- หน้าแรก
- เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์
- บทที่ 399 หนึ่งกระบี่เปิดฟ้า วางรากฐานสมบูรณ์
บทที่ 399 หนึ่งกระบี่เปิดฟ้า วางรากฐานสมบูรณ์
บทที่ 399 หนึ่งกระบี่เปิดฟ้า วางรากฐานสมบูรณ์
บทที่ 399 หนึ่งกระบี่เปิดฟ้า วางรากฐานสมบูรณ์
ดินแดนเจียงหนาน นิกายกระบี่หยก
เหนือผาจี๋เทียน เจินเหรินปราบมารพำนักนั่งขัดสมาธิ สายตาจับจ้องเงียบงันอยู่บนท้องฟ้า เบื้องเหนือศีรษะมีรัศมีแห่งบุญกุศลพุ่งทะลุเมฆา เป็นสัญญาณแห่งโชควาสนาที่กำลังรุ่งโรจน์ยิ่งในยามนี้
ทว่า...บนใบหน้าของเจินเหรินปราบมารกลับไร้ซึ่งความยินดีแม้แต่น้อย
'นั่นคือการเร่งรัดของสวรรค์แล้ว'
นับแต่เจินจวินทั้งหลายเร้นกาย โชควาสนาของเขาก็เริ่มเบ่งบาน และยิ่งบานสะพรั่งมากขึ้นทุกวัน บัดนี้แทบจะแปรเป็นรูปธรรมอันเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เจินเหรินปราบมารอดมิได้ที่จะถอนหายใจเบาๆ
'เดิมทีข้าคิดว่าเมื่อสิบปีก่อน การคว้าจุดชีพจรปฐพีแห่งเขากะโหลก น่าจะช่วยลดทอนโชควาสนาของข้าลงได้บ้าง ใครเลยจะคาดว่า...ฟ้าดินกลับไม่ไยดีแม้แต่น้อย'
ยามลวี่หยางออกแสวงหาจุดชีพจร เหตุใดเขาจึงลงมือด้วยตนเอง?
เพราะห่วงใยลวี่หยาง ไม่อยากให้เขาจากไปอย่างบุ่มบ่าม ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง ทว่าเหตุผลสำคัญยิ่งกว่านั้น...คือการลงมือนั้นยังส่งผลดีต่อตัวเขาเองด้วย
ซึ่งสุดท้ายก็เป็นดั่งที่คาด
โชควาสนาทั่วร่างของลวี่หยางล้วนมลายหายไป เห็นชัดว่าถูกฟ้าดินลงโทษ และหากยึดตามหลักแห่งฟ้าดินผู้ลงมือก็ควรต้องโดนลงโทษไปด้วย
แต่สิ่งที่ทำให้เจินเหรินปราบมารจนใจนัก...ก็คือฟ้าดินกลับทำประหนึ่งมองไม่เห็นเขา ลงทัณฑ์แต่ลวี่หยางเพียงผู้เดียว กลับทำเป็นละเลยเขาโดยสิ้นเชิง เห็นได้ชัดว่าฟ้าดินเองก็ไม่ต้องการแตะต้องเขายามนี้ กลัวจะทำลายโอกาสอันดีในการยืนยันมรรคผลแห่งกระบี่ของเขา
“...ฟ้ากำหนด”
คิดได้ดังนี้ เจินเหรินปราบมารก็ถอนใจอีกครั้ง กำลังจะกลับไปนั่งขัดสมาธิหลับตาบำเพ็ญต่อ เพื่อใช้เจตจำนงแห่งกระบี่กดทับมิให้โชควาสนาเพิ่มพูน ทว่าในขณะนั้นเอง
“เฉ้ง! เฉ้ง!”
เสียงกระบี่ร้องใสกังวานพลันดังขึ้นจากในผาจี๋เทียน ครู่เดียว ฟ้าดินแปรปรวน คลื่นลมปั่นป่วน เสียงกระบี่กึกก้องลั่นทั่วทิศ
ความเปลี่ยนแปลงฉับพลันนี้ ดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมายในพริบตา
เจินเหรินปราบมารยิ่งถึงกับลืมตาขึ้นฉับพลัน เกือบจะทันทีที่เสียงกระบี่แรกดังขึ้น เขาก็ระบุต้นตอได้แม่นยำ และบนใบหน้าก็ฉายแววปลื้มปิติโดยไม่อาจหักห้าม
“ดี! ดี! ดี!”
น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!
'เพียงสิบปีเท่านั้น... หรือว่าเส้นชีพจรปฐพีจะมีคุณสมบัติขัดเกลากระบวนกระบี่ได้จริง? ข้าคิดว่าเขาเพียงกล่าวลอยๆ เพื่อหลอกลวงข้า... ที่แท้กลับเป็นเรื่องจริง!'
เจินเหรินปราบมารถึงกับปลื้มยินดิจนไม่อาจระงับใจ
คิดได้ถึงเพียงนี้ เขายังอดมิได้ที่จะเกิดความคิดว่า... วันหน้าจะลองฟันทำลายเส้นชีพจรปฐพีสักเส้นสองเส้นดูบ้าง เผื่อเจตจำนงแห่งกระบี่ของตนจะมีความเปลี่ยนแปลงบ้างหรือไม่
...และในเวลาเดียวกัน ณ ถ้ำแห่งหนึ่งในผาจี๋เทียน
ร่างจำแลงแห่งกระบี่ของลวี่หยางนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะฟาง ส่วนรากฐานกระบี่ วิชากระบี่หมิงเหอกุมทองคำพิทักษ์โลกา ก็วางพาดเรียบบนตักเบื้องหน้า
ไร้ทั้งปราณกระบี่ ไร้ซึ่งการแสดงอานุภาพใดๆ พลังแห่งกาย ใจ และจิต ของเขาในยามนี้ ล้วนรวมศูนย์อยู่ที่กระบี่เล่มนี้แต่เพียงหนึ่งเดียว
พลังวิชานับหมื่นพันรวมกันเป็นจุดแสงเพียงจุดเดียว ณ ปลายคมกระบี่ ดูเผินๆ อาจเหมือนไร้พิษสง ทว่าแท้จริงแล้ว นี่คือการสั่งสมของทั้งวิชาเทพและพลังวิชาทั้งมวลแห่งร่างจำแลงนี้ถึงขีดสุด!
เจตจำนงแห่งกระบี่!
ขอบเขตที่สามแห่งวิถีกระบี่ ในเชิงทฤษฎีสามารถเทียบเคียงได้กับเจินจวินแห่งมรรคผลโอสถทองคำ หากแต่เพราะมรรคผลแห่งกระบี่ยังมิได้อุบัติขึ้น จึงยังต้องหยุดอยู่เพียงระดับของวิชาเทพในขั้นวางรากฐานเท่านั้น!
สวรรค์เจ็ดยอแสง
ปรากฏการณ์สะเทือนฟ้าที่สะท้านไปทั่วกว่าครึ่งของนิกายกระบี่นั้น ที่แท้ก็เป็นเพียงคลื่นสะท้อนแห่งเจตจำนงกระบี่แท้จริงเท่านั้น... ส่วนรากแท้ของมัน ย่อมหนีไม่พ้นต้องสถิตอยู่ ณ ตัวตนแท้จริงของลวี่หยางในยามนี้
'นี่คือ... เจตจำนงแห่งกระบี่'
เพียงพริบตา แดนหลี่เหินเทียนจึงยุบตัวลงอีกครา เผชิญหน้ากับเมฆทัณฑ์แห่งสวรรค์เจ็ดยอแสง กระนั้นกลับมีเงาร่างของลวี่หยางแปรผันขึ้นอีกครั้ง ยืนตระหง่านอยู่กลางนภาเงียบงัน
“ปลอดภัยแล้วหรือ?”
เมื่อเห็นฉากนี้ บรรพชนถิงโยวย่อมเผยรอยยิ้มยินดีทันที
ลวี่หยางพยักหน้ารับคำ จากนั้นไม่เอ่ยวาจาให้เสียเวลา รีบร้อนคว้าเอาธงหมื่นวิญญาณออกมาทันที
“ยังต้องรบกวนท่านบรรพชน... ช่วยนำผลแห่งมรรคในนั้นออกมาให้ด้วย”
“ดี!”
บรรพชนถิงโยวหาได้เคลือบแคลงในคำตัดสินใจของลวี่หยางแม้แต่น้อย กระทั่งด้วยปัญญาอันเฉียบล้ำ เพียงครุ่นคิดชั่วครู่ก็หยั่งรู้ได้โดยพลันถึงแผนการในใจของเขา จึงรีบประสานมือทำมุทราเพื่อแสดงเคล็ดในทันใด
ผลแห่งมรรคที่ยังเป็นเพียงเค้าโครงในธงหมื่นวิญญาณนั้น ลวี่หยางแทบไม่เคยได้แตะต้อง อีกทั้งยังมีพื้นปัญญาไม่อาจเทียบเท่า ด้วยเหตุนี้จึงอาจยืมแรงจากมันได้เพียงผิวเผิน แต่หากคิดจะอัญเชิญเค้าโครงผลแห่งมรรคนี้ให้ปรากฏขึ้นอย่างแท้จริงแล้วไซร้ ย่อมต้องเป็นหน้าที่ของผู้ที่ทั้งมีสถานะเป็นวิญญาณแห่งธง และได้ฝังใจศึกษาอย่างยาวนานเช่นบรรพชนถิงโยวเท่านั้น
“โครม!”
ในชั่วขณะถัดมา ก็เห็นธงใหญ่พลันสะบัดคลี่ออก ทันใดนั้นกลับมีไข่มุกล้ำค่าลูกหนึ่งที่ดูคล้ายควบแน่นราวกับรวมประกายแสงเจิดจ้านับหมื่นไว้ ปรากฏอยู่ในมือของบรรพชนถิงโยว ก่อนจะวางลงกลางนภา
เกือบจะในเวลาเดียวกัน เสียงฟ้าร้องก็ระเบิดลั่น!
ทัณฑ์ฟ้าแต่เดิมที่ตั้งเป้าจะฟาดลงยังลวี่หยาง บัดนี้กลับเบนทิศทางออกไปอย่างฉับพลัน แถมยังเผยกลิ่นอายโลภละโมบอย่างเข้มข้น พุ่งตรงไปยังไข่มุกนั่นอย่างมุ่งมั่น!
เป็นไปดั่งที่ลวี่หยางคาดการณ์ไว้
สวรรค์เจ็ดยอแสง... สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นเพียงเด็กน้อยผู้หนึ่ง จิตสำนึกยังพร่าเลือนไม่แจ่มชัด ครั้นสัมผัสได้ถึงคุณูปการแห่งเค้าโครงผลมรรคในธงหมื่นวิญญาณเข้า ก็หันหลังทอดทิ้งลวี่หยางในบัดดล
แน่นอนว่า ที่มันตัดสินใจเช่นนี้ ก็เพราะในสายตาของสวรรค์เจ็ดยอแสง ลวี่หยางในยามนี้หาได้ก่ออันตรายใดอีกต่อไป มิมีทางคุกคามต่อมันได้โดยแท้ ฉะนั้นจึงยอมเบือนความสนใจออก และนั่นก็เป็นสิ่งที่ลวี่หยางคาดหมายไว้ล่วงหน้าเช่นกัน เขาจึงให้ความร่วมมือโดยทำท่าทางอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรงอย่างสมบูรณ์
ใบหน้าซีดเผือดดังแผ่นทองคำ รูปกายโอนเอนคล้ายจะล้มลงได้ทุกเมื่อ
ทว่าในมือของเขา กลับเงียบงันแน่นิ่ง หากแต่จับแน่นอยู่กับลี่เจี๋ยโปว กระแสพลังวิชาและวิชาเทพทั่วร่างไหลหลั่งประดุจมหานที... ทว่าไม่หลงเหลือร่องรอยของเจตนาเข่นฆ่าแม้แต่น้อย
“คนนอก... รับความตายเถอะ!”
ในวินาทีนั้นเอง เหล่าผู้เฝ้าซุ่มรออยู่เนิ่นนานอย่างเจ้าที่เมืองหลวงอู๋หนิงและปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ต้าเยี่ยน ก็โถมออกมาพร้อมกัน พวกเขาเป็นด่านทดสอบของลวี่หยางแต่แรก ครานี้จึงไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“ผัวะ!”
ร่างของลวี่หยางถูกปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ต้าเยี่ยนซัดเข้าตรงๆ ในบัดดล เขาก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว กลิ่นอายพลังวิชายิ่งอ่อนแรงทั่วร่าง บาดแผลปริแตกราวกับใยแมงมุมปรากฏขึ้นทั่วสรรพางค์
อีกฟากหนึ่ง เจ้าที่เมืองหลวงอู๋หนิงก็เข้าจู่โจมพร้อมกัน
พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งธูปเทียนหมุนแปรเปลี่ยนเป็นโซ่เหล็กนับพันนับหมื่น พุ่งทะลวงเข้าใส่กระดูกหัวไหล่ของลวี่หยางโดยตรง ความปวดร้าวบนใบหน้าของเขาจึงยิ่งทวีชัดเจน ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลงคุกเข่าอยู่กับพื้น
ไม่ว่ามองอย่างไร... ในยามนี้ชีวิตของเขาก็ประหนึ่งเปลวประทีปกลางพายุ ริบหรี่ใกล้มอดม้วยเต็มที
เมื่อเห็นภาพนี้ ไม่เพียงแต่ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ต้าเยี่ยนและเจ้าที่เมืองหลวงอู๋หนิงจะถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้แต่สวรรค์เจ็ดยอแสงเองก็ถอนความสนใจออกจากลวี่หยางไปเกือบหมด
“ครืนครืนครืน!”
ทัณฑ์ฟ้าทุกสายพลันระเบิดออก รังสีสายฟ้าระลอกแล้วระลอกเล่าซัดสาดออกมาจากนภา ทว่าครั้งนี้หาได้มุ่งลงยังลวี่หยางอีกต่อไป หากแต่กระหน่ำลงปะทะกับเค้าโครงผลแห่งมรรคในธงหมื่นวิญญาณ ซึ่งก็แผ่พลังกวาดต้านกลับอย่างรุนแรงไม่แพ้กัน
เค้าโครงผลแห่งมรรคทั้งสองตน... เปิดศึกชิงชัย!
ระหว่างการปะทะอันดุเดือดนั้น ทัณฑ์สวรรค์ซึ่งสวรรค์เจ็ดยอแสงเพียรรวบรวมขึ้นอย่างสุดกำลังก็ค่อยๆ อ่อนแรงลงเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน เค้าโครงผลแห่งมรรคในธงหมื่นวิญญาณก็เริ่มอับแสงลงทีละน้อย
ท้ายที่สุด สวรรค์เจ็ดยอแสงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
พลังแห่งฟ้าดินไร้รูปร่างแผ่ซ่านออกมาทั่ว ทันใดนั้น ลวี่หยางก็ได้เห็นอีกครั้ง ณ จุดลึกที่สุดของสวรรค์เจ็ดยอแสง... ตราประทับที่วาดจากลายลึกลับประหนึ่งมังกรและหงส์พลิ้วไหวกำลังปรากฏขึ้นอีกครา
'เวลา...มาถึงแล้ว!'
ในพริบตา ลวี่หยางเงยหน้าขึ้น
แม้ชีวิตของเขายังคงดั่งประทีปริบหรี่กลางสายลม ทว่าแขนขวาของเขาที่คลุมด้วยแขนเสื้อก็สะบัดออก เผยให้เห็นมือที่กำลังจับกระชับกระบี่ลี่เจี๋ยโปว ปลายกระบี่คมกล้าพุ่งตรงสู่สวรรค์เจ็ดยอแสง
กระบี่ลี่เจี๋ยโปวเดิมทีก็คือกระบี่วิเศษชั้นเลิศ ประกอบด้วยห้าความอัศจรรย์ เหลือเพียงก้าวเดียวก็จะกลายเป็นสมบัติแท้ ทว่าเมื่อตกอยู่ในมือของลวี่หยางซึ่งก่อเกิดเจตจำนงแห่งกระบี่ได้แล้ว ก็ประหนึ่งม้าชั้นยอดพบเจอผู้รู้ค่า ปลายกระบี่สั่นสะท้าน แสงกระบี่สลับสว่างมืด ฉับพลันก็สะท้อนให้เห็นสายแสงแห่งกระบี่นับไม่ถ้วนทั่วจักรวาล!
ประกาศเดช!
ในชั่วพริบตานั้นเอง พลันปรากฏผืนฟ้าแห่งใต้หล้าอันเลือนลับ ด้ามกระบี่ห้าสียกขึ้นสูง พร้อมด้วยลายลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์จากสามถ้ำที่เผยชัดตรงหน้า
แม้ภาพเบื้องหน้าจะงดงามดุจมหรสพฟ้าดิน แต่กลับไร้ซึ่งกระแสสังหารแม้สักน้อย
กระทั่งกระบี่แทงทะลุตราประทับนั้น ซึ่งเป็นเค้าโครงแห่งตำแหน่งมรรคผลของสวรรค์เจ็ดยอแสงที่แปรเปลี่ยนเป็นรูปร่าง ทุกอย่างก็พลันเผยออกมาโดยแจ่มชัด
เสียงหนึ่งซึ่งเกินกว่าจะพรรณนาได้ก็ดังกึกก้องขึ้นกะทันหัน ก้องสะท้อนก้องไปทั่วทั้งในและนอกสวรรค์เจ็ดยอแสง
ขณะเดียวกัน ลวี่หยางกลับรู้สึกราวกับพานพบฝนเย็นหลังความแห้งแล้งยาวนาน พลังแก่นแท้แห่งฟ้าดินนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้าร่างเขาผ่านหนึ่งกระบี่นี้ ราวกับคลื่นบ้าคลั่ง!
วินาทีถัดมา ร่างเขาก็ปรากฏแสงศักดิ์สิทธิ์ของวิชาเทพสายที่สี่
'รับบัญชาสวรรค์!'
ในพริบตานั้น วิชาเทพทั้งสี่สายพลันเชื่อมประสานกัน ภายใต้การหลอมรวมของเจตจำนงแห่งกระบี่ จนกลายเป็นสายแสงหนึ่งสายที่ฉีกความมืดออกเป็นเสี่ยง!
“เปิด!”
ณห้วงเวลานั้น... ทั่วทั้งแดนสวรรค์เจ็ดยอแสงพลันเงียบสงัด ก่อนจะถูกกระบี่ของลวี่หยางผ่าแยกออกอย่างฉับพลัน!
และที่รอยแยกของคมกระบี่ ธงหมื่นวิญญาณโบกสะบัดขจรขยาย...กลืนกินอาณาเขตของสวรรค์เจ็ดยอแสง
หากเป็นก่อนหน้านี้ สวรรค์เจ็ดยอแสงยังอาจขัดขืนได้โดยง่าย ทว่าเวลานี้ มันเพิ่งสิ้นเปลืองพลังมหาศาล อีกทั้งถูกลวี่หยางฟันกระบี่เข้าใส่ บัดนี้จึงหมดสิ้นเรี่ยวแรงโดยแท้ จำต้องล่าถอย
มันจำต้องพักฟื้นเสียก่อน จึงจะสั่งสมพลังกลับคืนได้อีกครั้ง
…แต่ลวี่หยางมีหรือจะให้โอกาสนั้น?
ขณะที่มันกำลังพักฟื้น ทุกวินาทีล้วนถูกลวี่หยางช่วงชิงพลังไปทีละน้อย มันแม้จะสงบพัก แต่พลังก็ลดถอยลงเรื่อยๆ อย่างไม่อาจหยุดยั้ง!
ตูม!
เสียงฟ้าคำรามอีกครา!
พร้อมกับที่สวรรค์เจ็ดยอแสงค่อยๆ ถูกดูดกลืนเข้าสู่ธงหมื่นวิญญาณ จิตพลังแห่งลวี่หยางก็แกร่งกร้าวขึ้นเรื่อยๆ
ณเบื้องหลังศีรษะของเขา...แสงศักดิ์สิทธิ์สายที่ห้าพลันปรากฏ!
แสงนั้นคล้ายดั่งกาวประสาน ผสานทุกวิชาเทพที่เคยแยกจากกันให้เชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียว
หมื่นพันวิชาเทพ…พันลวดลายแห่งแสง สุดท้ายกลับรวมหลอมกลายเป็นหนึ่งวงแสงอันสูงส่ง ขาวสะอาดดั่งหยกขัด ปรากฏเด่นอยู่เบื้องหลังของลวี่หยาง
เป็นหนึ่งกับโลก!
ชั่วพริบตาถัดมา จิตพลังของลวี่หยางพลันข้ามผ่านขอบเขตอันยากจะข้ามพ้น
จิตใจกระจ่างแจ้ง, ปราณแท้จริงบรรจุ, วิชาบรรจบมหามรรค, รับบัญชาสวรรค์, เป็นหนึ่งกับโลก!
ครบครันห้าวิชาเทพ
วางรากฐานสมบูรณ์!