- หน้าแรก
- วิญญาณยุทธ์ร่มวิถีสวรรค์ เจ็ดสังหารดับสูญ
- ตอนที่ 8 เชียนเหรินเสวี่ยเป็นบ้าไปแล้วหรือ?
ตอนที่ 8 เชียนเหรินเสวี่ยเป็นบ้าไปแล้วหรือ?
ตอนที่ 8 เชียนเหรินเสวี่ยเป็นบ้าไปแล้วหรือ?
ตอนที่ 8 เชียนเหรินเสวี่ยเป็นบ้าไปแล้วหรือ?
เด็กหญิงผมทองน้อยรู้สึกน้อยใจอยู่ลึกๆ แต่เมื่อนึกถึงคำกำชับของเจียงเนี่ยน สีหน้าของนางก็ยังคงเรียบเฉย
นางวางของลงแล้วเดินจากไป
แววตาของนางหม่นหมอง ไร้ซึ่งประกายความหวังใดๆ
ปี๋ปี่ตงตกตะลึง ปกติเชียนเหรินเสวี่ยจะต้องฟูมฟายถามทั้งน้ำตาว่าเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้
วันนี้เกิดอะไรขึ้น?
แล้วแววตาที่ดูสิ้นหวังราวกับคนหมดอาลัยตายอยากนั่นมันคืออะไรกัน?
พอนางตั้งสติได้ เชียนเหรินเสวี่ยก็เดินจากไปไกลแล้ว
ภายในลานบ้าน
เจียงเนี่ยนมองดูเด็กหญิงผมทองที่สีหน้าเปลี่ยนไป พลางนึกสงสัยว่านางเอาอะไรมาส่ง
คงหนีไม่พ้นโดนปี๋ปี่ตงด่าเปิงมาอีกแน่ๆ
แต่ดูเหมือนนางจะไม่ได้โดนด่าหนักมากนัก?
"เจียงเนี่ยน?!" สีหน้าของเชียนเหรินเสวี่ยสดใสขึ้นทันทีที่เห็นเขา นางเอ่ยอย่างดีใจ "วันนี้ท่านแม่ด่าข้าน้อยกว่าคราวที่แล้วตั้งหลายประโยคแน่ะ!"
"ข้าพัฒนาขึ้นแล้วใช่ไหม?"
เจียงเนี่ยน: "?"
ครึ่งวินาทีต่อมา เขาฝืนยิ้มออกมา "ถูกต้อง เจ้าพัฒนาขึ้นมากเลยล่ะ"
"องค์ธิดาศักดิ์สิทธิ์จะต้องเห็นความพยายามของเจ้าไม่ช้าก็เร็ว"
เชียนเหรินเสวี่ยก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน นางกำหมัดน้อยสีชมพูแน่นแล้วพูดอย่างจริงจัง "ถ้าครั้งเดียวไม่ได้ผล ก็ร้อยครั้ง พันครั้ง หมื่นครั้ง!"
"เจียงเนี่ยน ข้าต้องตื๊อให้ถึงที่สุด!"
เมื่อเห็นเด็กหญิงผมทองมุ่งมั่นขนาดนี้ เขาก็ได้แต่พยักหน้าเออออไปตามน้ำ
"สู้ต่อไปนะ"
"ตกลง! เจอกันพรุ่งนี้นะ!"
พูดจบ
เชียนเหรินเสวี่ยก็กระโดดโลดเต้นจากไป แม้จะโดนด่า แต่นางก็เรียนรู้ที่จะเอาใจเขามาใส่ใจเราแล้ว
ตีคือรัก ด่าคือห่วงใย
ท่านแม่สนิทกับนางจริงๆ ด้วย~
เจียงเนี่ยนลังเลอยู่ว่าจะเข้าไปในห้องส่วนตัวของปี๋ปี่ตงดีหรือไม่
เขากลัวว่าจะโดนฟาดด้วยกิ่งหลิวในไม่ช้านี้
ทันใดนั้น เสียงตวาดเกรี้ยวกราดก็ดังลอยออกมา
"ยังยืนบื้ออยู่ทำไมอีก?!"
"เข้ามาเดี๋ยวนี้!"
หัวใจของเจียงเนี่ยนดิ่งวูบ เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดทางกายที่กำลังจะมาเยือน
ครึ่งนาทีต่อมา
"ท่านอาจารย์ ไม่ตีก้นได้ไหมขอรับ"
"หึหึ~ ไม่ได้"
"งั้นเบาๆ มือหน่อยนะขอรับ..."
"เสี่ยวเนี่ยน แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว"
ไม่นานนัก
เจียงเนี่ยนนั่งหน้าเหยเกอยู่บนเก้าอี้ มองดูหญิงสาวแสนสวยกำลังนั่งกินข้าวอยู่ตรงหน้า
แม้จะเจ็บนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นเลือดตกยางออก
เขาคาดว่าอีกไม่กี่นาทีคงหายเจ็บ
แต่ทว่า...
ปี๋ปี่ตงไปเอาไม้บรรทัดยาวหนึ่งเมตรมาจากไหนกัน?
บนนั้นสลักคำว่า 'คุณธรรม' ตัวเบ้อเริ่มเทิ่มสีทองอร่ามไว้นับสิบตัว
นี่นางใช้คุณธรรมสยบผู้คนจริงๆ หรือเนี่ย?
"นี่คือแผนตื้นๆ ที่เจ้าแนะนำไปสินะ?"
แววตาดูแคลนฉายวาบในดวงตาปี๋ปี่ตงขณะมองเขาอย่างเย็นชา
เจียงเนี่ยนประหม่าในใจ แต่สีหน้ายังคงสงบนิ่ง "ท่านอาจารย์ ข้าคิดว่า..."
"หุบปาก! ยังกล้าเถียงอีกรึ?!"
"เอาของพวกนี้ไปทิ้งซะ! แล้วเจ้าก็ไสหัวออกไปได้แล้ว!"
ปี๋ปี่ตงดุด่าเขาอย่างไม่ไว้หน้า แค่เห็นของที่เชียนเหรินเสวี่ยเอามา นางก็รู้สึกสะอิดสะเอียนแล้ว
นางไม่รู้ว่านังเด็กนั่นคิดอะไรอยู่ คิดจะใช้ของพวกนี้มาทำให้ใจนางอ่อนลงงั้นหรือ?
น่าขันสิ้นดี!
"ขอรับ"
เจียงเนี่ยนรู้ดีว่าขืนอยู่ต่อจะยิ่งทำให้ปี๋ปี่ตงรำคาญ เขาจึงยกอาหารที่เชียนเหรินเสวี่ยทำออกไป แล้วปิดประตูห้องอย่างเงียบเชียบ
ไม่นานหลังจากนั้น
ปี๋ปี่ตงก็เริ่มใจเย็นลงบ้าง
ภาพขอบตาดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้าของเชียนเหรินเสวี่ย และภาพเนื้อตัวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยแป้งและคราบน้ำมันของนาง ผุดขึ้นมาในหัว
ชั่วขณะหนึ่ง เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาวูบหนึ่ง
แล้วก็จางหายไปในพริบตา
ความรังเกียจในแววตาของนางยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
"วิญญาณยุทธ์ที่สวรรค์ประทานให้ กลับเอาเวลาไปทิ้งกับเรื่องพรรค์นี้ ช่างโง่เขลาสิ้นดี!"
"จะคอยดูซิว่าจะทนไปได้สักกี่น้ำ!"
ปี๋ปี่ตงแค่นเสียงเย็น พอหันไปเห็นอาหารที่เจียงเนี่ยนซื้อมา นางก็ยิ่งหงุดหงิด
นางรู้สึกว่าไอ้เด็กเหลือขอนี่ยังมีเวลาว่างมากเกินไป เห็นทีต้องหางานการให้ทำเป็นชิ้นเป็นอันเสียแล้ว
เจียงเนี่ยนกลับมาที่ห้องนอน จ้องมองอาหารที่เชียนเหรินเสวี่ยทำซึ่งดูไม่ออกเลยว่าเป็นอะไร
เขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เด็กหญิงผมทองที่ไม่เคยหยิบจับงานบ้านงานเรือน ทำอีท่าไหนถึงออกมาสภาพนี้ได้นะ?
ลองชิม... สักคำดีไหม?
คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง?
เจียงเนี่ยนลังเล แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเสี่ยงดู
"เอ้าลุย! จัดไปเลยพวกเรา!"
ไม่กี่วินาทีต่อมา
รูม่านตาของเจียงเนี่ยนหดเกร็ง มือซ้ายกุมคอ ส่วนมือขวาควานหาน้ำอย่างบ้าคลั่ง
"แย่แล้ว! นี่มันลอบวางยาพิษชัดๆ?!"
เฮือก
เจียงเนี่ยนล้มฟุบลงกับพื้น น้ำตาแห่งความเสียใจไหลพราก
โชคดีที่ปี๋ปี่ตงไม่ได้กินเข้าไป ไม่อย่างนั้นนางคงจับเขาแขวนตีนานสามวันสามคืนแน่
ส่วนทำไมถึงไม่ใช่เชียนเหรินเสวี่ยน่ะหรือ?
เพราะนางไม่กล้าไงล่ะ
เด็กหญิงผมทองมีเจ้าตัวทองใหญ่กับเจ้าตัวทองแก่คอยคุ้มกะลาหัวอยู่ แต่เขาล่ะ?
จะให้บอกว่ามีวิถีสวรรค์คุ้มครองงั้นหรือ?
ในขณะเดียวกัน
เชียนเหรินเสวี่ยกระโดดโลดเต้นไปทางหอบูชาพรหมยุทธ์หลังจากออกจากตำหนักธิดาศักดิ์สิทธิ์ พรหมยุทธ์จระเข้ทองคำที่แอบสะกดรอยตามเบิกตากว้าง ราวกับเห็นผี
ทำไมรู้สึกว่าขวัญใจของพวกเขาร่าเริงขึ้นผิดหูผิดตาในช่วงนี้?
หรือว่า... สิ่งที่ไอ้หนูเจียงเนี่ยนนั่นพูดจะได้ผลจริงๆ?
"ตึก ตึก ตึก~"
เชียนเหรินเสวี่ยสะบัดผมสีทองเป็นประกาย หลังจากมองซ้ายมองขวาในหอบูชาพรหมยุทธ์อยู่ครู่หนึ่ง นางก็หันไปเห็นพรหมยุทธ์จระเข้ทองคำ
"ปู่จระเข้ทองคำ!"
"อา~ เสี่ยวเสวี่ย ปู่อยู่นี่"
ชายร่างใหญ่ยิ้มกว้าง ลูบศีรษะนาง พลางพึมพำในใจ
แม่หนูน้อยคนนี้ โดนด่ามาแท้ๆ ทำไมถึงยังดีใจได้ขนาดนี้กันนะ?
เชียนเต้าหลิวเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า เมื่อเห็นหลานสาวสุดที่รักมีความสุข เขาก็อดปลื้มใจไม่ได้
"ท่านปู่!"
เชียนเหรินเสวี่ยโผเข้าสู่อ้อมกอดของเขา แล้วพูดอย่างมีความสุขว่า "วันนี้ท่านแม่ด่าข้าอีกแล้ว แต่ข้าคิดว่าท่านต้องห่วงใยข้ามากแน่ๆ เลย"
เชียนเต้าหลิว: "?"
"ฮัดชิ้ว!"
เจียงเนี่ยนจามออกมา รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีชอบกล
ปี๋ปี่ตงกำลังคิดหาวิธีลงโทษเขาอีกแล้วหรือเปล่านะ?
เฮ้อ... ถ้าแค่เอาส้นสูงเหยียบก้นก็พอทนไหว แต่ถ้าอย่างอื่น เขาคงรับไม่ไหวแน่
เวลาผ่านไปอย่างเงียบเชียบ
ทุกวัน นอกจากไปเรียนที่โรงเรียนวิญญาณยุทธ์แล้ว เจียงเนี่ยนก็ฝึกกระบี่และต่อปากต่อคำกับปี๋ปี่ตง
ตอนกลางคืน เขาก็บำเพ็ญเพียรด้วยวิชาทำสมาธิ
บางครั้งบางคราวก็ทดสอบดวงของตัวเองบ้าง
ชีวิตของเขาดำเนินไปอย่างเรียบง่าย
ทว่า เด็กหญิงผมทองมักจะแวะเวียนมาหาอาทิตย์ละสองสามครั้ง
ปี๋ปี่ตงก็ยังคงด่ากราดนางเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
เจียงเนี่ยนเรียนรู้ที่จะหลบเลี่ยงนาง และจะโผล่หน้าไปหาก็ต่อเมื่อโทสะของปี๋ปี่ตงสงบลงแล้วเท่านั้น
เพียงแต่ว่า... มีอยู่ครั้งหนึ่ง ขณะที่ปี๋ปี่ตงกำลังด่าเชียนเหรินเสวี่ย จู่ๆ อีกฝ่ายกลับหัวเราะร่าอย่างมีความสุข
เล่นเอาทั้งสองคนงงเป็นไก่ตาแตก
ทั้งคู่ต่างกลัวว่านางจะมีปัญหาทางจิต ถึงขนาดที่ปี๋ปี่ตงเริ่มสงสัยว่าตนเองด่าแรงเกินไปหรือเปล่า
หากเชียนเหรินเสวี่ยเกิดบ้าเพราะโดนด่าขึ้นมาจริงๆ
นางคงโดนกระบี่ของเชียนเต้าหลิวฟันตัวขาดครึ่งในพริบตาแน่
หน้าบันไดตำหนักธิดาศักดิ์สิทธิ์
เจียงเนี่ยนปาดเหงื่อบนหน้าผากด้วยความกระดากอาย
"เสี่ยวเสวี่ย เจ้าเป็นยังไงบ้าง"
หน้าอกของเชียนเหรินเสวี่ยกระเพื่อมขึ้นลง นางพูดอย่างตื่นเต้น "วันนี้ท่านแม่ยอมชิมอาหารของข้าคำนึงด้วยแหละ!"
"เจียงเนี่ยน เจ้าพูดถูกจริงๆ!"
"ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น!"
"ข้าตัดสินใจแล้ว ต่อไปนี้เจ้าคือเพื่อนรักของข้า!"
"พี่สาวคนนี้จะคอยดูแลเจ้าเอง!"
พูดจบ เด็กหญิงผมทองก็ยืนเท้าสะเอวอย่างภาคภูมิ เชิดคางขาวเนียนขึ้น
แสงตะวันสาดส่องลงมากระทบร่าง ทำให้นางดูศักดิ์สิทธิ์และงดงามยิ่งนัก
เจียงเนี่ยนเหม่อมองไปชั่วขณะ
เขารู้สึกไม่พอใจนิดหน่อย
"เจ้าเป็นได้แค่น้องสาวเท่านั้นแหละ"
เชียนเหรินเสวี่ยสวนกลับทันควัน "ไม่มีทาง! ข้าแก่กว่าเจ้านะ!"
"ก็ได้ ก็ได้ ตามใจเจ้า"
เจียงเนี่ยนลอบยิ้มในใจ เด็กหญิงผมทองช่างหลอกง่ายเสียจริง
ดูเหมือนว่า
"วิถีแห่งชัยชนะทางจิตวิญญาณ" ของเขาจะได้ผลจริงๆ แฮะ
ความตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก!
จบตอน