- หน้าแรก
- สามก๊ก ยอดจิตรกรเจ้าสำราญแห่งตระกูลเจิน
- บทที่ 551 - เซอร์ไพรส์ของฮวงเย่อิง พี่สาวไช่!
บทที่ 551 - เซอร์ไพรส์ของฮวงเย่อิง พี่สาวไช่!
บทที่ 551 - เซอร์ไพรส์ของฮวงเย่อิง พี่สาวไช่!
หองจอเชิญจางซุ่ยลงจากหลังม้า
แต่ไกลออกไป เขาชี้ไปที่ชายชราพลางกล่าวว่า "น้องชายจ้าว นั่นคือน้องชายไม่เอาถ่านของข้า ฮวงเสงหงัน"
แล้วชี้ไปที่ฮวงเย่อิง ยิ้มกล่าว "หลานสาวอาโฉ่ว น้องชายจ้าวเคยเจอแล้ว"
"มองดูเช่นนี้ นางดูเรียบร้อยเป็นกุลสตรีใช่หรือไม่"
จางซุ่ยยิ้มรับและพยักหน้า
ลิยู เฉินเต้า และจ้าวถง รีบติดตามมา
เมื่อทั้งสองฝ่ายพบกัน หองจอก็แนะนำจางซุ่ยให้ฮวงเสงหงันรู้จัก "น้องชาย นี่คือจงหลางเจียงแห่งจี้โจว นามว่าจ้าวลี่ เป็นน้องชายของตู้เว่ยแห่งลู่เจียง นามว่าจูล่ง"
ฮวงเสงหงันมองจางซุ่ยด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย แล้วประสานมือคารวะ "ฮวงเสงหงันคารวะท่านแม่ทัพน้อย"
ฮวงเย่อิงย่อกายคารวะจางซุ่ยอย่างอ่อนช้อย
จางซุ่ยรีบคารวะตอบ
วันนี้หองจออารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาเชื้อเชิญจางซุ่ย ลิยู เฉินเต้า และจ้าวถงเข้าไปในบ้าน
ทิ้งให้ฮวงเย่อิงอยู่คุยเป็นเพื่อนจางซุ่ย หองจอลากฮวงเสงหงัน พร้อมเรียกพวกลิยู เฉินเต้า และจ้าวถงแยกตัวออกไป
ฮวงเย่อิงจะดูไม่ออกถึงเจตนาของหองจอได้อย่างไร
ภายใต้ผ้าคลุมหน้า ใบหน้าที่ขาวจนเกินพอดีของนางปรากฏรอยแดงระเรื่อด้วยความอับอาย
รอจนหองจอและคนอื่นๆ จากไป ฮวงเย่อิงจึงกัดฟัน เอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า "ท่านแม่ทัพน้อย ท่านลุงคงพูดอะไรที่เกินเลยกับท่านใช่หรือไม่"
จางซุ่ยเองก็ไม่โกหก
คนฉลาดคุยกัน
เสแสร้งไปก็ไม่มีประโยชน์
จางซุ่ยกล่าว "ใช่ ท่านเจ้าเมืองหองบอกว่าเจ้าเพียบพร้อมทั้งกิริยาและสติปัญญา เป็นตัวเลือกที่ดีที่จะมาเป็นภรรยา"
ฮวงเย่อิงถอนหายใจ กล่าวว่า "ท่านแม่ทัพน้อย ท่านอย่าได้เก็บมาใส่ใจ"
"ผู้น้อยรู้ตัวเองดี"
"ผู้น้อยถึงวัยปักปิ่นมาหลายปี ก็ไม่มีใครมาสู่ขอ"
"ตั้งแต่เล็กจนโต คนรุ่นเดียวกันพอเห็นผู้น้อย ก็บอกว่าผู้น้อยอัปลักษณ์น่าเกลียด"
"หลายคนถึงกับไม่ยอมพูดคุยด้วย ไม่ยอมเล่นด้วย"
"นี่คงเป็นสาเหตุที่ผู้น้อยชอบขลุกอยู่กับพวกสิ่งประดิษฐ์กลไก"
"มีเพียงการฝังตัวอยู่ในตำราเหล่านี้ ผู้น้อยถึงจะสัมผัสได้ถึงพลังอันไร้ขอบเขต"
"สิ่งประดิษฐ์ในตำรา ไม่เคยรังเกียจว่าผู้น้อยหน้าตาอัปลักษณ์"
"ในทางกลับกัน จนถึงตอนนี้ ผู้น้อยสามารถประดิษฐ์เครื่องมือที่ยอดเยี่ยมกว่าท่านพ่อได้แล้ว"
"ทุกครั้งที่เห็นท่านพ่อทำตาโตด้วยความตกตะลึง ผู้น้อยถึงจะรู้สึกว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่"
จางซุ่ยฟังฮวงเย่อิงระบายความในใจ ก็รู้สึกเห็นใจอยู่บ้าง
มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม ยากนักที่จะมีใครเมินเฉยต่อคำวิจารณ์ของคนอื่นได้จริงๆ
เหมือนตัวเขาเอง
ตอนโดนจูล่งค่อนขอดว่าใช้แต่ท่อนล่างคิด เขาก็เจ็บปวดใจเหมือนกัน
เห็นฮวงเย่อิงสีหน้าเศร้าสร้อย จางซุ่ยลุกขึ้น เดินไปหยุดตรงหน้าฮวงเย่อิง ใช้นิ้วชี้ขวาเชยปอยผมสีทองของนางขึ้นมา กล่าวว่า "พูดอะไรอย่างนั้น"
"แบบไหนกันที่เรียกว่าอัปลักษณ์"
"ผมสีทองของแม่นางฮวง งดงามดั่งแสงรุ่งอรุณ ประกายสีทองอร่าม สวยงามยิ่งนัก"
ปล่อยเส้นผมลง จางซุ่ยค่อยๆ เลิกผ้าคลุมหน้าของนางขึ้นท่ามกลางสายตาตกตะลึงของฮวงเย่อิง ยิ้มพลางพิจารณาใบหน้าขาวผ่องราวกับเปล่งแสงได้ กล่าวว่า "รูปโฉมนี้ แม้จะไม่ใช่ที่หนึ่งในใต้หล้า แต่ข้ากล้ายืนยันได้ว่า เป็นหนึ่งในหญิงงามล่มเมืองที่หาได้ยากยิ่งที่ข้าเคยพบ"
"ดวงตาก็งดงาม"
"เขียวมรกต ราวกับสระน้ำลึก"
"หากแบบนี้เรียกว่าหญิงอัปลักษณ์ งั้นส่งแม่นางฮวงแบบนี้มาให้ข้าสักร้อยคน ข้าก็ยินดีรับไว้เป็นภรรยาทั้งหมด"
ฮวงเย่อิงสบตาจางซุ่ย ใบหน้าแดงซ่านขึ้นอย่างรวดเร็ว
นางจ้องมองจางซุ่ยตาค้าง จนกระทั่งผ้าคลุมหน้าถูกเลิกขึ้น นางก็ยังไม่ตอบสนอง
นางโตมาขนาดนี้ ไม่เคยมีใครชมโฉมหน้านางเลย
ยิ่งไม่ต้องพูดถึง การบอกว่าผม ดวงตา และใบหน้าของนางงดงามถึงขั้นล่มเมือง
ฮวงเย่อิงนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่กว่าจะได้สติ รีบดึงผ้าคลุมหน้าลงจากมือจางซุ่ย เสียงสั่นเครือเอ่ยว่า "ท่านแม่ทัพน้อยไม่ต้องปลอบใจผู้น้อย ผู้น้อยรู้ตัวเองดีเจ้าค่ะ"
"คำพูดที่ไม่จริงใจของท่านแม่ทัพน้อย จริงๆ แล้วก็ทำร้ายจิตใจคนฟังเช่นกัน"
"ผู้น้อยแม้จะเป็นเพียงสตรี แต่ก็ชินชากับคำนินทาว่าร้ายของโลกใบนี้แล้ว"
"แม้บางครั้งจะเสียใจอยู่บ้าง แต่ก็ทำร้ายผู้น้อยไม่ได้แล้ว"
"ผู้น้อยคบหากับตำราเป็นเพื่อน..."
จางซุ่ยพูดแทรกขึ้น ชี้ไปที่หน้าตัวเองอย่างหงุดหงิด "เจ้าดูดีๆ หน้าข้าเหมือนคนกำลังประจบสอพลอเจ้าหรือ"
"อีกอย่าง พูดแบบไม่เกรงใจ ข้าเป็นถึงจงหลางเจียงแห่งเหอเป่ย เป็นน้องชายของตู้เว่ยจูล่งแห่งลู่เจียง"
"ด้วยฐานะของข้า อย่าว่าแต่แม่นางฮวงเลย ต่อให้เจอท่านเจ้ามณฑลเกงจิ๋ว ข้าก็ไม่จำเป็นต้องประจบ"
"ข้าแค่พูดความจริงเท่านั้น"
ฮวงเย่อิงถูกจางซุ่ยดุเข้าให้ ก็ก้มหน้าลง
ไม่รู้ทำไม นางกลับรู้สึกว่าคำพูดดุดันของชายหนุ่มตรงหน้า ช่างไพเราะจับใจเหลือเกิน
หัวใจเต้นแรงด้วยความหวานชื่น
แม้คนผู้นั้นจะไม่รังเกียจตน
แต่เมื่อเทียบกันแล้ว ชายหนุ่มตรงหน้ากลับทำให้รู้สึกสบายใจกว่า
จางซุ่ยดุฮวงเย่อิงไปยกหนึ่ง น้ำเสียงจึงอ่อนลง "วันหน้าห้ามพูดว่าตัวเองอัปลักษณ์อีก"
"เจ้าคือคนสวย"
"ช่วงที่ข้าอยู่ที่นี่ ใครกล้าว่าเจ้าอัปลักษณ์ ข้าจะทุบหัวมันให้แบะ"
ฮวงเย่อิงเงยหน้าขึ้น ลอบมองจางซุ่ยแวบหนึ่ง เอ่ยเสียงเบา "พวกเขาก็ไม่กล้าพูดต่อหน้าหรอกเจ้าค่ะ"
"ผู้น้อยแม้อัปลักษณ์..."
จางซุ่ยจ้องเขม็ง
ฮวงเย่อิงรีบกลับคำ "ผู้น้อยแม้... แม้จะงามล่มเมือง"
คำว่า "งามล่มเมือง" สี่คำนี้ ฮวงเย่อิงเค้นออกมาจากไรฟัน
ภายใต้ผ้าคลุมหน้า ใบหน้าของนางแดงก่ำราวกับตูดลิง
โตมาป่านนี้ นางไม่เคยคิดเลยว่า สี่คำนี้จะมีวันที่ถูกนำมาใช้บรรยายตัวนางเอง
จางซุ่ยพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "แล้วไงต่อ"
ฮวงเย่อิงบ่นอุบอิบ "ชอบบังคับคนอื่นจริง"
ข้ากับท่านยังไม่สนิทกันเสียหน่อย
ทำไมถึงเผด็จการนักนะ
ถึงจะคิดเช่นนั้น ฮวงเย่อิงก็ยังกล่าวต่อ "พวกเขาก็ไม่กล้าว่าผู้น้อยซึ่งหน้าหรอกเจ้าค่ะ"
"อย่างไรเสีย ผู้น้อยก็เป็นคนตระกูลหอง หนึ่งในห้าตระกูลใหญ่แห่งเกงจิ๋ว"
จางซุ่ยด่าทอ "พวกตาถั่ว ไม่รู้จักของสวยของงาม"
"ถ้าเจ้าเรียกว่าขี้เหร่ ใต้หล้านี้ก็ไม่มีผู้หญิงสวยแล้ว"
"แม่นางฮวง เราต้องมั่นใจเข้าไว้ อย่าไปถือสาพวกคนเขลา"
"ข้าเป็นคนซื่อสัตย์มาแต่ไหนแต่ไร"
"ข้าไม่โกหก"
"ความงามของเจ้าคืองามล่มเมือง"
"ความสามารถของเจ้า ในบรรดาสตรี เป็นคนที่สองที่ข้าเคยพบว่ายอดเยี่ยมที่สุด"
"อย่าได้ดูถูกตัวเองอีก"
"คนอื่นห้ามพูด เจ้าตัวเองยิ่งห้ามพูด"
"ผู้หญิงที่มีความมั่นใจ คือผู้หญิงที่มีเสน่ห์ที่สุด"
ฮวงเย่อิงกัดริมฝีปากแดง ลอบมองจางซุ่ย
ผู้ชายคนนี้ ปากหวานจริงๆ
พูดจาฉอดๆ
ไม่กี่ประโยค ทำเอานางใจเต้นระรัว
เพียงแต่...
ฮวงเย่อิงถามด้วยความสงสัย "แล้วสตรีที่มีความสามารถคนที่สองที่ท่านแม่ทัพน้อยเคยพบคือใครหรือเจ้าคะ"
จางซุ่ยเห็นฮวงเย่อิงถาม ภาพความงามของไช่เหวินจีก็ผุดขึ้นมาในหัว ยิ้มกล่าว "นางชื่อไช่เอี๋ยน เป็นบุตรสาวคนโตของมหาปราชญ์ไช่หยง"
"นางไม่เพียงเชี่ยวชาญกาพย์กลอนและดนตรี ความจำยังเป็นเลิศอีกด้วย"
ฮวงเย่อิงร้องด้วยความยินดี "ที่แท้ก็พี่สาวไช่ เช่นนั้นก็ไม่แปลกแล้วเจ้าค่ะ"
(จบแล้ว)