เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ฉินฉางเซิง

บทที่ 7 ฉินฉางเซิง

บทที่ 7 ฉินฉางเซิง


บทที่ 7 ฉินฉางเซิง

ณ ชานเมืองจินเฉิง

เซี่ยเหอและลวี่เหลียงเพิ่งเดินทางมาถึงจุดหมาย สองเท้ายังมิทันจะหยัดยืนให้มั่นคง เสียงกึกก้องกัมปนาทพลันดังสนั่นหวั่นไหวเหนือศีรษะ

สายฟ้าแลบแปลบปลาบดุจมังกรยักษ์พุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้า ฟาดเปรี้ยงลงมายังต้นไม้ใหญ่ข้างกายจนไหม้เกรียมเป็นตอตะโกในชั่วพริบตา

ตามมาด้วยเสียงคำรามกึกก้อง ต้นไม้เหล่านั้นหักโค่นลงมาต้นแล้วต้นเล่า

"ตูม! ตูม! ตูม!!!"

พายุสายฟ้าที่ไร้เมฆฝนและอัสนีบาตลูกมหึมาที่ผ่าลงมาอย่างกะทันหัน ทำให้เซี่ยเหอและลวี่เหลียงตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก

ทั้งสองเบิกตากว้างจ้องมองหน้ากัน ภายในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสับสน

เรื่องบังเอิญเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? สายฟ้าผ่าลงมาข้างกายพวกเขาพอดิบพอดี นี่คงมิใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติธรรมดาแน่

แต่จะให้บอกว่าเป็นฝีมือของผู้มีพลังพิเศษ... เซี่ยเหอก็ยากที่จะปักใจเชื่อ เว้นเสียแต่ว่าจะเป็น 'เฒ่าปรมาจารย์แห่งเขาหลงหู่' ในตำนานผู้นั้นลงมือเอง

"เจ๊เซี่ย นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?!" ลวี่เหลียงกลัวจนแทบปัสสาวะราด น้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

ทว่าเซี่ยเหอมิได้ตอบคำ เธอเฝ้าระวังทุกสิ่งรอบกายอย่างตื่นตัว เตรียมพร้อมรับมือขั้นสูงสุด

"เจ้าพวกเดรัจฉานฉวนซิ่ง! ต่อหน้าปรมาจารย์แห่งเขาหลงหู่ ยังไม่รีบวางอาวุธยอมจำนนอีกรึ!!!"

คลื่นเสียงอันดังกึกก้องถาโถมมาจากทุกทิศทาง ราวกับจะฉีกกระชากมิติให้ขาดสะบั้น

เส้นประสาทของเซี่ยเหอและลวี่เหลียงตึงเครียดจนถึงขีดสุด แต่กลับจับทิศทางของต้นเสียงไม่ได้เลย

"เจ้าพวกปีศาจฉวนซิ่ง!!!!"

ทันใดนั้น สายฟ้าที่ทรงพลังมหาศาลอีกหลายสายก็ฟาดเปรี้ยงลงมา การโจมตีครั้งนี้ขยับเข้ามาใกล้พวกเขายิ่งกว่าเดิม

แสงสีขาววาบสว่างโล่ สาดส่องใบหน้าซีดเผือดและแววตาที่ตื่นตระหนกของทั้งคู่ พวกเขาพยายามหลบหลีกอย่างสุดชีวิต แต่กลับไร้หนทางหนี

เซี่ยเหอและลวี่เหลียงยืนหันหลังชนกัน หน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ หัวใจเต้นรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก

เวลาล่วงเลยไปทีละนาที...

จวบจนครึ่งชั่วโมงผ่านไป

แม้เสื้อผ้าจะชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ แต่พวกเขายังคงระแวดระวัง แม้จะรู้ดีว่าหากสายฟ้านั้นตั้งใจผ่ามาที่พวกเขาจริงๆ ด้วยความรุนแรงระดับนั้น คงไม่มีทางรอดชีวิตไปได้

แต่ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ ย่อมไม่มีใครไม่กลัวตาย

พวกเขาจึงยังคงกัดฟันทนต่อไป

แซ่ก แซ่ก แซ่ก!

เสียงฝีเท้าย่ำลงบนผืนหญ้า ลวี่เหลียงและเซี่ยเหอหันขวับไปมองเงาร่างในป่าด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง

ผู้ที่ปรากฏกายหาใช่เฒ่าปรมาจารย์ไม่ แต่กลับเป็นฉินโซ่ว

"โอ้!"

"นี่มันน้องลวี่เหลียงกับแม่นางเซี่ยเหอไม่ใช่รึ?"

ฉินโซ่วทักทายพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ

"นั่นพวกนายทำท่าอะไรกัน? ยืนกอดกันกลมเชียว ใช้ความเงียบสยบความเคลื่อนไหวเหรอ?"

ขาทั้งสองข้างของลวี่เหลียงอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงกับพื้น เขารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นฉินโซ่ว

"แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก"

"พี่ฉิน! ในที่สุดพี่ก็มา! เมื่อกี้ผมนึกว่าจะต้องตายซะแล้ว!"

ผิดกับเซี่ยเหอที่โกรธจนแทบกระอักเลือด

"ไอ้ชาติชั่ว! เฒ่าปรมาจารย์นั่นมาตามล่าแกใช่ไหม!"

ฉินโซ่วทำหน้ามึนงง

เฒ่าปรมาจารย์?

ที่ไหน?

ฉันควรซ่อนตัวไหมเนี่ย?

เมื่อเห็นฉินโซ่วยังคงแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง เซี่ยเหอก็รู้สึกเหมือนอกจะระเบิดด้วยความโทสะ

"นายช่วยเลิกวิ่งหนีทุกครั้งที่มีเรื่องได้ไหม? ตลอดหลายปีมานี้มีคนตามมาล้างแค้นนายตั้งกี่คน แต่พหาตัวนายไม่เจอ สุดท้ายกลายเป็นพี่น้องในสำนักคนอื่นต้องมารับเคราะห์แทน!"

เซี่ยเหอหวาดกลัวจริงๆ เมื่อครู่เธอเฉียดความตายมาแค่ปลายจมูก

หากเฒ่าปรมาจารย์ตัดสินใจจะสังหารพวกเธอจริงๆ คงจัดการได้ง่ายดายเหมือนบี้มด

เซี่ยเหอตัดสินใจแน่วแน่ ตราบใดที่เลือกได้ เธอจะไม่มีวันร่วมงานกับไอ้เดรัจฉานนี่เด็ดขาด เธอรับมือไม่ไหวจริงๆ!

ลวี่เหลียงที่เพิ่งจะดีใจที่เจอฉินโซ่ว ถึงกับงุนงง

เดี๋ยวนะ...

นี่มันหมายความว่าไง?

แม้เขาจะเพิ่งเข้ามาอยู่ฉวนซิ่งได้ไม่นาน แต่ก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าพี่ฉินจะมีอดีตที่มืดมนขนาดนี้!

ฉินโซ่วชะงักไปครู่หนึ่ง

ใช้ได้นี่หว่า! หาข้อแก้ตัวให้ฉันเสร็จสรรพเลย?

เขากำลังคิดอยู่พอดีว่าจะอธิบายเรื่องล้อเล่นแรงๆ นี้ยังไง ไม่นึกว่าพวกนี้จะเติมคำในช่องว่างให้เรียบร้อยแล้ว

ความจริงคือ ตอนที่ฉินโซ่วมาถึงจุดนัดพบ เขาเห็นว่ายังมาเช้าเกินไป เลยนึกครึ้มฟาดฟันต้นไม้เล่นแก้เบื่อ

บังเอิญไปเจอเซี่ยเหอขี่มอเตอร์ไซค์มากับลวี่เหลียงที่ขับรถตู้พอดี

จากนั้น—

วิชา 'อัสนีบาตปราบมาร' ยิ่งใช้ก็ยิ่งมันมือ ยิ่งผ่ายิ่งติดใจ!

เขายังคงดื่มด่ำกับความรู้สึกของการควบคุมสายฟ้าสวรรค์อยู่ในห้วงความคิด

เมื่อเห็นเซี่ยเหอทำท่าจะระเบิดลง

ฉินโซ่วจึงหัวเราะกลบเกลื่อนตามน้ำไป:

"เฮ้ๆ!"

"อย่าใจแคบนักเลยน่า!"

"เอะอะก็พูดแต่เรื่องตาย ลางไม่ดีเลยนะ!"

"น้องลวี่เหลียงอาจจะโดนเฒ่าปรมาจารย์ผ่าจนเกรียม แต่เธอ เซี่ยเหอ จะไปกลัวอะไร"

"ขนาดศิษย์เอกของเขาอย่าง 'จางหลิงอวี้' ยังเสร็จเธอมาแล้วไม่ใช่รึไง จะกลัวอะไรอีกล่ะ? ทำไมไม่กล้าสู้กับเฒ่าปรมาจารย์ดูล่ะ?"

"ตาแก่อายุตั้งร้อยกว่าปีแล้ว จะทำอะไรเด็กสาวรุ่นลูกหลานอย่างเธอลงคอ?"

"อีกอย่าง เรื่องที่เธอได้ยินมามันก็แค่ข่าวลือทั้งนั้น"

"ไม่เคยได้ยินคำสดุดีจากพี่น้องร่วมสำนักของฉันเหรอ? 'ฉินฉางเซิงผู้เที่ยงธรรมและห้าวหาญ' น่ะ!"

ลวี่เหลียงอ้าปากค้าง ไม่นะ ข้อมูลที่ได้รับมามันหนักเกินไป สมองเขาประมวลผลไม่ทันแล้ว!

ใบหน้าของเซี่ยเหอเต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว ทำไมฉันต้องไม่สู้กับเฒ่าปรมาจารย์? พูดออกมาได้ นั่นภาษาคนเหรอ?

เที่ยงธรรมและห้าวหาญ? ถุย!

แล้วเขารู้เรื่องระหว่างเธอกับจางหลิงอวี้ได้ยังไง?

ไอ้หมอนี่มันร้ายกาจเกินไปแล้ว!

ฉินโซ่วยิ้มอย่างมีเลศนัย เมื่อเห็นน้องชายผู้ไม่ได้ความยังคงนั่งบื้อเป็นเป็ด เขาจึงยกมือขึ้นเบาๆ จากระยะสิบกว่าก้าว ร่างของลวี่เหลียงก็ถูกยกให้ลอยขึ้นด้วยพลังที่มองไม่เห็น

"พี่ฉิน นี่มันพลังจิตเหรอครับ?"

"ไม่ใช่พลังจิตหรอก"

"ก็แค่พลังปราณบริสุทธิ์เท่านั้นเอง"

เซี่ยเหอดูเหมือนจะลืมความขุ่นข้องหมองใจเมื่อครู่ เธอหัวเราะอย่างมีจริตและขยับกายเข้ามาแนบชิดฉินโซ่วอย่างแนบเนียน เลียริมฝีปากสีแดงสด กะพริบตาถี่ๆ ส่งเสียงครางในลำคออย่างยั่วยวน

ฉินโซ่วปรายตามอง ก่อนจะสะบัดมือซัดร่างเซี่ยเหอกระเด็นไปกระแทกพื้นอย่างแรง

"จะไปร่านที่ไหนก็ไป อย่ามาทำตัวคันแถวนี้"

เซี่ยเหอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดขณะลุกขึ้นมา สบถด่าทันที:

"บ้าเอ๊ย! ยังไร้ความเป็นคนเหมือนเดิม สมชื่อจริงๆ"

ลวี่เหลียงตกตะลึงตาค้าง เขาไม่สัมผัสถึงพลังปราณใดๆ แต่กำแพงที่มองไม่เห็นนั้นมีอยู่จริง และการซัดคนให้กระเด็นจากระยะไกลก็นับว่าเป็นพลังปราณด้วยหรือ? แต่พลังปราณธรรมดาจะแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง?

พลังปราณของฉินโซ่วได้รับการเสริมแกร่งมาหลายครั้ง เขาสามารถควบแน่นมันให้ทรงพลังได้โดยไม่ต้องใช้วิชาพิเศษใดๆ พลังปราณของผู้มีพลังพิเศษทั่วไปย่อมเทียบเขาไม่ติด

"เอาล่ะ เดี๋ยวฉันจะให้ดูอะไรดีๆ เป็นการปลอบขวัญ"

ฉินโซ่วชูโทรศัพท์ขึ้น โบกไปมาให้ทั้งสองดูพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"..."

"เชี่ยเอ๊ย! ลูกพี่ พี่เป็นคนแบบไหนกันเนี่ย?!"

"..."

เมื่อมองดูชายเปลือยกายบนต้นไม้ในคลิปวิดีโอ ประกอบกับเสียงหัวเราะชั่วร้ายของฉินโซ่ว

เซี่ยเหอและลวี่เหลียงหันมาสบตากัน มันน่าขำตรงไหน?

ฉินโซ่วเป็นคนรสนิยมแบบนี้หรอกเหรอ?

เซี่ยเหอรู้สึกขนลุกซู่ ในขณะที่ลวี่เหลียงเริ่มเป็นห่วงสวัสดิภาพของตัวเอง เพราะพักหลังมานี้ฉินโซ่วดูจะกระตือรือร้นกับเขาเหลือเกิน

ฉินโซ่วไม่รู้เลยว่าสองคนนั้นกำลังจินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปถึงไหน เขาตบไหล่ลวี่เหลียงเบาๆ ทำเอาอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง

"ไม่ขำเหรอ?"

ฉินโซ่วไม่ยอมแพ้ เปิดอีกคลิปให้ดู เป็นภาพเฝิงเป่าเป่ากำลังตัดทำลายแส้ทองคำของจางฉู่หลานแล้วจับเขาเป็นทาส

ตอนแรก ทั้งเซี่ยเหอและลวี่เหลียงต่างบ่นอุบอิบในใจ

ถ้ารสนิยมทางเพศของพี่จะบิดเบี้ยว ก็อย่าลากพวกเราเข้าไปเกี่ยวด้วยสิ!

แต่ไม่นานนัก

บทสนทนาระหว่างเฝิงเป่าเป่ากับชายคนนั้นในคลิปก็ดึงดูดความสนใจของพวกเขา

"เดี๋ยวนะ!"

"จางฉู่หลาน?"

ลวี่เหลียงและเซี่ยเหอเบิกตากว้าง คนในคลิปคือเป้าหมายที่พวกเขากำลังตามหา หลานชายของจางซีหลิน... จางฉู่หลาน?

ย้อนเวลากลับไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

ณ ป่าภายในมหาวิทยาลัยหนานต้า

เพราะเสียงหัวเราะอันดังลั่นของฉินโซ่ว ทำให้คู่รักหนุ่มสาวใต้ต้นไม้บังเอิญมาพบฉินโซ่วและ 'วีรบุรุษเปลือย' จางฉู่หลานเข้าจังๆ

"ไอ้โรคจิต!"

"กรี๊ด!!!!"

หลังจากคู่รักคู่นั้นวิ่งหนีไป จางฉู่หลานก็ยกมือกุมขมับ ยอมรับในชะตากรรม

"ลูกพี่ ต้องการอะไรก็ว่ามาเถอะ"

ฉินโซ่วครุ่นคิดครู่หนึ่ง ฉันต้องการอะไรน่ะเหรอ? ตอนนี้แค่อยากลองวิชาสายฟ้าเฉยๆ

"ลูกพี่ไม่ได้ต้องการจะทำอะไรหรอก"

"ขอบคุณครับลูกพี่"

ใบหน้าของจางฉู่หลานเต็มไปด้วยความหมองหม่น เจอผู้หญิงบ้าคนนั้นไปแล้ว ยังต้องมาเจอคนสติไม่ดีคนนี้อีกเหรอ?

"เอ่อ... ศพปู่ของนายอยู่กับลูกน้องฉันนะ"

"ฉันวางแผนให้พวกมันไปดักซุ่มโจมตีนาย"

"ระวังตัวไว้หน่อยล่ะ!"

จางฉู่หลานงงเป็นไก่ตาแตก นี่มันเรื่องบ้าอะไร?

วางแผนจะดักตีหัวฉัน? แล้วมาบอกให้ฉันระวังตัว?

นี่คือคำขู่เหรอ? แต่น้ำเสียงมันดูแปลกๆ อยู่นะ!

ทันใดนั้น ฉากอันน่าตื่นตะลึงก็ปรากฏแก่สายตาจางฉู่หลาน คนบ้าตรงหน้าจู่ๆ ก็หายวับไปกับตาราวกับอากาศธาตุ!

"เชี่ยเอ๊ย!"

คำอุทานประจำชาติหลุดออกมาจากปาก

และยังมีคำว่า "เชี่ยเอ๊ย!" อีกคำ ซึ่งเป็นคำอุทานประจำชาติเช่นกัน แต่ไม่ได้มาจากปากของจางฉู่หลาน หากแต่มาจากกลุ่มไทยมุงในป่าที่เริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ

"ดูนั่นสิ!"

"มีวีรบุรุษแก้ผ้าอยู่ตรงนั้นจริงๆ ด้วย!"

"บ้าจริง! มีใครแจ้งตำรวจหรือยัง? นี่มันน่าขนลุกเกินไปแล้ว!"

"..."

จบบทที่ บทที่ 7 ฉินฉางเซิง

คัดลอกลิงก์แล้ว