เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 38 กลุ่มคนในทุ่งหญ้าสายลม

ตอนที่ 38 กลุ่มคนในทุ่งหญ้าสายลม

ตอนที่ 38 กลุ่มคนในทุ่งหญ้าสายลม


“ว่าไงนะ?”

เฉินเสี่ยวอี่ที่เพิ่งสู้เสร็จหันมาถามเฉินต้าเจี๋ยอีกครั้งเพราะไม่ได้ยินที่เขาพูด

เฉินต้าเจี๋ยชี้หุบเขาที่ห่างออกไป100เมตรและถามด้วยความสงสัย “นายไม่คิดว่าที่หุบเขามีการเคลื่อนไหวบางอย่างเหรอ?”

ทุ่งหญ้าสายลมเป็นทุ่งหญ้าที่มีลมแรงพัดตลอดเวลา

หญ้าบนพื้นสูงจนถึงเข่าของผู้เล่น

เมื่อสายลมพัดมา หญ้าที่ปลิวตามลมจะสะกิดขาของทุกคน

และในหน้าร้อนแบบนี้ทำให้เกือบทุกคนเลือกใส่กางเกงขาสั้น

เมื่อถูกหญ้าสะกัดเฉินเสี่ยวอี่จึงรู้สึกคันจนขนลุก

เขาก้มหน้าลงไปปัดน่องขาตัวเองขณะที่มองพี่ชาย

“หืม?”

เมื่อได้ยินสิ่งที่พี่ชายพูด เฉินเสี่ยวอี่ก็หันไปมองหุบเขาที่อยู่ไกลออกไป

ด่านที่สองคือหุบเขาสายลมซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีเนินเขายาวสองกิโลเมตรประกบกัน

มีทางเข้ากว้างเพียงสิบห้าเมตรเท่านั้น

ตอนนี้มีเถาวัลย์สีเขียวเข้มที่มีหนามแหลมจำนวนนับไม่ถ้วนพันกันเป็นกำแพงเถาวัลย์สูง30เมตรขวางทางด้านหน้าไว้

เถาวัลย์นี้สร้างโดยบอสมอนสเตอร์ต้นเถาวัลย์

เถาวัลย์มีความยืดหยุ่นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจนกว่าบอสมอนสเตอร์จะตาย

ต่อให้โดนบอลไฟขนาดสิบเมตรยิงใส่มันก็ฟื้นฟูได้

แน่นอนว่ามีวิธีผ่านไปได้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ทำแบบนั้น

เฉินเสี่ยวอี่จ้องผนังเถาวัลย์และจับตามองอยู่ครู่หนึ่ง

หลังจากยืนมองสองสามวินาที เขาก็ขมวดคิ้วพูดกับพี่ชาย “ไม่เห็นมีอะไรเลย ข้างในมันสงบมากเลยไม่ใช่เหรอ?”

“เอ๋? จริงเหรอ? แต่ฉันได้ยินเสียงลมแรงมาจากข้างใน…ฮ่าฮ่า บางทีฉันอาจจะหูฝาด!”

เฉินต้าเจี๋ยลูบหลังศีรษะแล้วหัวเราะ “ฉันนึกว่ามีใครกำลังสู้กับบอสด่านสองซะอีก”

“เป็นไปไม่ได้”

เฉินเสี่ยวอี่ปฏิเสธเขาทันที “ถ้าไม่เชื่อก็ลองมาดูเองสิ ตอนนี้ไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเลย”

“ถ้ามีคนกำลังสู้กับบอสมอนสเตอร์อยู่จริงมันคงไม่เงียบขนาดนี้”

“ใช่”

ทั้งสองคนเลิกสนใจเรื่องนี้และหันไปสู้กับมอนสเตอร์ต้นเถาวัลย์ที่อยู่ใกล้ๆ

มันคือมอนสเตอร์ทุ่งหญ้าสายลม ลำตัวเป็นต้นไม้ที่ขยับได้ด้วยการกระโดด มีเถาวัลย์หนามแหลมยาวสองเส้นปกคลุมบนต้นไม้ เถาวัลย์นี้เป็นทั้งมือและอาวุธของมัน

เถาวัลย์จะส่งเสียง‘ฟิ้วฟิ้ว’เมื่อโบกไปมาราวกับว่าตีอากาศ แค่เสียงนี้ก็ทำให้รู้สึกกลัวได้แล้ว

แต่ต้นเดือนแรกหลังจากเสินลู่ปรากฏขึ้นก็มีคนเจอจุดอ่อนของต้นเถาวัลย์และบอสต้นเถาวัลย์

นั่นก็คือไฟ!

สกิลไฟสามารถสร้างความเสียหายได้มากขึ้น

ไม่ใช่แค่นั้น เพราะตรงนี้เป็นทุ่งหญ้าจึงมีใครบางคนคิดหาวิธีที่ฆ่ามอนสเตอร์ทั้งหมดในด่านสองด้วยการจุดไฟในทุ่งหญ้านี้

หลังจากทดสอบแล้วพบว่ามันมีประสิทธิภาพมาก

ข้อบกพร่องที่ใหญ่ที่สุดของบอสด่านแรกอย่างต้นเถาวัลย์คือไม่สามารถเคลื่อนที่ได้

ต่อให้แกว่งเถาวัลย์หนามได้หลายสิบหรือหลายร้อยอันพร้อมๆ แต่มันเป็นแค่ต้นไม้ใหญ่ที่เคลื่อนไหวไม่ได้

ตราบใดที่ผู้เล่นโจมตีจากนอกระยะโจมตีของมัน การฆ่ามันก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

และการใช้ไฟเผาหญ้าเป็นทางออกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่เหตุผลที่ผู้เล่นเขต66ไม่ใช้วิธีนี้เป็นเพราะค่าประสบการณ์ของมอนสเตอร์ที่ถูกเผาด้วยเปลวไฟจะถูกแบ่งให้คนจุดไฟทุกคน

สำหรับผู้เล่นที่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งถือว่าเป็นเรื่องขาดทุน

และผู้เล่นเกือบทุกคนคิดว่าตัวเองแข็งแกร่ง...

......

02:25น.ในช่วงเช้า

ภายใต้การล้อมด้วยบอลไฟของผู้เล่นหลายร้อยคนเกือบครึ่งชั่วโมง บอสด่านแรกต้นเถาวัลย์ได้ตายลง

แม้พวกเขาจะได้ค่าประสบการณ์มากกว่า100จากการฆ่าบอสมอนสเตอร์ แต่เมื่อเฉลี่ยแบ่งทุกคนแล้วพวกเขาจึงได้แค่ไม่เท่าไหร่

หลังจากต้นเถาวัลย์ล้มลงมันก็ดรอปสกิลบางอย่าง

ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นไม่ได้หยิบมันขึ้นมา

ในช่วง20ปีที่มีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆนี้ ประเทศต่างๆทั่วโลกตั้งกฎโดยไม่ได้เขียนไว้นานแล้ว

หนึ่งในนั้นคือ—

ของดรอปจากบอสมอนสเตอร์ที่ทุกคนฆ่าพร้อมกันจะเป็นของพันธมิตรผู้เล่น

และแต่ละประเทศจะมอบเหรียญทองจำนวนหนึ่งให้ผู้เล่นทุกคนในเขตนั้นเพื่อเป็นการชดเชย

ซึ่งเรื่องนี้เป็นการลดการต่อสู้กันระหว่างผู้เล่น

ทุกประเทศทั่วโลกสนับสนุนว่าผู้เล่นควรช่วยเหลือซึ่งกันและร่วมมือด้วยความสามัคคี

“ใครจะเป็นคนเอาไอเทมไปส่ง?”

“แน่นอนว่าต้องเป็นคนที่ทุกคนเชื่อใจ”

ตอนนี้ทุกคนมองกันไปมา สุดท้ายพวกเขาก็หันไปมองหญิงสาวที่แยกตัวออกจากกลุ่มผู้เล่นและยืนมองท้องฟ้าอยู่คนเดียว

เมื่อเห็นการจ้องมองของทุกคนเธอจึงหันกลับมา

เธอมองฝูงชนอย่างงุนงง

“หืม?”

“อ๋อ”

ขณะที่ลั่วเหยากำลังแหงนหน้ามองท้องฟ้าอยู่แล้วเห็นทุกคนจ้องมาที่เธอ เธอก็รู้สึกงงเล็กน้อยจนกระทั่งเห็นไอเทมที่ดรอปอยู่ที่พื้น

“ได้ ฉันจะทำเอง”

เธอพยักหน้าและพูดอย่างรวดเร็ว

เธอเพิ่งมาที่นี่

ตอนที่มาถึงเธอก็เห็นต้นเถาวัลย์ถูกฆ่าไปแล้ว

เธอรู้สึกเศร้าเล็กน้อยที่ไม่ได้ค่าประสบการณ์ในการฆ่าบอสมอนสเตอร์ และไม่มีมอนสเตอร์ตัวอื่นเหลืออยู่บนทุ่งหญ้าอีก แล้ว

ที่เธอแหงนหน้าขึ้นฟ้าคือกำลังคิดว่าจะทำอะไรต่อไป

หลังจากยอมรับ‘ภารกิจ’ส่งมอบไอเทมแล้ว ลั่วเหยาก็เดินไปตรงกลางแล้วหยิบไอเทมขึ้นมา

[คุณได้รับสกิล4ดาว[เกลียวเถาวัลย์]]

[คุณได้รับสกิล5ดาว[ดูดซับแรงกาย]]

[คุณได้รับไอเทมระดับD [จิตวิญญาณของต้นเถาวัลย์]]

[คุณได้รับไอเทมระดับE [กิ่งและใบของต้นเถาวัลย์]]

“ทุกคนเห็นเหมือนกันนะว่ามีไอเทมสี่ชิ้น”

เพื่อให้ทุกคนเห็นได้ชัดเจน เธอจึงหยิบขึ้นมาช้าๆทีละชิ้น

เมื่อเห็นว่าผู้คนรอบข้างพยักหน้าเห็นด้วย เธอจึงเก็บไอเทมด้วยความมั่นใจ

หลังจากเห็นลั่วเหยาเก็บไอเทมเสร็จ ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นจึงเริ่มพูดคุยกันเมื่อเห็นว่ายังเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง

“ยังเหลืออีกครึ่งชั่วโมง แล้วจะทำอะไรต่อล่ะ?”

“กลับไปที่ค่ายแล้วสู้กับมอนสเตอร์รอบนอก หรือว่านายอยากไปเส้นทางหลักต่อ?”

“จะเป็นแบบนั้นยังไง? มอนสเตอร์ด่านสองของเส้นทางหลักมีเลเวล15 มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเราสู้ได้เลย”

“ล้อเล่นน่า กลับกันเถอะ”

“เปิดกำแพงเถาวัลย์กันก่อนเถอะ...”

การเปิดช่องเล็กๆบนกำแพงเถาวัลย์สูง30เมตรกว้าง15เมตรไม่ใช่ปัญหา

ผู้เล่นหลายคนก็ทำแบบนี้เช่นกัน

คนมากมายไม่อาจระงับความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองได้ พวกเขาต้องการเห็นสภาพแวดล้อมและมอนสเตอร์ในด่านต่อไป

แม้ว่าจะเคยเห็นในฟอรัมมาแล้ว

แต่เมื่อพวกเขาได้เข้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง ความสดใหม่และความปรารถนาในการสำรวจก็ยังมีอยู่

จบบทที่ ตอนที่ 38 กลุ่มคนในทุ่งหญ้าสายลม

คัดลอกลิงก์แล้ว