เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - คำพิพากษาครั้งใหม่

บทที่ 7 - คำพิพากษาครั้งใหม่

บทที่ 7 - คำพิพากษาครั้งใหม่


บทที่ 7 - คำพิพากษาครั้งใหม่

"เงียบ!"

เสียงค้อนของผู้พิพากษาฟาดเปรี้ยง ปิดปากทนายโจทก์จนสนิท

เขาส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ศาลไปขอรหัสผ่านจากหลี่เสี่ยวเฟย แล้วจัดการเปิดระบบคลาวด์ขึ้นโชว์กลางศาลทันที

และแล้ว...

โฟลเดอร์ที่ชื่อว่า "หลักฐาน" ก็ปรากฏเด่นหราอยู่ในตำแหน่งที่สะดุดตาที่สุด

เมื่อเปิดเข้าไป

คลิปวิดีโอและบทสนทนาแผนการใส่ร้ายลู่เย่ระหว่างหวงลี่เจ๋อกับหลี่เสี่ยวเฟยก็ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน

ในคลิปแสดงให้เห็นชัดเจน

แม้กระทั่งซองยาปลุกกำหนัดที่ถูกสับเปลี่ยน หวงลี่เจ๋อก็เป็นคนยื่นให้หลี่เสี่ยวเฟยกับมือ

แน่นอนว่าในนั้นยังมีหลักฐาน "การตกแต่งพยานหลักฐาน" ฝีมือทนายโจทก์รวมอยู่ด้วย

เมื่อหลักฐานทั้งหมดถูกเปิดเผย ทั้งห้องพิจารณาคดีก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

หากก่อนหน้านี้

ตอนที่หลี่เสี่ยวเฟยกลับคำให้การกะทันหัน

ผู้คนยังมีความระแวงสงสัยอยู่บ้างว่าเธออาจถูกข่มขู่ให้รับผิดแทน

แต่ ณ วินาทีนี้

ข้อกังขาเหล่านั้นมลายหายไปจนหมดสิ้น

คำให้การของหลี่เสี่ยวเฟย หลักฐานในคลาวด์ และความบริสุทธิ์ของลู่เย่ ทุกอย่างสอดคล้องประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ

ท่ามกลางเสียงฮือฮาและเสียงถอนหายใจของผู้คน

หัวหน้าผู้พิพากษาก็โยนคำถามสำคัญขึ้นมาอีกหนึ่งข้อ

"โจทก์ จากเหตุการณ์นี้ คุณได้รับผลประโยชน์อะไรบ้าง"

ผลประโยชน์ที่หลี่เสี่ยวเฟยได้รับจากการใส่ร้ายป้ายสีครั้งนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อบทลงโทษที่เธอจะได้รับในอนาคต

ดังนั้น

เรื่องนี้จำเป็นต้องซักให้ขาวสะอาด

"ผลประโยชน์งั้นเหรอ ก็อย่างที่พวกคุณได้ยินไปแล้วไง"

"ฉันช่วยพวกเขาล้มลู่เย่ให้จมดิน"

"พวกเขาก็ฉวยโอกาสปั้นภาพลักษณ์ 'ผู้หญิงกล้าหาญแห่งยุคใหม่' ให้ฉัน"

"จากนั้นก็อัพเกรดสัญญาจากเกรดดีเป็นเกรดบี ป้อนงานดี ๆ ให้ฉันเพียบ"

หลี่เสี่ยวเฟยยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ ใบหน้ากลับมาฉายแววลำพองใจเหมือนตอนต้นอีกครั้ง

เธอหัวเราะร่าอย่างมีความสุข

แก้มสองข้างแดงปลั่งด้วยความภาคภูมิใจ

"ฉันทำสำเร็จ ฉันดังแล้ว!"

ประโยคสุดท้าย

เธอถึงกับพูดไปเต้นไม้เต้นมือประกอบไปด้วย

"แหวะ!"

"นังผู้หญิงคนนี้หน้าไม่อายจริง ๆ"

"จิตใจทำด้วยอะไร ใส่ร้ายคนอื่นแล้วยังกล้าขอให้ศาลถ่ายทอดสดอีก"

"แม่มเอ๊ย ขนาดนี้ยังกล้าสร้างภาพเป็นผู้หญิงกล้าหาญแห่งยุคใหม่เหรอ หล่อนน่าจะไปสร้างศาลเจ้าแม่ตอแหลมากกว่ามั้ง"

"เพื่อความดัง ทำได้ทุกอย่างจริง ๆ สินะ"

"ขยะแขยงชิบหาย ฉันเคยเป็นแฟนคลับหล่อนเพราะชอบภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้นมาแท้ ๆ...อ้วกแป๊บ"

"+1 ฉันดูเป็นคนโง่มากใช่ไหมที่โดนคนแบบนี้ปั่นหัว"

"พูดจริง ๆ นะ สงสารลู่เย่จับใจเลย ซูเปอร์สตาร์อนาคตไกล ต้องมาพังเพราะคนแบบนี้"

"งานนี้ฉันทีมลู่เย่ ต่อให้เทวดาลงมาโปรดฉันก็จะยืนข้างลู่เย่ หลี่เสี่ยวเฟยน่ารังเกียจเกินทน"

"หลี่เสี่ยวเฟยไปตายซะ ไสหัวไปจากวงการบันเทิง!"

"..."

ในขณะนี้

ไม่ว่าจะเป็นผู้คนในห้องพิจารณาคดี

หรือชาวเน็ตในห้องไลฟ์สด

ต่างพากันสะอิดสะเอียนกับท่าทางได้ใจจนลืมตัวของหลี่เสี่ยวเฟย

โดยเฉพาะเหล่าแฟนคลับที่เคยศรัทธาในภาพลักษณ์ "หญิงแกร่งผู้ไม่ยอมจำนน" ของเธอ

ต้องรู้ก่อนว่า

ก่อนเกิดเรื่อง หลี่เสี่ยวเฟยเป็นแค่ดาราตกอับเกรดซีที่แทบไม่มีใครรู้จัก แฟนคลับทั้งโซเชียลรวมกันยังไม่ถึงสามแสนคน

แต่พอข่าวฉาวกับลู่เย่ระเบิดออกมา

เธอเกาะกระแสความดังของลู่เย่

สวมบทบาทเหยื่อผู้ถูกกระทำเรียกคะแนนสงสาร แล้วพลิกวิกฤตสร้างภาพลักษณ์ "ผู้หญิงกล้าหาญ" แห่งยุคใหม่

กวาดต้อน "แฟนคลับสายสตรอง" และ "กองเชียร์ผู้ผดุงความยุติธรรม" เข้าด้อมได้มหาศาล

เส้นทางบันเทิงรุ่งโรจน์แบบก้าวกระโดด

ในเวลาเพียงปีเดียว ก็คว้างานพรีเมียมมาครองได้ตั้งหลายชิ้น

เมื่อนึกย้อนไปตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา

อดหลับอดนอนปั่นยอดวิวให้

สู้รบตบมือกับชาวเน็ตที่สงสัยว่าเธอสร้างกระแส คอยให้กำลังใจ ปลอบโยนเธอสารพัด

ใครจะไปคิดว่า

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงละครฉากใหญ่ที่หลี่เสี่ยวเฟยเขียนบทเองเล่นเอง เพราะแค่อยากกินผู้ชายแต่กินไม่ลง?!

เหล่าแฟนคลับรู้สึกเหมือนโดนหลอกและเหยียบย่ำศักดิ์ศรี

เหมือนโดนบังคับให้กลืนแมลงวันเข้าไปเป็นร้อยตัว ทั้งขยะแขยงทั้งคลื่นไส้

โกรธ!

ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นแรงเหวี่ยงกลับ

ขณะที่รุมด่าทอหลี่เสี่ยวเฟยอย่างสาดเสียเทเสีย จิตใจของพวกเขาก็เกิดความเห็นใจและให้อภัยลู่เย่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

จะเรื่องนอกใจ คบซ้อน หรือเกาะผู้หญิงกินอะไรนั่น...

อย่างน้อยเขาก็เลวแบบเปิดเผย เลวแบบตรงไปตรงมา ยังดีกว่านังผู้หญิงมือถือสากปากถือศีลคนนี้ตั้งเยอะ

ถ้ารู้ว่าตอนนี้ชาวเน็ตมองตัวเองแบบไหน ลู่เย่คงพูดไม่ออกบอกไม่ถูกแน่

เรื่องราวมาถึงขั้นนี้

ความจริงกระจ่างดุจแสงตะวัน

ลู่เย่คือเหยื่อที่ถูกหลี่เสี่ยวเฟย นังชะนีชาเขียวดอกบัวขาวตัวมารหลอกจนหมดเนื้อหมดตัว

หลังจากคณะผู้พิพากษาหารือกันเสร็จสิ้น การพิจารณาคดีก็เข้าสู่ช่วงสุดท้าย

"ทั้งหมด ลุกขึ้น!"

เจ้าหน้าที่ศาลประกาศเสียงดัง

เมื่อทุกคนยืนขึ้นพร้อมกัน

"คณะผู้พิพากษาได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าข้อกล่าวหาที่ว่าจำเลยลู่เย่ใช้สารเสพติดและกระทำชำเราผู้เสียหายหลี่เสี่ยวเฟยโดยมิสมยอมนั้น ไม่มีมูลความจริง!"

"อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญามาตราสิบห้า พิพากษาให้จำเลยลู่เย่พ้นข้อกล่าวหา และปล่อยตัวเป็นอิสระทันที!"

ลู่เย่ยืนสงบนิ่งอยู่บนคอกจำเลย

เสียงอันหนักแน่นทรงพลังของหัวหน้าผู้พิพากษาก้องกังวานอยู่ในหู

นึกถึงตอนที่เพิ่งทะลุมิติมา เขาได้ยินคำพิพากษาคล้าย ๆ แบบนี้

ต่างกันแค่ไม่กี่คำ แต่ชะตาชีวิตกลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า

"เสร็จสิ้นการพิจารณาคดี ปิดศาลได้"

"ปัง!"

เสียงค้อนแห่งความยุติธรรมดังขึ้น

ปิดฉากละครฉากใหญ่ที่ยืดเยื้อมานานแรมปีลงชั่วคราว

ทนายโจทก์หน้าซีดเผือด

เขารีบคว้ากระเป๋าเอกสาร เดินจ้ำอ้าวออกจากห้องพิจารณาคดีโดยไม่หันกลับไปมองลูกความของตัวเองแม้แต่หางตา

หลี่เสี่ยวเฟยนั่งเหม่อลอยอยู่บนเก้าอี้โจทก์

ดูเหมือนยังไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น สายตาว่างเปล่าไร้จุดโฟกัส

ตำรวจศาลเดินเข้ามาไขกุญแจมือให้ลู่เย่และนำมันออกไป

ลู่เย่ขยับข้อมือที่ถูกเหล็กกดทับจนเจ็บระบม

ก่อนจะเดินทอดน่องออกจากประตูศาลไปอย่างสง่าผ่าเผย

แสงแดดภายนอกอบอุ่นและเจิดจ้า

ดวงตาของเขาหรี่ลงโดยอัตโนมัติ ขอบตาร้อนผ่าวและแดงระเรื่อ ร่างกายสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

มันคือปฏิกิริยาตอบสนองของจิตวิญญาณเดิมที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างนี้

"ฉันล้างมลทินถังแรกที่สาดใส่แกได้แล้วนะ"

"ส่วนความสกปรกอื่น ๆ ฉันจะค่อย ๆ ชะล้างมันออก แล้วจะเอาคืนพวกมันให้สาสมทีละตัว"

"วางใจเถอะ"

ลู่เย่ก้มมองมือที่สั่นเทาของตัวเองแล้วกระซิบแผ่วเบา

เศษเสี้ยวจิตวิญญาณนั้นดูเหมือนจะได้รับการปลดปล่อย มันค่อย ๆ จางหายไปจากร่างกาย

อาการสั่นหยุดลง ดวงตาเริ่มปรับสภาพเข้ากับแสงแดดอันร้อนแรงภายนอกได้

ลู่เย่กวาดสายตามองลงไปจากบันไดศาล

เห็นกองทัพนักข่าวและเน็ตไอดอลแบกกล้องถือมือถือดักรอกันให้พรึ่บพรั่บอยู่ตรงขอบลานด้านล่าง

สายตาของพวกเขาลอบมองมาที่ประตูใหญ่เป็นระยะ

และทันทีที่เห็นลู่เย่เดินออกมา ดวงตาของพวกเขาก็ลุกวาวราวกับแมวเห็นปลาทู ต่างกรูกันเข้ามาหาอย่างบ้าคลั่ง

ก็แหงล่ะ

ซูเปอร์สตาร์ตกอับโดนฟ้องคดีฉาวโฉ่ แถมยังมีไลฟ์สดทั่วประเทศ

ไม่ว่าลู่เย่จะผิดหรือไม่

ข่าวมันก็ขายได้ถล่มทลายอยู่แล้ว

ใครได้สัมภาษณ์เปิดใจหลังคำตัดสินเป็นเจ้าแรก

รับรองว่ายอดวิวระเบิดระเบ้อ โกยเงินกันไม่หวาดไม่ไหว

แล้วแบบนี้ จะไม่ให้พวกเขารีบตะครุบเหยื่อได้ยังไง

"ในเมื่อพวกคุณเสนอตัวมาให้ใช้ถึงที่ งั้นผมก็ขอใช้บริการหน่อยแล้วกัน"

ลู่เย่มองฝูงชนที่กำลังแห่แหนเข้ามา

เขาล้วงกระเป๋ากางเกงที่ว่างเปล่ายิ่งกว่าใบหน้าตัวเอง แล้วส่งยิ้มมุมปาก เดินตรงเข้าไปหาพวกเขาด้วยความเต็มใจ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - คำพิพากษาครั้งใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว