เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 61 เงาพล่ามัว

ตอนที่ 61 เงาพล่ามัว

ตอนที่ 61 เงาพล่ามัว


เมื่อหลิงอี้ก้มหน้ามองข้างล่าง เขาพบว่าหน้าผาหินที่อยู่ใต้เท้าถูกแช่แข็ง

และยังเห็นประติมากรรมน้ำแข็งรูปร่างมนุษย์มากมายอยู่บนหน้าผาด้วย

“หืม?”

เขามองจักรพรรดิน้ำแข็งด้วยความแปลกใจ “กลายเป็นว่าเธอแช่แข็งพวกเขา ฉันเพิ่งพูดว่าทำไปเองว่าทำไมไม่มีใครขึ้นมาเลย”

จักรพรรดิน้ำแข็งเอียงศีรษะเล็กน้อยอย่างสงสัย ม่านตาสีขาวบริสุทธิ์คู่นั้นมองเขาด้วยตาปริบๆ

ราวกับว่าเธอกำลังคิดความหมายคำพูดของเขา

หลิงอี้กลัวเธอเข้าใจผิดจึงโบกมือปัดแล้วอธิบายอย่างรวดเร็ว “ไม่ใช่แบบนั้นหรอก ฉันไม่อยากให้พวกเขาขึ้นมาอยู่แล้ว เธอทำได้ดีมาก”

เมื่อจักรพรรดิน้ำแข็งได้ยินแบบนั้น เธอจึงค่อยๆหันหน้ากลับ

ใบหน้าสีขาวของเธอยังไม่แสดงอารมณ์เหมือนเดิม

แต่ดวงตาสีขาวบริสุทธิ์แสดงความยินดีออกมา

หลิงอี้สังเกตเห็นเรื่องนี้แต่เลือกปล่อยผ่านไป เขาหันกลับมามองพื้นด้านล่างแทน

เขาเห็นได้คนด้านล่างประมาณร้อยคนผ่านหมอกเย็นจางๆ

พวกเขาล้อมกันเป็นกลมและฟังสิ่งที่คนตรงกลางพูด

ด้วยหมอกเย็นที่ลอยไปมาและระยะทาง เขาจึงมองไม่เห็นหน้าตาของผู้ชายที่อยู่ตรงกลาง แม้แต่สีผมก็ยังไม่เห็น

แค่เดาจากการคเลื่อนไหวได้ว่าเขาเป็นผู้ชาย

“หืม นายให้กำลังใจทุกคนเหรอ?”

หลิงอี้ไม่รู้ว่าพวกเขาผ่านอะไรมาบ้างแต่เขาพอจะเดาได้

ไม่ง่ายเลยที่ผู้เล่นต่ำกว่าเลเวล10จะผ่านสวนผลไม้คริมสันและแผ่นดินแผดเผาได้อย่างปลอดภัย ด้วยการเสียสละครั้งใหญ่พวกเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างปลอดภัย

ไม่อย่างนั้นนอกจากการปีนขึ้นมาบนหน้าผาแล้ว พวกเขาจะ‘ประชุม’กันทำไม?

หลิงอี้ก็พูดด้วยรอยิ้มขณะที่ดูกลุ่มคนด้านล่าง “นี่...”

“ถ้าพวกเขารวมตัวกันแบบนี้ ฉันก็เรียกดาวตกมาทำลายกลุ่มได้ในทีเดียวเลยสิ”

หลังจากคัดลอกพลังเวทของจักรพรรดิน้ำแข็ง

พลังเวทของเขาก็มีมากกว่า300!

ดาวตกที่ใหญ่กว่าเดิมสิบเท่าซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า300เมตร!

ไม่ต้องพูดถึงคนด้านล่างเลย แม้แต่เขาที่อยู่บนหน้าผายังรู้สึกอันตราย

นอกจากการใช้ดาวตกทุบตีแล้ว เขายังมีวิธีอื่นในการแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดาย และวิธีที่ง่ายที่สุดคือปล่อยให้จักรพรรดิน้ำแข็งลงมือ

เธอเทียบเท่าได้กับบอสมอนสเตอร์เลเวล20 ผู้เล่นมือใหม่ที่ต่ำกว่าเลเวล10พวกนี้จะไม่ถูกเชือดทิ้งเหรอ?

ขณะที่หลิงอี้คิดเรื่อง ใครบางคนด้านล่างเหมือนจะเห็นเขาแล้วเช่นกัน และพวกเขาเริ่มหันมามองเขาทีละคนด้วยความแปลกใจ

......

“ตรงนั้น! มีคนอยู่ตรงนั้น!”

“ฉันมองเห็นไม่ชัด! แต่เหมือนมีร่างคนอยู่ตรงนั้นจริงๆ!”

“มีมากกว่าหนึ่งคน นั่นบินอยู่เหรอ?”

เมื่อมีคนเบื่อและมองขึ้นไปบนยอดหน้าผาหิน พวกเขาก็เห็นว่ามีร่างสองร่างอยู่ตรงนั้น

พวกเขาเลิกสนใจข่ายเจ๋อที่กำลังพูดอยู่ทันทีและตะโกนบอกทุกคน “มีคนอยู่ตรงนั้น มีคนอยู่ตรงนั้น”

เมื่อคนอื่นๆมองจุดที่นิ้วเขาชี้ พวกเขาก็เห็นร่างพร่ามัวสองร่าง

ทุกคนตื่นเต้นมากเมื่อเห็นแบบนั้น

“เร็วเข้า ใครมีสกิลมองไกลบ้าง ดูทีว่ามีอะไรอยู่ข้างหลังหมอก!”

“ผมที่ปลิวอยู่ค่อนข้างยาว บางทีคนนั้นอาจเป็นผู้หญิง”

“แล้วคนที่ยืนล่ะ?”

“ไม่แน่ใจ ตรงนั้นภาพมันมัวมาก”

ในไม่ช้าผู้เล่นหลายคนที่มีสกิลตรวจสอบระยะไกลก็ลุกขึ้นยืน

“ไม่ต้องห่วง มาดูใบหน้าแท้จริงของคนหลังหมอกกันเถอะ”

อย่างไรก็ตาม

ทุกคนส่ายหัวหลังจากพยายามอยู่ครึ่งนาที

“ไม่เห็นเลย ฉันใช้สกิลมองไกลแต่เห็นแค่บอลแสงสองลูกเท่านั้น”

“ใช่ สิ่งที่ฉันเห็นผ่านตามองทะลุคือบอลแสงสองลูกเหมือนกัน พวกเขาน่าจะโล่ป้องกันการตรวจสอบ”

“ดวงตาเห็นทุกสรรพสิ่งของฉันก็มองไม่เห็น”

“การรับรู้ทางจิตของฉันใช้ไม่ได้กับพวกเขา”

“…”

นี่เป็นคำพูดน่าผิดหวังของผู้เล่นมือใหม่ทุกคน

เมื่อเห็นแบบนั้นผู้เล่นรอบๆจึงถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ”

“ถ้ามองไม่เห็นแล้วจะทำยังไงดี?”

“ไม่ต้องพูดเรื่องปีนขึ้นไปเลย ต่อให้ขึ้นไปได้ก็โดนพวกเขาฆ่าอยู่ดี”

“พวกเรามาหาเขาเพื่อตรวจสอบใบหน้าแท้จริง ในเมื่อดูไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ต่อ กลับได้แล้ว!”

เป็นที่รู้กันแล้วว่ามีคนสองคนอยู่อีกฝั่งหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นผู้ชายกับผู้หญิง

และอีกฝ่ายมีความสามารถในการป้องกันการตรวจสอบ

ข้อมูลสองอย่างนี้ทำให้บางคนรู้สึกว่ามันคุ้มค่าแล้ว

เขาจึงวางแผนกลับไป

เมื่อคนเหล่านี้กำลังจะเดินทางกลับ จู่ๆก็มีคนแนะนำว่า “ถ้าขึ้นไปไม่ได้ แล้วทำไมเราไม่...ไม่เรียกให้เขามาที่นี่ล่ะ ถ้าคุยกับเขาบางทีเอาอาจได้ข้อมูลเพิ่ม”

เมื่อทุกคนได้ยินสิ่งที่พูด พวกเขาก็รู้สึกว่ามันมีเหตุผล

ข้อเสนอนี้ได้รับการยอมรับจากทุกคนอย่างรวดเร็ว

แล้วใครจะเป็นคนคุยด้วยล่ะ?

ไม่มีใครเห็นด้วยกับใคร แต่ไม่มีใครแสดงความคิดเห็นออกมาและปล่อยให้ผู้เล่นเลเวลสูงสุดออกไป

ดังนั้น

ข่ายเจ๋อที่มีเลเวล5จึงรับหน้าที่นี้ไปโดยปริยาย

เขารับลำโพงที่ผู้เล่นคนอื่นๆส่งให้ก่อนจะไอสองครั้ง จากนั้นชี้ไปที่ปากลำโพงที่ยอดหน้าผาหินแล้วพูด “คนข้างบนได้ยินไหม ได้ยินหรือเปล่า”

เสียงนี้ค่อนข้างดังมาก

อย่าว่าแต่50เมตรเลย บางทีอยู่ห่าง500เมตรก็ยังได้ยิน

เพราะลำโพงตัวนี้ก็เป็นไอเทมเหมือนกัน

ทุกคนมองยอดหน้าผาหินและแสดงสีหน้างุนงง: (°Д°)......

บางคนคิดว่ามันเป็นการกระทำที่โง่มากที่ถามอีกฝ่ายว่าได้ยินไหม พวกเขาสงสัยว่าควรให้คนอื่นพูดแทนดีหรือเปล่า แต่จู่ๆก็มีคนคิดว่าฝั่งตรงข้ามอาจจะไม่ได้ยินหรือได้ยินแล้วตอบกลับไม่ได้

หลิงอี้ได้ยินเสียงชัดเจน

เขาตะลึงเมื่อได้ยินเสียงในตอนแรก แต่เมื่อได้สติอีกครั้งเขาก็ใช้6เหรียญทองซื้อลำโพงขนาดเล็กจากร้านค้า

[ลำโพงเล็ก(E)]: สามารถปรับระดับได้  ระดับหนึ่งได้ยินในระยะ100เมตร ระดับสองได้ยินในระยะ300เมตร ระดับสามได้ยินในระยะ500เมตร นอกจากนี้ยังเปลี่ยนเสียงให้เสียงเป็นกลาง(ไม่ให้เสียงออกเป็นชายหรือหญิง)ได้ด้วย

ด้านบนของลำโพงเล็กนี้เป็นลำโพงใหญ่ระดับD

มันส่งเสียงขั้นแรกในระยะหนึ่งกิโลเมตร

แต่ตอนนี้แค่ลำโพงเล็กก็พอแล้ว

ในร้านค้ายังมีไอเทมส่งเสียงอื่นๆอีก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นไอเทมที่ราคาสูงขึ้น

แต่หลิงอี้เป็นคนที่ชอบความสงบ เขาไม่อยากทำเสียงดังจึงใช้แค่ลำโพงเล็ก6เหรียญทองอันนี้

ในอดีตเขาไม่มีโอกาสได้ใช้ของพวกนี้ แต่ตอนนี้เขามีลำโพงอยู่ในมือแล้ว ความคิดที่จะพูดจึงเริ่มเข้ามาในหัว

เขาหยิบลำโพงแล้วพูดกับคนด้านล่าง “ถ้าพวกนายมีความคิดอยู่ก็กลับไปซะ”

“ตอนนี้ฉันยังไม่อยากเปิดเผยตัวต่อโลกภายนอก”

เสียงดังมาก เป็นเพราะว่าหลิงอี้ใช้มันในเสียงระดับสาม

ต้องหมุนปุ่มสีเหลือทวนเข็มนาฬิกาถึงจะปรับให้เป็นระดับหนึ่ง

หลังจากหลิงอี้พูดประโยคนี้ เขาก็ปรับเป็นระดับแรกทันที

เขาใช้เวลารอสักพักจนกระทั่งคนจากด้านล่างตอบกลับ

“ไม่สำคัญว่านายอยากเปิดเผยตัวเองหรือเปล่า แค่นายทำให้พวกเรามั่นใจและให้อธิบายแก่พวกเราก็พอ”

ชายที่มีแตรอยู่กลางฝูงชนพูด

หลิงอี้เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามเมื่อได้ยินแบบนั้น

คำอธิบายอะไร?

ที่เขาพูดหมายความว่ายังไง?

จบบทที่ ตอนที่ 61 เงาพล่ามัว

คัดลอกลิงก์แล้ว