- หน้าแรก
- สามก๊ก ยอดจิตรกรเจ้าสำราญแห่งตระกูลเจิน
- บทที่ 451 - ซุนขิม: แผนกำจัดจางซุ่ย
บทที่ 451 - ซุนขิม: แผนกำจัดจางซุ่ย
บทที่ 451 - ซุนขิม: แผนกำจัดจางซุ่ย
เมื่อจูสู้ลับสายตาไปแล้ว อ้วนเสี้ยวจึงหันไปถามซุนขิมที่นั่งเงียบมาตลอด "อิ้วยั่ว (ชื่อรองซุนขิม) ท่านลองว่ามาซิ"
"อย่าบอกนะว่า ท่านก็มีความเห็นเหมือนท่านจูสู้"
ซุนขิมจึงลุกขึ้น คารวะอ้วนเสี้ยวกล่าว "ข้าน้อยไม่กล้าพูด"
อ้วนเสี้ยวเงยหน้ามองซุนขิม แค่นหัวเราะ "ท่านพูดอะไรกับข้าเนี่ย?"
"ข้ายึดถือหลักความสมดุลมาตลอด ไม่ชอบให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจมากเกินไป"
"ความเห็นของพวกท่าน ข้าล้วนรับไว้พิจารณา ไม่เคยเข้าข้างฝ่ายใด"
"มาบัดนี้ ท่านกลับบอกข้าว่า ท่านไม่กล้าพูด?"
ซุนขิมฟังอ้วนเสี้ยวพูดเช่นนั้น จึงลังเลครู่หนึ่งก่อนกล่าว "ข้าไม่เห็นด้วยกับท่านจูสู้"
"ท่านจูสู้กับท่านเตียนห้องเป็นพวกเดียวกัน"
"พวกเขาล้วนเป็นแกนนำกลุ่มจี้โจว"
"ครั้งนี้เตียวคับและโกหลำไม่ได้กลับมาด้วย ยากจะบอกได้ว่าไม่มีท่านเตียนห้องบงการอยู่เบื้องหลัง"
"ลำพังท่านเตียนห้องคนเดียว จะคิดแผนการร้ายกาจเช่นนี้ได้อย่างไร?"
"ตามที่ข้าคาดเดา ท่านจูสู้——"
ซุนขิมยิ้มบางๆ ไม่พูดเรื่องนี้ต่อ แต่เปลี่ยนเรื่อง "ยังมีอีกเรื่อง"
"ลูกเขยก็คือลูกเขย"
"ไม่ใช่ลูกชาย"
"จางซุ่ยเขาไม่มีประโยชน์เหมือนอย่างโกกัน"
"ให้ตำแหน่งเจ้ามณฑลชีจิ๋วไปแล้ว เขายังไม่รู้จักพอ ความทะเยอทะยานของเขา นายท่านยังดูไม่ออกอีกหรือ?"
"ใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต เปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน"
"วันนี้นายท่านอ่อนแอ เขาก็ได้คืบจะเอาศอก"
"หากวันหน้าอำนาจของนายท่านเสื่อมถอยลง ยากจะรับประกันว่าเขาจะไม่ก่อกบฏ หรือกระทั่ง——"
ซุนขิมชำเลืองมองอ้วนเสี้ยวแวบหนึ่ง
อ้วนเสี้ยวสบสายตาซุนขิม รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
ซุนขิมกล่าวต่อ "ท่านจูสู้คอยเข้าข้างเขาอยู่เรื่อย ถ้าถึงขั้นนั้นจริงๆ นายท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพวกเขาจะไม่สมคบคิดกัน?"
อ้วนเสี้ยวยกจอกเหล้าขึ้นจิบ แล้วปาจอกเหล้าทิ้งอย่างแรง!
ซุนขิมถอนหายใจ "นายท่าน ช่วงที่ปีกของเขายังไม่กล้าแข็ง ต้องไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป!"
อ้วนเสี้ยวก้มหน้ามองโต๊ะ สีหน้าเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
ซุนขิมกล่าว "นายท่าน ท่านช่างมีเมตตาธรรมเกินไปแล้ว"
"นายท่านคงคิดว่า อย่างไรเสียเขาก็เป็นสามีของคุณหนูสามใช่หรือไม่?"
"แต่ลูกสาวแต่งออกไปแล้ว ก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป"
"นายท่าน ข้าขอถามคำเดียว ถ้าเขาก่อกบฏจริงๆ นายท่านคิดว่า ถึงเวลานั้น คุณหนูสามจะเลือกยืนข้างใคร?"
อ้วนเสี้ยว "..."
ซุนขิมถอนหายใจ "ในอดีต คุณหนูสามเพื่อจะได้แต่งงานกับเขา ถึงกับยอมเอาชีวิตเข้าแลก ข่มขู่นายท่าน"
"ถ้าถึงขั้นนั้นจริงๆ การกระทำของคุณหนูสาม จริงๆ แล้วก็รู้คำตอบอยู่แล้ว เพียงแต่นายท่านไม่อยากยอมรับความจริงเท่านั้นเอง!"
"อีกอย่าง ถ้านายท่านสงสารคุณหนูสามจริงๆ วันหน้าหลังจากเขาตายไป ก็หาคู่ครองที่ดีให้คุณหนูสามใหม่ก็สิ้นเรื่อง"
"คนตายก็คือคนตาย"
"คนตายต่อให้เราอาลัยอาวรณ์แค่ไหน ก็ไม่อาจฟื้นคืนชีพได้"
"เวลาคือยารักษา"
"นานวันเข้า ความรักที่ลึกซึ้งเพียงใดก็จะค่อยๆ เลือนหายไป"
อ้วนเสี้ยวหลับตาลง นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ
ซุนขิมไม่พูดต่อ
ทั่วทั้งห้องมีเพียงเสียงนิ้วเคาะโต๊ะดังก้อง
ผ่านไปครู่ใหญ่ อ้วนเสี้ยวจึงลืมตาขึ้น "ถ้าจะลงมือ ต้องทำอย่างไร?"
ซุนขิมกล่าว "กองซุนจ้านยังไม่ถูกกำจัด"
"ก่อนหน้านี้เจรจาสงบศึก ฝ่ายนั้นก็ไม่ยอม"
"ประจวบเหมาะ ส่งเขาไปที่เมืองอี้จิง ช่วยคุณชายรองกำจัดกองซุนจ้าน"
"ประกาศให้ทั่วกองทัพรู้ว่า ใครสามารถตัดหัวกองซุนจ้านได้ จะแต่งตั้งเป็นพระยาหมื่นครัวเรือน"
"กองทัพของคุณชายรองกับจางซุ่ย ใครสามารถตัดหัวกองซุนจ้านได้ คนนั้นคือทายาทผู้สืบทอด"
อ้วนเสี้ยวหน้าตึงทันที เอ่ยเสียงเย็น "เหลวไหล!"
"ตั้งแต่โบราณกาลมา เคยมีธรรมเนียมให้ลูกเขยเป็นทายาทผู้สืบทอดด้วยหรือ?"
ซุนขิมยิ้มกล่าว "ตำแหน่งทายาทนี้ เราสามารถบอกได้ว่ามอบให้บุตรชายคนที่สองของเขากับคุณหนูสาม เด็กที่ยังไม่เกิดแต่ได้สัญญาว่าจะยกให้เป็นลูกบุญธรรมของคุณชายสาม"
"ทำเช่นนี้ ข้อแรกสามารถปิดปากคนทั่วหล้าได้"
"ลูกชายคนเดียวของคุณชายสาม ก็คือหลานชายแท้ๆ ของนายท่าน หลานชายสืบทอดตำแหน่งนายท่านเป็นทายาท มีอะไรไม่ได้?"
"และข้อนี้ ก็เพียงพอจะทำให้จางซุ่ยคนบบ้านั่นคลั่งได้"
"เขาเป็นแค่ลูกชาวนา มีคุณสมบัติอะไรจะเป็นประมุขแห่งเหอเป่ย? ตัวเขาเองรู้ดีกว่าใคร"
"ตอนนี้ในเมื่อนายท่านเปิดโอกาสให้ลูกชายของเขาได้เป็นประมุขแห่งเหอเป่ย นายท่านคิดว่า เขาจะยอมแลกด้วยชีวิตหรือไม่?"
อ้วนเสี้ยวลุกขึ้น เดินไปมาอย่างช้าๆ
ซุนขิมกล่าว "นายท่าน ท่านทำเช่นนี้ ยังสามารถแสดงถึงความใจกว้างดุจมหาสมุทรของท่าน"
"ท่านไม่ได้รังเกียจเลยแม้แต่น้อยว่าเด็กที่รับมาเลี้ยงจะมีพ่อแท้ๆ กำพืดเป็นชาวนา"
"เช่นนี้แล้ว เวลาสังหารจางซุ่ย คนอื่นก็ไม่มีข้อครหา"
"และยิ่งไม่สงสัยมาถึงตัวนายท่าน"
อ้วนเสี้ยวหยุดเดิน "หลังจากนั้นทำอย่างไร?"
ซุนขิมกล่าว "คุณชายรองก่อนหน้านี้มีท่านเตียนห้อง งันเหลียง บุนทิว ช่วยเหลือ ก็ยังเอาชนะกองซุนจ้านไม่ได้"
"สาเหตุหลัก เพราะทุกคนยังไม่เข้าใจกองซุนจ้านดีพอ"
"บัดนี้มีคนผู้หนึ่ง ข้าขอเสนอชื่อเขา เขาผู้นี้รู้ตื้นลึกหนาบางของกองซุนจ้านดุจฝ่ามือตัวเอง"
"มีเขาออกหน้า กองซุนจ้านต้องพินาศแน่"
"และในขณะที่ทัพแตก แย่งชิงหัวกองซุนจ้าน ให้เขาฉวยโอกาสฆ่าจางซุ่ยเสีย!"
"ถึงเวลานั้น นายท่านก็แค่สั่งประหารคนที่ฆ่าจางซุ่ยทิ้ง"
"เหตุผลที่จางซุ่ยถูกฆ่า ก็ง่ายนิดเดียว คนพวกนั้นเพื่อแย่งชิงตำแหน่งพระยาหมื่นครัวเรือน ฆ่ากันจนหน้ามืดตามัว"
"แม้พวกเขาจะมีความชอบในการทำศึก แต่พวกเขาฆ่าจางซุ่ย ลูกเขยของนายท่าน ก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต"
"แบบนี้ คนทั่วหล้าก็ไร้คำครหา"
อ้วนเสี้ยวมองซุนขิมอย่างสงสัย "ท่านหมายถึงเล่าปี่ที่เพิ่งมาสวามิภักดิ์หรือ? ท่านมั่นใจหรือว่าเขามีความสามารถขนาดนั้น?"
ซุนขิมหัวเราะเบาๆ "นายท่าน เล่าปี่มีความสามารถนี้แน่นอน"
"จริงอยู่ เขาอาจจะไม่ห้าวหาญเท่างันเหลียง บุนทิว"
"แต่เขาก็เคยร่วมปราบโจรโพกผ้าเหลือง เคยต่อกรกับโจโฉ ลิโป้ และอ้วนสุดที่ชีจิ๋ว"
"ตอนนี้ เขาก็ยังรอดชีวิตมาได้"
"นี่มิใช่เครื่องพิสูจน์ความสามารถของเขาดอกหรือ?"
"บวกกับเขาและกองซุนจ้านเป็นเพื่อนร่วมเรียน ไม่เพียงแต่กราบอาจารย์คนเดียวกันคือท่านลูจื๋อ เล่าปี่ยังเคยรับราชการอยู่ใต้สังกัดกองซุนจ้านหลายปี"
"หากจะบอกว่าใครเข้าใจกองซุนจ้านที่สุด เล่าปี่กล้าบอกว่าเป็นที่สอง ก็คงไม่มีใครกล้าบอกว่าเป็นที่หนึ่ง"
"ตำราพิชัยสงครามว่าไว้ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง"
"ให้คุณชายรอง งันเหลียง และบุนทิวคอยหนุนเสริม"
"ถ้าแบบนี้ยังทำลายกองซุนจ้านไม่ได้ ข้ายินดีรับโทษ"
"และทันทีที่แผนนี้เริ่มใช้ จางซุ่ยตาย ข้อครหาของนายท่านก็จะถูกลบล้างจนหมดสิ้น"
อ้วนเสี้ยวพิจารณาซุนขิม แล้วถอนหายใจ "นึกไม่ถึง สุดท้ายก็มีแต่อิ้วยั่วที่วางแผนเพื่อข้าด้วยใจจริง"
"และมีแต่อิ้วยั่วที่เข้าใจความตั้งใจจริงของข้าที่พยายามสร้างสมดุลอำนาจตลอดหลายปีมานี้"
"คนอื่นๆ อย่างท่านจูสู้ อย่างเตียนห้อง ต่างคิดว่าข้าหูเบาไร้ความสามารถ อ่อนแอข่มเหงง่าย"
"พวกเขาถึงกับเข้าข้างเจ้าเด็กจางซุ่ยทุกเรื่อง ช่างทำร้ายจิตใจข้านัก"
ซุนขิมทำหน้าจริงจัง "พวกเขาก็ถูกอำนาจบดบังดวงตา"
"ตอนนี้เหอเป่ยใกล้จะรวมเป็นหนึ่ง พวกเขาแค่ต้องการให้นายท่านกำหนดให้พวกเขาเป็นแกนกลางอำนาจ"
"แต่นายท่านทำเพื่อใต้หล้า จำต้องถ่วงดุลอำนาจ เพื่อเตรียมการกวาดล้างหกทิศในภายภาคหน้า ย่อมต้องลดทอนอำนาจในมือพวกเขา พวกเขาจะยอมรับได้อย่างไร?"
"ดังนั้น ข้าจึงไม่ชอบหน้าพวกเขามาตลอด"
"ขุนนางที่มีความสามารถทำเพื่อชาติเพื่อประชาชนจริงๆ ต้องมีความกล้าที่จะละทิ้งอำนาจ"
"เหมือนดังเตียวเหลียง ในยุคก่อตั้งราชวงศ์ฮั่น สร้างชื่อเสียงสำเร็จแล้วก็ปลีกตัวเร้นกายสู่ป่าเขา ถึงจะรักษาชีวิตไว้ได้จนแก่เฒ่า"
"ส่วนพวกฮั่นสิน แยงบู พวกนั้น ลำพองใจ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง พวกเขาถูกฆ่าก็สมควรตายแล้ว"
อ้วนเสี้ยวกุมมือซุนขิม ซาบซึ้งใจ "ผู้รู้ใจข้า คืออิ้วยั่วนี่เอง!"
(จบแล้ว)