เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 232 - ฉันไปด้วย (8) [16-11-2019]

บทที่ 232 - ฉันไปด้วย (8) [16-11-2019]

บทที่ 232 - ฉันไปด้วย (8) [16-11-2019]


บทที่ 232 - ฉันไปด้วย (8)”

พวกเอลฟ์ต่างก็สงสัยว่ามันจะดีหรอที่พวกเขาจะไปพักผ่อนในเมื่อฟีเรียกับคนอื่นๆตายไป แถมตอนนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตชั้นสูงบุกรุกดาเรย์อยู่ด้วย แต่ว่าคำสั่งของจักรพรรดิก็คือคำขาด พวกเขาได้เข้าไปพักผ่อนในป้อมปราการลอยฟ้าแต่โดยดี

"พวกเธอก็ไปพักด้วย"

"ถึงปราสาทของนายท่านจะใหญ่มาก แต่ว่ามันจะมีพอสำหรับเผ่าพันธ์หมาป่านับหมื่น..."

ยูอิลฮานได้หยักหน้าให้กับเอริเซีย

"นั่นก็จริงแหละ... ถ้างั้นฉันคิดว่าฉันควรจะทำป้อมปราการบริวารด้วยเหมือนกันสินะ ฉันคิดว่าฉันน่าจะแก้ปัญหาได้ในสองเดือนนี้แหละ"

"ป้อมปราการบริวาร!?"

ยูอิลฮานไม่ได้สนใจเลียร่าเลย

อย่างแรกเขาได้ปล่อยให้พวกเผ่าพันธ์หมาป่าได้ไปพักตามที่ต่างๆที่อยู่ภายในบาเรียที่เกิดมาจากนาฬิกาทรายแห่งกาลเวลา และให้เพียงแค่เอริเซียกับอีกไม่กี่คนใช้ร่างมนุษย์เข้าไปภายในป้อมปราการลอยฟ้า

เอริเซียเธอก็มีความกังวลไม่ต่างจากเอลฟ์ เธอก็ลังเลเช่นกันว่าเธอควรจะพักจริงๆน่ะหรอ

"มันจะไม่เป็นไรจริงๆน่ะหรอ?"

"เอาไว้ค่อยคิดหลังจากพักแล้วกันนะ เฮ้ พีท มิไร จิล พวกนายก็ไปพักด้วยเหมือนกัน ฉันรู้ว่าพวกนายมีหลายอย่างที่อย่างจะพูด แต่ก่อนอื่นไปพักให้ใจเย็นลงก่อน ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง"

"คะ ค่ะ"

"เข้าใจแล้วครับ!"

บางทีอาจจะเพราะว่าเขาไม่อยากจะแยกกับยูอิลฮานที่ไม่ได้เจอกันมานาน หรือไม่พวกเขาก็อยากจะได้ยินเรื่องฟีเรียมากกว่านี้ทำให้พวกเอลฟ์ทั้งสามคนได้แอบอยู่ใกล้ๆ แต่ว่าเมื่อถูกยูอิลฮานพบเข้า พวกเขาก็ได้แต่เข้าไปในป้อมปราการลอยฟ้า

ยูอิลฮานได้มองไปที่ภาพนี้ด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมา คังฮาจินกับนายูนาได้จ้องมาที่เขาจนทำให้เขาสงสัย

"ทำไมนายไม่เห็นเคยพูดถึงเรื่องนาฬิกาทรายแห่งกาลเวลาเลยสักนิด?"

"นายไม่เห็นบอกเลย นายไม่เคยบอกพวกเราเลยว่ามีไอเทมโกงๆแบบนี้!"

"นี่เป็นอาร์ติแฟคที่กองทัพสวรรค์มอบให้ฉันเพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับฉัน"

"ฝ่ายของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงมอบให้นายแค่เพราะสร้างความสัมพันธ์ที่ดี...."

มันค่อนข้างจะน่าเศร้าที่เขากำลังคิดว่าพวกนั้นอาจจะมีเจตนาอื่นซ่อนอยู่อีกด้วย

นับตั้งแต่ในตอนที่ยูอิลฮานรู้ว่ากองทัพสวรรค์ได้ทอดทิ้งพวกเขา ยูอิลฮานก็ได้ตรวจสอบทุกๆอย่างที่กองทัพสวรรค์มอบให้ ทั้งนาฬิกาทรายแห่งกาลเวลา ช่องเก็บของ แต่ว่ามันไม่มีปัญหาใหญ่ๆอะไร

จะมีก็แค่อย่างเดียว นั่นก็คือมีร่องรอยของเอิลต้าอยู่บนนาฬิกาทรายแห่งกาลเวลา แต่ว่าในเมื่อนี่มันไม่ได้มีอันตรายกับเขาทำให้เขาปล่อยผ่านไป

เอิลต้าสินะ ในเวลานี้เขาจะยังเชื่อใจเธอได้ไหมนะ? ยูอิลฮานได้คิดในเรื่องนี้มาเป็นเวลานานแล้ว แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจเอาไว้ค่อยตัดสินในตอนที่เจอกับเธอแล้วกัน แค่เพราะการที่ฝ่ายกองกำลังทำผิดก็ไม่ได้หมายความว่าบุคลากรภายในจะผิดไปด้วยนี่

ไม่สิ จริงๆนี่มันก็แค่ข้ออ้าง ยูอิลฮานไม่อยากจะต้องเกลียดเอิลต้า หลังจากที่เรื่องต่างๆแบบนี้เกิดขึ้นมา เขาก็รู้ตัวว่าเขาผูกพันธ์กับเธอมากถึงแม้ว่าเธอจะถูกส่งมาหาเขาแค่เพื่อทำให้เขาใช้มานาได้ก็ตาม

ในตอนนี้อารมณ์จิตใจของเขาได้พัฒนาขึ้นมาจนถึงขนาดที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจมันเลย

ขณะที่ยูอิลฮานกำลังตกอยู่ในความคิดนี้ คังฮาจินก็พูดขึ้น

"ไม่ว่าฉันจะคิดว่าเข้าใจนายแค่ไหน นายก็มีเรื่องใหม่ๆมาให้เห็นเสมอเลยนะ"

"ชู่ววว ไปนอนซะไป ไม่ก็อยู้่เฉยๆ"

"ฉันจะไปใส่พลังศักดิ์สิทธิ์ลงไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นะ พี่ฮาจินไปกันเถอะ"

"พลังศักดิ์สิทธิ์ของฉันเทียบกับเธอแล้วมันก็เหมือนกับหิ้งห้อยกับดวงอาทิตย์... เฮ้ โอเค! เข้าใจแล้ว! ฉันกำลังไป"

นายูนาที่เห็นถึงบางอย่างไดรีบพาคังฮาจินกลับไปที่ป้อมปราการลอยฟ้าพร้อมๆกันกับเธอ ยูอิลฮานรู้สึกได้ว่าเธอรีบแปลกๆ และหันหน้าไปเจอกับเลียร่าที่กำลังมองเขาอยู่ ในตอนนี้เหลือแค่เขาอยู่กันสองคนแล้ว

"อิลฮาน"

เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย

"นายกำลังคิดที่จะต่อสู้กับกองทัพสวรรค์?"

"โอ้ เธอเป็นห่วงเรื่องนี้เอง"

"ในระหว่างที่ฉันเป็นทูตสวรรค์ของกองทัพสวรรค์ฉันอาจไม่ได้ช่วยนายมากนัก แต่ว่ากองทัพสวรรค์น่ะโดยพื้นฐานแล้วเคลื่อนไหวภายใต้คำสั่งที่จะปกป้องมนุษยชาตินะ นี่มันคือกฏของพวกเรา..."

"..."

"แต่ว่าทำไมนายถึงได้จะไปต่อต้านกองทัพสวรรค์ล่ะ?"

เลียร่าได้ถามออกมาอย่างเป็นกังวล ยูอิลฮานก็ได้ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

"เลียร่า สิ่งที่ฉันกลัวมันไม่ใช่คนที่เป็นศัตรูตั้งแต่แรกหรอกนะ แต่ว่าเป็นพรรคพวกที่อาจจะเปลื่ยนมาเป็นศัตรูได้ตลอดเวลาต่างหากล่ะ"

"เปลื่ยนไปเป็นศัตรู..."

เลียร่าได้คิดถึงคำที่เขาพูดออกมาและกัดริมฝีปากเมื่อตระหนักได้ถึงบางอย่าง มันดูเหมือนว่าเธอก็พอจะคิดได้เหมือนกัน เขาได้ลูบหัวเธอให้ใจเย็นลง

"ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันไม่ได้คิดจะไปโจมตีทูตสวรรค์ในทันทีที่ฉันเจอหรอก ฉันก็แค่พูดเอาไว้ว่าฉันเตรียมตัวที่จะต่อสู้กับทุกๆอย่างที่อาจจะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ และรวมไปถึงโลกของฉันด้วย"

"ถ้านายทำได้มันก็ดี แต่ว่าฉันกลัวว่านายกำลังฝันถึงอะไรที่มันยิ่งใหญ่เกินไปน่ะสิ"

"ไม่เลย ฉันกำลังทำในสิ่งที่ฉันรู้สึกว่าฉันทำมันสำเร็จได้"

"อิลฮาน..."

เลียร่าได้มองมาที่เขาอย่างเป็นห่วง ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้ยกค้อนขึ้นมาแล้ว

"เอาไว้ก่อนเถอะนะ ก่อนอื่นมาทำดินแดนศักดิ์สิทธิ์ให้เสร็จก่อน"

"เจ้าโง่"

ในส่วนนี้มันคือเวลาที่เขาควรที่จะเขามากอดปลอบโยนคนรักสิ แต่เจ้าคนนี่กลับคิดที่จะไปทำงาน!

"เลียร่า เธอไปพักเถอะ หรือไม่ก็ไปฝึกสกิลของเธอ"

"ในจุดนี้การฝึกมันไม่ทำให้ฉันไปอยู่สูง... ไม่สิ พอมาดูนายแล้ว ดูเหมือนมันจะไม่ใช่แบบนั้นแล้ว"

จนถึงตอนนี้เธอเป็นกังวลมากๆ แต่พอได้เห็นยูอิลฮานตอบเธอกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ทำให้เธอหมดแรงลง เธอได้แต่ห่อไหล่เดินจากไป

"โอเค ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแล้ว"

"โอ้ เลียร่า"

เลียร่าได้คิดว่าเธอน่าจะไปเหวี่ยงห่อและต่อยอากาศเล่นเพื่อสลัดความคิดทั้งหมดออกไป แต่แล้วยูอิลฮานก็ตะโกนเรียกเธอ

"ถ้าเธอกำลังจะฝึกล่ะก็ ช่วยไปดึงรากต้นไม้รอบๆนี้ออกไปด้วยนะ ฉันกำลังจะทำป้อมปราการบริวารตรงนี้"

"อย่าโยนงานแบบนี้มาให้ฉันนะ เจ้าโง่"

ยังไงก็ตามในท้ายที่สุดเธอก็ยังคงเหวี่ยงหอกและหมัดของเธอเพื่อกำจัดต้นไม้ให้เขาแต่โดยดี ยูอิลฮานได้มองดูทำแบบนี้อย่างพอใจและบินไปที่ป้อมปราการลอยฟ้า นายูนาที่ยืนอยู่อย่างไร้ยางอายได้พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มโดยไม่หนีอะไร

"เอาล่ะ มาเริ่มงานกันเถอะ"

"แกล้งทำเป็นใจเย็นสินะ"

"อุ เอะเฮะเฮะ"

การทำให้ป้อมปราการลอยฟ้าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นยกามากๆ บางทีหากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ยูอิลฮานก็คงจะเป็นไปไม่ได้เลย

นี่มันก็เพราะว่าตั้งแต่แรกแล้วดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั่นมันหมายถึงพื้นที่ที่มีร่องรอยของเทพธิดาเรย์น่าหลงเหลือเอาไว้ ร่องรอยนี้จะเป็นพลังที่แข็งแกร่งและถูกบีบอัดหลายร้อยปีจนเกิดขึ้นมาเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวเอง

การที่จะสร้างมันขึ้นมาเองนั้นอย่างแรกเลยต้องมีหินพลังเวทย์ที่เต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดา และเนื่องจากว่าเขาได้รับหินศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงมาหลายต่อหลายก่อนแล้ว สิ่งที่จะทำต่อมาก็คือการผสมมันเข้ากับหินพลังเวทย์และวัตถุดับระดับสูงจนเป็นอาร์ติแฟคก่อนที่จะนำไปวางในที่ต่างๆจนเกิดเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์

"ฉันคิดว่าคนส่วนใหญ่คงจะคิดไม่ถึงด้วยซ้ำไป"

"เกือบจะเสร็จแล้ว ฉันจำเป็นก็แค่ต้องทำระบบศูนย์กลางไว้ที่ใจกลางของคฤหาสน์แล้วก็ให้สิทธิการควบคุมกับมิสทิค"

ยังไงก็ตามมันไม่ใช่แค่นั้น ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ได้หมายถึงพื้นที่ที่เต็มไปด้วยพลังศํกดิ์สิทธิ์หรอกหรอ จะมีกแต่เทพธิดาเท่านั้นที่จะทำให้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ได้! และแน่นอนว่าคนที่แทนที่เทพธิดาได้นั่นก็คือนายูนานั่นเอง

"ฮิฮิ นายอายจังแหะ"

"เธอไม่เห็นอายเลยสักนิด ไม่ว่ายังไงก็เถอะตอนนี้ก็นั่งเฉยๆนะ"

"โอเค~"

แน่นอนว่าป้อมปราการลอยฟ้านี้เป็นของยูอิลฮาน แต่ว่าเจ้านายแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในควรจะเป็นของนายูนา เธอเป็นคนที่จะสื่อสารกับพลังศักดิ์สิทธิ์ภายในพื้นที่ได้ และยังสามารถจะใช้พลังภายในที่แห่งนี้ได้อย่างอิสระเพื่อที่จะสร้างปาฏิหาริย์เหมือนกับที่เธอแสดงในเบร์ย่าขึ้นมาได้อีกครั้ง

และการจะทำแบบนั้นมงกุฏพระสันตปาปาก็เป็นสิ่งจำเป็น มงกุฏนี้ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าหินศักดิ์สิทธิ์ใดๆ และมันทำให้ผู้คนสงสัยว่านี่มันใช่ของของเทพเจ้าหรือไม่!

ยูอิลฮานได้เชื่อมต่อดินแดนศักดิ์สิทธิ์กับมงกุฏเข้าด้วยกัน และสร้างระบบขึ้นมาไว้ให้นายูนาควบคุมดินแดนศักดิ์สิทธิ์ผ่านมงกุฏด้วยความคิดของเธอ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้นายูนาจำเป็นต้องใส่พลังศักดิ์สิทธิ์ของเธอเข้าไปในพื้นดินและอาร์ติแฟคนี่ก็ยังจำเป็นสำหรับสร้างการเชื่อมต่อ

"ช่วยเข้ากันได้ด้วยเถอะนะ โอ้ คังฮาจินอย่าเข้ามาใกล้สิ"

"ทำไมฉันถึงรู้สึกแปลกๆน้า~"

"แม้ว่าตอนนี้เธออาจจะขยับตัวลำบาก แต่ว่าเมื่อไหร่ที่เธอชินกับมันเธอจะสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้มันยังจะช่วยเพิ่มสัมผัสความารู้สึกและความจดจำให้กับเธอด้วย ดังนั้นนี่มันเป็นเรื่องดี"

ยูอิลฮานใช้การควบคุมระบบของดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างสมบูรณ์แบบและเชื่อมต่อมันเข้ากับมิสทิค

อาร์ติแฟคที่ถูกติดตั้งเอาไว้ได้เริ่มเปิดใช้งานเพื่อที่จะเติมเต็มทั้งป้อมปราการไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ของเรย์น่า จากนั้นการควบคุมพลังศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกส่งมอบให้กับมงกุฏพระสันตาปาปและทำให้มันเชื่อมต่อเข้ากับนายูนาอีกครั้ง

"อ๊าาาา"

"อดทนไว้"

ในระหว่างกระบวนการการได้รับการควบคุมพลังศักดิ์สิทธิ์จากอาร์ติแฟคดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ การเชื่อมต่อเข้ากันกับมงกุฏได้ทำให้นายูนาได้รับประสบการณ์กับการที่อยู่ๆการรับรู้ของมนุษย์ที่มีสองตาได้เปลื่ยนแปลงไปเป็นสัตว์ประหลาดที่มีหนึ่งร้อยตาในทันที

ในตอนนี้พลังศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในพื้นที่ได้ปั่นป่วนจนเกิดเป็นพายุขนาดเล็กขึ้น คังฮาจินที่คอยอยู่แล้วได้ก้าวมาข้างหน้าดูดซับพลังศักดิ์สิทธิ์ในทันที เขาได้รีบเร่งตะโกนออกมา

"นายูนา ควบคุมมัน! ฉันกำลังจะตายแล้ว!"

"ฉันทำไม่ได้! มันไม่เป็นไปตามที่ฉันต้องการเลย!"

"อ๊าาา!?"

ในปัจจุบันแค่การกระดิกนิ้วของเธอ เธอสามารถจะสร้างระเบิดขนาดใหญ่ที่มาจากพลังศักดิ์สิทธิ์ภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้เลย และเธอยังสามารถพลิกผืนแผ่นดินได้หากว่าเธอลื่นไป ตอนนี้นายูนากำลังตื่นตระหนกอยู่!

"ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์จริงๆฉันทำแบบนี้ไม่ได้"

"ระหว่างสิ่งที่เกิดจากธรรมชาติกับสร้างขึ้นมามันต่างกัน นี่มันหมายความว่าที่แห่งนี้จะยิ่งกร่งขึ้นอีก"

"มันยากมาก อ๊า ฉันต้องการอะไรก็ได้ที่ทำให้ฉันมีสมาธิ! อย่างเช่นนายอิลฮาน!"

"จะทำอะไรก็ทำเร็วเข้า! ว๊ากกก"

"..."

ยูอิลฮานได้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ว่าพอได้เห็นคังฮาจินที่อาจจะปลิวออกไปได้ตลอดเวลา เขาก็ได้แต่ยื่นแขนไปหานายูนา เธอได้จับมือของเขาเอาไว้ด้วยสองมือของเธอ และเอาแขนของเขาไปถูกับหน้าของเธอ

"ฮ่าฟู่วววว"

"เสียงแปลกๆนี่มันอะไร"

"นายแค่คิดไปเอง"

ยังไงก็ตามสัญญาณที่พลังศักดิ์สิทธิ์กำลังบ้าคลั่งก็ได้สงบลง เขาก็แค่ยื่นแขนไปให้กับเธอ แล้วเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้น... เขาได้ยิ้มแห้งๆออกมา

"...แล้วงั้น? ฉันต้องทำแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน?"

"ทันทีที่นายออกห่างจากฉัน พี่ฮาจินก็จะต้องไปจากป้อมปราการ"

"อันตราย!?"

"เฮ้ เจ้าขี้ขลาเ! ไม่ ไม่ ไม่นะ ยูอิลฮาน อย่าขยับมาจากตรงนั้น! ฉันบอกว่าอย่าขยับไงเล่า"

หลังจากผ่านไปสามชั่วโมงนายูนาถึงได้ยอมปล่อยแขนยูอิลฮานไป ยูอิลฮานได้เตรียมใจไว้สำหรับ 30 ชั่วโมง ไม่สิ 3 วัน ไม่ 3 สัปดาห์ต่างหาก แต่แล้วนายูนาก็ควบคุมดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำเร็จได้ในเวลาสั้นๆแบบนี้

"ว้าว ในตอนนี้ต่อให้เป็นหินศักดิ์สิทธิ์ฉันก็ทำได้แล้ว! แทแด๊นนน"

"ยูนาการทำแบบนี้มันจะไม่เป็นไรหรอ?"

"ดินแดนศักดิ์สิทธิ์กับฉันน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่ว่าปัญหาเล็กๆก็คือมันใช้มานาจากโลกนี้นี่สิ แทแด๊นนน"

"นั่นมันปัญหาใหญ่เลยล่ะ!"

"...."

การได้เห็นเธอใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างอิสระเหมือนกับเธอเกิดมาพร้อมกับพลังนี้ได้ทำให้เขาตั้งคำถามขึ้นมาว่า 3 ชั่วโมงตอนแรกของเธอมันคืออะไรกัน

ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้ตัดสินใจไม่ถามออกไป ต่อให้เธอตอบความจริงกลับมามันก็คงจะเป็นเขาที่จะเสียเปรียบไม่ใช่เธอแน่

'คงจะไม่มีผู้ชายที่ดีปรากฏตัวออกมานะ'

ยังไงก็ตามหากมีผู้ชายที่ดีปรากฏตัวมาพาตัวเธอไป เขาก็คงจะรู้สึกแย่แน่ๆ บางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าหมาห้วงก้างงั้นสินะ? ในเมื่อดูแลไม่ได้ก็ควรจะปล่อยเธอไปสิ!

ยูอิลฮานรู้สึกไม่ชอบเลยกับอารมณ์ที่เขาไม่เข้าใจนี้ที่กกำลังเติบโตขึ้นมา และเขาได้ตัดสินใจที่จะปล่อยไม่สนใจมัน

"เฮ้อ ไปทำงานกันเถอะ ไปทำป้อมปราการบริวาร แล้วก็อุปกรณ์ให้กับเอลฟ์แล้วก็เผ่าพันธ์หมาป่ากัน..."

"ดูเหมือนว่านายจะใช้การสร้างสิ่งของคลายเครียดน้า อิลฮาน~"

"ถ้าหมอนี่เป็นซึมเศร้า อารยธรรมก็คงจะก้าวหน้าเข้าสู่ยุคใหม่แน่ๆ..."

จำนวนเอลฟ์ที่รอดตายมีประมาณหนึ่งพันห้ารอยคน ในขณะที่เผ่าพันธ์หมาป่ามีสองหมื่นคน เพื่อที่จะสร้างอุปกรณ์ระดับตำนานให้กับทุกๆคน และบางทีอาจจะกระทั่งระดับมหากาพย์ให้ทุกคน เวลาที่ต้องใช้ก็น่าจะเป็น...

"น่าจะประมาณเดือนครึ่งสินะ? ถ้าเป็นแบบนี้ฉันก็น่าจะต้องสร้างวัตถุดิบหลักแล้วก็พิมพ์เขียวของป้อมปราการบริวาร เพื่อที่จะได้ให้เจ้าพวกนั้นจัดการงานก่อสร้างพื้นฐานซักหน่อย"

ยูอิลฮานได้ร่างแผนงานตลอดสองเดือนของเขาเสร็จในทันที เขาได้หยิบเอาปากกากับกระดาษขึ้นมาเขียนเป็นพิมพ์เขียว นายูนาได้ตกใจกับทัศนคติที่จู่ๆก็เปลื่ยนไปและได้แต่มองดูแผ่นหลังของเขา

นาฬิการทรายแห่งการเวลาได้ถูกปิดใช้งานแล้ว ระหว่างนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตชั้นสูงคนใดที่รู้ถึงช่องว่างเวลาสองเดือนนี้เลยสักนิด การปฏิวัติที่จะเปลื่ยนแปลงสงครามได้เริ่มต้นขึ้น ณ จุดๆนี้

จบบทที่ บทที่ 232 - ฉันไปด้วย (8) [16-11-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว