เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 - การประเมินระดับความเจ้าเล่ห์

บทที่ 9 - การประเมินระดับความเจ้าเล่ห์

บทที่ 9 - การประเมินระดับความเจ้าเล่ห์


บทที่ 9 - การประเมินระดับความเจ้าเล่ห์

"ในเมื่อระเบียบเป็นแบบนี้ ผมก็คงไม่ทำให้พี่ลำบากใจครับ"

ลู่เย่ปาดน้ำตา แสดงสีหน้าเข้าใจหัวอกคนทำงานอย่างสุดซึ้ง

"เฮ้อ ตอนนี้ผมหมดตัวแล้วจริง ๆ ข้าวจะกิน ที่จะซุกหัวนอนยังไม่มี"

"สงสัยคงต้องบากหน้าไปขอกู้เงินจากพวกพี่ ๆ นักข่าวข้างนอกประทังชีวิตไปก่อน"

"พวกเขาคนเยอะ น่าจะพอช่วยให้ผมรอดตายไปได้จนกว่าเงินชดเชยจะออก"

ลู่เย่ยกมือขึ้นปาดน้ำมูกอีกที แล้วหันหลังเดินคอตกทำท่าจะเดินออกไปข้างนอกอย่างน่าสงสาร

"เดี๋ยว! เดี๋ยวคุณหยุดก่อน"

เจ้าหน้าที่ต้อนรับรู้สึกหัวจะระเบิด

ไอ้ฝูงชนนับร้อยข้างนอกนั่นคือนักข่าวบันเทิงกับพวกหิวแสงไม่ใช่เหรอ

เขารู้กิตติศัพท์พวกนี้ดี ปากคนพวกนี้เปลี่ยนขาวเป็นดำ เปลี่ยนคนตายให้ฟื้นยังได้

ถ้าลู่เย่ออกไปขอกู้เงินพวกนั้นจริง ๆ

นั่นไม่เท่ากับส่งปลาเข้าปากแมวเหรอ

"อดีตซูเปอร์สตาร์ถูกใส่ร้ายจนติดคุก หมดตัวไร้ที่พึ่ง ต้องยังชีพด้วยการกู้หนี้ยืมสิน ใครต้องรับผิดชอบ?!"

พาดหัวข่าวลอยมาแต่ไกลเลย

เขาจินตนาการออกเลยว่ากระแสสังคมจะถูกบิดเบือนไปในทิศทางที่เลวร้ายขนาดไหน

"รอเดี๋ยวนะ กรณีของคุณมันพิเศษจริง ๆ ความเป็นอยู่ก็ลำบากมาก"

"เดี๋ยวผมขอรายงานผู้ใหญ่ก่อน เผื่อจะอนุมัติเป็นกรณีพิเศษให้ได้"

เจ้าหน้าที่ต้อนรับกัดฟันพูดด้วยความปวดตับ

"จริงเหรอครับ"

ลู่เย่ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ เหมือนเจอพระมาโปรด "ขอบคุณมากครับพี่ พี่คือผู้มีพระคุณของผมจริง ๆ!"

แต่ในใจเขากลับหัวเราะร่า

หึ ๆ... ฉากเรียกคะแนนสงสารแค่นี้ ถ้าผมยังเอาไม่อยู่ ที่ทำธุรกิจมาหลายปีก็เสียเปล่าแล้ว

...

"หัวหน้าครับ ผมตรวจสอบแล้ว"

"ลู่เย่คนนี้ถูกฝากขังมาหนึ่งปีจริง ๆ วันนี้เพิ่งพ้นโทษ"

"สภาพเขาน่าเวทนามากครับ"

"ทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือแค่มือถือเก่า ๆ เครื่องเดียว ค่าข้าวสักมื้อยังไม่มีปัญญาจ่าย"

ในห้องทำงานอีกห้อง

เจ้าหน้าที่ต้อนรับกำลังรายงานปลายสายด้วยความกลัดกลุ้ม "ที่ยุ่งยากคือ ข้างนอกมีนักข่าวกับพวกเพจปั่นกระแสมารอกันเป็นร้อย ถ้าปล่อยเขาออกไปพูดอะไรมั่วซั่ว...ผมว่าเราอนุมัติเป็นกรณีพิเศษให้เขาเถอะครับ"

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

มีนักข่าวกับพวกหิวแสงดักรออยู่ข้างนอก?

คนพวกนี้แม้จะไร้ราคาแต่ก็น่ารำคาญใช่ย่อย

การยึดตามระเบียบเป็นเรื่องถูกต้อง ไม่มีใครว่าได้

แต่การรู้จักยืดหยุ่นตามสถานการณ์ก็เป็นการแสดงความใส่ใจประชาชนอย่างหนึ่ง

ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็จัดให้เป็นกรณีพิเศษไปเลย

ไม่ใช่แค่พิเศษธรรมดา แต่ต้องทำให้สวยหรูดูดีด้วย

"งั้นก็เปิดช่องทางพิเศษให้เขาเลย"

"ปกติกรณีแบบนี้จะจ่ายชดเชยตามค่าเฉลี่ยค่าแรงขั้นต่ำของปีก่อนหน้า"

"ให้จ่ายเขาในอัตราสูงสุด คือห้าเท่าของค่าแรงเฉลี่ย"

"ถ้าเขามีคำขออะไรอีก ตราบใดที่ไม่ผิดกฎระเบียบ ก็พยายามจัดให้เขาไป"

ในที่สุดคำสั่งจากปลายสายก็ลงมา

...

"เงินชดเชยของคุณได้รับอนุมัติเป็นกรณีพิเศษแล้วนะครับ"

"เบื้องบนสั่งมาให้จ่ายในอัตราสูงสุด รวมเป็นเงินทั้งหมดหกแสนเก้าหมื่นห้าพันสองร้อยสิบหกหยวนกับอีกห้าเหมาครับ"

"รบกวนขอเลขบัญชีด้วยครับ ผมจะแจ้งให้ฝ่ายการเงินโอนเข้าให้ทันที"

เจ้าหน้าที่ต้อนรับเดินกลับเข้ามาบอกลู่เย่ด้วยความโล่งใจ

หกแสนเก้าหมื่นกว่าหยวน?

ไม่ว่าจะเป็นลู่เย่คนที่เคยปั้นบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในชาติก่อน

หรือเจ้าของร่างเดิมที่เป็นซูเปอร์สตาร์

เงินแค่นี้คงไม่ระคายผิวด้วยซ้ำ

"แต่ตอนนี้ผมถังแตก เงินก้อนนี้จำเป็นมากสำหรับเริ่มต้นชีวิตใหม่"

ส่วนเรื่องจำนวนเงินชดเชย

ลู่เย่ยักไหล่ เขารู้ดีว่านี่คือเรตสูงสุดตามกฎหมายแล้ว เถียงไปก็ป่วยการ

เทียบกับสิ่งที่เสียไป มันน้อยนิดจนน่าใจหาย?

ช่างมันเถอะ

สำคัญคือเขาจะทวงคืนทุกอย่างที่เสียไปกลับมาให้หมด!

"ขอรับเป็นเงินสดทั้งหมดได้ไหมครับ"

"ตอนนี้ผมยังติดหนี้ค่าปรับตามสัญญาอยู่อีกห้าสิบล้าน แถมโดนบังคับคดีด้วย"

ลู่เย่ยังคงปั้นหน้าเจียมเจียม

กระซิบเสียงเบาด้วยความอับอาย "ผมกลัวว่าพอเงินเข้าบัญชีปุ๊บ จะโดนธนาคารดูดไปใช้หนี้ทันทีน่ะครับ"

"ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวผมให้คนไปเบิกเงินสดมาให้"

เจ้าหน้าที่แสดงความเข้าใจ

ในเมื่อความผิดไม่ได้อยู่ที่ลู่เย่

การรับประกันให้ลู่เย่มีชีวิตรอดต่อไปได้ย่อมสำคัญที่สุด

เขาหยิบโทรศัพท์โทรสั่งการทันที

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบคนหนึ่งหิ้วกระเป๋าหนังสีดำใบเล็กเดินเข้ามา

เปิดกระเป๋าออก นับเงินสดต่อหน้าลู่เย่จนครบทุกบาททุกสตางค์ แม้แต่เศษห้าเหมาก็ไม่ขาด

วินาทีที่ลู่เย่เซ็นรับของและหิ้วกระเป๋าเงินขึ้นมา

[ติ๊ง!

โฮสต์หน้าเศร้าเล่าความเท็จ ใช้ประโยชน์จากสื่อมวลชนเพื่อบีบให้ได้เงินชดเชยอย่างรวดเร็ว

ระดับความเจ้าเล่ห์: LV3

ได้รับคะแนนระบบ: 3 คะแนน

คะแนนถูกโอนเข้าบัญชีแล้ว กรุณาตรวจสอบ]

จู่ ๆ

เสียงของระบบก็ดังแทรกขึ้นมาในหัว

หือ?

อะไรเนี่ย

ลู่เย่มองคำประเมินจากระบบด้วยความประหลาดใจ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก

สรุปไอ้นี่คือความ "เจ้าเล่ห์" ที่ระบบว่าสินะ?

ขอแค่ฉันเจ้าเล่ห์ ก็จะได้แต้มงั้นสิ?

แม้ตั้งแต่ข้ามโลกมา ลู่เย่จะยุ่งอยู่กับการงัดข้อกับหลี่เสี่ยวเฟย และวิ่งเต้นเรื่องเงินชดเชย จนยังไม่มีเวลาศึกษาเจ้าระบบนี่อย่างละเอียด

แต่อ่านนิยายมาก็เยอะ

เขารู้ดีว่าแต้มจากระบบต้องมีประโยชน์มหาศาลแน่ ๆ

"นี่มันเข้าทางฉันชัด ๆ"

ลู่เย่ที่กำลังจะหิ้วเงินจากไป พลันหันกลับมาทำหน้าเกรงอกเกรงใจเจ้าหน้าที่ต้อนรับอีกครั้ง

"เอ่อ พี่ครับ ผมขอรบกวนอีกเรื่องได้ไหมครับ"

"ข้างนอกมีแต่นักข่าวกับพวกหิวแสง ถ้าผมออกไปตอนนี้ ต้องโดนพวกเขารุมทึ้งสัมภาษณ์แน่ ๆ"

"ผมกลัวว่าถ้าเผลอพูดอะไรไม่ดีออกไป จะสร้างความเดือดร้อนให้พวกพี่อีก"

"จะรบกวน...ช่วยส่งรถไปส่งผมที่โรงแรมหน่อยได้ไหมครับ"

ดวงตาของเจ้าหน้าที่ต้อนรับเป็นประกาย

ถึงสิ่งที่พวกเขาทำจะถูกต้องตามระเบียบ ไม่ต้องกลัวนักข่าว

แต่ถ้าเรื่องจบเงียบ ๆ ไม่มีความวุ่นวายตามมา มันก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอ

เขาพยักหน้ารัว ๆ ทันที

"งั้นพอดีเลย เดี๋ยวผมขับรถไปส่งคุณเอง"

พี่ชายในเครื่องแบบที่เอาเงินมาส่งอาสา "ไม่งั้นคุณหิ้วเงินก้อนโตขนาดนี้ออกไปก็อันตราย"

"โอ้โห ขอบคุณมากครับพี่ พวกพี่คิดรอบคอบจริง ๆ"

ลู่เย่ทำหน้าซาบซึ้งใจสุดขีด เดินตามพี่ชายในเครื่องแบบออกไป ขึ้นรถตำรวจแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ทิ้งให้เหล่าบรรดานักข่าวและเน็ตไอดอลที่เฝ้ารออยู่ไกล ๆ ยืนอ้าปากค้าง

"เฮ้ย พวกนาย เมื่อกี้คนที่นั่งรถตำรวจออกไป ใช่ลู่เย่หรือเปล่า"

"นะ...น่าจะใช่มั้ง"

"เขาพ้นโทษแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงนั่งรถตำรวจออกไปอีกล่ะ"

"หรือว่า...ตั้งใจจะสลัดพวกเราทิ้ง?"

"เชี่ย นี่มันหลอกให้พวกเรามารอเก้อเหรอวะ"

"เขาไปแล้ว แล้วเราจะสัมภาษณ์ใครล่ะเนี่ย"

"ตามมาจากศาล มานั่งเฝ้ายุงกัดจนไส้กิ่ว สุดท้ายไม่ได้อะไรเลย หนีไปเฉย?"

"สวรรค์! ข่าวเอ็กซ์คลูซีฟของฉัน!"

"ฮือ ๆ ๆ ยอดวันนี้ไม่ถึงเป้า โดนด่ายับแน่"

"..."

คราวนี้

ทุกคนได้แต่ทุบอกชกตัวมองตาปริบ ๆ ของจริง

เพราะคงไม่มีใครกล้าบ้าบิ่นขับรถไล่กวดรถตำรวจแน่ ๆ

ส่วนลู่เย่นั้น นั่งสบายใจเฉิบอยู่บนเบาะข้างคนขับ ให้พี่ชายในเครื่องแบบขับไปส่งที่โรงแรมหรูระดับหนึ่ง

ต้องบอกว่าพี่ชายในเครื่องแบบคนนี้ใจดีจริง ๆ

รู้ว่าลู่เย่ลำบาก เลยส่งพระให้ถึงสวรรค์

ใช้บัตรประชาชนลู่เย่เปิดห้องพักให้เสร็จสรรพ จ่ายล่วงหน้าไปเลยครึ่งเดือน

หลังจากลู่เย่ขอบคุณแล้วขอบคุณอีก เขาถึงได้ขับรถกลับไป

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 9 - การประเมินระดับความเจ้าเล่ห์

คัดลอกลิงก์แล้ว