาลให้แก่ผู้คน
ไม่มีใครกล้าดูแคลน!
“เขา เขาคือลู่หลี่รึ?”
เวลานี้ เสียงอุทานด้วยความตกใจอย่างยิ่งของหญิงสาวก็ดังขึ้น
องค์หญิงเงือกที่ถูกอสูรจิ้งจอกสามหางหิ้วอยู่เบิกตาสีเขียวมรกตกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
องค์หญิงเงือก?
ได้ยินเสียง หลงจิ้ง เมิ่งอวี้ชิว จางรื่อเสวี่ย สามคนสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นทันที ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ขยับเข้าหากัน พลังเวทเชื่อมโยง กลิ่นอายพุ่งทะยานฟ้า
“ลู่หลี่ ส่งตัวองค์หญิงเงือกมา!”
หลงจิ้งกล่าวเสียงขรึม
“ขอโทษที ไม่ได้”
ลู่หลี่ส่ายหน้า กวักมือเรียกอสูรจิ้งจอกสามหาง
ฟุ่บ
อสูรจิ้งจอกสามหางยกหางเพลิงขึ้นทันที หิ้วองค์หญิงเงือกกระโดดเข้ามา ร่อนลงข้างกายลู่หลี่
เวลานี้ หยางซวีและขูเหลาเจินเหรินก็ยืนอยู่ด้วยกัน คนหนึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ อีกคนใบหน้ามืดมน ทั้งสองสื่อสารทางจิต ดูเหมือนกำลังวางแผนลับอะไรบางอย่าง
ท่ามกลางความไร้รูป สถานการณ์สามเส้าได้ก่อตัวขึ้นแล้ว
คนไม่กี่คนลอยอยู่สามทิศทางของหลุมยักษ์ ห่างกันหลายร้อยจั้ง ก่อตัวเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่าที่สมบูรณ์แบบ ต่างมองหน้ากันและกัน ต่างระแวดระวังซึ่งกันและกัน ตื่นตัวอย่างยิ่ง
ใจกลางเกาะทะเลที่อยู่ไกลออกไป หมอกดำม้วนตลบ อัสนีสวรรค์ผ่าลงมาทีละสาย คลื่นปราณวิญญาณที่แผ่ออกมายิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
เห็นได้ชัดว่า สมบัติเวทระดับสูงสุดชิ้นนั้นกำลังจะถือกำเนิดแล้ว!
“สหายเต๋าเมิ่ง ตอนนี้จะทำอย่างไรดี? ลู่หลี่กับหยางซวี และขูเหลาเจินเหรินหากร่วมมือกัน พวกเราเกรงว่าจะสู้ไม่ได้! วรยุทธ์มารที่เจ้าลู่หลี่ฝึกฝนนั้นประหลาดเกินไป! แต่พวกเราก็ปล่อยให้ลู่หลี่จับองค์หญิงเงือกท่านนั้นไปไม่ได้!”
หลงจิ้งเหลือบมองใจกลางเกาะแวบหนึ่ง ส่งกระแสเสียงถามเสียงเคร่ง
“...”
เมิ่งอวี้ชิวอ่อนโยนดุจหยก ในมือถือกระบี่ไผ่เขียวมรกตยาวสี่ฉื่อ ขมวดคิ้วเล็กน้อย ส่งเสียงตอบกลับว่า “กระตุ้นห่วงเมฆา เชิญผู้อาวุโสทั้งหลายตัดสินใจเถอะ”
“ตกลง!”
ได้ยินคำตอบ หลงจิ้งไม่ลังเล พลังเวทเคลื่อนไหว
วึ้ง
ห่วงเมฆาหยกขาวที่ติ่งหูสว่างขึ้น คลื่นไร้รูปแผ่กระจายออกไป แสงเงาสายหนึ่งฉายออกไป ลอยอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าที่มีฝนฟ้าคะนอง กลายเป็นกระจกวารีบานใหญ่ สะท้อนภาพสถานการณ์ในสนาม
ลู่หลี่ หยางซวี หลุมยักษ์ ศพวานรอสูร องค์หญิงเงือก อสูรจิ้งจอกสามหาง ปรากฏชัดเจนอย่างยิ่งในกระจกวารี
ลู่หลี่ทั้งสามคนมองดู ต่างก็ชะงักไป
ในตอนนั้นเอง บนกระจกวารี จู่ ๆ ก็มีตัวอักษรสีทองแถวหนึ่งปรากฏขึ้น:
อริยสงฆ์คงเจี้ยนแห่งวัดต้าเล่ยอิน: “เอ๊ะ ลู่หลี่ผู้นี้บำเพ็ญกายทองพระพุทธองค์ที่ประหลาดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร? นี่คือฝ่ามือมหาอมิตาภะ?”
จากนั้น ตัวอักษรสีทองอีกแถวก็ปรากฏขึ้น:
เจ้าอาวาสอู๋เซี่ยงแห่งวัดมหาไร้ลักษณ์: “อมิตา... มารดามันเถอะ พุทธะมหาไร้ลักษณ์แห่งวัดมหาไร้ลักษณ์ของข้าไปอยู่บนตัวเจ้าเด็กนี่ได้อย่างไร?”
ตามมาติด ๆ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ตัวอักษรสีทองสามแถวก็ปรากฏขึ้นมา:
บรรพจารย์ฌานเหนิงแห่งวัดหกฌาน: “วรยุทธ์นิกายพุทธนี้ช่างลึกล้ำพิสดารนัก! ไม่เคยเห็นมาก่อน! หรือว่าเจ้าเด็กนี่จะตระหนักรู้ได้ด้วยตนเอง? หากเป็นเช่นนั้น เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรพุทธะก็เหนือกว่าบุตรพุทธะ!”
เจ้าอาวาสฮุ่ยอู๋แห่งวัดต้าหัวเหยียน: “แม่ชีซุ่ยเยวี่ย รีบออกมาดูบุตรพุทธะเร็ว!”
ไต้ซือฉือเปยแห่งวัดมหาเมตตา: “เฮ้ย ฮุ่ยอู๋เจ้าลาหัวโล้นเฒ่า เจ้ามีแม่ชีเหลียนฮวาแห่งวัดเหลียนฟ่านแล้วยังจะมาแย่งแม่ชีซุ่ยเยวี่ยกับอาตมาอีกรึ?”
ตามมาติด ๆ ตัวอักษรสีทองอีกหลายแถวก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว:
เจ้าอารามเซียนเวหา: “ตีกัน ตีกัน ตีกัน! ลาหัวโล้นตีกันแล้ว! สหายเต๋าทุกท่านรีบมาดูเร็ว!”
เจ้าอารามสวรรค์เร้นลับ: “อู๋เลี่ยงเทียนจุน! ไร้เหตุผลสิ้นดี! แม่ชีซุ่ยเยวี่ยเป็นของข้า!”
เจ้าภูเขาราชาวิญญาณ: “พวกเจ้าพวกขยะ ทำเรื่องเป็นงานเป็นการหน่อยได้ไหมวะ? รีบออกจากเขาไปสังหารลู่หลี่เจ้ามารอสูรนิกายมารนี่สิ! ฮิฮิ แบบนี้ แม่ชีซุ่ยเยวี่ยข้าก็อุ้มไปแล้ว”
ประมุขพรรคกระบี่ธาราสวรรค์: “พวกปัญญาอ่อน! ผู้หญิงมีอะไรดี มีแต่จะส่งผลต่อความเร็วในการชักกระบี่! มารดามันเถอะ เจอพวกปัญญาอ่อนซวยซับซ้อนพวกนี้แล้วเหนื่อยใจจริง ๆ! ยิ่งคิดยิ่งโมโห! พรุ่งนี้ข้าจะไปเข้ากับนิกายมารแล้ว!”
ประมุขนิกายปราชญ์ขงจื๊อ: “...”
หลงจิ้ง: “...”
เมิ่งอวี้ชิว: “...”
จางรื่อเสวี่ย: “...”
ทั้งสามคนยืนนิ่งราวกับไก่ไม้ มองดูตัวอักษรสีทองที่เด้งขึ้นมาบนกระจกวารีกลางท้องฟ้า ศรัทธาที่สั่งสมมานับสิบปีในใจราวกับพังทลายลงในชั่วพริบตานี้
หยางซวี: “...”
ขูเหลาเจินเหริน: “...”
ลู่หลี่: “...”
ทั้งสามคนมองหน้ากันและกัน ต่างก็ทำหน้างุนงง
นี่คือสิ่งที่เรียกว่าผู้นำสำนักเซียนรึ?
เป็นตัวอะไรกันหมดเนี่ย?
ณ เวลานี้ ลู่หลี่ก็เข้าใจในที่สุด
ทำไมถึงมีตำแหน่งประมุขพันธมิตรเต๋าที่คล้ายกับประมุขยุทธภพดำรงอยู่
เพราะว่า เหล่ายอดฝีมือสำนักเซียนพวกนี้... ล้วนเป็นพวกปัญญาอ่อน!
ประมุขพันธมิตรเต๋า... คือพระเจ้าตลอดกาล!