- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นซุปตาร์ตกอับกับระบบจับคนเข้าซังเต
- บทที่ 170 - คุณกำลังแกะรอยผมอยู่เหรอ?!
บทที่ 170 - คุณกำลังแกะรอยผมอยู่เหรอ?!
บทที่ 170 - คุณกำลังแกะรอยผมอยู่เหรอ?!
บทที่ 170 - คุณกำลังแกะรอยผมอยู่เหรอ?!
ผู้เข้าแข่งขันทั้งเจ็ดคนแสดงจบครบถ้วน
ผลคะแนนโหวตออกมาแล้ว
อลันกับแอชลีย์กอดคอกันรั้งท้ายด้วยคะแนน 883 คะแนนเท่ากัน
สถานการณ์ 'ไข่แดงแฝด' ในอันดับบ๊วยแบบนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรายการ 'ฉันคือนักร้อง' หลังจากทีมงานหารือกันครู่หนึ่ง ก็ตัดสินตามกติกา... คัดออกทั้งคู่!
โซเฟีย ศิลปินต่างชาติที่ประคองตัวได้ดีที่สุด กลายเป็น 'ผู้รักษาประตู' รั้งท้ายตารางทันที
ส่วนลู่เย่ ยังคงครองแชมป์ติดต่อกันเป็นสมัยที่สี่
หลังจากพิธีกรประกาศผลและพูดคุยปิดท้าย รายการตอนที่เก้าก็จบลงอย่างสมบูรณ์
ลู่เย่ยังคงไปกินมื้อดึกกับก๊วนถานจื้อและจ้าวชวนเหมือนเดิม ก่อนจะกลับเข้าโรงแรม
หลังอาบน้ำเสร็จ
เขานั่งลงหน้าโต๊ะทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ ก็มีการแจ้งเตือนอีเมลเด้งขึ้นมา
"เร็วใช้ได้ ทำงานไวดีนี่นา"
เขาเปิดอีเมลอ่านคร่าวๆ มุมปากยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
อีเมลฉบับนี้ส่งมาจาก 'เจิ้งอันหยาง' ทนายความคดีบันเทิงที่จ้าวชวนแนะนำมา
เมื่อคืนหลังจากกินข้าวกับพวกจ้าวชวนเสร็จ เขาก็รีบติดต่อไปหาทนายคนนี้ทันที แจ้งความประสงค์ว่าจะฟ้องพวกบัญชีการตลาดและแอนตี้แฟนที่ปล่อยข่าวลือใส่ร้ายเขา ทั้งช่วงก่อนเกิดเรื่องและตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา
อีกฝ่ายได้ยินคำขอนี้ก็ตกใจพอสมควร
เพราะตัวการใหญ่ที่ใส่ร้ายลู่เย่ ถ้าไม่ตายก็ติดคุกกันหมดแล้ว
เรียกได้ว่ากรรมตามสนองสาสมแล้ว
ไม่จำเป็นต้องไปไล่บี้พวกปลาซิวปลาสร้อยพวกนี้ให้เสียเวลา แถมอาจจะกระทบภาพลักษณ์ ทำให้คนทั่วไปมองว่าเจ้าคิดเจ้าแค้นเกินไป
แต่ลู่เย่ยืนกราน!
พวกใจดำที่ใส่ร้ายเจ้าของร่างเดิมจนตรอมใจ และยังตามด่าเขามาตลอดหนึ่งปี คนพวกนี้ไม่มีทางมาเป็นแฟนคลับเขาอยู่แล้ว
ทุกคนเพิ่งเคยเกิดมาเป็นคนครั้งแรก ทำไมเขาต้องยอมโดนด่าฟรีๆ?
เอ้อ ไม่ถูกสิ นี่เขาเกิดเป็นคนรอบที่สองแล้วนะ...
ยิ่งเกิดมาเป็นรอบที่สอง แล้วยังต้องมาโดนด่าฟรีๆ อีก งั้นชาติที่สองนี้ก็เสียของแย่สิ?!
ฟ้องแม่งให้หมด!
พอเห็นลู่เย่เอาจริง เจิ้งอันหยางก็เงียบไปพักหนึ่ง แล้วก็ตอบตกลงรับงานทันที
จะบ้าเหรอ
นี่คือซูเปอร์สตาร์ดาวรุ่งพุ่งแรงที่กระแสแรงที่สุดในตอนนี้
ถ้าทำงานนี้ได้ดี อนาคตอาจจะได้ดีลใหญ่ๆ อีกเพียบ
วางสายปุ๊บ ทนายเจิ้งก็อดหลับอดนอนรวบรวมหลักฐาน จัดหมวดหมู่ แล้วส่งอีเมลมาให้ลู่เย่ทันที
ลู่เย่กวาดสายตาดูรายชื่อที่จะฟ้อง
ล้วนแต่เป็นพวกตัวจี๊ดที่กระโดดโลดเต้นด่าเขาแรงๆ ทั้งนั้น รวมทั้งหมด 47 ราย
"พวกนี้คัดมาเน้นๆ หลักฐานมัดตัวแน่นหนา ติดคุกชัวร์"
แน่นอนว่าโทษจำคุกส่วนใหญ่อาจจะไม่นาน น่าจะไม่เกินสามปี
แต่ระบบของเขาไม่สนหรอกว่าจะติดกี่ปี
ขอแค่โทษจำคุกไม่ถึงสิบปี ต่อให้เข้าไปนอนคุกแค่วันเดียว ก็ได้ 5 แต้ม!
47 คูณ 5......
อื้อหือ~
นี่มันไม่ใช่แอนตี้แฟนแล้ว
นี่มัน 'กุมารทองแจกโชค' ชัดๆ!
ฟ้องรอบนี้รอบเดียว เขาได้แต้มเป็นกอบเป็นกำจนรวยเละ
ลู่เย่รีบตอบกลับอีเมล สั่งให้เจิ้งอันหยางดำเนินการฟ้องตามรายชื่อนี้โดยด่วน
จากนั้นก็กดจองตั๋วเครื่องบินกลับบ้านรอบเช้าพรุ่งนี้
ทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็ล้มตัวลงนอนหลับฝันดีอย่างมีความสุข
ในขณะที่เขาหลับปุ๋ย
สามหน่อชาวต่างชาติที่ชั้นล่างกลับนอนไม่หลับกันสักคน
คนที่โดนคัดออกนอนไม่หลับเป็นเรื่องปกติ
แต่คนที่ไม่โดนคัดออกอย่างโซเฟียก็เครียดจนนอนไม่หลับ เพราะไม่รู้ว่าสัปดาห์หน้าใครจะมาเป็นแขกรับเชิญเสียบแทน
ถ้าคนที่มาใหม่โหดระดับหลินรุ่ยต๋า เธอก็คงจะรอดไปได้อีกแค่สัปดาห์เดียว
"เฮ้อ~"
คืนนี้อลันและเพื่อนอีกสองคน หมดอารมณ์จะสั่งมื้อดึกหรือเบียร์มาฉลอง
ทั้งสามคนนั่งปรับทุกข์กันสั้นๆ ในห้องของโซเฟีย ร่ำลากันพอเป็นพิธี พรุ่งนี้เช้าอลันกับแอชลีย์ก็ต้องบินกลับประเทศใครประเทศมันแล้ว
ในเวลาเดียวกัน
เย่โย่วฉินที่โดนคัดออกไปก่อนหน้านี้ กดปิดทีวีด้วยความเจ็บใจ
"พี่สาม ไอ้เด็กนี่มันเก่งเกินไปแล้ว วันนี้ขนาดหลินรุ่ยต๋ายังเอาไม่อยู่"
"แล้วรายชื่อราชาเพลงที่เราเตรียมไว้ ยังจะใช้ได้ผลเหรอ?"
หลินรุ่ยต๋าได้รับการยอมรับว่าเป็นเบอร์หนึ่งในรุ่นกลางถึงรุ่นใหญ่
ขนาดยังแพ้ลู่เย่
คนอื่นก็น่าจะรอดยาก
ขืนส่งไปให้เชือดทีละคน นอกจากจะหยุดลู่เย่ไม่ได้ ยังจะกลายเป็นการส่งบันไดไปให้เขาเหยียบขึ้นที่สูงกว่าเดิม กลายเป็นตัวตลกของวงการเปล่าๆ
"......หลินรุ่ยต๋าไม่ได้ร้องเพลงมาตั้งกี่ปีแล้ว? ฝีมือคงสนิมเกาะไปหมดแล้วล่ะมั้ง"
"เดี๋ยวฉันจะไปปรึกษาพี่ใหญ่อีกที คัดเลือกพวกสายพลังเสียงที่กำลังท็อปฟอร์มในช่วงนี้มาใหม่"
เฉินอวี้เสียนถนัดงานสายภาพยนตร์ ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องดนตรีมากนัก
อีกอย่างเขาไม่ชอบสไตล์ของหลินรุ่ยต๋าเป็นการส่วนตัว เลยไม่คิดว่าหมอนั่นจะร้องดีเด้อะไร
เขาตบไหล่เย่โย่วฉินเบาๆ ปลอบใจด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ไม่ต้องห่วง พี่ใหญ่บอกว่าเขาออกหน้าไปเชิญ 'หวงหวยจิ้น' กับ 'หลิวตงผิง' มาช่วยแล้ว......"
"จริงเหรอ?"
เย่โย่วฉินคว้ามือเฉินอวี้เสียนหมับ เสียงตื่นเต้นจนกลายเป็นเสียงสอง
ฝีมือการแต่งเพลงของหวงหวยจิ้นและหลิวตงผิงถือเป็นระดับท็อปของวงการ
ต่อให้เป็นปีศาจอย่างหลี่ลี่ซานมาเจอสองคนนี้ ก็ยังต้องยอมถอยให้ก้าวหนึ่ง
ถ้าได้สองคนนี้มาช่วย
โอกาสที่จะกดลู่เย่ให้จมดินก็มีสูงมาก
พอเห็นเฉินอวี้เสียนพยักหน้ายืนยัน คิ้วที่ขมวดมุ่นของเย่โย่วฉินก็คลายออกอย่างสิ้นเชิง
...
เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่เย่บินกลับถึงเมืองชิงเต่า
เดินออกจากสนามบินไปเอารถที่จอดทิ้งไว้ แล้วขับตรงกลับบ้าน
เพิ่งจะวางกระเป๋าเป้ลง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
"โทรมาเวลาแบบนี้......"
ลู่เย่เหลือบมองชื่อคนโทรเข้า เป็นเบอร์ของ 'จ้าวเฉิงไห่' ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเซี่ยงไฮ้ "หรือว่าคดีของสวีข่ายชิงจะสอบสวนเสร็จแล้ว?"
คิดดังนั้น เขาก็กดรับสาย
"เสี่ยวลู่ เป็นเพราะพวกเราทำคดีเก่าได้ไม่ดีหรือเปล่า คุณถึงได้ถอดใจจากเซี่ยงไฮ้?"
ทันทีที่รับสาย เสียงหัวเราะแห้งๆ ของจ้าวเฉิงไห่ก็ดังลอดมา
"ผู้กำกับจ้าว พูดแบบนี้หมายความว่าไงครับ?"
"เมื่อสองวันก่อน เพื่อนที่ศาลบอกผมว่าคุณไปยื่นเรื่องขอปลดอายัดบัญชีธนาคาร แต่ไม่ได้ยื่นเรื่องขอคืนกรรมสิทธิ์บ้าน"
น้ำเสียงของจ้าวเฉิงไห่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด "ผมเลยกะว่าจะช่วยเดินเรื่องให้ พอไปเช็กดู ถึงได้รู้ว่าคุณย้ายออกจากเซี่ยงไฮ้ไปปักหลักที่ชิงเต่าแล้ว... นี่... นี่แสดงว่าพวกเราทำงานบกพร่อง คุณถึงได้ผิดหวังกับเซี่ยงไฮ้จนต้องย้ายหนีใช่ไหมเนี่ย"
"คุณกำลังแกะรอยผมอยู่เหรอ?"
น้ำเสียงของลู่เย่เรียบนิ่ง เดาอารมณ์ไม่ถูก
ระดับผู้บัญชาการตำรวจเซี่ยงไฮ้ อยากจะเช็กว่าเขาอยู่ไหน ย้ายไปไหน มันง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ
ยิ่งเขาขนสำมะโนครัวย้ายมาที่ชิงเต่าด้วยแล้ว ยิ่งตรวจสอบง่ายเข้าไปใหญ่
แต่จ้าวเฉิงไห่จะมาเช็กประวัติเขาทำไม?
"เปล่าๆๆ ไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นเลย"
จ้าวเฉิงไห่เคยคลุกคลีกับลู่เย่มาเกือบสัปดาห์
เริ่มจะจับทางนิสัยของเด็กคนนี้ได้บ้างแล้ว
ถ้าไม่มีอะไร เขาจะทำตัวสุภาพนุ่มนวล แสร้งทำเป็นเด็กมหาลัยใสซื่อบริสุทธิ์
แต่ถ้าใครล้ำเส้นเมื่อไหร่ เขาจะเผยด้านมืดที่เจ้าเล่ห์และอำมหิตออกมาทันที
สวีจื้อซุ่นโดนเล่นจนตายทั้งเป็นโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตายยังไง
คำพูดเมื่อกี้ของเขา คงจะไปสะกิดต่อมไม่พอใจของไอ้หนูนี่เข้าให้แล้ว
[จบแล้ว]