- หน้าแรก
- ยุคสมัยแห่งเจ้าสำนัก ข้ามีกองทัพหุ่นเชิดนับหมื่นล้าน
- บทที่ 1 - [แชต] และ [การซื้อขาย]
บทที่ 1 - [แชต] และ [การซื้อขาย]
บทที่ 1 - [แชต] และ [การซื้อขาย]
บทที่ 1 - [แชต] และ [การซื้อขาย]
แดนเซียนทั่วหล้า เขตที่เจ็ด
สำนักหุ่นเชิดตั้งตระหง่านอยู่บนทิวเขาสลับซับซ้อน รายล้อมด้วยแมกไม้เขียวขจี ดูคล้ายกับแดนสุขาวดีในตำนาน
ทว่าในยามนี้ ภายในสำนักที่เริ่มทรุดโทรมลง กลับมีเสียงร้องไห้ระงมดังออกมาจากยอดเขา
ภายในห้องพักของเจ้าสำนัก หวังไห่
"ศิษย์พี่ ตื่นสิเจ้าคะ ท่านเป็นอะไรไป?"
"ฮือๆ... ศิษย์พี่หญิง ศิษย์พี่ใหญ่ตายแล้วหรือเจ้าคะ?"
"หลิงเอ๋อร์ อย่าพูดจาเหลวไหล ศิษย์พี่แค่หมดสติไปเท่านั้น"
"แต่ทำไมท่านถึงยังหลับอยู่ล่ะ..."
อวี่ซวง หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสีเขียวอ่อน ใบหน้างดงาม รูปร่างอรชรสมส่วน ขมวดคิ้วเรียวสวยมองดูหวังไห่ ผู้เป็นศิษย์พี่ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ใบหน้าที่มักจะเย็นชาของนางเริ่มฉายแววตื่นตระหนก
อาจารย์เพิ่งจะสิ้นใจไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ศิษย์พี่ต้องแบกรับภาระเจ้าสำนัก แรงกดดันมหาศาลบวกกับความโศกเศร้าเสียใจ ทำให้เขาหมดสติไปกะทันหัน นี่ก็ผ่านมาหลายชั่วยามแล้ว
นางลองส่งกระแสปราณเข้าไปตรวจสอบในร่างของหวังไห่อีกครั้ง พยายามทะลวงจุดชีพจรให้ แต่ก็ยังไม่พบความผิดปกติใดๆ
อวี่ซวงหันไปมองเด็กสาววัยสิบขวบที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา "หลิงเอ๋อร์ เจ้าเฝ้าศิษย์พี่อยู่ที่นี่นะ ข้าจะไปดูที่หลังเขาเผื่อจะเก็บสมุนไพรวิเศษมาได้บ้าง"
"ศิษย์พี่หญิง ไปไม่ได้นะเจ้าคะ สัตว์อสูรที่หลังเขาดุร้ายมาก ท่านสู้พวกมันไม่ไหวหรอก"
หลังเขาของสำนักหุ่นเชิด เคยเป็นที่ตั้งถ้ำบำเพ็ญเพียรของยอดฝีมือรุ่นก่อน ภายในมีสวนสมุนไพรอยู่ ทว่าเมื่อสำนักตกต่ำลง ฝูงสัตว์อสูรก็เข้ามาจับจองพื้นที่ จนกลายเป็นเขตหวงห้ามที่คนในสำนักไม่อาจย่างกรายเข้าไปได้ง่ายๆ
เมื่อนึกถึงสัตว์อสูรเหล่านั้น อวี่ซวงก็อดหวาดหวั่นไม่ได้ แต่เมื่อเห็นศิษย์พี่ที่ยังคงนอนไม่ได้สติ นางก็จำต้องเสี่ยงดวง รวบรวมความกล้าเพื่อไปหาสมุนไพร
จะปล่อยให้ศิษย์พี่เจ้าสำนักนอนซมอยู่แบบนี้ไม่ได้!
หวังว่าคงจะไม่เจอพวกสัตว์อสูรพวกนั้นนะ
ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะหันหลังเดินออกไป จู่ๆ ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงก็ไอโขลกๆ สองสามครั้ง ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและสับสน
"ที่นี่ที่ไหน? ข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? เด็กน้อยตรงหน้าคือใคร? ไม่สิ... แดนเซียนทั่วหล้า ข้าดูเหมือนจะหลุดเข้ามาในเกมแดนเซียนทั่วหล้า แถมยังกลายเป็นเจ้าสำนักอีกต่างหาก..."
หลังจากตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง ข้อมูลต่างๆ จากระบบก็หลั่งไหลเข้ามาในความทรงจำของหวังไห่อย่างรวดเร็ว
ยังไม่ทันจะได้เรียบเรียงข้อมูล เขาก็ต้องสะดุดตากับร่างระหงที่พุ่งเข้ามาหา
"ศิษย์พี่ ท่านฟื้นแล้ว?"
เมื่อเห็นหญิงสาวในชุดสีเขียวอ่อนพุ่งเข้ามา หวังไห่ถึงกับตะลึงงัน ความงามของนางนั้นจัดว่าอยู่ในระดับ 'นางฟ้า' เลยทีเดียว
แต่ไม่นาน ความสนใจของเขาก็ถูกดึงดูดด้วยแผงหน้าต่างสถานะโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า
[ชื่อ: อวี่ซวง]
[ตบะ: กลั่นลมปราณ ขั้น 4]
[รากปราณ: รากปราณระดับสุดยอด (Extreme Grade)]
......
หือ?
นี่คือหน้าต่างสถานะของผู้หญิงตรงหน้าเหรอ?
อวี่ซวง? ตบะขั้น 4 รากปราณระดับสุดยอด?
แล้วก็... มีแค่นี้? ข้อมูลน้อยไปไหมเนี่ย!
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น หวังไห่หันไปมองตามเสียงร้องไห้ด้วยความดีใจทางด้านข้าง พบเด็กสาวตัวน้อย หน้าต่างสถานะของนางก็เด้งขึ้นมาเช่นกัน
[ชื่อ: หลิงเอ๋อร์]
[ตบะ: กลั่นลมปราณ ขั้น 2]
[รากปราณ: รากปราณปฐพี (Earth Grade)]
......
รากปราณปฐพี?
แค่เจอรากปราณระดับสุดยอด หวังไห่ก็ตกใจพอแรงแล้ว นี่มีรากปราณปฐพีโผล่มาอีกคน หรือว่าแต้มบุญเขาจะระเบิด เริ่มเกมมาก็ได้ของดีเลย?
ดูเหมือนจุดเริ่มต้นของเขาจะไม่เลวแฮะ!
"ระบบ เปิดหน้าต่างสถานะสำนัก!"
[ชื่อ: สำนักหุ่นเชิด]
[เจ้าสำนัก: หวังไห่]
[ระดับ: 1]
[จำนวนสมาชิก: 3 คน]
......
เมื่อเห็นหน้าต่างสถานะสำนัก หวังไห่ถึงกับเงียบกริบ
ข้อมูลเรียบง่ายมาก สำนักระดับ 1 สมาชิก 3 คน แล้วก็... จบข่าว
นี่มันอนาถาเกินไปแล้ว
หวังไห่ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง โดยมีอวี่ซวงและหลิงเอ๋อร์คอยประคองซ้ายขวา กวาดสายตามองไปรอบห้อง
"ศิษย์พี่ ท่านนอนพักผ่อนก่อนเถอะเจ้าค่ะ"
"ใช่เจ้าค่ะศิษย์พี่ อย่าเป็นอะไรไปอีกนะเจ้าคะ หลิงเอ๋อร์อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีท่าน ฮือๆ..."
เมื่อได้ยินคำพูดห่วงใยจากทั้งสอง หวังไห่พยักหน้าเบาๆ แล้วเอ่ยว่า "ข้าไม่เป็นไร ขอข้าพักสักครู่ พวกเจ้าไปทำธุระของตัวเองเถอะ"
เขาต้องการเวลาทำความเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าสักพัก
เมื่อได้ยินดังนั้น อวี่ซวงก็ไม่เซ้าซี้ เมื่อเห็นว่าหวังไห่ดูไม่เป็นอะไรมากแล้ว นางจึงจูงมือหลิงเอ๋อร์เดินออกจากห้องไป
ส่วนหลิงเอ๋อร์นั้นเดินไปพลางเหลียวหลังมองไปพลาง ด้วยความเป็นห่วง
เมื่อออกมาด้านนอก อวี่ซวงพูดกับหลิงเอ๋อร์ว่า "หลิงเอ๋อร์ ให้ศิษย์พี่ได้อยู่เงียบๆ เถอะ"
นางตรวจดูอาการหลายรอบแล้ว ร่างกายของศิษย์พี่ไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรง สาเหตุที่หมดสติน่าจะมาจากความโศกเศร้าและแรงกดดันที่มากเกินไป
หลิงเอ๋อร์พยักหน้าอย่างว่าง่าย ทั้งสองแยกย้ายกันไปบำเพ็ญเพียรยังห้องพักของตน
ตอนนี้สำนักหุ่นเชิดตกต่ำถึงขีดสุด อาจารย์เพิ่งเสีย ศิษย์พี่เพิ่งรับตำแหน่ง ในสำนักไม่มีผู้ฝึกตนระดับ 'กลั่นลมปราณช่วงปลาย' เลยสักคน มันอันตรายเกินไป พวกนางต้องเร่งฝึกฝนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระศิษย์พี่
ภายในห้องเจ้าสำนัก หวังไห่มองสำรวจรอบห้องที่ว่างเปล่าจนน่าเบื่อ ก่อนจะหันกลับมาสนใจระบบในหัว
[แชต]
[การซื้อขาย]
ระบบเปิดฟังก์ชันมาให้สองอย่าง คือช่องแชตและช่องการซื้อขาย
เมื่อเปิดช่องแชต ตอนนี้สามารถคุยได้แค่ในระดับ 'โซน' เท่านั้น
ในช่องแชตมีข้อความไหลขึ้นมาไม่หยุด
[หานเฟิง - สำนักไร้ขอบเขต (ระดับ 1)]: "เรื่องจริงว่ะ! ข้ากลายเป็นเจ้าสำนักไร้ขอบเขตจริงๆ ด้วย เราจะได้เป็นเซียนกันแล้ว!"
[ติงไห่หยาง - สำนักดาวเหนือ (ระดับ 1)]: "เชี่ย! ดูสิพวกเราอยู่เขต 7 มีคนตั้งหมื่นคน แสดงว่ามีหนึ่งหมื่นสำนักเลยเหรอ?"
[หวังหลานอิ๋ง - วังสองลักษณ์ (ระดับ 1)]: "พี่ชายทั้งหลาย ผู้อาวุโสในสำนักมองข้าแปลกๆ เหมือนอยากจะฆ่าข้าเลย ทำไงดี?"
[หลี่จื้อ - สำนักมารฟ้า (ระดับ 1)]: "ฮ่าๆๆ... ข้าเปิดได้คัมภีร์ระดับสูง 'เคล็ดมารฟ้า' พลังโจมตีโครตแรง!"
"จบกัน ข้าได้แค่คัมภีร์ระดับต้น กากมาก แบบนี้ไม่ตายหยังเขียดเหรอ?"
"พวกนายลองดูรากปราณของลูกศิษย์สิ ข้ามีศิษย์สิบกว่าคน มีแค่คนเดียวที่มีรากปราณระดับกลาง อยากจะร้องไห้!"
"ฮ่าๆๆ... ข้ามีรากปราณระดับสูงหนึ่งคน!"
"ซวยแล้ว ข้ามีศิษย์ยี่สิบกว่าคน เกินครึ่งเป็นรากปราณด้อยคุณภาพ ที่เหลือก็รากปราณระดับต่ำทั้งนั้น!"
"ทำไมพวกนายมีลูกศิษย์เริ่มต้นเยอะจัง สำนักข้ามีแค่ 9 คนเอง!"
"ฉิบหาย... อายุขัยข้าเหลือแค่ 3 ปี!"
"......"
ในช่องแชตมีสารพัดเรื่องราว
จากการอ่านข้อความเหล่านี้ หวังไห่ก็ได้ข้อมูลสำคัญมาพอสมควร
สำนักเริ่มต้นของทุกคนเป็นระดับ 1 เหมือนกันหมด จำนวนสมาชิกมีตั้งแต่ไม่กี่คนไปจนถึงหลายสิบคน ดูเหมือนว่ายิ่งคนเยอะ รากปราณของศิษย์จะยิ่งแย่
แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะเรื่องรากปราณมันสุ่ม
อย่างกรณีของเขาที่เริ่มต้นมามีแค่ 2 คน แต่ได้ระดับรากปราณปฐพีกับระดับสุดยอด ถือว่าเป็นส่วนน้อยที่หายากมาก
นับว่าเป็นข่าวดี
แต่ในช่วงเริ่มต้น แค่นี้ยังตัดสินอะไรไม่ได้ เพราะยังมี 'กล่องของขวัญมือใหม่' ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
บางคนเปิดได้วิชาระดับสูง บางคนได้แค่ระดับต้น นี่แหละคือจุดเปลี่ยนที่สร้างความแตกต่าง
หวังไห่ตัดสินใจเปิดกล่องของขวัญมือใหม่ของตัวเองบ้าง