- หน้าแรก
- เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์
- บทที่ 6 วิถีการบำเพ็ญเพียรของนิกายมาร
บทที่ 6 วิถีการบำเพ็ญเพียรของนิกายมาร
บทที่ 6 วิถีการบำเพ็ญเพียรของนิกายมาร
บทที่ 6 วิถีการบำเพ็ญเพียรของนิกายมาร
เมื่อเดินเข้าไปในหอเก็บคัมภีร์ เบื้องหน้าก็เห็นชายชราผมดอกเลาผู้หนึ่งกำลังนอนอยู่บนเก้าอี้โยกอย่างเบื่อหน่าย ตากแดด ถือตำราเต๋าเล่มหนึ่งอ่านอย่างจริงจัง
ทันทีที่ลวี่หยางก้าวเข้าไป เขาก็เหลือบตาขึ้นมอง
“มาใหม่รึ?”
ชายชรากล่าวเสียงเรียบ “เข้าไปเลือกเอาเองเถิด จำไว้ หากไม่ทำตามกฎเกณฑ์ที่เขียนไว้ ข้าจะไม่รับผิดชอบหากเจ้าตาย”
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะ”
ลวี่หยางประสานมือคารวะ จากนั้นจึงก้าวไปยังทิศทางของชั้นตำรา
สมแล้วที่เป็นเช่นนั้น เพียงเขาเข้าใกล้ ป้ายศิษย์ที่เอวก็ราวกับสัมผัสถึงอะไรบางอย่าง ประกายแสงจางๆปรากฏขึ้น จากนั้นก็กลายเป็นอักขระแถวแล้วแถวเล่าลอยขึ้นกลางอากาศ
“ลวี่หยาง ศิษย์แห่งยอดเขาปะสานฟ้า”
“สามารถรับ คัมภีร์หยินหยางหรรษามังกรพยัคฆ์สมสู่ ได้ และครั้งแรกสามารถกู้ยืมแลกเปลี่ยนเคล็ดวิชาโดยไม่ต้องวางมัดจำ”
ลวี่หยางไม่ลังเล รีบรับไว้ทันที
ถัดมา เนื้อหาของเคล็ดวิชาปรากฏบนป้ายศิษย์ จิตของเขาพลันจมลึกเข้าไป ศึกษาอยู่นานนับครู่จึงค่อยดึงกลับมาได้
“วิชานี้…เหตุใดถึงเหมือนกับ คัมภีร์เต๋าบรรพกาล ที่แบ่งเป็นตอนต้นตอนปลาย?” เมื่อนึกถึงจุดจบชาติปางก่อน สีหน้าของลวี่หยางก็พลันมืดหม่น “คัมภีร์หยินหยางหรรษามังกรพยัคฆ์สมสู่ หากสำเร็จสมบูรณ์ จะสามารถหลอมปราณมังกรพยัคฆ์หยินหยางสายหนึ่ง จัดอยู่ในระดับชั้นห้า ตามทฤษฎีแล้วพุ่งตรงสู่การวางรากฐาน…แต่สิ่งที่ข้าได้รับกลับมีเพียงบทรวมลมปราณเท่านั้น!”
ด้วยบทเรียนจากชาติก่อน ทำให้ลวี่หยางหวาดระแวงต่อวิชาที่ถูกทิ้งไว้ครึ่งทางถึงขีดสุด ถึงขั้นเคยคิดจะละทิ้งไม่บำเพ็ญเพียรเสียเลย
แต่เมื่อตรึกตรองเนิ่นนาน เขาก็ได้แต่ถอนหายใจ “อย่างไรก็ต้องฝึก!”
หากฝึก อนาคตอาจมีภัยซ่อนเร้น
แต่หากไม่ฝึก อนาคตอาจไม่มีให้ไขว่คว้าเลย
ยิ่งไปกว่านั้น วิชา หยินหยางหรรษามังกรพยัคฆ์สมสู่ ลี้ลับยิ่งนัก ไม่เพียงสามารถดูดซับพลังชีวิตจากเป้าหมาย แต่ยังสามารถดูดซับความรู้ของอีกฝ่ายได้!
ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาบำเพ็ญ วิชาเทพ หรือประสบการณ์ เขาสามารถดูดซับได้ทั้งหมด!
“นอกจากนี้ ผู้ถูกเคล็ดวิชานี้ดูดซับ ยังจะถูกครอบงำความคิดไปทีละน้อย จนสุดท้ายภักดีต่อผู้ฝึกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น กลายเป็นหุ่นเชิดที่ยอมพลีชีพให้อย่างเต็มใจ…ช่างเป็นวิชามารที่ลึกล้ำถึงที่สุด”
ลวี่หยางเพ่งพินิจเคล็ดวิชา ค่อยๆ ทำความเข้าใจอย่างเงียบงัน
ครึ่งชั่วยามผ่านไป เขาจึงลองเดินปราณ ปลายนิ้วมีปราณสองสายไหลเวียน ก่อรูปมังกรพยัคฆ์ แฝงเค้าลางจะหลอมรวมเป็นปราณสายใหม่…
“อึก!”
ทันใดนั้น ใบหน้าลวี่หยางซีดขาว ปราณที่ปลายนิ้วพลันสลายหายไป
“ล้มเหลวหรือ…ก็ใช่ แม้ข้าจะเข้าใจทฤษฎีแล้ว แต่ยังไม่เคยผ่านการลงมือจริง…เคล็ดวิชาบำเพ็ญคู่มิใช่สิ่งที่คนเดียวฝึกได้”
แต่เขามิได้ท้อถอย กลับหันมามองชั้นตำรานานัปการตรงหน้า
ตามกฎของหอเก็บคัมภีร์ ศิษย์ใหม่เช่นเขายังมีสิทธิ์อีกครั้ง ที่จะกู้ยืมแลกเปลี่ยนเคล็ดวิชาได้โดยไม่ต้องวางมัดจำ
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ ภายในหอนี้มิได้มีเพียงวิชามารเท่านั้น
ยังมีอีกมากที่เห็นได้ชัดว่าเป็นเคล็ดวิชาของนิกายใหญ่ฝ่ายธรรมะ ทั้งยังครอบคลุมหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น การทำนาย คัมภีร์กระบี่ หรือวิชาธาตุทั้งห้า ล้วนมีครบถ้วน
“วิชาตัดสวรรค์น้อย คัมภีร์มรรคผลเที่ยงแท้ห้าธาตุไท่อี่ เคล็ดวิชาแท้จริงอายุวัฒนะ เคล็ดกระบี่เทียนเซียว...”
ลวี่หยางเลือกอยู่เนิ่นนาน ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจได้
“เคล็ดกระบี่เทียนเซียว ราคา: หนึ่งพันแต้ม”
“ตรวจพบว่าเป็นการแลกเปลี่ยนครั้งแรก สามารถกู้ยืมได้โดยไม่ต้องวางมัดจำ อัตราดอกเบี้ยร้อยละสามสิบหกต่อปี ผ่อนสิบปี ท่านจะรับหรือไม่”
“เท่าไหร่นะ!?”
ลวี่หยางแทบสบถ ดอกเบี้ยร้อยละสามสิบหกต่อปี หมายถึงทุกปีต้องชำระสี่ร้อยหกสิบแต้ม สิบปีรวมแล้วสี่พันหกร้อยแต้ม!
กู้พัน คืนสี่พันหกร้อย?
สูบเลือดกินเนื้อชัดๆ!
“เดี๋ยวก่อน…ข้าไม่เหมือนคนอื่นนี่!”
สายตาของลวี่หยางพลันสว่างวาบ กู้ยืมแบบไม่ต้องวางมัดจำและดอกเบี้ยบ้าคลั่งเช่นนี้ สำหรับผู้อื่นอาจเป็นเหวลึก แต่สำหรับเขา…ไม่มีความหมายอะไรเลย!
อย่างมากก็เริ่มใหม่ หนี้ชาติปางก่อนเกี่ยวอะไรกับเขา!
เพราะฉะนั้น ขอเพียงเขาต้องการ ก็สามารถกวาดเอาเคล็ดวิชาและวิชาเทพจากหอเก็บคัมภีร์มาเปล่าๆได้โดยสิ้นเชิง!
ในเมื่อเขาไม่ได้คิดจะชำระคืน ลวี่หยางก็ยิ่งใจเย็นลง โบกมือกว้างในทันที ไม่แม้แต่จะกระพริบตาก็ยอมกู้ซื้อ เคล็ดกระบี่เทียนเซียว
แต่เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ก่อนหน้านี้เมื่อได้ คัมภีร์หยินหยางหรรษามังกรพยัคฆ์สมสู่ เคล็ดวิชาถูกส่งมาพร้อมเนื้อหาเต็มโดยตรง ทว่าในครั้งนี้ เขากลับได้รับเพียงข้อความบอกว่า:
“เคล็ดวิชากำลังจัดส่ง คาดว่าจะถึงถ้ำบำเพ็ญภายในสามวัน”
“โปรดรอคอยอย่างอดทน”
เมื่อเห็นข้อความบนป้ายศิษย์ ลวี่หยางก็ฉงน อะไรคือเคล็ดวิชากำลังจัดส่ง? หรือว่านี่เป็นต้นฉบับล้ำค่า มิได้มีการคัดลอกรึ?
แม้คิดดังนั้น เขาก็ยังเชื่อมั่นว่า นิกายศักดิ์สิทธิ์คงไม่กล้าเบี้ยวเคล็ดวิชาไปดื้อๆ
ก่อนกลับ เขาจึงเข้าไปหาชายชราที่นั่งอยู่หน้าหอเก็บคัมภีร์อีกครั้ง
“ผู้อาวุโส…”
ลวี่หยางเพิ่งจะประสานมือคารวะ ชายชราที่นั่งเก้าอี้โยกก็เอ่ยขึ้นทันทีว่า “ไม่ต้องเรียกผู้อาวุโส ข้าเองก็เป็นศิษย์ของนิกาย เพียงแค่อายุมากกว่าเจ้าเล็กน้อยเท่านั้น”
ลวี่หยางได้ยินก็ชะงักไป ก่อนจะเปลี่ยนคำพูด “เช่นนั้น…ศิษย์พี่ ท่านรู้หรือไม่ว่าในนิกายมี เตาหลอมบำเพ็ญคู่ สำหรับผู้ฝึกเคล็ดวิชาบำเพ็ญคู่หรือไม่”
อยู่ในนิกายมาร ลวี่หยางย่อมไม่คิดเรื่องจะรักษาความสะอาดไร้มลทิน ยิ่งไม่คิดรังเกียจวิชาบำเพ็ญคู่ อะไรที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น เขาล้วนต้องการใช้ให้หมด
“เตาหลอมงั้นหรือ…”
ชายชราหันมามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นทันทีว่า “เจ้ากู้ซื้อเคล็ดวิชาแล้วหรือไม่?”
ลวี่หยางนิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นจึงพยักหน้า
“ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้อีกแล้ว”
พูดพลาง ริมฝีปากชายชราก็ผุดรอยยิ้มชวนคิด “การกู้ซื้อเคล็ดวิชานั้นแม้น่าชัง แต่ก็ใช่ว่าจะไร้สวัสดิการ…”
“กลับไปรอที่ถ้ำบำเพ็ญเถิด!”
ลวี่หยางเต็มไปด้วยความสงสัย จึงหันหลังกลับไปยังถ้ำบำเพ็ญของตน
แต่ไม่นาน ลวี่หยางก็เข้าใจเสียทีว่าเหตุใด เคล็ดกระบี่เทียนเซียว จึงต้องใช้เวลาส่งมอบ และ “สวัสดิการ” ที่ชายชรากล่าวถึงแท้จริงคืออะไร
……..........
สามวันถัดมา มีกล่องหนึ่งใบถูกส่งมาถึงหน้าประตูถ้ำบำเพ็ญของลวี่หยาง
เขายกกล่องนั้นเข้ามา เปิดออก
สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาคือสตรีหนึ่งนาง รูปร่างโค้งเว้าสมบูรณ์งดงาม ดวงตาเรียวยาวคมกริบเปล่งรังสีองอาจ กลับถูกมัดมือเท้า ยัดอยู่ในใจกลางของกล่อง
นางแม้จะมิใช่โฉมงามล่มเมือง แต่ก็นับว่าเกิดมางามโดยธรรมชาติ
ใบหน้าเปลือยเปล่าไร้สีสันเครื่องสำอาง กลับยิ่งเผยให้เห็นความสงบเย็นและความงามสะอาดตาเหนือสามัญ
ยิ่งไปกว่านั้น เพราะถูกขังอยู่ในกล่องร้อนอับนานเกินไป เหงื่อใสเกาะพราวทั่วร่างของนาง หยดแล้วหยดเล่าไหลรินจากลำคอขาวนวล ลงสู่ร่องอกเบื้องล่าง
“นิกายมาร!”
สตรีนางนั้นเบิกตาเพ่งมองลวี่หยาง แววตาแทบจะแช่งชักหักกระดูกเขาเป็นหมื่นชิ้น แต่พริบตาต่อมา เมื่อประเมินชะตากรรมตนเองออก ใบหน้างามก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ลวี่หยางเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้ว “เจ้า…เป็นศิษย์แห่งนิกายกระบี่หยกสวรรค์หรือ?”
“ใช่แล้วจะอย่างไร!” สตรีผู้นั้นหลับตาลงช้าๆ แก้มขาวนวลปรากฏหยาดน้ำตาสองสายไหลริน “ฆ่าข้าเสียเถิด!”
ลวี่หยางถึงบางอ้อทันที
เคล็ดกระบี่เทียนเซียว คือวิชาเทพลับเฉพาะของนิกายกระบี่หยกสวรรค์ หัวเรือใหญ่แห่งฝ่ายธรรมะทางใต้ ก่อนหน้านี้เขายังสงสัยอยู่ว่านิกายศักดิ์สิทธิ์ไปนำมาได้อย่างไร
บัดนี้เขาเข้าใจแล้ว
คัมภีร์หยินหยางหรรษามังกรพยัคฆ์สมสู่ สามารถดูดซับทั้งพลังชีวิตและความรู้ประสบการณ์ของเป้าหมาย และนิกายศักดิ์สิทธิ์ก็จัดการส่งศิษย์แท้จริงของนิกายกระบี่หยกสวรรค์มาให้เขาโดยตรง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากเขาต้องการ เคล็ดกระบี่เทียนเซียว ก็เพียงดูดซับนางเท่านั้น
“เช่นนี้ทั้งได้ถ่ายทอดเคล็ดวิชา ทั้งยังจัดหา เตาหลอมบำเพ็ญคู่ ให้พร้อมในคราวเดียว คุ้มค่าสองต่อ เป็นการใช้ประโยชน์ถึงที่สุดจริงๆ…”
ใช้ทรัพยากรให้หมดสิ้น คือนิสัยแท้ของนิกายศักดิ์สิทธิ์
เมื่อเทียบกับฝ่ายธรรมะที่บำเพ็ญเพียรโดยทรหดยากลำบาก ฤดูหนาวก็ฝึกท่ามกลางหิมะ ฤดูร้อนก็ฝึกกลางแดดแผดเผา นี่แหละคือวิถีการบำเพ็ญเพียรของนิกายมาร!