- หน้าแรก
- เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์
- บทที่ 445 รบเจินจวิน
บทที่ 445 รบเจินจวิน
บทที่ 445 รบเจินจวิน
บทที่ 445 รบเจินจวิน
“ผู้ใดอยากประลองกับข้า?”
เสียงดังสนั่นประดุจฟ้าผ่า แผ่กระจายก้องกลางนภา การท้าทายอย่างจงใจเช่นนี้ ทำให้แววตาของเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินกับโพธิสัตว์เป่าเผิงสุ่ยเยวี่ยยิ่งเยียบเย็น
ทว่ากลับไร้ผู้ลงมือ
สองเจินจวินหาใช่คนธรรมดาไม่ ดวงตาแห่งการหยั่งรู้มองทะลุถึงฟ้า ย่อมแลเห็นได้ว่าภาวะของลวี่หยางในยามนี้คงอยู่ได้เพียงชั่วคราว มิคุ้มค่าที่จะสู้
เพราะหากแพ้ย่อมดับสิ้นทันที หากชนะก็เกรงว่าจะต้องเสียพลังไปครึ่งชีวิต ทั้งสองต่างมีภารกิจติดตัวมาด้วย และเพื่อสิ่งนั้นถึงกับเผาผลาญถ้ำสวรรค์ของตน แลกมาด้วยราคาสูงลิบ จะให้มาทิ้งชีวิตเพราะการต่อสู้ที่ไร้ความหมายเช่นนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้
ลวี่หยางเห็นดังนั้นก็ยิ้มบาง “ไม่มีหรือ?”
เขาหันไปมองเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวิน มุมปากยกขึ้น “ข้าสังหารตระกูลเย่จนสิ้นซาก ไม่เหลือผู้ใดเลย สหายมรรคไม่อยากสังหารข้าแก้แค้นหรือ?”
กล่าวจบก็เหลือบมองไปยังโพธิสัตว์เป่าเผิงสุ่ยเยวี่ย
“พุทธเกษตรบนแดนดินของแดนสุขาวดี ข้าก็เป็นคนทำลายลง ธรรมลักษณ์ที่พระผู้เป็นเจ้าประทานมาก็เพิ่งถูกข้าฟันสลาย สหายมรรคไม่อยากล้างแค้นให้หรือ?”
ด้านล่าง เหล่าเจินเหรินขั้นวางรากฐานที่เงยหน้ามองเจินจวินทั้งสามต่างตะลึงงัน โดยเฉพาะผู้มาจากแดนสุขาวดีกับนิกายกระบี่ ยิ่งไม่อาจเข้าใจได้
กล่าวมาถึงเพียงนี้แล้ว ไฉนยังไม่เริ่มสู้?
สู้กับเขาสักทีเถอะ!
แต่แม้จะถูกท้าทายตรงหน้า ผู้ที่มีแค้นล้างตระกูลอย่างเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินกลับยังคงเงียบงัน ไม่เลือกลงมือ
…ไม่คุ้ม
ครั้งนี้ที่ข้าลงมายังโลกหล้า ถ้ำสวรรค์ของข้าก็สั่นคลอนเต็มที เวลาเหลือไม่มาก ภารกิจสำคัญอันดับแรกคือยึดมั่นตำแหน่งมรรคผลกระบี่ แล้วนำมันกลับสู่นิกายกระบี่ให้ได้
เพียงเช่นนี้ หลังข้าสิ้นชีพ เจินจวินคนอื่นของนิกายกระบี่ก็จะมารับต่อให้มั่นใจว่าข้าสามารถกลับคืนสู่ตำแหน่งได้ ส่วนตระกูลเย่…ตายก็ช่าง หากข้าไม่ตาย ย่อมกลับชาติมาสร้างใหม่ได้ เพียงแต่งภรรยาอีกสักหลายสิบคน ลำบากหน่อยก็คงสร้างตระกูลขึ้นมาใหม่ได้เอง
เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินคิดได้ชัดเจน
เมื่อยอมเผาผลาญถ้ำสวรรค์ลงมาแล้ว ก็ไม่มีทางถอย ต้องเดินไปจนสุดเส้นทาง ความแค้นใดๆ ในสายทางแห่งมรรคก็เป็นเพียงเมฆหมอก
ดังนั้น ข้าไม่เพียงไม่สู้กับผู้นี้ ยังต้องดึงเขามาร่วมมือ!
เวลานี้ ศัตรูแท้จริงของนิกายกระบี่คือแดนสุขาวดี โพธิสัตว์เป่าเผิงสุ่ยเยวี่ยมิได้ลงมาด้วยเหตุเพราะลวี่หยาง แต่เพื่อขัดขวางเขา!
เดิมทีเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินยังไม่แน่ใจ แต่หากลวี่หยางยืนข้างเขา ช่วยถ่วงโพธิสัตว์เป่าเผิงสุ่ยเยวี่ยไว้ ก็ย่อมมีโอกาสเต็มร้อยที่จะฝังตำแหน่งมรรคผลกระบี่ลงในแดนสุขาวดีให้กำเนิด และนำกลับสู่นิกายกระบี่ได้โดยสมบูรณ์
ทว่าด้วยเหตุผลเดียวกัน แดนสุขาวดีก็เข้าใจดีเช่นกัน
“อะมิถาพุทธ!”
สิ้นเสียงพุทธะ โพธิสัตว์เป่าเผิงสุ่ยเยวี่ยก็เป็นฝ่ายเคลื่อนไหว โดยไม่แม้แต่จะเอ่ยสักคำ เพียงโผร่างลงสู่เบื้องล่างทันที
เพียงภาพนี้ ก็ทำให้สีหน้าเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินแปรเปลี่ยนเล็กน้อย
เพราะลวี่หยางมิได้ขัดขวาง กลับปล่อยให้โพธิสัตว์เป่าเผิงสุ่ยเยวี่ยไป และยังคงยืนขวางอยู่ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มแฝงเลศนัย
“…ทำไม?”
เงียบไปชั่วครู่ เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินก็เอ่ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ลงมาสู่โลกหล้า แววตาที่มองลวี่หยางเต็มไปด้วยรังสีสังหาร
“ไม่มีเหตุผล”
ลวี่หยางย่อมไม่คิดจะอธิบาย
พุทธเกษตรบนแดนดินฝั่งนั้นมีอั้งเซียวให้ปวดหัวแทน ข้าเพียงหาเรื่องให้อั้งเซียวทำ จะได้ไม่ว่างมายุ่งกับข้า
ลวี่หยางรู้จักอั้งเซียวดี
เพิ่งเล่นงานเขาไปครั้งใหญ่ หากมีโอกาส อีกฝ่ายย่อมไม่ปล่อย ต้องหาทางแก้แค้นแน่ และการใช้โพธิสัตว์เป่าเผิงสุ่ยเยวี่ยไปก็เป็นการถ่วงกำลังได้พอดี
ในทำนองเดียวกัน ฝั่งแดนสุขาวดีก็จะมีอั้งเซียวคอยถ่วง เพราะตำแหน่งมรรคผล ทองคำขาวเทียน ทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องปะทะกันอยู่แล้ว จึงไม่มีทางประนีประนอม
ส่วนเหตุที่เขาต้องการดวลกับเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินนั้นก็ง่ายดาย เพราะในหมู่ผู้คนตรงหน้า มีเพียงเขาที่ถือ เจตจำนงกระบี่ เช่นเดียวกัน หากคิดจะนำตำแหน่งมรรคผลกระบี่ไป ก็ต้องต่อสู้ให้รู้ว่าเจตจำนงของผู้ใดจะแกร่งกล้ากว่ากัน
นี่เป็นลักษณะเฉพาะของตำแหน่งมรรคผลกระบี่ที่กำหนดไว้ กระบี่ไม่มีที่สอง ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นจึงมีสิทธิ์ครอง!
“เจ้า”
เพียงชั่วพริบตา เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินก็เข้าใจเจตนา สีหน้าพลันเปลี่ยน “เพียงแค่เจ้า ยังคิดจะเอื้อมแตะมรรคกระบี่หรือ?”
“มีสิ่งใดทำไม่ได้?”
ลวี่หยางหัวเราะยาว “สหายมรรคเช่นท่านยังเป็นเจินจวินได้ ข้าเพียงอยากเอาตำแหน่งมรรคผลกระบี่ไป จะมีสิ่งใดไม่สมควรหรือ?”
ใบหน้าเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินมืดลงทันที
นี่มันพูดจาตอกย้ำข้อบกพร่องกันต่อหน้า!
อะไรคือท่านเช่นนี้ยังเป็นเจินจวินได้? ก็เพราะข้ามีจิตเช่นนี้ต่างหาก จึงได้เป็นเจินจวิน! ที่นี่แต่ไหนแต่ไรก็เป็นแดนที่ผู้ชนะครองทุกสิ่ง!
“เจ้านี่หาที่ตาย อาศัยเพียงคัมภีร์ถิงโยวครองตำแหน่งทองคำเทียม พลังไม่เกินเจินจวินนอกรีต แถมไม่อาจคงทน จะเทียบข้าเจินจวินสายตรงได้อย่างไร หากบีบให้ข้าสู้ตาย สุดท้ายผู้ที่ดับสิ้นก็จะเป็นเจ้า!” น้ำเสียงเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินเย็นเยียบ
อะไรคือนอกรีต?
ตำแหน่งมรรคผลที่ได้มาจากโลกภายนอก ก็คือนอกรีต! เจินจวินนอกรีตในฟ้าดินนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มี แต่พลังย่อมเทียบกับเจินจวินสายตรงไม่ได้
เรื่องนี้ลวี่หยางเองก็รู้ดี
เช่นจักรพรรดิเซียนแห่งโลกเซวียนหลิง ก็คือแบบอย่างของเจินจวินนอกรีต ผลสุดท้ายก็ไม่พ้นจบลงด้วยโศกนาฏกรรมทั้งแผ่นดินถูกแบ่งกิน
แต่เขากลับไร้ความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย
“สหายมรรคไม่อยากสู้ก็ได้ ถอยไปยืนดูข้างๆ เถอะ”
“คิดฝันไปเถอะ!” น้ำเสียงของเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินยิ่งเย็นเยียบ “เจ้าครองตำแหน่งทองคำเทียมจะอยู่ได้อีกนานเพียงใด? ไม่คิดเผื่อทางถอยให้ตนเองหรือ?”
ถ้อยคำแข็งกร้าว ทว่าภายในกลับแฝงความจำใจ
ใช่ เขาไม่อาจเข้าใจได้เลย ลวี่หยางไม่คิดเผื่อทางรอดให้ตัวเองบ้างหรือ? ก็แค่ตำแหน่งทองคำเทียม มิใช่เจินจวินทองคำแท้
เพื่ออะไรเล่า?
แต่กระนั้น เฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินในฐานะเจินจวินก็มิได้ลังเล เมื่อเห็นว่าไร้หนทางเจรจา เขาก็ไม่รีรออีกต่อไป กระแสพลังพลันระเบิดกึกก้อง!
“ในเมื่อเจ้าหาที่ตาย ข้าก็จะสนองให้!”
ลงมือแล้ว!
เพียงเห็นรัศมีใสแตกกระจาย เผยโฉมแท้ของเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวิน เส้นผมดำขลับปลิวสะบัดกลางลม มือยกขึ้นประหนึ่งเรียกสิ่งใดบางอย่าง
เกือบในเวลาเดียวกัน ลวี่หยางก็รู้สึกได้ว่าสมบัติแท้ กระบี่ญาณทัศนะสถิตแดนอัศจรรย์เร้นลับทะยานฟ้า ซึ่งเขาได้มาจากการสังหารร่างจำแลงของอีกฝ่าย กำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง วิญญาณแท้ภายในกระบี่ฟื้นคืนเต็มที่ และหลุดจากตราผนึกของเขา พุ่งตรงกลับไปหาเจ้าของเดิม
มรรคผลเรียกหา…หยุดไม่ได้
คิ้วลวี่หยางขมวดเล็กน้อย หลังครองตำแหน่งทองคำเทียมแล้ว เพียงมองกระบี่ญาณทัศนะสถิตแดนอัศจรรย์เร้นลับทะยานฟ้า ก็สามารถมองทะลุม่านหมอกได้มากมาย
ไม่น่าแปลกใจเลยที่สมบัติแท้จะฝึกได้ยากยิ่ง
สมบัติแท้ มีตำแหน่งอยู่เหนือสมบัติวิญญาณ ความแตกต่างของฐานะนั้นราวกับขั้นวางรากฐานกับมรรคผลทองคำ สิ่งที่ทำให้เกิดช่องว่างใหญ่หลวงเพียงนี้ จะไม่เกี่ยวข้องกับพลังแห่งมรรคผลได้อย่างไร?
เจินจวินมรรคผลทองคำมีความสามารถดึงพลังมรรคผลออกมา หล่อหลอมเป็นสมบัติมรรคผลที่เป็นของตนเอง ทว่า สมบัติมรรคผลเช่นนั้นต้องใช้เจินจวินเจ้าของเป็นผู้บ่มเพาะ ส่วนสมบัติแท้กลับต่างออกไป มันเกิดจากการประสานกันของตัววัตถุกับมรรคผล จากมุมหนึ่งแล้วถึงกับเป็นดั่งส่วนหนึ่งของมรรคผลเสียด้วยซ้ำ
ดังนั้น สมบัติแท้เมื่อมีเจ้าของแล้ว จึงยากจะถูกผนึก
เพราะต่อให้ผนึกใหญ่เพียงใด ก็ยากจะขวางการเรียกตรงจากมรรคผล เว้นเสียแต่จะใช้สมบัติแท้ที่ถนัดด้านการผนึกมาต่อกรเท่านั้น
“ฟัน!”
ครั้นกระบี่ญาณทัศนะสถิตแดนอัศจรรย์เร้นลับทะยานฟ้ากลับสู่มือ กระแสพลังของเฉิงเทียนเจิ้งเต๋อเจินจวินก็พุ่งสู่จุดสูงสุด ฟันออกหนึ่งกระบี่จนฟ้าดินสะท้าน!
แต่ลวี่หยางกลับมีใจฮึกเหิม ไร้ความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
“มา!”