- หน้าแรก
- สามก๊ก ยอดจิตรกรเจ้าสำราญแห่งตระกูลเจิน
- บทที่ 151 - โฉมหน้าของคุณหนูสามอ้วนมี
บทที่ 151 - โฉมหน้าของคุณหนูสามอ้วนมี
บทที่ 151 - โฉมหน้าของคุณหนูสามอ้วนมี
คุณหนูสามอ้วนมีถูกจางซุ่ยพูดหยอกเย้าจนหลุดหัวเราะออกมา
แม้จะเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าอย่าหัวเราะร่าเริงเพียงเพราะถูกชม แต่นางก็อดไม่ได้จริงๆ
จางซุ่ยคนนี้ช่างเจรจา ปากหวานปานทาน้ำผึ้ง
แถมยังคิดค้นเสื้อผ้าแปลกๆ ออกมาได้สารพัด
แม้ดูภายนอกจะดูลามก
แต่ถ้าคู่สามีภรรยาเอาไปใช้หยอกล้อกันในห้องหอ มันก็น่าสนุกดีไม่ใช่หรือ
ยังดีกว่าท่านพ่อของนางที่วันๆ เอาแต่พูดยกย่องว่า "ยอดดวงใจของพี่" แต่ไม่มีการกระทำอะไรเลย
จางซุ่ยเห็นคุณหนูสามอ้วนมีหัวเราะจนตัวงอ ก็ทำหน้างง
เกิดบ้าอะไรขึ้นมา?
เขาก็ไม่ได้เล่าเรื่องตลกเสียหน่อย
คุณหนูสามอ้วนมีหัวเราะอยู่พักใหญ่ พอเห็นจางซุ่ยจ้องมองอยู่ ก็กระแอมไอแก้เขิน ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยแล้วกล่าวว่า "ท่านพ่อบอกว่าเจ้าเป็นศิษย์ของเต็งหงวน เมื่อก่อนข้าไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่"
"แต่ตอนนี้เชื่อแล้ว"
"ชาวบ้านทั่วไปคงสอนลูกศิษย์ให้ออกมาปากหวานแบบเจ้าไม่ได้แน่"
"อีกอย่าง เจ้าต่างจากผู้ชายพวกนั้น"
"พอข้าถึงวัยปักปิ่น ก็มีผู้ชายมากมายมาสู่ขอกับท่านพ่อ"
"แต่ก็มีแต่พวกหยาบกระด้าง"
"ไม่ก็พวกเห็นแก่ฐานะของท่านพ่อ"
"หรือไม่ก็พวกมองแต่รูปกายภายนอก"
"บางคนยิ่งหนัก ยังไม่ทันเห็นหน้าข้า ก็พรรณนาความงามของข้าให้ท่านพ่อฟังเป็นตุเป็นตะ น่าสะอิดสะเอียนที่สุด"
จางซุ่ยพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง "ถูกต้องที่สุด"
"คุณหนูสาม การแต่งงานของผู้หญิงก็เหมือนการเกิดใหม่"
"โดยเฉพาะในสถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้"
"เลือกสามีถูก ชีวิตวันหน้าก็รุ่งโรจน์"
คุณหนูสามอ้วนมีพยักหน้าหงึกหงัก "ใช่ๆ ข้าก็คิดเช่นนั้น"
"ข้าอ้วนมีเป็นใครกัน?"
"ถ้าหาผู้ชายที่คู่ควรไม่ได้ ก็ยอมโง่ตายดีกว่า"
"ผู้หญิงคนอื่นอาจไม่มีทางเลือก"
"แต่ข้ามีตระกูลอ้วนหนุนหลัง ท่านพ่อข้าวันหน้าอย่างน้อยก็ต้องรวมเหอเป่ยเป็นหนึ่ง"
"ข้าจะเลือกส่งเดชได้อย่างไร"
จางซุ่ยชูนิ้วโป้งให้คุณหนูสามอ้วนมี "คุณหนูสามตาถึงจริงๆ!"
"ท่านแม่ทัพมีตระกูลอ้วนที่ยิ่งใหญ่หนุนหลัง ใต้บังคับบัญชาก็มีคนเก่งอย่างจูสู้ เตียนห้อง และงันเหลียง"
"การรวมเหอเป่ยเป็นหนึ่ง ไม่มีปัญหาแน่นอน"
"คุณหนูสามในฐานะบุตรสาวของท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ การเลือกคู่ครองย่อมต้องพิถีพิถัน"
คุณหนูสามอ้วนมีหัวเราะคิกคัก "คุยกับเจ้านี่มันบันเทิงใจจริงๆ"
"เจ้า... อยากเห็นหน้าข้าจริงๆ หรือ"
จางซุ่ยยิ้ม "ได้เห็นก็ดีสิขอรับ"
"ข้าจะได้วาดรูปคุณหนูสามออกมาได้"
"แต่ถ้าคุณหนูสามไม่เต็มใจ ก็ไม่เป็นไร"
"ข้าก็วาดรูปคุณหนูสามแบบใส่ผ้าคลุมหน้าไป"
"ยังไงก็จะวาดให้คุณหนูสามพอใจที่สุด"
คุณหนูสามอ้วนมีได้ยินจางซุ่ยพูดเช่นนั้น ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง "ไหนๆ จะทำแล้ว ก็ต้องทำให้ดีที่สุด"
สูดลมหายใจเข้าลึกๆ คุณหนูสามอ้วนมีรวบรวมความกล้า ค่อยๆ ปลดผ้าคลุมหน้าออก
จางซุ่ยตะลึง
ต้องยอมรับว่าอ้วนเสี้ยวในประวัติศาสตร์อาจจะมีความสามารถไม่โดดเด่นนัก
แต่พันธุกรรมหน้าตาของตระกูลนี้ดีจริงๆ
ไม่ว่าตัวอ้วนเสี้ยวเอง ลูกชายทั้งสาม หรือคุณหนูสามอ้วนมี ล้วนแต่หน้าตาดีระดับท็อป
ใบหน้าเล็กๆ นี้ไม่ใช่หน้าเรียวแหลมแบบพิมพ์นิยมในยุคปัจจุบันที่เขาจากมา
แต่เป็นใบหน้าที่ดูอิ่มเอิบเปี่ยมวาสนา
เครื่องหน้าทุกชิ้นจัดวางอย่างลงตัว
โดยเฉพาะดวงตาคู่สวย
ตอนมีผ้าคลุมหน้ายังไม่รู้สึกเท่าไหร่
พอถอดผ้าคลุมออก รับกับใบหน้าอิ่มเอิบมีสง่าราศี ดวงตานั้นราวกับมีคลื่นน้ำระยิบระยับ แฝงแววหวานซึ้ง
เพียงแค่นางจ้องมองมา ก็เหมือนกำลังส่งสายตาให้
ในหัวของจางซุ่ยผุดภาพตัวละครหนึ่งขึ้นมาทันที ราชินีเมืองแม่ม่ายในเรื่องไซอิ๋ว
แถมผิวพรรณยังเนียนละเอียด
ขาวผ่อง
ราวกับจะคั้นน้ำออกมาได้
ริมฝีปากแดงระเรื่อแม้น่าจะไม่ได้ทาชาด
สีสันสดใส
ชวนให้คนอยากลิ้มลอง
คุณหนูสามอ้วนมีเห็นจางซุ่ยจ้องอยู่นาน แล้วก็ก้มหน้ากินข้าวต่อ จึงถามว่า "เป็นไง? เทียบกับคุณหนูรองตระกูลเจินแล้วใครสวยกว่า?"
จางซุ่ยเคี้ยวข้าวพลางตอบ "สวยกว่าเยอะ!"
"คุณหนูรองตระกูลเจินก็แค่แจกันดอกไม้ เทียบความงามกับคุณหนูสามไม่ได้หรอก"
"คุณหนูสามไม่ได้แค่สวย แต่ราศีจับกว่านางสิบแปดขุม"
"ใครได้แต่งงานกับคุณหนูสาม ถือว่าบรรพบุรุษสั่งสมบุญมาดีแน่นอน"
คุณหนูสามอ้วนมีหัวเราะชอบใจ "งั้นเจ้าจะดูต่อไหม? ถ้าไม่ดูแล้ว ข้าจะใส่กลับแล้วนะ"
"ข้ายังไม่ออกเรือน"
"จะเปิดหน้าให้คนนอกดูพร่ำเพรื่อไม่ได้"
จางซุ่ยตอบ "พอแล้วๆ ข้าจำได้แม่นแล้ว"
คุณหนูสามอ้วนมีสวมผ้าคลุมหน้ากลับพลางกล่าว "วันไหนเจ้าอยากดูอีก ก็มาหาข้า ข้าจะให้ดูอีก"
จางซุ่ยรับคำ
คุณหนูสามอ้วนมีกล่าวต่อ "จริงสิ เกือบลืมเรื่องสำคัญ"
"นางเล่าบอกว่า เสื้อผ้าที่เจ้าออกแบบสวยมาก"
"แต่ไม่มีรองเท้าที่เข้าชุดกันเลย!"
"เจ้าช่วยคิดแบบรองเท้า แล้วให้คนตัดเย็บออกมาหน่อยได้ไหม"
จางซุ่ยพยักหน้า "ได้สิ เดี๋ยวกลับไปข้าจะวาดแบบรองเท้าแล้วส่งไปให้"
ท่ามกลางสายตางุนงงของจางซุ่ย คุณหนูสามอ้วนมียื่นมือมาเขกหัวจางซุ่ยเบาๆ
จางซุ่ย: "..."
คุณหนูสามอ้วนมีหัวเราะ "สมองเจ้าทำด้วยอะไรเนี่ย?"
"ได้ยินท่านพ่อบอกว่าเจ้าสู้กับแม่ทัพเตียวคับได้ด้วย"
"เป็นพวกบ้าพลังแท้ๆ แต่กลับคิดเรื่องจุกจิกพวกนี้ได้"
"ปากก็หวาน"
"เสียดายที่ชาติกำเนิดต่ำต้อยไปหน่อย เป็นแค่ลูกชาวนา"
"แม้จะได้กราบเต็งหงวนเป็นอาจารย์ แต่อาจารย์เจ้าก็ตายไปแล้ว"
จางซุ่ยยิ้มบางๆ ไม่ได้โต้ตอบอะไร
คุณหนูสามอ้วนมีรอจนจางซุ่ยกินข้าวเสร็จ ก็เก็บชามตะเกียบใส่กล่องไม้ แล้วขี่ม้าจากไปท่ามกลางการอารักขาของทหารองค์รักษ์
จางซุ่ยกินอิ่มแล้วก็เรอออกมาเสียงดัง เดินกลับเข้าค่ายทหาร
งันเหลียง เชียนเจา และคนอื่นๆ รีบเข้ามามุง
งันเหลียงยักคิ้วหลิ่วตา "ไอ้หนู มีวาสนาดีนี่นา คุณหนูสามอุตส่าห์เอาข้าวมาส่ง! เมื่อกี้ทำไมไม่รุกต่อล่ะ? ข้าเห็นคุณหนูสามยืนใกล้เจ้าขนาดนั้น น่าจะจับจูบไปเลย!"
จางซุ่ยมองรอยยิ้มหื่นกามของงันเหลียงแล้วสูดปาก "คุณหนูสามไม่ได้คิดอะไรกับข้าหรอก!"
"นางมาจ้างข้าทำงาน"
"อีกอย่าง ข้ามันลูกชาวนา แม้จะเป็นศิษย์ท่านเต็งหงวน"
"ท่านคิดว่าคุณหนูสามจะแลข้าเหรอ?"
"คนละชั้นกันเลย"
"ขืนข้าจูบลงไป เดี๋ยวท่านแม่ทัพใหญ่อ้วนเสี้ยวก็มาตัดหัวข้าหรอก ท่านเชื่อไหม?"
เชียนเจาทำหน้าผิดหวัง "ก็นั่นน่ะสิ"
"เสียดายจริงๆ"
"ป๋อเฉิง ถ้าเจ้าได้แต่งกับคุณหนูสาม ก็จะได้เป็นลูกเขยขวัญใจท่านเจ้าเมือง อนาคตรุ่งโรจน์แน่นอน"
"แต่เจ้าพูดก็มีเหตุผล"
"จูบไม่ได้หรอก"
"จูบไปมีหวังหัวขาดแน่"
งันเหลียงและคนอื่นๆ ต่างพากันถอนหายใจด้วยความเสียดาย
จางซุ่ย: "..."
คนพวกนี้เป็นอะไรกัน?
ทำไมดูจะร้อนรนแทนเขาจัง?
ถึงขั้นมาถอนหายใจใส่กันแล้ว!
เชียนเจาเห็นดังนั้นก็ยิ้ม "ป๋อเฉิง พวกเราก็แค่หวังดีกับเจ้า"
"แต่พวกนี้มันพวกบ้าพลัง คิดอะไรตื้นๆ"
"เจ้าพูดถูก เจ้ากับคุณหนูสามฐานะต่างกันเกินไป อย่าไปคิดฟุ้งซ่านเลย"
"ตั้งใจฝึกซ้อมดีกว่า"
"ตอนนี้ในกองทัพท่านเจ้าเมืองมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย คนเก่งเยอะแยะ"
"จะหวังทางลัด คงไปได้ไม่ไกล"
"ต้องหวังพึ่งการฆ่าศัตรูสร้างผลงานเท่านั้นแหละ"
(จบแล้ว)