เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31 บทสนทนา

ตอนที่ 31 บทสนทนา

ตอนที่ 31 บทสนทนา


“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเขาก็สมควรโดนแล้วล่ะ”

ฟางเฉิงมองจ้าวเจ๋อที่โดนเผาอย่างเย็นชาโดยไม่คิดจะช่วย

หลิงอี้สงสัย “ไม่กลัวว่าฉันโกหกเหรอ?”

พอพูดจบเขาก็เห็นฟางเฉิงส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม

“ฉันมีกระดิ่งพูดความจริง มันจะส่งเสียงถ้านายโกหก”

“อ้อ เข้าใจแล้ว”

หลิงอี้พยักหน้าอย่างครุ่นคิดแล้วถามด้วยความสงสัย “คุณจะดูเขาตายไปเฉยๆแบบนี้? จะไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?”

ในความเห็นของเขา นี่น่าจะไม่ใช่แนวทางของคนมีคุณธรรม

“ไม่มีปัญหา”

ฟางเฉิงส่ายหัว “ชายคนนี้บุกเข้าบ้านของผู้เล่นคนอื่นแล้วถูกทุบตีจนตาย...ยังไงนี่ก็เป็นครั้งที่เจ็ดแล้วที่เขาตาย”

“พอเขาโดนเผาเสร็จแล้วเดี๋ยวฉันพากลับไปเอง”

“เขาฟื้นคืนชีพได้?”

“ใช่ ฟื้นคืนชีพแล้วต้องไปรับโทษต่อ มีผู้เล่นชั่วร้ายหลายคนที่คิดว่าความตายเป็นการปลดปล่อยหลังจากทำเรื่องเลวร้าย เพื่อยุติความคิดแบบนั้นพวกเราจึงคืนชีพให้พวกเขาแล้วส่งไปรับโทษ”

พอพูดถึงตรงนี้ฟางเฉิงก็หยุดพูด

เขามองหลิงอี้ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “ต่อให้อยู่ในหลุมฝังศพ20ปี แต่ถ้ายังไม่ได้รับการลงโทษ เราจะคืนชีพให้มารับบทลงโทษก่อน เมื่อบทลงโทษหมดลงเราจะปล่อยให้เขานอนในโลงต่อไป”

“แบบนี้เอง”

ฟางเฉิงมองหลิงอี้และเตือนอย่างจริงจัง “หลังจากที่นายเป็นผู้เล่นนายต้องควบคุมตัวเอง อย่าเข้าไปในบ้านของคนอื่น อย่าใช้สิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง และอย่าใช้สกิลในที่สาธารณะ...”

หลิงอี้พยักหน้าตอบ

'แปลก ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้น? หรือเขารู้ว่าฉันเพิ่งกลายเป็นผู้เล่น?’

ฟางเฉิงเห็นบางอย่างจากใบหน้าของชายหนุ่มจึงทำให้ใบหน้าจริงจังของเขาผ่อนคลายลง

เขาทำหน้าเป็นมิตรอย่างรวดเร็วและพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “โดยปกติแล้วฉันจะรู้จักผู้เล่นทั้งหมดในเมืองอึ๋งหั่วของเรา คนที่ฉันไม่รู้จักส่วนใหญ่จะเป็นคนนอกกับผู้เล่นใหม่ในช่วงสองเดือนนี้”

“ถ้าเดาไม่ผิด นายน่าจะเป็นผู้เล่นของเดือน5ใช่ไหม?”

“( ̄ェ ̄;) เอ่อ...”

“หรือจะเป็นเดือน6...อ่า ไม่เป็นไร การเพิ่มเลเวลช้า...ถือเป็นเรื่องปกติ ฉันก็เพิ่มเลเวลช้าเหมือนกัน”

ฟางเฉิงยิ้มอย่างเขินอายเล็กน้อย

จากนั้นเขาก็พูดอย่างสุภาพ “ถ้าไม่มีอะไรแล้วนายสามารถไปได้เลย ปล่อยให้ฉันจัดการตรงนี้เอง”

“ได้”

......

เมื่อหลิงอี้กลับมาหลินซูโหรวก็รีบบอกเรื่องโจวสือที่อยู่ข้างบ้านทันที

หลังจากนั้นไม่นานโจวสือก็ถูกพาตัวไปพร้อมกับจ้าวเจ๋อ

08.00น.

หลิงอี้เพิ่งกินอาหารเช้าแสนอร่อยเสร็จ ดวงอาทิตย์ส่องแสงเข้ามาในห้องโถง ทั่วทั้งห้องสว่างไสวและอบอุ่น

เขาเอนตัวนอนบนโซฟาในห้องโถง

หลังจากนั้นไม่นานหลินซูโหรวที่ถอดผ้ากันเปื้อนออกก็เดินช้ามานั่งข้างเขา

นั่นทำให้กลิ่นหอมของเธอลอยมาเตะจมูกหลิงอี้

“ขอบคุณนะ”

เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “การมีนายอยู่ด้วยดีกว่าจริงๆ...”

หลิงอี้คิดว่าเธอจะพูดขอบคุณต่อ แต่เธอกลับพูดว่า “แต่นายบอกว่าเข้าเสินลู่เมื่อวานไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงมีสกิลสนับสนุนได้ล่ะ?”

ตอนนั้นเธอได้ยินเสียงของหลิงอี้ที่อยู่ด้านนอก เธอกังวลเรื่องความปลอดภัยของเขาจึงวิ่งขึ้นมาดูจากชั้นสอง

นั่นจึงทำให้เธอเห็นหลิงอี้ใช้สกิลสนับสนุนดาบธาตุคู่ชนะจ้าวเจ๋อ

“ฉันคงเลื่อนเป็นเลเวล10ในสองวันไม่ได้อยู่แล้วใช่ไหมล่ะ?”

“ฮ่าฮ่า นั่นก็จริง”

หลินซูโหรวปิดปากหัวเราะและเชื่อว่าหลิงอี้เป็นหนึ่งในผู้เล่นเดือน5

ภายใต้สถานการณ์ปกติ

ผู้เล่นทั่วไปสามารถเลื่อนเป็นเลเวล10ได้ในครึ่งเดือน และเลื่อนเป็นเลเวล13ในหนึ่งเดือน

ความแข็งแกร่งที่หลิงอี้แสดงให้เห็นใกล้เคียงกับเลเวล10—ในฐานะแขกของที่นี่ เขาสามารถตัดสินใจเองได้ว่าจะบอกหรือไม่บอกเรื่องนี้

“แต่คิดไม่ถึงเลยว่านายจะมีธาตุคู่...เป็นคนที่มีอนาคตสดใดจริงๆ”

หลินซูโหรวมองหลิงอี้และพูดด้วยความอิจฉา

ใบหน้าหยกของเธอแสดงให้เห็นอารมณ์ที่นึกย้อนกลับในช่วงที่เธอเป็นผู้เล่น

หลิงอี้เลิกคิ้วขึ้น ความอยากรู้อยากเห็นบังเกิดในใจเขา

“ตอนนี้เธอกลายเป็นคนธรรมดาแล้ว เธอเข้าการคัดเลือกผู้เบ่นอีกรอบไม่ได้เหรอ?

หลินซูโหรวบอกเรื่องของเธอให้เขาฟังเมื่อวาน

ตอนนั้นหลิงอี้คิดว่าเขาคงไม่ได้ติดต่อกับเธอมากนักจึงไม่ทำความเข้าใจเรื่องนี้

แต่ตอนนี้เขาตัดสินใจอยู่กับเธอแล้ว เขารู้สึกว่าจำเป็นต้องรู้สถานการณ์ของเธอเพิ่ม

“ไม่ได้”

หลินซูโหรวส่ายหัวแล้วถอนหายใจ “ความจริงแล้วตอนนี้ฉันยังเป็นผู้เล่นอยู่ แต่เป็นผู้เล่นที่ไร้พลัง”

“สกิล คุณสมบัติของผู้เล่น หรือแม้แต่ไอเทมในกระเป๋าเป้ก็ยังมีอยู่ แต่ไม่สามารถใช้งานได้”

“โอ้!?”

เมื่อได้ยินเธอพูดถึงไอเทมในกระเป๋าเป้ หลิงอี้ก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก

เขารีบถามว่า “ในกระเป๋าเป้ของเธอมีอะไรเหรอ!?”

พอเห็นความอยากรู้อยากเห็นของหลิงอี้ออกหน้าออกตาหลินซูโหรวก็อึ้งไปครู่หนึ่ง เธอยิ้มหวานให้เขาจนดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว “ไม่มีอะไรมากหรอกก็แค่สมบัติ อาวุธ แล้วก็สกิลบางอย่าง”

เธอใช้มือจับผมทาบหูแล้วพูดต่อ “แต่ในกระเป๋าเป้ฉันมีสกิลที่มีค่า น่าเสียดายจริงๆ”

“ถ้าไม่มีข้อจำกัดเรื่องนี้ฉันคงให้สกิลนายแล้ว”

ถึงจะไม่ให้เขาก็ไม่เป็นไร หลิงอี้สะกดความอยากรู้เอาไว้ไม่ได้ “สกิลอะไร?”

“ฮิฮิ”

พอได้เห็นท่าทางอยากรู้ของหลิงอี้ หลินซูโหรวเลยอดไม่ได้ที่จะใช้มือปิดปากแล้วหัวเราะออกมา

เธอตระหนักได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้ามีความคิดที่เรียบง่าย เขาไม่ได้ปิดบังความคิดของเลย

ต่างจากคนอื่นๆที่มีความคิดแยบยล ทุกคำพูดต้องมีความหมายลึกซึ้งและน่ารำคาญ

เธอหยุดหัวเราะที่เหมือนระฆังอย่างรวดเร็ว

เมื่อเห็นการจ้องด้วยความแปลกใจของหลิงอี้ใบหน้าเธอจึงแดงเล็กน้อย เธอตอบอย่างรวดเร็ว “เป็นสกิลเก้าดาวที่หายากมาก มันลดสติปัญญาของศัตรูได้ชั่วคราว”

“ลดสติปัญญา?”

“ใช่ มันทำให้ศัตรูโง่ได้”

“มีใครเคยลองหรือยัง?”

“ยังไม่มี ปัจจุบันน่าจะมีแค่ฉันคนเดียวที่มีมัน”

“ว่าไงนะ?”

“เพราะมันดรอปจากบอสมอนสเตอร์ที่อยู่ในการประเมินเท่านั้น และเขตของพวกฉันก็โดนประเมินเหมือนกัน บอสมอนสเตอร์ประเภทนี้มีแค่ตัวเดียวในการประเมินและฉันก็ได้สกิลมาจากมัน”

หลังพูดจบหลินซูโหรวก็เสริมว่า “นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันบอกว่ามันหายากมาก”

เมื่อได้ยินแบบนั้นหลิงอี้ถึงกับหมดคำจะพูด “ทำไมเธอไม่บอกตั้งแต่แรกว่ามีแค่ตัวเดียว”

“ฮิฮิ”

หลินซูโหรวปิดปากหัวเราะอีกครั้ง

ไหล่ที่สั่นเทาส่งกลิ่นหอมออกมามากขึ้น

เห็นได้ชัดเจนว่าตอนนี้เธอมีความสุขมาก

จบบทที่ ตอนที่ 31 บทสนทนา

คัดลอกลิงก์แล้ว