- หน้าแรก
- เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์
- บทที่ 468 ความทะเยอทะยานของราชสำนักเต๋า
บทที่ 468 ความทะเยอทะยานของราชสำนักเต๋า
บทที่ 468 ความทะเยอทะยานของราชสำนักเต๋า
บทที่ 468 ความทะเยอทะยานของราชสำนักเต๋า
ในแผนการณ์ของจ้าวมังกรเฒ่า สายย่อยของมังกรแท้จริงกลุ่มแรกที่ถูกส่งมายังเจียงตงในคราวแรก ล้วนแล้วแต่เป็นดั่งโล่เนื้อไร้ค่าสำหรับรองรับเพลิงปะทะ คุณค่าที่แท้จริงมีเพียงการสร้างถิ่นฐานหนึ่งขึ้นมาเท่านั้น
เขาเองก็ได้คาดการณ์ไว้แล้วว่า ราชสำนักเต๋าจะต้องข่มเหงกดดันเผ่ามังกรแท้อย่างแน่นอน แต่ก็หาได้มีใจคิดเข้าไปข้องเกี่ยวไม่ เพียงคำนวณช่วงเวลาไว้ล่วงหน้า รอจนเห็นว่าการกดดันนั้นดำเนินมาถึงระดับพอเหมาะแล้ว จึงส่งสัญญาณมาหา หมายให้กำลังใจแก่สายโลหิตแท้ผู้เป็นหลานชาย เพื่อให้ยังคงสานต่อคุณูปการแก่เผ่ามังกรแท้ต่อไป
ทว่า เหตุการณ์กลับมิได้ดำเนินไปดังที่เขาคิดเอาไว้เสียทั้งหมด
“ท่านปู่!”
ยังมิทันให้จ้าวมังกรเฒ่าเอ่ยปาก ลวี่หยางก็ทรุดเข่าลงทันที น้ำตาไหลพรากอย่างตื้นตัน “ตูฮ่วนไม่ทำให้ท่านปู่ผิดหวัง ตูฮ่วนทำสำเร็จแล้ว!”
...หา?
เพียงชั่วครู่ จ้าวมังกรเฒ่าก็มีทีท่าลังเลขึ้นมา โดยเฉพาะเมื่อมองเห็นตำแหน่ง รองผู้บัญชาการกรมตรวจการสวรรค์ ชั้นสาม อยู่เหนือกระหม่อมของลวี่หยางอย่างเด่นชัด
เพราะเขตแดนเจียงตงถูกครอบคลุมด้วยบัญญัติแห่งมรรคาแคว้นเซียน วิชาแห่งการพยากรณ์เหตุและผลทั่วไปจึงไม่อาจแทรกแซงได้ จ้าวมังกรเฒ่าจึงไม่อาจคำนวณหาต้นปลายของเรื่อง ทว่าด้วยอายุขัยที่ยืนยาวผ่านเหตุการณ์มานับไม่ถ้วน เพียงครู่เดียวก็สรุปได้ถึงข้อเท็จจริงที่ทำให้ทั้งประหลาดใจและยินดีอย่างยิ่ง
ตูฮ่วน…ถึงกับสร้างชื่อขึ้นในเจียงตงได้แล้วรึ!?
ต่อให้สิ่งใดอาจลวงตาผู้คนได้ แต่ตำแหน่งขุนนางที่ปรากฏอย่างเด่นชัดนั้นหาอาจลวงได้ไม่ และยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนว่าจะสอดคล้องกับตำแหน่งของ ปฐพีข้างทาง โดยตรง
ลวี่หยางอาจไม่รู้ แต่จ้าวมังกรเฒ่าหรือจะไม่เข้าใจเล่า?
ในราชสำนักเต๋ายุคนี้ ตำแหน่งมรรคผลที่ราชวงศ์เทียนอู๋สืบทอดกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่าก็คือ ปฐพีข้างทาง! กล่าวอีกนัยหนึ่ง หลานชายแท้ๆสายโลหิตของตนได้กลายเป็นผู้ที่องค์จักรพรรดิแห่งราชสำนักเต๋าให้ความสำคัญแล้ว!
“ดี ดี ดี!”
คิดถึงตรงนี้ จ้าวมังกรเฒ่าก็หัวเราะเสียงดัง “ไม่เสียทีที่เป็นหลานรักของข้า ที่ข้าส่งเจ้ามาเจียงตงก็เพราะเชื่อว่าเจ้าจะสามารถสร้างผลงานได้จริง!”
สิ้นคำ น้ำใจญาติผู้ใหญ่กับหลานรักยิ่งแนบแน่น
“ตูฮ่วน, เล่าให้ปู่ฟังหน่อย, เจ้าที่ราชสำนักเต๋าเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้อย่างไร?”
“เพราะบุคคลผู้หนึ่ง”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ ลวี่หยางจงใจลดเสียงลง พลางเหลียวซ้ายแลขวาอย่างระมัดระวัง จ้าวมังกรเฒ่าก็เข้าใจทันที จึงสลายเมฆมงคลที่ห่อหุ้มกายออกทั้งหมด
“พูดได้โดยไม่ต้องกังวล!”
จ้าวมังกรเฒ่าหัวเราะเบา “เมื่อข้ามอบเกล็ดนี้ให้เจ้า เพื่อใช้ติดต่อกับข้า ก็ย่อมมั่นใจว่าสามารถช่วยเจ้าหลบสายตาเจียโย่วผู้นั้นได้”
“กราบทูลท่านปู่” ลวี่หยางจึงหยิบ คัมภีร์วิถีเทพธูปเทียน ออกมา พร้อมพิกัดของสวรรค์เจ็ดยอแสง ก่อนกล่าวเสียงขรึม “เป็นเพราะวิชาบำเพ็ญเพียรนี้ และภพสวรรค์ที่สอดคล้องกัน หลังจากบุคคลผู้นั้นมอบทั้งสองสิ่งแก่ข้า เขาก็หายสาบสูญไป บุคคลนี้ลึกลับยิ่งนัก ข้าสงสัยว่าอาจเป็นคนของนิกายมารแห่งเจียงเป่ย!”
“โอ้?”
สิ้นคำ จ้าวมังกรเฒ่าก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นทันตา เพราะต่อให้เรื่องเล็กเพียงใด หากเกี่ยวข้องถึง นิกายศักดิ์สิทธิ์ ก็ล้วนเป็นเรื่องใหญ่ หาแน่ใจได้ไม่ว่าจะมีหลุมพรางใดซ่อนอยู่!
“นี่มัน…”
ไม่นานนัก จ้าวมังกรเฒ่าก็อ่านคัมภีร์ที่ลวี่หยางยื่นให้จนจบ แล้วคำนวณพิกัดของสวรรค์เจ็ดยอแสงครู่หนึ่ง สีหน้าก็ค่อยๆ ขรึมลง
“ผู้ที่ติดต่อเจ้ามา…ย่อมมีแผนการใหญ่! นี่มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นภพสวรรค์ที่ได้กำเนิดเค้าโครงแห่งตำแหน่งมรรคผลขึ้นมาแล้ว อีกทั้งยังสอดคล้องกับระบบของราชสำนักเต๋าอย่างยิ่ง แต่เขากลับใช้มือเจ้ามอบให้ราชสำนักเต๋า เท่ากับยืมสถานะ ‘เผ่ามังกรแท้’ ของเจ้า กระนั้น เมื่อมีเดิมพันสูงเช่นนี้ เขากลับไม่เจรจากับราชสำนักเต๋าด้วยตนเอง”
จ้าวมังกรเฒ่ากลับมิได้สงสัยในวาจาของลวี่หยางไม่
เพราะ คัมภีร์วิถีเทพธูปเทียน วางอยู่ต่อหน้า จริงแท้มิได้เท็จ อีกทั้งนี่คือหลานแท้ๆ ของตน เขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไร? หลายของตนมิได้มีความกล้าที่จะหลอกลวงเขา!
“แล้วเจ้าทำอย่างไร?” จ้าวมังกรเฒ่าถาม
ลวี่หยางก้มศีรษะทันที ทำสีหน้ายอมรับผิดอย่างว่าง่าย “ตูฮ่วนอ้างนามท่านปู่…ว่าของสิ่งนี้คือความจริงใจของเผ่ามังกรแท้ของเรา”
“ดี!”
โดยไม่ต้องให้ลวี่หยางเล่าอย่างละเอียด จ้าวมังกรเฒ่าก็เดาเหตุการณ์ที่ตามมาออกทั้งหมด และคลายความสงสัยว่าทำไมหลานแท้ๆ จึงสามารถสร้างชื่อในแดนเจียงตงได้ในที่สุด
ส่วน “บุคคลลึกลับ” ในปากของลวี่หยางนั้น จ้าวมังกรเฒ่าก็มีข้อสรุปในใจอย่างรวดเร็ว
“ผู้นั้น…ควรเป็นเจินจวินกลับชาติมาเกิด!”
ภพสวรรค์ที่ให้กำเนิดเค้าโครงแห่งตำแหน่งมรรคผลได้นั้น มิใช่สิ่งที่ผู้ในขั้นวางรากฐานจะทำขึ้นได้ และเมื่อไม่กล้าเจรจากับราชสำนักเต๋าโดยตรง ก็แสดงว่าไม่น่าจะเป็นเจินจวินในชาตินี้
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น การที่เป็นเจินจวินกลับชาติมาเกิดจึงสมเหตุสมผลที่สุด
แล้วจะเป็นผู้ใดเล่า?
ในใจจ้าวมังกรเฒ่าพลันผุดชื่อเจินจวินกลับชาติมาเกิดที่เลื่องลือที่สุดในรอบห้าพันปีขึ้นมา “หงยวิ๋น? เป็นไปไม่ได้…ไม่มีทางที่เขาจะมีฝีมือถึงเพียงนี้…”
จะเป็นใครก็ตาม…แต่ไม่มีทางเป็นหงยวิ๋นแน่!
ต้องเป็นผู้อื่น!
จ้าวมังกรเฒ่าตกอยู่ในห้วงความสงสัยอย่างลึกซึ้ง หากจะว่ามีเจินจวินผู้ใดแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ที่สิ้นชีพไปแล้ว ให้ย้อนรอยกลับไปเมื่อห้าพันปีก่อน คำนวณแล้วเกรงว่ามีเพียง…
...อั้งเซียว?
เป็นไปได้หรือ? ผู้นั้นแต่เดิมเป็นคนดีแท้จริง…
จ้าวมังกรเฒ่าลูบคาง สีหน้าฉายแววครุ่นคิดปนลังเล แม้จะเป็นเจินจวินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์และมีชื่อเสียงในทางสุจริต แต่ก็ยากจะห้ามใจมิให้แฝงความระแวงไว้บ้าง
“ว่าแต่…ท่านปู่ ข้ายังมีอีกเรื่องหนึ่งจะกราบเรียน”
ในยามนั้น ลวี่หยางพลันเอ่ยขึ้น เล่าถึงเรื่องที่เพิ่งสอบสวนจ้าวซวี่เหอ แล้วนำ คัมภีร์เก้าแปรมังกร ไปถวายต่อราชสำนักเต๋าให้ฟังโดยตลอด
คำกล่าวนั้นทำให้สีหน้าจ้าวมังกรเฒ่าเปลี่ยนไปอีกครั้ง
“คัมภีร์ที่สอดคล้องกับ ดินกำแพงเมือง เช่นนี้ ข้าจำได้ว่าครั้งกระโน้นแดนสุขาวดีมิใช่ได้นำไปทิ้งไว้ในนิกายศักดิ์สิทธิ์หรือ เหตุใดจึงมาปรากฏในราชสำนักเต๋า แถมยังเป็นเจ้าที่สอบสวนออกมาได้ด้วยตนเอง…ดี! ดีมาก! ไม่น่าแปลกที่เจียโย่วจะให้ความสำคัญต่อเจ้าถึงเพียงนี้!”
ลวี่หยางได้ยินดังนั้นก็แสร้งทำหน้าฉงน
“คัมภีร์นั้น…มีสิ่งใดพิเศษหรือ?”
“เจ้ามิอาจรู้ได้…”
จ้าวมังกรเฒ่าเมื่อได้ฟังก็ยิ้มบาง คล้ายยินดีจะไขข้อข้องใจให้ พลางเอ่ยว่า
“เจียโย่วผู้นั้น บ่มเพาะ ปฐพีข้างทาง มานานนัก และหมายตาตำแหน่งสูงสุดของ ดินกำแพงเมือง มานานแล้ว!”
“นับแต่คราวมหันตภัยพันปีครั้งก่อน แผ่นดินราชสำนักเต๋าปั่นป่วนไปทั่ว ราชวงศ์โจวอวี่ถูกเทียนอู๋โค่นล้ม พอดีเหมาะที่พุทธธรรมได้เผยแพร่มาทางทิศตะวันออก นำพาตำแหน่งมรรคผลสูงสุดแห่งดินกำแพงเมืองไป ราชวงศ์เทียนอู๋จึงวางแผนหมายจะช่วงชิงคืนมา อย่างน้อยที่สุดก็ต้องทวงตำแหน่งมรรคผลสูงสุดนั้นให้ได้”
“ทว่า…แดนสุขาวดีนี่เล่ากลับไร้ยางอายเกินทน”
เอ่ยถึงตรงนี้ หนังตาจ้าวมังกรเฒ่าก็กระตุกเล็กน้อย
“บวกกับข้อจำกัดของราชสำนักเต๋าเอง จึงทำให้พวกเขามิอาจหาโอกาสลงมือได้เลยตลอดมา”
“แต่ครั้งนี้…ต่างออกไปแล้ว”
“เพียงมีผู้ใดในราชสำนักเต๋าสามารถบรรลุวางรากฐานด้วยคัมภีร์ที่สอดคล้องกับดินกำแพงเมืองได้ แล้วเจียโย่วผู้นั้นมอบตำแหน่งขุนนางให้แก่เขา”
“นับแต่นั้นมา เมื่อระดับพลังผู้นั้นค่อย ๆ สูงขึ้น ไม่ว่าจะขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นปลาย หรือถึงขั้นสมบูรณ์ ราชสำนักเต๋าก็จะสามารถอาศัยสายสัมพันธ์ของตำแหน่งขุนนางและ ภาพลักษณ์แห่งการทำให้ผู้บำเพ็ญดินกำแพงเมืองยอมก้มหัว เพื่อบีบขับไล่ตำแหน่งสูงสุดแห่งธาตุดินกำแพงเมืองลงมา!”
“ถึงเวลานั้น ปฐพีข้างทางก็จักขึ้นมาแทนที่ได้”
“และเจียโย่วผู้นั้นก็จะสมปรารถนา ใช้ตำแหน่งมรรคผลสูงสุดก้าวสู่ขั้นปลายแห่งมรรคผลโอสถทองคำ มิเพียงยากจะหาผู้ทัดเทียมในยุคปัจจุบัน แม้หนทางสู่ขอบเขตก่อกำเนิดก็อยู่ไม่ไกล”
เอ่ยถึงตรงนี้ จ้าวมังกรเฒ่ายังเผยแววอิจฉาออกมาเล็กน้อย
ทว่าไม่นานก็กลับมาตั้งสติ หันมาสบตาลวี่หยางอีกครั้งแล้วเอ่ยว่า
“ครั้งนี้เจ้าทำได้ดีนัก ต่อไปจงรับใช้เจียโย่วให้เต็มกำลัง มุ่งสั่งสมบารมีให้มาก”
“หลานเข้าใจแล้ว!”
ลวี่หยางพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แต่แล้วก็เผยสีหน้าหม่นหมองออกมา
“แต่ท่านปู่…แผ่นดินเจียงตงนี้ลำเอียงรังเกียจผู้บำเพ็ญสายอสูรอย่างพวกเรามากเกินไป แม้หลานจะมีตำแหน่งอยู่บ้าง แต่ในที่นี้กลับไร้รากฐาน จะไปเยี่ยมเยือนผู้ใดก็มักถูกผู้บำเพ็ญสายมนุษย์ปฏิเสธไม่ยอมต้อนรับ”
“ขอท่านปู่ประทานวิธีรับมือให้แก่หลานด้วยเถิด!”
“วิธีรับมือรึ?”
จ้าวมังกรเฒ่าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนสมองจะหมุนคิดออกทันที ราชสำนักเต๋าเช่นนั้นน่ะหรือ หากใส่ใจแบ่งแยกคนกับอสูร ก็คงมิได้เปิดรับผู้บำเพ็ญสายอสูรเข้ามาตั้งแต่แรกแล้ว
เหตุที่ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพบ เกินครึ่งคงเป็นเพราะ ไร้ทรัพย์!
มิได้หยิบยื่นสินน้ำใจ แล้วจะให้ข้าช่วยเจ้าทำการใดเล่า?
นี่มันชัดเจนว่ากำลังขอเงินจากข้า!
จ้าวมังกรเฒ่าถึงบางอ้อในบัดดล จึงสะบัดมือใหญ่เอ่ยอย่างองอาจว่า
“ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวข้าจะส่งวัตถุดิบวิญญาณให้เจ้าชุดหนึ่งไป เราพันธุ์มังกรแท้ขาดสิ่งใดก็ได้ แต่ขาดเงินทองน่ะไม่มีวัน!”
เอ่ยถึงตรงนี้ น้ำเสียงของท่านยิ่งเปี่ยมล้นด้วยความโอ่อ่า กลับเป็นลวี่หยางที่ทำท่าลังเลใจ
“เช่นนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะ…ของเหล่านี้ล้วนเป็นสมบัติสะสมของเผ่ามังกรแท้เรา…”
จ้าวมังกรเฒ่าได้ฟังกลับหัวเราะเบา “ไม่มีสิ่งใดไม่เหมาะหรอก เลี้ยงพลพันวันย่อมเพื่อใช้ยามจำเป็น เจ้าสำคัญกว่าวัตถุดิบเหล่านี้เสียอีก แต่เพื่อกันเหตุไม่คาดฝัน ข้าจะเก็บวัตถุดิบเหล่านี้ไว้ในสมบัติแท้ชิ้นหนึ่ง ส่งมาพร้อมกัน สมบัติแท้ก็ให้เจ้ายืมติดตัวไว้ป้องกันตน จะได้เลี่ยงจากการถูกผู้มีใจคิดร้ายลอบทำร้าย”
“ท่านปู่ เช่นนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะ…”
“ไม่มีสิ่งใดไม่เหมาะ!”
ถ้อยคำของจ้าวมังกรเฒ่าหนักแน่นดังอาญาสวรรค์ พลันสลายเมฆมงคล กวาดส่งพลังทองคำสายหนึ่งข้ามผ่านพันล้านลี้มาตกกระทบลงกลางฝ่ามือของลวี่หยางด้วยเสียงดังสนั่น