เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 203 - เห็นฉันไหมล่ะ? (4) [18-09-2019]

บทที่ 203 - เห็นฉันไหมล่ะ? (4) [18-09-2019]

บทที่ 203 - เห็นฉันไหมล่ะ? (4) [18-09-2019]


บทที่ 203 - เห็นฉันไหมล่ะ? (4)”

นับตั้งแต่เกิดมหาภัยพิบัติก็ได้ผ่านมาเป็นเวลาถึง 2 ปีแล้ว และนี่ก็ยังเป็นครั้งที่สองแล้วด้วยที่ยูอิลฮานถูกทิ้งเอาไว้

"โอ้ ตรงนั้นมีตัวนึงแหะ"

[ก๊าซซซซซซ!]

[ติดคริติคอล!]

[ก๊าาา!]

ไม่ว่าจะเป็นในทะเลลึก บนท้องฟ้าเหนือเมฆ หรือภายใต้ป่าหนาทึบก็ไม่สำคัญทั้งนั้น ด้วยป้อมปราการลอยฟ้าได้ทำให้ยูอิลฮานได้อหังกาไปทั่วโลกและจัดการมอนสเตอร์ทั้งหมดที่เขาเจอ

[มนุษย์ พวกเราต้องหาและฆ่ามนุษย์..!]

"ตรงนั้นอีกหนึ่ง"

[กรร!?]

[ติดคริติคอล!]

[คุณได้รับ...]

[สกิลยมทูตได้ถูกเปิดใช้งาน...]

เพราะอะไรบางอย่างทำให้มอนสเตอร์ทุกตัวต่างก็มีความแค้นกับยูอิลฮานและค้นหาเขา แต่ยังไงก็ตามยูอิลฮานไม่ได้อยากจะรู้ข้อมูลไร้ประโยชน์ของคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้แล้ว เขาแค่จัดการฆ่าพวกมันอย่างไร้ปราณีและไม่เค้นข้อมูลใดๆอีก

จริงๆแล้วเขาก็ยังคิดว่ามันยังน่ารำคาญด้วยซ้ำไปที่เขาเข้าใจในสิ่งที่พวกมอนสเตอร์พูด

"ฉันไปทำอะไรให้เจ้าพวกตัวเกิดใหม่นี่กันนะ?"

[พูดตรงๆเลยมันก็มีผลอยู่เยอะเลยนะ... นายจำได้ไหมล่ะว่ามาจนถึงตอนนี้นายฆ่ามอนสเตอร์ไปกี่ตัวแล้ว?]

เพียงแค่กระจกคำสาปแห่งการทำลายที่โคจรอยู่ล้อมป้อมปราการของฟ้าก็น่าจะฆ่ามอนสเตอร์ไปเป็นพันล้านตัวแล้ว หากมอนสเตอร์มีจิตสำนึกบางอย่างที่เชื่อมต่อกันแล้วถ้างั้นมันจะแปลกมากหากมอนสเตอร์ไม่แค้นยูอิลฮาน

เลียร่าพูดออกมาเหมือนคำถามของเขามันไร้สาระ แต่แล้วยูอิลฮานก็ตั้งท่าเป็นประกายตอบกลับมา

"เลียร่าแล้วเธอน่ะจำได้ไหมล่ะว่ากินขนมปังไปกี่ชิ้นแล้วนับตั้งแต่เกิดมา?"

[โอเค ฉันเข้าใจ]

ยูอิลฮานได้เก็บเอาศพของมอนสเตอร์ที่เขาเพิ่งจะฆ่าลงไป ถึงแม้ว่ามันจะถูกฆ่าได้ง่ายๆ แต่ชิ้นส่วนร่างกายของมันก็ยังคงเป็นคลาส 4 แถมตัวนี้ยังมีกระทั่งหินพลังเวทย์ด้วย

"นี่โลกกลายมาเป็นที่ใช้แรงงานขนาดใหญ่แล้วสินะ"

[ถึงมันจะไม่มีอะไรใหม่... แต่แนวความคิดของนายก็ยังน่าทึ่งจริงๆ]

ยูอิลฮานก็ยอมรับเหมือนกับว่าเขามองโลกในแง่ดีมากๆ แต่ว่าเขาก็ยังคิดว่าที่เขาพูดไปก็ไม่ได้ผิดอะไร พอมาลองนับหินพลังเวทย์คลาส 4 ที่เขาได้มาจากสองปีที่ผ่านมาก็มีกว่า 150,000 ก้อน

"หากเป็นที่โลกอื่นมันจะเป็นไปได้หรอที่ฉันจะได้หินพลังเวทย์คลาส 4 ถึง 150,000 ก้อนน่ะ?"

[ถ้าเป็นในโลกระดับต่ำแน่นอนว่าไม่]

ยูอิลฮานได้มองดูที่กองหินพลังเวทย์คลาส 4 และพึมพัมออกมา เมื่อไม่กี่ปีก่อนเขายังต้องใช้หินพลังเวทย์คลาส 4 อย่างระมัดระวังอยู่เลย แต่พอมาในตอนนี้เขาเหมือนกับว่ายอยู่ในสระหินพลังเวทย์คลาส 4 ไปซะแล้ว!

บางทีนี่ก็คงเป็นพรจากสวรรค์ที่ให้เขาทำอะไรก็ได้ตามต้องการเพื่อชดเชยคำสาปที่เขาต้องอยู่เพียงลำพังก็ได้

[ยังไงก็ตามหากเป็นในโลกชั้นสูงการจะรวมหินพลังเวทย์จำนวนแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่ปัญหาก็คือหินพลังเวทย์คลาส 4 มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเลย]

"ถ้างั้นก็จำเป็นต้องสู้กับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเพื่อเอาหินพลังเวทย์มาใช้งั้นสิ?"

[ถูกแล้ว มันก็ควรจะเป็นแบบนั้นแหละ แต่จริงๆก็คือไม่ว่าจะเป็นหินพลังเวทย์อะไรมันก็จะใช้ได้ผลดีหากว่าอาวุธเป็นระดับสูงน่ะ ระดับของมันจะต่างกันเลย]

"ช่วยพูดให้เข้าใจง่ายๆหน่อย"

เลียร่าได้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะฮึดฮัดและตอบมาอย่างชัดเจน

[ทุกอย่างที่นายทำมันจะใช้ได้ผลนั่นแหละ]

"เยี่ยม แค่นั้นก็พอแล้ว"

ป้อมปราการลอยฟ้านี้ก็ไม่ได้ใช้หินพลังเวทย์คลาส 5 เลย หากเขาได้ยินว่าป้อมปราการลอยฟ้านี้ไม่อาจจะใช้ได้กับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงทั้งๆที่เป็นอาร์ติแฟคระดับพระเจ้า ถ้างั้นแม้แต่เขาก็คงจะคลั่งไปแน่

[จริงๆเลยนะ ฉันคิดว่านี่มันไม่ยุติธรรมเลยที่นายใช้แค่หินพลังเวทย์คลาส 4 ก็สร้างอาร์ติแฟคระดับมหากาพย์หรือโกลาหลหรือพระเจ้าอะไรก็ตามแต่... แต่ก็นะฉันจะปล่อยไปล่ะกันเพราะมันไม่ได้มีอะไรใหม่เลย]

"แต่ตะกี้เธอเพิ่งจะบ่นออกมานะ"

ยูอิลฮานได้มองดูในช่องเก็บของและคิดว่าเขาจะเอาหินพลังเวทย์ที่เขารวมมาใช้ยังไงดีนะ แต่แล้วเขาก็ตัดสินใจที่จะเก็บเอาไว้เนื่องจากว่าในตอนนี้เขายังไม่จำเป็นต้องใช้มัน

ใช่แล้ว สำหรับในตอนนี้

[นายมีแผนที่จะทำอะไรอีกแล้ว!]

"ไม่มีอะไรหรอกน่า"

จริงๆแล้วถ้าเขาต้องการมันก็ยังมีหลายอย่างที่จะใช้หินพลังเวทย์ทำได้ อย่างเช่นใช้เป็นพลังงานให้กับกระจกคำสาปแห่งการทำลายหรือไม่ก็ใช้เป็นเชื้อเพลิงเร่งความเร็วให้กับป้อมปราการลอยฟ้าก็ได้ แต่ยังไงก็ตามด้วยจำนวนหินพลังเวทย์คลาส 3 ที่มากกว่าเป็นสิบๆเท่าก็มากพอแล้ว

วงจรการล่ามอนสเตอร์ ได้รับหินพลังเวทย์และทำให้การล่ามีประสิทธิภาพมากขึ้นได้เกิดขึ้นมาอย่างไม่สิ้นสุด เขาได้ทำซ้ำวงจรนี้ไปเรื่อยๆ ได้รับหินพลังเวทย์มามากยิ่งขึ้น และใช้หินพลังเวทย์เพิ่มความเร็วให้กับป้อมปราการลอยฟ้าและพลังทำลายของป้อมปราการเพื่อจัดการกับมอนสเตอร์

ผลลัพธ์ที่ผ่านก็มาคือหลังจาก 2 ปี ยูอิลฮานสามารถไปทั่วโลกได้ในเวลาแค่วันหรือสองวัน การทัวร์รอบโลกนี้ก็ยังรวมไปถึงการจัดการมอนสเตอร์ที่อยู่ทั่วทุกมุมโลกไปด้วยเช่นกัน

[ถ้าเป็นแบบนี้ที่มอนสเตอร์หายไปเร็วกว่าการปรากฏตัวของพวกมัน... นายรู้ใช่ไหมว่ามันอาจจะเกิดอะไรขึ้นน่ะ?]

"การล้นของมานา"

แม้ว่าดันเจี้ยนจะถูกทำให้ระเบิดแต่ดันเจี้ยนก็ไม่ได้หายไป เมื่อภายในของดันเจี้ยนว่างเปล่าดันเจี้ยนก็ยังปล่อยมานาออกมาเติมเต็มพื้นที่ว่าง แต่ด้วยมอนสเตอร์ด้านนอกที่ถูกยูอิลฮานจัดการก่อนแล้วทำให้ภายในนั้นไม่ได้รับการเติมเต็มเลย

ถ้างั้นจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ? โลกที่มีมานาที่เข้มข้นขึ้นก็จะสร้างมอนสเตอร์มากขึ้นเพื่อรับมือกับเรื่องนี้ยังไงล่ะ

มานาที่ถูกปล่ออยออกมาจากกับดักแห่งการทำลาย มานาที่โลกใบนี้มีอยู่ และบันทึกนภาในพื้นที่นั้นก็จะรวมมานาทั้งสองอย่างนั้นเข้าด้วยกันจนให้กำเนิดมอนสเตอร์ประหลาดขึ้นมา!

[ถ้านายรู้แล้วก็ลดความเร็วลงซิ!]

"ยังไงก็ตามถ้าการล้นของมานาเกิดขึ้นมาก็จะทำให้มอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งโผล่ขึ้นมา จากนั้นความเร็วในการพัฒนาของโลกก็จะถูกเร่งขึ้นไม่ใช่หรอ? จริงๆแล้วมอนสเตอร์ในทุกวันนี้ที่เกิดขึ้นมาส่วนใหญ่ต่างก็เป็นคลาส 4 แล้ว

คลาส 4 งั้นหรอ? แม้แต่ในตอนนี้ก็กำลังเกิดการล้นของมานาขึ้นในสักที่บนโกนี้ มอนสเตอร์ระดับสูงที่มีเลเวลมากกว่า 250 ต่างก็เกิดขึ้นมาไม่หยุด! แน่นอนว่าไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนเลยที่รอดจากการโจมตีตรงๆของยูอิลฮานและป้อมปราการลอยฟ้า

ในตอนนี้โลกใบนี้กำลังให้บรรยากาศที่สงบสุขและค่อนข้างเงียบเหงาเพราะป้อมปราการลอยฟ้า แต่หากว่าป้อมปราการลอยฟ้าหายไปจากโลกแค่ซักสัปดาห์เดียว ถ้างั้นที่โลกนี้ก็จะเข้าสู่ยุคแห่งความโกลาหลและการทำลายล้างขึ้นอีกครั้ง แม้กระทั่งโลกอื่นที่ผ่านมหาภัยพิบัติขั้นที่ 4 มาสถานการณ์ก็ยังไม่เลวร้ายเท่านี้เลย

เลียร่าได้หวาดกลัวไปจริงๆแล้วว่าโลกใบนี้จะเข้าสู่โลกชั้นสูงในไม่ช้า

ครั้งหนึ่งยูอิลฮานจะทำหน้าที่ฆ่ามอนสเตอร์แทนมนุษย์ทั้ง 7 พันล้านคน และเมื่อดูจากป้อมปราการลอยฟ้ากับตัวยูอิลฮานในตอนนี้มันก็ชัดเจนแล้วว่าที่เขาพูดมันโกหกทั้งเพ สิ่งที่เขาทำในตอนนี้มันยิ่งกว่ามนุษย์ทั้ง 7 พันล้านคนไปแล้ว นี่มันมากกว่า 10 หรือ 20 พันล้านไปแล้วซะอีก

[แต่อิลฮานก็จำเป็นต้องไปคลาส 4 เหมือนกันนะ]

"หืม"

ในจุดนี้มีเขายังทำไม่สำเร็จก็แค่การได้รับพรจากเทพธิดาแห่งเพลิง เชี่ยวชาญสกิลประกายเพลิง และเชี่ยวชาญสกิลยมทูต สกิลยมทูตกับประกายเพลิงเขาใกล้จะเชี่ยวชาญมากแล้ว ตอนนี้เลเวลทั้งสองสกิลต่างก็อยู่ที่ 99 พอลองคิดย้อนไปถึงช่วงเวลาเส้นทางที่เขาผ่านมาจนกว่าจะได้เท่านี้ก็ทำให้เขาอยากจะร้องไห้แล้ว

"ไฟ... ไฟ"

ระหว่างที่มองดูเงื่อนไขการเลื่อนไปคลาส 4 เขาก็พึมพัมออกมา

"หรือฉันน่าจะต้องเปลื่ยนโลกนี้ให้เป็นทะเลเพลิง?"

[อยู่ๆอย่ามาพูดเรื่องชั่วร้ายแบบนี้นะ]

"หรือว่าฉันจะต้องทำอาร์ติแฟคดวงอาทิตย์เทียมกัน?"

[ตอนนี้ฉันอยู่กับนายไม่ได้แล้ว!]

แน่นอนว่าไม่ว่าจะทำให้โลกปกคลุมไปด้วยทะเลเพลิงจนพอจะทำให้มหาสมุทรเหือดแห้งไปหรือทำอาร์ติแฟคดวงอาทิตย์เทียมเขาก็จำเป็นจะต้องใช้หินพลังเวทย์คลาส 5 ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นแค่เรื่องเพ้อฝันเท่านั้น

"ฉันก็ยังต้องวิวัฒนาการสกิลภาษาอีกด้วย"

[นายยังไม่ต้องรีบหรอกนะ จำเอาไว้ให้ดีว่าตอนนี้พัฒการของนายก็เร็วมามากแล้ว]

หินพลังเวทย์คลาส 5? ก่อนจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงตัวเลียร่าเองก็ยังไม่เคยได้รู้ถึงเรื่องนี้เลย แต่ยูอิลฮานกลับต้องการจะใช้หินพลังเวทย์คลาส 5 นั่นเพื่อเลื่อนไปเป็นคลาส 4 หรือไม่ก็วิวัฒนาการสกิลของเขา นี่มันจะบ้าเกินไปแล้ว

"อ่า...โอเค"

[หา?]

ยังไงก็ตามอยู่ๆยูอิลฮานก็หดหู่ลงหลังจากได้ยินคำพูดของเธอซึ่งนี่มันขัดกับความตั้งใจของเธอมาก

"ใช่แล้ว เธอพูดถูก ยังมีเวลาอีกมากดังนั้นฉันยังไม่ต้องรีบ"

[...]

"ฟู่..."

บางที อาจจะแค่บางทีเหตุผลที่ยูอิลฮานไม่หยุดความใฝ่คว้าของเขาก็เพื่อที่จะหลีกหนีความจริงที่น่าเบื่อก็ได้ แม้ว่าเรื่องนี้อาจจะลืมได้ง่ายเพราะทัศนคติมองโลกในแง่ดีของเขา แต่ในปัจจุบันตัวเขากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ต่อให้เป็นบ้าไปก็ไม่แปลก

ในตอนที่เริ่มมหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 เขาก็ได้ฆ่ามอนสเตอร์ไปจำนวนมากแล้วก็พัฒนาอาวุธขึ้นมาจำนวนมากเช่นกัน ดังนั้นเขาก็ก้าวหน้าไปมากแล้ว แต่ในตอนนี้เมื่อสองปีได้ผ่านพ้นไปมันก็ไม่มีอะไรให้ทำอีกแล้วก็ไม่มีมอนสเตอร์ให้เขาฆ่าแล้ว เขาต้องใช้เวลา 3 ถึง 4 วันกว่าที่จะเจอกับมอนสเตอร์

แม้กระทั่งเขาในตอนนี้ที่เพิ่งจะวนรอบโลกมาเสร็จ เขาก็ไม่อาจจะเจอแม้แต่ร่องรอยของมอนสเตอร์เลยไม่ว่าเขาจะพยายามหาพวกมันมากแค่ไหน เขาเพิ่งจจะทำให้ดันเจี้ยนทั้งหมดบนโลกว่างเปล่าอีกด้วย ดังนั้นเรื่องนี้เขามั่นใจได้เลย

ในที่สุดแล้วเลียร่าก็คิดได้ว่าบางทีเธออาจจะทำพลาดลงไปแล้ว แต่นี่มันก็สายเกินไปแล้วด้วย ยูอิลฮานได้ใส่ประกายเพลิงลงไปบนหอกและเหวี่ยงมันไปมาด้วยความหดหู่เพื่อบุกเบิกขอบเขตใหม่ของการเล่นคนเดียวแล้ว

เมื่อมองจากระยะไกลแล้วภาพของเขาที่ใช้เพลิงนิรันดร์กวัดแกว่งนี้ดูสวยงามมากๆ แต่พอมองใกล้ๆแล้วดูน่าเศร้า เลียร่าไม่อาจจะปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวได้ เธอได้พยายามอย่างที่สุดเพื่อดึงอารมณ์ของเขาให้กลับมาดีขึ้น

[อาบน้ำ ถ้านายไปอาบน้ำ นายจะอารมณ์ดีขึ้น]

"เธอพยายามจะแย่งฉันอาบน้ำอีกแล้วงั้นสิ?"

[โธ่ ฉันไม่ได้อยากจะเข้าไปในอ่างอาบน้ำพิษแบบนั้น]

ยังไงก็ตามถึงแม้เขาจะอาบน้ำเสร็จออกมาอารมณ์ของเขาก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย นี่สามารถมองดูได้จากการที่เขาใช้ไฟมาสร้างเป็นตัวกระต่ายและพัฒนาไปเป็นปีศาจสั่นสะเทือน ถ้าเป็นไปได้เลียร่าก็อยากจะขอให้เขาทำสัตว์ตัวอื่นๆด้วย แต่ว่ายูอิลฮานในตอนนี้ดูเหมือนระเบิดที่จะปะทุได้ตลอดเวลาแล้ว

[ถะ ถ้างั้น...]

นี่คือโอกาสของเธอ เลียร่าได้ตัดสินใจที่จะลองวิธีเข้าหาที่กล้าหาญของเธอเพื่อทำให้ยูอิลฮานดีขึ้น นี่มันไม่ใช่เพื่อเติมเต็มความต้องการของเธอแต่เป็นการปลอบยูอิลฮาน แม้แต่ข้อแก้ตัวก็สมบูรณ์แบบแล้ว

[อิลฮาน]

"ว่าไง"

เธอได้ขบริมฝีปากแน่นขณะที่เขินอยู่ จากนั้นเธอก็หลับตาลงก่อนเปิดปากขึ้นมา

[อิลฮาน เกี่ยวกับเรื่องของนาย...]

"หา?"

ในตอนนี้เองยูอิลฮานได้รีบเงยหน้าขึ้นทันที ภาพปีศาจสั่นสะเทือนที่เกิดจากไฟได้หายไปทันที เขารู้งั้นหรอว่าเธอกำลังจะพูดอะไร? ในตอนนี้เองที่หน้าของเลียร่าได้เปลื่ยนไปแดงเหมือนมะเขือเทศ

"การล้นของมานาล่ะ"

[...]

"ออร่านั่นระเบิดออกมาแล้ว นี่มันเพราะว่าฉันกวาดล้างมอนสเตอร์ทั้งหมดบนพื้นงั้นหรอ? ไม่สิ กับดักแห่งการทำลายหลายอันกำลังผสานเป็นหนึ่ง อย่าบอกฉันนะว่ามัน..."

ยูอิลฮานที่ไร้ซึ่งชีวิตชีวามาตลอดได้เป็นกระตือรือร้นไปในทันที นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้เขาได้พัฒนามาจนถึงตอนนี้ แต่ว่าเลียร่าก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่าเธอเป็นแค่คนโง่เมื่อเธอได้เห็นเขากระตือรือร้นเพราะเรื่องแบบนี้

[ฉันก็...]

"ไว้คุยทีหลังนะเลียร่า มันดูเหมือนว่าสิ่งที่ฉันรอคอยกำลังจะเกิดขึ้นมาแล้ว"

[รอเหรอ? ฉันน่ะรอมาเป็นร้อยปีนะ!... เดี๋ยวสิ รออะไรล่ะ?]

ยูอิลฮานได้ขับป้อมปราการลอยฟ้าออกไปโดยไม่ตอบเธอ เขาได้เปิดใช้การซ่อนเร้นในทันทีที่เขาไปในปราสาทแล้วเขาก็ยังคงไม่พอใจกับแค่นี้ เขาได้เก็บเอาร้อยนัยน์ตาทั้งหมดมารวมไว้ในจุดเดียวและเตรียมที่จะใช้มันยิงออกไปตลอดเวลา

เลียร่าได้คิดว่า 'ไม่มีทาง' ระหว่างที่มองดูแบบนี้ แต่แล้วเธอก็ได้รู้เมื่อป้อมปราการลอยฟ้าได้ไปในพื้นที่ที่เกิดการล้นของมานา

ในตอนนี้ได้มีพายุแสงสีทองเกิดขึ้นมา เหตุผลคือมันมาจากการที่กับดักแห่งการทำลายได้มารวมกันในจุดๆหนึ่งแน่นอน มานาได้ถูกเสริมพลังขึ้นไปและบันทึกต่างๆได้มารวมเข้าด้วยกัน

และได้มีรูปแบบสิ่งมีชีวิตที่รุนแรงที่กำลังดิ้นรนอยู่ภายในนั้น

[นี่มันกำลังเกิด... สิ่งมีชีวิตคลาส 5 ขึ้นมางั้นหรอ...?]

ปาฏิหาริย์ที่ไม่อาจเกิดขึ้น และไม่ควรจะมีได้เกิดขึ้นมาแล้วบนโลกใบนี้

จบบทที่ บทที่ 203 - เห็นฉันไหมล่ะ? (4) [18-09-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว