- หน้าแรก
- ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ ข้าสำเร็จอรหันต์ในนิกายมาร
- ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ 039 การประลองรอบสุดท้าย ห้าสิบห้าสิบ
ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ 039 การประลองรอบสุดท้าย ห้าสิบห้าสิบ
ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ 039 การประลองรอบสุดท้าย ห้าสิบห้าสิบ
ระบบฝึกยุทธ์ออโต้ 039 การประลองรอบสุดท้าย ห้าสิบห้าสิบ
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ลู่หลี่จะใช้มือเปล่าต่อยทะลุเกราะวิญญาณมารได้จริง ๆ
ชนะอีกแล้ว!
ยิ่งไปกว่านั้น การต่อสู้ในรอบนี้ สามารถบรรยายได้ด้วยคำคำเดียว:
โหดเหี้ยม!
ต่อให้เจ้าสวมใส่เกราะป้องกันที่แข็งแกร่งแล้วอย่างไร? ก็ยังคงถูกจับทุ่มจนตาย ถูกทุบตีจนตายทั้งเป็นอยู่ดี!
ช่างโหดร้ายทารุณยิ่งนัก!
สมกับเป็นวิถีมารอย่างแท้จริง!
เต็มไปด้วยจิตสังหาร!
หลังจากทุกคนดูจบ ภายในใจก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย
สายตาที่ประหลาดใจและตกตะลึงแต่ละคู่ กวาดมองไปที่ร่างของลู่หลี่
โดยเฉพาะฮูหยินหงหลูและลวี่เหอสองศิษย์อาจารย์ ดวงตาคู่สวยมองมา ประกายตาแปลกประหลาดวูบไหวต่อเนื่อง
พละกำลังที่ดุดันถึงเพียงนี้ กลับปรากฏอยู่บนร่างของผู้บำเพ็ญระดับหลอมปราณคนหนึ่งหรือ? เขาทำได้อย่างไร?
แสงสีทองบนหมัดนั่น คือสิ่งใดกันแน่?
ผู้อาวุโสพิทักษ์พระสูตรดวงตาเป็นประกายวูบวาบ ราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
อีกด้านหนึ่ง หวงเฉวียนเจินจวิน เฟยหูเจินจวิน ฮวาเซวี่ยเจินจวิน และราชันมารสะท้านฟ้า สีหน้าล้วนดูไม่ค่อยดีนัก
สีหน้าของลี่จิ่งพังทลายลงทันที ใบหน้าบึ้งตึงทะมึน
ตายติดต่อกันถึงสองคน แถมยังตายอย่างหมดจดงดงาม แม้แต่ขนสักครึ่งเส้นของลู่หลี่ผู้นี้ก็ยังแตะต้องไม่ได้
ขาดทุนย่อยยับจริง ๆ!
แน่นอนว่า ผู้ที่เบิกบานใจที่สุด ย่อมหนีไม่พ้นไป๋จินเฟยและกุ่ยหมอเจินเหริน รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ในใจของไป๋จินเฟยเองก็ประหลาดใจที่สุดเช่นกัน
ศิษย์น้องลู่ผู้นี้ของเขาไปเก่งกาจดุดันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
เวลานี้ เสียงหัวเราะของกุ่ยหมอเจินเหรินดังขึ้นอีกครั้ง “เด็ก ๆ หั่นโต๊ะเป็นชิ้นใหญ่สิบจิน ชิ้นเล็กสิบจิน ส่วนที่เหลือสับเป็นชิ้นละเอียด ให้ท่านราชันมารสะท้านฟ้าผู้นี้ได้ลิ้มรสชาติให้เต็มที่ แล้วเอาน้ำมาด้วย อย่าให้เขาติดคอตายเสียก่อน!”
ในน้ำเสียง แฝงไว้ด้วยความลำพองใจอย่างหาที่เปรียบมิได้
สีหน้าของราชันมารสะท้านฟ้าดำคล้ำลงทันที
ชายร่างยักษ์ผู้นี้เริ่มรู้สึกเสียใจภายหลังอยู่ลึก ๆ สายตาแปรเปลี่ยน หัวเราะแก้เก้อ “ฮ่าฮ่า เมื่อครู่เปิ่นจั้วก็แค่ล้อเล่นเท่านั้น...”
“ทำไม คิดจะกลับคำ? เช่นนั้นเจ้าจะชื่อราชันมารสะท้านฟ้าไปทำไม มิสู้เรียกว่าราชันมารไอ้ตัวบัดซบเสียดีกว่า! ถุย! ไอ้เต่าหดหัว! พูดแล้วคืนคำ!”
ยังไม่ทันรอให้เขาพูดจบ กุ่ยหมอเจินเหรินก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถาง
สีหน้าของราชันมารสะท้านฟ้าขรึมลงอีกครั้ง ตบโต๊ะดังปัง กัดฟันพูดว่า “หึ! ก็แค่กินโต๊ะไม่ใช่รึ? เปิ่นจั้วจะกินให้ดู!”
พูดจบ มือใหญ่ก็คว้าจับ ยกโต๊ะหยกข้างกายขึ้นมา อ้าปากกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวสะอาดสองแถว
เงยหน้าขึ้นแล้วกัดลงไป!
เสียงดังกรุบ
คนผู้นี้ถึงกับกัดโต๊ะหยกออกมาคำใหญ่จริง ๆ เคี้ยวไม่กี่ทีก็กลืนลงท้องไป
จากนั้น กรุบ กรุบ กรุบ...
เพียงชั่วพริบตา ราชันมารสะท้านฟ้าก็กินโต๊ะทั้งตัวจนหมดเกลี้ยง สะอาดสะอ้าน ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยว
“ผีเฒ่าหลี่ ทีนี้เจ้าพอใจแล้วกระมัง”
ราชันมารสะท้านฟ้ากล่าวเสียงเย็น
“ไม่พอใจ โต๊ะหยกตัวนี้ของข้า ซื้อมาจากฝั่งนิกายเต๋า ราคาหนึ่งหมื่นหินวิญญาณระดับกลางต่อหนึ่งตัว”
กุ่ยหมอเจินเหรินกล่าวหน้านิ่ง ทันใดนั้นก็เปลี่ยนเรื่อง “ทว่า การได้เห็นราชันมารสะท้านฟ้าผู้ยิ่งใหญ่กินโต๊ะ ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! จริงสิ เมื่อครู่ข้าใช้หินบันทึกภาพ บันทึกภาพตอนเจ้ากินโต๊ะไว้หมดแล้ว วันหน้าเตรียมเอาไว้ดูเล่นยามว่าง ให้สำราญใจสักหน่อย! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
เสียงหัวเราะบ้าคลั่ง ลำพองใจอย่างที่สุด
สีหน้าของราชันมารสะท้านฟ้าพังทลายลงทันที เส้นเลือดดำบนหน้าผากเต้นตุบ ๆ อย่างบ้าคลั่ง
ลู่หลี่มองดูอยู่ด้านข้าง สีหน้าเรียบเฉยเย็นชา
เขาเหลือบมองหญิงสาวที่ตายอย่างน่าอนาถบนพื้นแวบหนึ่ง ในใจเกิดระลอกคลื่นไหววูบ
คนตายด้วยน้ำมือของเขาอีกคนแล้ว
แต่ทว่า เพื่อสร้างบารมี ข่มขวัญผู้อื่น และสร้างภาพลักษณ์มรรคมารที่โหดเหี้ยมอำมหิต เขาทำได้เพียงต้องทำเช่นนี้
ที่สำคัญที่สุดคือ หากเขาไม่ลงมือสังหาร คนที่นอนอยู่บนพื้นก็จะเป็นตัวเขาเอง
ตูม
ทันใดนั้น บนพื้นก็มีเปลวเพลิงสีดำหมึกพวยพุ่งขึ้นมา เผาผลาญร่างคนจนสะอาดหมดจด กลายเป็นความว่างเปล่าโดยตรง
ลู่หลี่ลอบถอนหายใจในใจ หันกายเตรียมจะกลับไปข้างกายกุ่ยหมอเจินเหริน
“ช้าก่อน!”
ทันใดนั้น หวงเฉวียนเจินจวินก็เอ่ยปากตะโกนขึ้นมา จ้องมองลู่หลี่ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย กล่าวอย่างช้า ๆ ว่า “ศิษย์น้องหลี่ ศิษย์สายตรงคนนี้ของเจ้าร้ายกาจมาก มิสู้ พวกเรามาประลองกันอีกสักรอบ?”
หือ? ยังจะเอาอีก?
ศึกยืดเยื้อผลัดกันรุกรับ?
ลู่หลี่ขมวดคิ้ว
กุ่ยหมอเจินเหรินได้กลิ่นอายของแผนการร้าย สายตาแปรเปลี่ยน “หวงเฉวียนเจินจวิน สู้ไปสองรอบแล้ว ละครฉากนี้เจ้ายังดูไม่พออีกหรือ?”
“แน่นอนว่ายัง”
หวงเฉวียนเจินจวินยิ้มบาง ๆ “สองรอบเมื่อครู่ แพ้ชนะเร็วเกินไป ดูไม่จุใจ อีกอย่าง ก็ไม่มีของเดิมพัน ดูแล้วไม่ค่อยสนุก เอาอย่างนี้ รอบสุดท้ายนี้ ข้าขอลงเดิมพันด้วยโลหิตแท้คุนเผิงหนึ่งหยด ศิษย์น้องหลี่ เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”
โลหิตแท้คุนเผิง?!
ได้ยินสี่คำนี้ ดวงตาของกุ่ยหมอเจินเหรินก็ส่องแสงสีเขียวออกมา
ด้านหลังศีรษะ ปลาตัวเล็กสีเลือดในวงแสงสีดำหมึกนั้นแหวกว่ายขึ้นมาอย่างรุนแรง ดูเหมือนจะตื่นเต้นอยู่บ้าง
คุนเผิงเป็นหนึ่งในวิญญาณแท้แต่กำเนิด เลือดของมัน มีประโยชน์มหาศาลต่อวรยุทธ์มารคุนเผิง
“คำพูดนี้จริงหรือ?”
กุ่ยหมอเจินเหรินครุ่นคิดเล็กน้อย หรี่ตาถาม
“กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ”
หวงเฉวียนเจินจวินยิ้มอย่างเรียบเฉย
กุ่ยหมอเจินเหรินขมวดคิ้ว มองลู่หลี่แวบหนึ่ง ตกอยู่ในห้วงความคิด
ทันใดนั้น เฟยหูเจินจวินก็ยกมือคว้าจับ คว้าขนสีขาวหิมะสามเส้นออกมาจากความว่างเปล่า วางลงบนโต๊ะ “ผู้เฒ่าอย่างข้าก็ขอเพิ่มเดิมพัน! ผีเฒ่าหลี่ ขนจิ้งจอกสวรรค์สามเส้นนี้ หลอมเป็นร่างแยก จริงเท็จยากแยกแยะ! เป็นสมบัติหนีตายชั้นยอด! เจ้ากล้าพนันกับข้าไหม?”
สีหน้าของกุ่ยหมอเจินเหรินเปลี่ยนไปอีกครั้ง เผยสีหน้าหวั่นไหว
“หึ”
ยังไม่ทันรอให้เขาพูดจบ ราชันมารสะท้านฟ้าก็แค่นเสียงเย็นชาดั่งฟ้าผ่า มือใหญ่พลิกกลับ กลางฝ่ามือปรากฏไม้ท่อนหนึ่งสีดำสนิท “ผีเฒ่าหลี่ นี่คือสมุนไพรวิญญาณหมื่นปี ไม้จี๋เสิน ข้าก็จะมาพนันกับเจ้าสักตา!”
ฮือฮา
สิ้นประโยคนี้ ในลานก็เกิดเสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นทันที
เจินจวินระดับทารกก่อกำเนิดล้วนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย จ้องมองไม้สีดำในมือของราชันมารสะท้านฟ้า ดวงตาสาดประกายร้อนแรง
แม้แต่ผู้อาวุโสพิทักษ์พระสูตรก็ยังเก็บอาการไม่อยู่ มองดูอีกหลายแวบ
เห็นได้ชัดว่า สมุนไพรวิญญาณหมื่นปีนี้ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง
กุ่ยหมอเจินเหรินถูกยั่วยวนเข้าแล้วอย่างชัดเจน สีหน้ากระตือรือร้น แต่ก็ไม่ได้ตอบตกลงในทันที สายตาแปรเปลี่ยน ตกอยู่ที่ร่างของลู่หลี่ ส่งเสียงทางจิตมาว่า:
“ลู่หลี่ เมื่อครู่สองคนนั้นเป็นเพียงตบะระดับหลอมปราณขั้นที่หก พวกหวงเฉวียนเจินจวินจงใจพาสองคนระดับหลอมปราณขั้นที่หกมา เห็นได้ชัดว่ามาเพื่อเล่นงานเจ้า น่าจะเป็นเบี้ยใช้แล้วทิ้งเพื่อหยั่งเชิงพลังของเจ้า คนที่จะออกมาทีหลัง ถึงจะเป็นไม้ตายสังหารสุดท้าย! หากเจ้าไม่เต็มใจ ก็ช่างเถอะ”
ผิดคาดนัก กุ่ยหมอเจินเหรินถึงกับมอบอำนาจการตัดสินใจให้กับลู่หลี่
ดูท่า คงจะเกิดความรู้สึกเสียดายในพรสวรรค์ขึ้นมาบ้างแล้ว
สู้หรือไม่สู้?
ลู่หลี่เองก็ตกอยู่ในห้วงความคิด
รอบสุดท้ายนี้ อันตรายอย่างยิ่ง ประมาทเพียงนิดเดียวก็อาจเกิดเรื่องได้
ต่อให้กุ่ยหมอเจินเหรินลงมือช่วยคน พวกหวงเฉวียนเจินจวินจะต้องขัดขวางอย่างแน่นอน
ทว่า เขาเหลือบมองฮูหยินหงหลูที่อยู่ด้านข้าง และชายชราผมขาวที่สวมสร้อยคอกะโหลกมนุษย์แวบหนึ่ง ในใจก็เกิดความคิดขึ้นมาทันที
จากนั้น ลู่หลี่ก็พยักหน้า
“ดี!”
กุ่ยหมอเจินเหรินสีหน้ายินดี ส่งเสียงทางจิตมาว่า “ลู่หลี่ หากรอบนี้เจ้าชนะ อาจารย์จะมอบโลหิตแท้เจียวเขียวหนึ่งหยดที่เก็บสะสมไว้ให้เจ้า! และจะถ่ายทอดวรยุทธ์มารคุนเผิงให้เจ้าด้วย! เจ้าไม่ต้องกังวลเกินไป อาจารย์ได้ขอให้ผู้อาวุโสพิทักษ์พระสูตรคุ้มครองเจ้าให้ปลอดภัยแล้ว! เจ้าจะไม่มีอันตราย!”
เลือดมังกรเจียว?
เลือดมังกรเจียวหนึ่งหยด น่าจะพอให้เขาบำเพ็ญไปถึงระดับสร้างรากฐานได้!
ลู่หลี่ใจเต้น พยักหน้า
ทันใดนั้น กุ่ยหมอเจินเหรินสายตาเย็นชา หันไปถามว่า “หวงเฉวียนเจินจวิน พวกเจ้าตัดใจเอาโลหิตแท้คุนเผิง ขนจิ้งจอกสวรรค์ ไม้จี๋เสินออกมา เห็นได้ชัดว่าเล็งของบางอย่างในตัวข้าไว้! ว่ามา!”
“วรยุทธ์มารคุนเผิง”
หวงเฉวียนเจินจวินยิ้มพลางเอ่ยออกมาสี่คำ
“อะไรนะ!”
กุ่ยหมอเจินเหรินสีหน้าเย็นเยียบ ประกายตาอำมหิตปรากฏขึ้น
ผู้บำเพ็ญเพียร สิ่งที่ถือสาที่สุดก็คือคนอื่นสอบถามเคล็ดวิชาบำเพ็ญ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเคล็ดวิชาหลักที่ฝึกฝนเลย
“ก็แค่วรยุทธ์มารคุนเผิงครึ่งเล่มเท่านั้น ทำไม ศิษย์น้องหลี่เจ้าไม่กล้า?”
หวงเฉวียนเจินจวินยิ้มอย่างเรียบเฉย
นี่เห็นได้ชัดว่าเป็นวิธีขุนพลยั่วโทสะ
“หึ!”
กุ่ยหมอเจินเหรินสายตาเย็นชา มองไปทางลู่หลี่ ส่งเสียงทางจิตมาว่า “ลู่หลี่ เจ้ายังมีไพ่ตายอีกไหม?”
ลู่หลี่พยักหน้า
“มีความมั่นใจแค่ไหน?”
กุ่ยหมอเจินเหรินถามต่อ
ลู่หลี่ครุ่นคิดเล็กน้อย ยื่นฝ่ามือทั้งสองข้างออกมา
“ห้าสิบห้าสิบ?”
กุ่ยหมอเจินเหรินขมวดคิ้ว แต่ชั่วพริบตาถัดมา ดวงตาก็สาดประกายเจิดจ้า “ดี! การประลองรอบสุดท้ายนี้ ข้าตกลง! คนของเจ้าล่ะ ปล่อยออกมา ให้มันมารับความตาย!”
สิ้นคำพูดนี้ เจินจวินระดับทารกก่อกำเนิดในที่นั้นต่างประหลาดใจไม่หยุด
ถึงกับเอาวรยุทธ์มารคุนเผิงออกมาเดิมพันจริง ๆ หรือ?
พวกหวงเฉวียนเจินจวินก็สบตากัน ในดวงตาต่างฉายแววแปลกใจวูบหนึ่ง
กุ่ยหมอเจินเหรินถึงกับตอบตกลงอย่างรวดเร็วปานนี้?
“หึ ก็แค่สร้างภาพข่มขวัญเท่านั้น”
เฟยหูเจินจวินแค่นเสียงเย็นชา หันไปตะโกนเรียกโต๊ะด้านหลัง “หนานเทียน เจ้าออกมาเถอะ”
“ขอรับ”
พร้อมกับเสียงที่หนักแน่น ชายชุดดำรูปร่างผอมเล็กคนหนึ่งก็ลุกขึ้นยืน
เขาพยักหน้าให้ลี่จิ่งอย่างลับ ๆ
ลี่จิ่งสีหน้าเย็นชา จิตสังหารหนาวเหน็บ
ชั่วพริบตาถัดมา ชายชุดดำร่างผอมเล็กผู้นี้ก็ก้าวเดินทีละก้าว เข้าไปกลางโถง
ภายในแขนเสื้อของเขา มือซ้ายกำลูกเต๋าเหล็กดำ ‘ดอกสาลี่บาน’ ไว้ลับ ๆ มือขวากำยันต์หยกดวงกายพยัคฆ์ ในปากอมลูกกลอนกระบี่เงินบริสุทธิ์เอาไว้
รอเพียงชั่วพริบตาที่เดินไปถึงกลางโถง สามท่าไม้ตายสังหารจะถูกใช้ออกไปโดยตรง ปลิดชีพลู่หลี่ในทีเดียว!