เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 210 - ฉันก็ด้วย (2) [02-10-2019]

บทที่ 210 - ฉันก็ด้วย (2) [02-10-2019]

บทที่ 210 - ฉันก็ด้วย (2) [02-10-2019]


บทที่ 210 - ฉันก็ด้วย (2)”

[ก๊าซซซซซ!]

"ฮ่าห์"

เสือดาวยักษ์ได้พุ่งเข้ามาในสายตาของยูอิลฮาน เขาได้ดึงหอกมังกรแปดหางออกมาจากถุงมือและแทงเข้าใส่หัวของเสือดาวยักษ์ จากนั้นเพลิงสีขาวก็ลุกไหม้ขึ้นที่หัวของมันเผาสมองของมันทิ้งจนมันหยุดลงชั่วคราว

ยังไงก็ตามแค่นี้ก็ยังไม่ทำให้เสือดาวยักษ์ตายลง เพื่อที่จะฆ่าสิ่งมีชีวิตคลาส 5 ที่ปรากฏขึ้นมาบนโลกแล้ว เขาจำเป็นต้องทำลายสมอง หัวใจ ตัดคอและฉีกแขนขาของมันออกเป็นชิ้นๆให้หมด

และที่ยิ่งเพิ่มความยากขึ้นไปอีกก็คือยูอิลฮานในตอนนี้ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตคลาส 5 แค่ตัวเดียวแล้ว

[ซ่าาาาาาา!]

[อิลฮาน ตั๊กแตนอยู่ข้างหลังนาย!] (เลียร่า)

"เจ้านี่มันน่ารำคาญชะมัด"

[ฉันจะจัดการที่เหลือให้เอง!] (มิสทิค)

[ก๊าซซซซ! ขอเวลาเดี๋ยว!] (โอโรจิ)

คำเตือนของเลียร่า คำยืนยันของมิสทิค และคำพูดของโอโรจิได้เกิดขึ้นพร้อมๆกันในหัวของเขา ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้เข้าในในคำพูดของทั้งสามคนในทีเดียวและเริ่มดำเนินการต่ออย่างรวดเร็วก่อนที่จะขยับตัวต่อ

"ฮ่าห์"

อย่างแรกยูอิลฮานได้ดึงหอกออกมาจากหัวของเสือดาวและฟันลงไปเป็นแนวแทยงสามครั้งทำให้คอของเสือดาวขาดลงเนื่องจากมานาที่ปกติจะทำการป้องกันร่างกายของเสือดาวได้ขาดห้วงลงไปชั่วคราวจากการที่สมองของมันถูกละลาย

ยังไงก็ตามสิ่งที่ยูอิลฮานฟันลงไปไม่ได้มีแค่คอของเสือดาวเท่านั้น ตั๊กแตนที่คิดจะมาฆ่าเขาในตอนที่เขากำลังเผชิญหน้ากับเสือดาวอยู่ก็ถูกฟันเช่นเดียวกัน! ด้วยขีดสุดของการเคลื่อนไหวร่างกายรวมเข้ากับสกิลหอกไร้วิถีทำให้เขาทำสำเร็จ แน่นอนว่าพลังแห่งแส้และพลังแห่งดาบที่เขาดึงมาจากหอกสะบั้นจักรวาลก็ยังมีส่วนช่วยด้วยเช่นกัน

[ซ่าาาาาาาา!]

[แตกสองล่ะ!] (มิสทิค)

"เงียบน่า!"

ในวินาทีที่ยูอิลฮานได้ปลดอาวุธมอนสเตอร์คลาส 5 ทั้งสองตัวลงได้ ป้อมปราการลอยฟ้าที่ได้จัดการมอนสเตอร์บนท้องฟ้าทั้งหมดแล้วก็ได้ยิงลำแสงเข้าใส่หัวใจของทั้งเสือดาวและตั๊กแตนตากด้านหลัง นี่คือคอมโบที่น่าอัศจรรย์ที่มันจะเป็นไปไม่ได้เลยหากมียูอิลฮานอยู่เพียงลำพัง

[คุณได้รับค่าประสบการณ์]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์]

[ฮ่าห์]

ปัญหาเดียวที่เหลืออยู่ในตอนนี้ก็คือมอนสเตอร์รูปร่างมนุษย์ที่จู่ๆก็โผล่ขึ้นมาหลังจากที่ซ่อนตัวมาตลอดเวลา วินาทีที่มันแสดงตัวออกมาก็คือหลังจากที่ยูอิลฮานเพิ่งจะฆ่ามอนสเตอร์คลาส 5 ทั้งสองตัวไป

[ฉันกำลังรอเวลานี้แหละ!]

[ข้าก็กำลังรอเวลานี้อยู่เหมือนกัน!] (โอโรจิ)

ยังไงก็ตามหลังจากที่มันเข้ามาโจมตีด้านหลังของยูอิลฮานก็ได้มีไพท์บังเกอร์โผล่ขึ้นมาจากหลังของยูอิลฮานกระแทกเข้าใส่ลำตัวของมอนสเตอร์รูปร่างมนุษย์

[อั๊ก!?]

[ยิง!]

จากสัญญาณของโอโรจิทำให้เพลิงนิรันดร์ได้เหนี่ยวไกลออกไปทันที ผงดินปืนเวทย์ที่ได้รับแรงกระแทกและขยายพลังออกไปเป็นร้อยเท่า ในเวลาเดียวกันตัวเครื่องปล่องยิงที่ทำมาจากระเบิดก็ปล่อยแรงกระแทกนั้นออกไปจนทำให้เกิดรูใหญ่ขึ้นที่ลำตัวของมอนสเตอร์รูปร่างมนุษย์ นี่คือการรวมมือกกันที่มาจากโอโรจิกับเพลิงนิรันดร์

[กรอด! นาย... รู้ตัวด้วย!?]

ไพท์บังเกอร์นี้ยูอิลฮานได้ทุ่มเททั้งแรงกายและใจ แถมยังได้ถูกเสริมพลังขึ้นจากผลของเกราะร่างมังกรเพลิงอีกด้วยทำให้ไพท์บังเกอร์ได้กลายเป็นอาวุธที่สมบูรณ์แบบที่จะปล่อยไว้ให้กับโอโรจิและเพลิงนิรันรด์เนื่องจากว่ามันสามารถจะปล่อยพลังสูงสุดออกมาได้อย่างรวดเร็วแค่การลั่นไกเท่านั้น ในตอนนี้การโจมตีของไพท์บังเกอร์ถึงขนาดเจาะทะลวงร่างของศัตรูคลาส 5 และผลึกการเคลื่อนไหวของศัตรูได้ชั่วคราวด้วย!

ที่น่าตกใจก็คือมอนสเตอร์รูปร่างมนุษย์นี้มีการฟื้นฟูของกระดูกกับเนื้อที่น่าตกใจมาก แต่ไม่ว่ายังไงต่อให้มันจะเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงมันก็ยังคงต้องใช้เวลาครู่หนึ่งอยู่ดี

และเวลาครู่หนึ่งนั้นสำหรับยูอิลฮานแล้วมันยาวนานมาก

"การมาพูดเรื่องการซ่อนตัวต่อหน้าฉันงั้นหรอ?"

ยูอิลฮานได้ใช้ปีกของเขาสร้างคลื่นกระแทกหมุนตัวกลับไปทันที บนปลายหอกมังกรแปดหางในมือของเขาตอนนี้กำลังมีเพลิงชั่วร้ายที่กึ่งโปร่งแสงอย่างน่าประหลาดอยู่

[อึก...!]

"ฮ่าห์!"

ยูอิลฮานได้แทงหอกออกไปในทันทีที่มอนสเตอร์รูปร่างมนุษย์พยายามจะขยับตัว ลำแสงจากป้อมปราการลอยฟ้าและกระสุนบาลิสต้าจากโอโรจิได้ใช้เกราะร่างมังกรมังกรเพลิงนรกก็ยังยิงออกมาในเวลาเดียวกัน

มอนสเตอร์ตัวนี้ไม่มีทางที่จะทนต่อการปะทุพลังของทั้งสามคนได้แน่นอน! มันได้หายไปทันทีโดยที่ไม่อาจจะทิ้งคำพูดอะไรไว้ได้ด้วยซ้ำไป การต่อสู้ในครั้งนี้กินเวลาไปเพียงแค่ 17 นาทีเท่านั้นเอง

[คุณได้รับค่าประสบการณ์]

"ฟู่ว"

ศพของคลาส 5 ที่ถูกแยกออกเป็นสองส่วนก็ยังหล่นลงมาบนพื้นพร้อมๆกับยูอิลฮานที่ดึงหอกกลับมาปักลงไปบนพื้น เมื่อยูอิลฮานได้หันหน้ากลับมาหลังจากเก็บศพเสร็จแล้ว มานาที่สับสนวุ่นวายรอบๆตัวก็ได้สงบลงและความเงียบก็ได้มาปกคลุมสนามรบ

[ก๊าาา...]

[กรรร!]

[ล้มเหลว ล้มเหลวแล้ว]

[หนีไม่ได้ หนีไม่ได้]

ยังคงมีมอนสเตอร์คลาส 4 นับสิบและมอนสเตอร์คลาส 3 นับพันยังคงเหลืออยู่ในสภาพรบ แต่หลังจากที่ยูอิลฮานได้จัดการสิ่งมีชีวิตคลาส 5 ไปพวกมันก็ได้หมดหวังไร้ซึ่งความคิดแม้แต่จะหนีไป นี่คือช่วงเวลาสุดท้ายของพวกมันแล้ว

"มิสทิค จบมันซะ"

[รับทราบค่ะ]

มิสทิคดูจะชอบธีมการทหารแบบปัจจุบันทำให้เธอตอบกลับมาอย่างรวดเร็วแบบนี้ หลังจากนั้นป้อมปราการลอยฟ้าที่ได้ฟื้นพลังงานมาพอแล้วได้จัดการปูพรมกวาดล้างมอนสเตรอ์ทั้งหมดที่เหลืออยู่ในทันที

ยูอิลฮานได้เดินเก็บศพกับหินพลังเวทย์จากมอนสเตอร์อย่างสบายใจ

[สถานการณ์คลี่คลายแล้ว!]

มิสทิคได้ประกาศออกมาหลังจากที่เธอได้แผ่มานาออกไปรอบๆมานาป้อมปราการลอยฟ้าเพื่อยืนยันว่าไม่มีมอนสเตอร์อยู่ใกล้อีกแล้ว อย่างน้อยที่สุดในเร็วๆนี้ก็จะไม่มีมอนสเตอร์คลาส 5 เกิดขึ้นมาในพื้นที่นี้อีกแล้ว

"อ่า เหนื่อยแหะ"

หลังจากได้ยินคำรายงานของเธอ ในที่สุดยูอิลฮานก็คลายความตึงเครียดบนบ่าของเขาลง แม้ว่าเขาจะดูเหมือนเหนือกว่าศัตรูในการต่อสู้ แต่ว่าหากจะบอกว่าเขาไม่กังวลกับการสู้กับมอนสเตอร์คลาส 5 เลยก็คงจะเป็นการโกหกจนเกินไป

[อิลฮาน นายไม่เป็นอะไรนะ?]

"อืม ฉันไม่เป็นไร ไม่มีปัญหาหรอกน่า"

เลียร่าได้เข้าไปแตะทั่วตัวของยูอิลฮานด้วยความเป็นห่ง แต่ยูอิลฮานก็ได้พูดออกไปเพื่อให้เลียร่าถอยออกไป แม้จะเป็นเวลาสั้นๆแต่นี่คือการต่อสู้ที่รุนแรงจนทำให้ร่างกายของเขาต้องรับภาระหนักและพัฒนาก้าวหน้าขึ้น

จริงๆร่างกายของเขาในตอนนี้ก็ได้ทำงานจนถึงขีดสุดแล้ว ตัวเขาในตอนนี้ไม่ถูกนับว่าเป็นมนุษย์อีกต่อไปแล้ว พลังเหนือมนุษย์และการฟื้นฟูเหนือมนุษย์ที่อยู่ในระดับเชี่ยวชาญของเขาต่างก็สนับสนุนซึ่งกันและกันจนทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ยกตัวอย่างเช่นหากกระดูกสันหลังเขาถูกตัดก็จะถูกต่อใหม่ได้ และหากสมองของเขาถูกเจาะก็จะใช้เวลาไม่นานนักในการฟื้นฟูกับมา

แต่ไม่ว่ายังไงหลังจากที่เขาทำแบบนั้นก็จะทำให้เขาได้รับภาระอยู่ดี เขาต้องสูดหายใจผ่อนคลายกล้ามเนื้อออกมาอย่างช้าๆ เลียร่าที่เห็นแบบนี้ก็ได้เข้ามากอดเขาจากด้านหลังทำให้เขาสบายขึ้น

"ฟู่วว... สู้กับสามตัวในที่เดี๋ยวมันทำให้ล้าจิตใจจริงๆ"

[ทั้งๆที่ไม่กี่เดือนก่อนโลกนี้เกือบจะบิดเบี้ยวเพราะการสร้างสักตัวหนึ่งแท้ๆ] (มิสทิค)

หนึ่งตัวสู้ไม่ได้ จากนั้นก็มีตัวที่สองโผล่ออกมา แล้วก็ในตอนนี้ก็มีตัวที่สามแล้ว เลียร่าได้ถอนหายใจตอบกลับมาหลังจากได้ยินเสียงบ่นของยูอิลฮานกับมิสทิค

[นั่นมันก็เพราะพลังงานของโลกกำลังเพิ่มขึ้น ฉันมั่นใจเลยว่ามหาภัยพิบัติขันที่ 4 อยู่อีกไม่ไกลแล้ว]

และเมื่อมหาภัยพิบัติขั้นที่ 4 เกิดขึ้นมา โลกใบนี้ก็จะเกิดใหม่ขึ้นมาเป็นโลกระดับสูงอย่างแน่นอน และโลกที่ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตชั้นสูงขึ้นมาเองได้แบบนี้ จะกลายเป็นโลกที่น่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก...

ในตอนนี้เขาก็ลำบากกับการจัดการโลกใบนี้อยู่แล้ว หากว่ามีพวกน่ารำคาญขี้แพ้จากกองทัพสวรรค์ กองทัพจรัสแสง และกองทัพปีศาจแห่งการทำลาย เขาก็มีแต่จะได้เจอกับอนาคตที่เลวร้ายแน่

"โอ้ จริงด้วยแล้วพวกจากสวนอาทิตย์อัสดงล่ะ? นับตั้งแต่เหตุการที่ดาเรย์ฉันก็ไม่เคยเห็นพวกนั้นเลย"

[ฉันคิดว่าพวกนั้นคงจะให้ความสำคัญกับดาเรย์มากกว่าโลกใบนี้ล่ะมั้ง บางทีพวกนั้นอาจจะช่วยนายต่อสู้กับกองทัพปีศาจแห่งการทำลาย]

"แต่เอิลต้าดูท่าจะเกลียดพวกนั้นเข้ากระดูกดำเลยไม่ใช่หรอ?"

[นั่นก็เพราะพวกนั้นเป็นพวกแรกที่ติดต่อเข้ามาหาเธอไงล่ะ แล้วก็เอิลต้ากำลังจะถูกพวกนั้นหลอก]

"อ่อ เรื่องเป็นแบบนี้สินะ"

[หัวหน้าของพวกนั้นต้องการผู้หญิง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาถูกใจเอิลต้า]

ยูอิลฮานก็เห็นด้วยเช่นกัน เอิลต้าสวยมากจริงๆ ยังไงก็ตามในเวลาเดียวกันตัวเอิลต้าก็ดูเหมือนจะอยู่ห่างไกลกับความรักอย่างมาก เธออาจจะอยากแข็งแกร่งขึ้นเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง และนี่ก็เป็นธรรมดาที่เธอจะเกลียดในข้อเสนอจากสวนอาทิตย์อัสดง

ไม่ใช่แค่สวนอาทิตย์อัสดงเท่านั้นที่ชอบผู้หญิง กองทัพปีศาจแห่งการทำลายรวมไปถึงกองทัพจรัสสแสงก็ยังเคลื่อนไหวในโลกมากมายนับไม่ถ้วนเพื่อจะเอาตัวนายูนาไปเช่นกัน บางทีพวกนั้นก็อาจจะยังไม่ยอมแพ้ด้วยซ้ำไป การที่ฝ่ายของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงต่างก็มาวางแผนชิงผู้หญิงคนหนึ่งนี่มัน... มันไม่ต่างไปจากพวกเศษเดนเลย

"บางทีเหตุผลที่กองทัพสวรรค์มีผู้หญิงเยอะมากก็ยังเป็นเพราะ..."

[ไม่ได้เยอะเลยนะ! มันก็แค่ว่าในหมู่คนที่มาเจอนายเป็นผู้หญิงซะส่วนมากมากว่า!]

เลียร่าได้ขัดคำพูดของยูอิลฮานไม่ให้เขาได้ตั้งข้อสงสัยใดๆเลย หากว่ายูอิลฮานสงสัยในตัวเธอ เธอต้องร้องไห้ออกมาแน่ๆ

"แต่ฉันไม่ได้พูดอะไรถึงเธอเลยนะ"

[เจ้าโง่]

"ไม่ยุติธรรมเลยแหะ..."

หลังจากที่เขาตัดสินว่ากล้ามเนื้อทั้งหมดของเขาคลายตัวไปแล้ว ในที่สุดยูอิลฮานก็เริ่มจัดการเก็บกวาดสนามรบ

เขาไม่มีความจำเปนในการเก็บมอนสเตอร์คลาส 3 เลยทำให้เขาได้ทำลายศพทั้งหมดนั้นเพื่อส่งพลังงานกลับสู่โลก เพราะแบบนี้ทำให้โลกได้พัฒนามากยิ่งขึ้น

พวกมอนสเตอร์ส่วนใหญ่จะถูกมิสทิคจะการเสมอเว้นก็แต่พวกคลาส 5 ที่โผล่ออกมาทำให้เขาจะต้องเติมอาวุธและอาร์ติแฟคให้กับป้อมปราการด้วยวัตถุดิบที่มี เวลาสามปีที่ได้ผ่านไปแบบนี้ทำใหมีอุปกรณ์จำนวนมหาศาลกองอยู่เต็มทั้งในช่องเก็บของของยูอิลฮาน ในส่วนต่างๆของป้อมปราการลอยฟ้า และในเกราะร่างมังกรเพลิงนรก

"ตอนนี้ก็ถึงตาคลาส 5 แล้ว"

หินพลังเวทย์ ขอหินพลังเวทย์เถอะนะ ยูอิลฮานได้ภาวนาอย่างสิ้นหวังและเริ่มทำการชำแหละสิ่งมีชีวิตคลาส 5 ทั้งสามตัว

ในเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ยูอิลฮานก็ได้รับหินพลังเวทย์มาก้อนหนึงจากการที่พวกคลาส 5 ปรากฏขึ้นมาเป็นครั้งคราว แน่นอนว่าเขาก็ยังคงเก็บเอาไว้สำหรับการเลื่อนเป็นคลาส 4 เขาได้รอคอยพรของเทพธิดาแห่งเพลิงจนเหนื่อยแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้

"หืม?"

คลาส 5 ถึงสองตัวต่างก็ว่างเปล่า และในตอนที่เขากำลังชำแหละหัวของเสือดาวที่เป็นตัวสุดท้าย เขาก็ได้เจอกับก้อนหินโปร่งใสที่กำลังส่องประกายออกมาอย่างต่อเนื่อง

"หินพลังเวทย์คลาส 5..."

[จริงๆหรอ!?]

[ให้ฉัน! เอามาเสริมป้อมปราการ!]

[แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นการเสริมพลังเกราะร่างมังกรเพลิงนรกต่างหาก เธอไม่เห็นในตอนที่ข้าฆ่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเมื่อตะกี้งั้นหรอ?]

[เมื่อไหร่ที่ฉันได้รับการเสริมพลังป้อมปราการลอยฟ้าก็ทำได้เหมือนกันนั่นแหละ!]

"เงียบกันให้หมดเลย ไม่ว่าใครก็ห้ามขยับทั้งนั้น"

ยูอิลฮานได้ทำให้ทุกๆคนเงียบก่อนที่เขาจะมองไปรอบๆและสร้างกำแพงขึ้นมาจากการติดตั้งบาลิสต้าและกับดักลงไป หลังจากได้ทำแบบนี้แล้วเขาก็ได้เพิ่มประสาทสัมผัสทั้งห้าจนถึงขีดสุดและล้วงมือลงไปในหัวของเสือดาวเพื่อดึงเอาหินพลังเวทย์ออกมา

[ว้าว]

เวลาในตอนนี้ที่พวกเขาอยู่ก็คือตอนเช้า หินพลังเวทย์ได้ถูกแสงอาทิตย์และสร้างสายรุ้งขึ้นมาจากด้านใน เมื่อได้เห็นแบบนี้ทุกๆคนก็ต้องอุทานออกมา

"ฟู่"

[สวยจัง...]

[ว้าว มันสวยมากจนน่าเสียดายเกินกว่าจะเอาไปใช้เลยนะ]

[มานาที่อยู่ภายในมันสำคัญกว่ารูปลักษณ์ไม่ใช่หรอกหรอ?]

ยูอิลฮานยังได้หยิบเอาหินพลังเวทย์ที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ออกมาเทียบอีกด้วย เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าทั้งสองก้อนนี้แตกต่างกัน ก้อนก่อนหน้านี้ก็ยังส่องแสงสีน้ำเงินอ่อนสวยงามออกมาเช่นกัน แต่ว่ามันเทียบกับก้อนที่เขาเพิ่งจะได้รับมาไม่ได้เลย บางทีเขาอาจจะเข้าใจผิดแต่เข้าก็รู้สึกเหมือนปริมาณมานาภายในก็ยังต่างกันด้วย

"เยี่ยม"

ด้วยความที่เขารู้สึกว่าเขาควรจะใช้หินพลังเวทย์โปร่งใสในการเลื่อนคลาส 4 ทำให้เขาได้เก็บมันกลับลงไปในช่องเก็บของ

"ใช้อันนี้แล้วกัน"

[ใช้? กับอะไรล่ะ?]

[เพิ่มพลังให้กับฉันใช่ไหม?]

[หรืออาจจะเป็นเกราะร่างมังกรเพลิง]

"ไม่ใช่ทั้งหมดนั่นแหละ"

ยูอิลฮานได้ปฏิเสธออกมาและหลับตาลง

"ฉันกำลังจะวิวัฒนาการสกิลภาษาของฉัน"

[เงื่อนไขการวิวัฒนาการสกิลภาษา]

[หินพลังเวทย์คลาส 3 3,924,498/1,000]

[หินพลังเวทย์คลาส 4 653,056/100]

[หินพลังเวทย์คลาส 5 2/1]

[บันทึกแห่งโลก 109/100]

[สกิลภาษาสามารถทำการวิวัฒนาการได้ จะดำเนินการหรือไม่?]

เขาต้องลำบากมากขนาดไหนกันกว่าที่จะมาวิวัฒนาการสกิลนี้ได้? ตอนแรกถึงแม้เขาจะมีหินพลังเวทย์คลาส 5 แล้วแต่เขาก็ต้องเก็บไว้ใช้เลื่อนคลาส 4 แต่ก็เกิดเหตุให้เขาต้องใช้หินพลังเวทย์นั้นเพื่อสร้างเกราะมาเอาตัว และหลังจากได้มาอีกก้อนเขาก็ยังต้องเก็บไว้สำหรับคลาส 4 อีก

แต่ในที่สุดแล้วเขาก็ได้เพิ่มมาอีกก้อน และในตอนนี้เขาก็วิวัฒนาการสกิลได้แล้ว

[เช็ดน้ำตาออกก่อนเถอะนะ]

"ฉะ ฉันไม่ได้กำลังร้องไห้ซะหน่อย!"

เมื่อคิดย้อนไปถึงความลำบากเขาก็รู้สึกคัดจมูกแล้ว ยูอิลฮานได้พยายามปรับตัวเองให้ใจเย็นลงและหยักหน้ารับกับคำถามของบันทึกนภา

"ใช่ ดำเนินการเลย"

ด้วยการตกลงนี้ทำให้มานาทั้งห้าสีส่องแสงออกมาปกคลุมตัวของเขา มานาที่ทรงพลังและสกิลของเขาที่มีการพัฒนามาถึงตอนนี้ รวมไปถึงบันทึกที่เขาได้เก็บสะสมมาตลอดตอนนี้ได้เริ่มกลายเป็นหนึ่งเดียว! ยูอิลฮานได้เริ่มปลดปล่อยสตินึกคิดไปเพราะความรู้สึกมหัศจรรย์ที่สกิลนี้ได้ให้กับเขา

[ตาย!] (?????)

"อั๊ก!?"

และในตอนนี้ก็คือช่องว่างที่ใครคนหนึ่งกำลังรอคอยมาตลอดเวลา

จบบทที่ บทที่ 210 - ฉันก็ด้วย (2) [02-10-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว