- หน้าแรก
- จักรพรรดิจิ้งจอกเก้าหาง
- จักรพรรดิจิ้งจอกเก้าหาง ตอนที่ 1
จักรพรรดิจิ้งจอกเก้าหาง ตอนที่ 1
จักรพรรดิจิ้งจอกเก้าหาง ตอนที่ 1
ตอนที่ 1: ถือกำเนิดขึ้นมาบิดามารดาก็สิ้นชีพ? โจรหมาป่า!
ทวีปโต้วหลัว, นครวิญญาณยุทธ์
ตระกูลเซี่ย
ชายผู้หนึ่งซึ่งดูมีอายุราวสามสิบปีกำลังเดินไปมาอยู่หน้าห้องอย่างกระวนกระวาย โดยมีเด็กน้อยวัยสองขวบยืนอยู่ข้างกาย
พลันเสียงร้องของทารกก็ดังขึ้นจากในห้อง ชายวัยกลางคนผู้นั้นแสดงสีหน้ายินดีเป็นล้นพ้น เขารีบเคาะประตูแล้วเอ่ยถาม “เป็นอย่างไรบ้าง? ภรรยาข้าคลอดแล้วหรือยัง?”
แต่แล้วเสียงอันเร่งรีบของหมอตำแยก็ดังสวนออกมาจากในห้อง “ท่านเซี่ย นายหญิง... นายหญิงตั้งครรภ์เป็นฝาแฝดมังกรหงส์เจ้าค่ะ พี่ชายคลอดออกมาแล้ว ตอนนี้ยังเหลือเพียงน้องสาวเท่านั้น”
ใช่แล้ว บุคคลผู้นี้คือเซี่ยเทียน บิดาของเซี่ยเยว่และหูลี่น่านั่นเอง
จนกระทั่งครึ่งชั่วยามต่อมา เมื่อเด็กคนที่สองถือกำเนิดขึ้นอย่างราบรื่น เซี่ยเทียนจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกได้ในที่สุด
แม้ว่าตัวเขาและหูเล่อเหยาจะเป็นถึงวิญญาจารย์ที่มีระดับพลังบำเพ็ญเพียรไม่ธรรมดา แต่ในฐานะของบิดาและสามี เขาก็อดที่จะรู้สึกประหม่ามิได้
เด็กชายตัวน้อยข้างกายมองมาด้วยสีหน้าไร้เดียงสาและยินดี “ท่านพ่อ ข้ากำลังจะมีน้องชายกับน้องสาวแล้วหรือขอรับ?”
เซี่ยเทียนย่อตัวลง ลูบศีรษะของเซี่ยเยว่พร้อมรอยยิ้ม “ใช่แล้ว เยว่เอ๋อร์ ตอนนี้เจ้าเป็นพี่ชายคนโตแล้วนะ ในอนาคตเจ้าต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง หากพ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ข้างกาย เจ้าต้องปกป้องน้องๆ ทั้งสองคนให้ดี”
เซี่ยเยว่พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น ดวงตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
ครั้นแล้ว ประตูห้องก็เปิดออก เซี่ยเทียนก้าวฉับๆ เข้าไปข้างใน เขามิได้รีบร้อนเข้าไปดูเด็กทั้งสองในทันที แต่กลับมุ่งตรงไปยังร่างของหูเล่อเหยาก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อมองใบหน้าที่ซีดเซียวและเม็ดเหงื่อเย็นที่ผุดพรายขึ้นมา สีหน้าของเซี่ยเทียนก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดใจ “เหยาเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้าเด็กแสบสองคนนี่ รอให้พวกมันโตขึ้น ข้าจะให้พวกมันชดใช้ให้เจ้าอย่างสาสม!”
ทารกทั้งสอง: ‘เอาเถอะๆ พวกท่านสองคนคือรักแท้ ส่วนพวกเราสองคนนั้นเป็นเพียงอุบัติเหตุสินะ’
ทว่าหูเล่อเหยากลับยิ้มออกมา “พี่เทียน ข้าเคยคลอดบุตรมาแล้วครั้งหนึ่ง ย่อมไม่มีอันตรายใดๆ เพียงแต่ครั้งนี้อาจเป็นเพราะการให้กำเนิดแฝดมังกรหงส์ ทำให้ร่างกายและพลังวิญญาณของข้าถูกใช้ไปมากเท่านั้น เอาเถอะ มาดูเด็กๆ กัน”
ทารกชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยผ้าอ้อม บัดนี้นอนอยู่ข้างหมอนของหูเล่อเหยา
“เหยาเอ๋อร์ เจ้าเป็นคนตั้งชื่อให้พวกเขาเถอะ พวกเราตกลงกันแล้วว่าให้เซี่ยเยว่ใช้นามสกุลของข้า ส่วนลูกคนที่สองจะใช้นามสกุลของเจ้า”
เดิมทีหูเล่อเหยาอยากให้บุตรชายใช้นามสกุลของเซี่ยเทียนเนื่องจากมีลูกสองคน แต่เซี่ยเทียนกลับรู้สึกว่าไม่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกเช่นนั้น อย่างไรเสียตระกูลของเขาก็เหลือเพียงเขาคนเดียว ไม่ว่าลูกทั้งสามจะใช้นามสกุลใด เขาก็รักพวกเขาทั้งหมด แต่แน่นอนว่าภรรยาของเขาย่อมมาก่อนเสมอ
เรื่องนี้ทำให้หูเล่อเหยาหัวเราะพลางดุว่าพวกเขาเป็นสามีภรรยาเก่าแก่กันแล้ว ยังจะมาพูดจาเลี่ยนๆ เช่นนี้อีก
ท้ายที่สุด เด็กชายจึงได้ชื่อว่าหูไป๋ และเด็กหญิงได้ชื่อว่าหูลี่น่า
หูไป๋นอนอยู่ด้านข้าง พลางมองภาพการแสดงความรักของคนทั้งสองแล้วถอนหายใจในใจ นี่คือบิดามารดาในชาติภพนี้ของเขาสินะ?
เมื่อได้ยินชื่อหูลี่น่าและเซี่ยเยว่ พี่ชายที่ถูกแนะนำให้เขารู้จัก เขาก็มั่นใจได้ในทันที: ที่นี่คือโลกแห่งทวีปโต้วหลัวอย่างไม่ต้องสงสัย! เห็นได้ชัดว่าเขาได้มาเกิดใหม่ในโลกใบนี้หลังจากตายบนดาวสีคราม... เจ้าคนขับรถบรรทุกเฮงซวยนั่น!
เนื่องจากในเนื้อเรื่องดั้งเดิม การคลอดครั้งที่สองของหูเล่อเหยามีเพียงหูลี่น่าเท่านั้น การมีอยู่ของหูไป๋จึงไม่ใช่การยึดร่าง แต่เป็นการกลับชาติมาเกิดในครรภ์มารดาโดยตรง
ในเนื้อเรื่องดั้งเดิมมีการกล่าวถึงบิดามารดาของหูลี่น่าเพียงเล็กน้อย แต่ที่แน่ๆ คือพวกเขาได้เสียชีวิตลงด้วยเหตุผลบางอย่างก่อนที่หูลี่น่าจะทำการปลุกวิญญาณยุทธ์ นี่มันไม่เท่ากับว่าเขาจะต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่ยังเล็กหรอกหรือ?
หากเป็นโลกอื่น นี่คงเป็นต้นแบบของตัวเอกโดยแท้ แต่ในโลกใบนี้ หูไป๋ได้แต่ถอนหายใจ หากเป็นไปได้ เขาจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาบิดามารดาให้อยู่เคียงข้าง อย่างน้อยก็เพื่อให้พวกเขาไม่ต้องตายอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เนื่องจากเพิ่งถือกำเนิดออกมา ความจุสมองของทารกจึงไม่อาจรองรับให้เขาคิดอะไรที่ซับซ้อนเกินไปได้ ในไม่ช้าเขาจึงผล็อยหลับไป
หกปีต่อมา
บัดนี้ ทั้งหูไป๋และหูลี่น่าต่างก็มีใบหน้าที่งดงามราวกับภูตพราย สามารถสะกดสรรพสิ่งได้ ทั้งคู่ได้รับสืบทอดอารมณ์ความรู้สึกอันเป็นเอกลักษณ์ของหูเล่อเหยามาอย่างสมบูรณ์แบบ
หูไป๋สวมอาภรณ์สีขาว ผมยาวสลวยสีขาวราวหิมะ แม้บนใบหน้าจะยังคงมีเค้าของความเยาว์วัยอยู่บ้าง แต่ก็ฉายแววของชายหนุ่มรูปงามแล้ว
“พี่ไป๋ น่านา วันนี้ท่านพ่อจะพาพวกเจ้าไปปลุกวิญญาณยุทธ์ที่ตำหนักสังฆราชแล้ว รีบไปกันเถอะ ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าพวกเจ้าสองคนจะปลุกวิญญาณยุทธ์ดาบจันทราของท่านพ่อ หรือวิญญาณยุทธ์จิ้งจอกเสน่หาของท่านแม่กันแน่”
“ข้าว่าทั้งข้าและพี่ไป๋ต้องปลุกวิญญาณยุทธ์จิ้งจอกเสน่หาได้แน่ๆ ท่านแม่บอกว่าวิญญาณยุทธ์จะส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้เป็นวิญญาจารย์อย่างละเอียดอ่อน แม้จะยังไม่ปลุกพลังก็ตาม ดูอย่างข้าสิ งดงามมาแต่กำเนิด ส่วนพี่ไป๋ยิ่งกว่านั้นอีก ในบรรดาพวกเราสามคน พี่ไป๋ดูดีที่สุดเลย”
หูไป๋เอ่ยแย้งอย่างจนใจ “น่านา เจ้าควรจะใช้คำว่า ‘หล่อเหลา’ ไม่ใช่ ‘งดงาม’ เวลาพูดถึงบุรุษ หรือจะบอกว่าข้ารูปงามก็ได้”
“เหอะ ไม่พูดหรอก แบร่ๆ~~” หูลี่น่าแลบลิ้นเล็กๆ ของนางออกมาอย่างขี้เล่น
เซี่ยเยว่พยักหน้า เขาเห็นด้วยกับสิ่งที่น้องสาวพูดอย่างยิ่ง ขณะเดินเขาพูดว่า “น่านาพูดถูก บางครั้งข้าก็รู้สึกว่าเจ้าน่ะฉลาดเกินไปนะน้องเล็ก อายุแค่นี้กลับค้นพบได้ว่ากาววาฬไม่เพียงแต่เป็นยาปลุกกำหนัด แต่ยังสามารถเสริมสร้างร่างกายของวิญญาจารย์ได้อีกด้วย
หากเจ้าไม่นำการค้นพบนี้เสนอต่อสำนักวิญญาณยุทธ์ จนทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่ได้อยู่ต่อเมื่อสองปีก่อน ป่านนี้พวกเขาอาจจะ…”
เมื่อสองปีก่อน เซี่ยเยว่ได้ปลุกวิญญาณยุทธ์ดาบจันทราขึ้นมา พร้อมด้วยพลังวิญญาณโดยกำเนิดถึงระดับเก้า สำนักวิญญาณยุทธ์ได้มอบหมายภารกิจให้แก่เซี่ยเทียนและภรรยาซึ่งได้พักผ่อนมานานหลายปี: มีผู้ต้องสงสัยว่าเป็นโจรหมาป่าจำนวนมากปรากฏตัวขึ้นในเขตจักรวรรดิเทียนโต่ว พวกเขาต้องนำเหล่าวิญญาจารย์ของสำนักวิญญาณยุทธ์ไปล้อมปราบ
ในตอนนั้น หูไป๋คลุ้มคลั่งและยืนกรานไม่ให้เซี่ยเทียนและภรรยาไปปฏิบัติภารกิจเด็ดขาด เว้นแต่สำนักวิญญาณยุทธ์จะส่งราชทินนามพรหมยุทธ์ติดตามไปด้วย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในตอนแรกปี่ปี่ตงย่อมปฏิเสธ แม้ว่าโจรหมาป่าจะมีนิสัยเจ้าเล่ห์ แต่ด้วยระดับพลังของเซี่ยเทียนและหูเล่อเหยาที่เป็นถึงอัครพรหมวิญญาณ ทั้งยังครอบครองทักษะผสานวิญญาณยุทธ์อีก การรับมือกับกลุ่มโจรหมาป่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายดายหรอกหรือ?
แต่ในตอนนั้น หูไป๋กลับมีลางสังหรณ์ที่เลวร้ายอย่างรุนแรง เขารู้สึกว่าหากไม่ทำอะไรบางอย่าง บิดามารดาของเขาอาจจะต้องสิ้นชีพในภารกิจนี้
ต้องทราบก่อนว่าในเนื้อเรื่องดั้งเดิม กลุ่มของถังซานเคยเผชิญหน้ากับโจรหมาป่าและต้องต่อสู้อย่างยากลำบาก แม้จะมีตัวช่วยของถังซาน แต่ไต้เกลี้ยะไป๋และหม่าหงจวิ้นก็ยังได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
ความแข็งแกร่งของโจรหมาป่าธรรมดาอาจจะอยู่แค่ระดับยี่สิบหรือสามสิบเท่านั้น แต่โจรหมาป่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่รวมกันเป็นฝูง โจรหมาป่าห้าร้อยตัวสามารถต้านทานกองทหารนับหมื่นได้
และในโลกแห่งโต้วหลัวนี้ ราชทินนามพรหมยุทธ์จะสามารถต่อต้านทหารนับหมื่นได้หรือไม่นั้นยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่
แม้ว่าความแข็งแกร่งของราชทินนามพรหมยุทธ์จะน่าเกรงขาม แต่พลังวิญญาณของพวกเขาก็มีจำกัด!
ท้ายที่สุด ปี่ปี่ตงจึงได้ทดสอบร่างกายของเซี่ยเยว่ด้วยพลังวิญญาณของนางเป็นการส่วนตัว เขาผู้ซึ่งเพิ่งปลุกวิญญาณยุทธ์ได้กลับสามารถทนทานต่อวงแหวนวิญญาณอายุกว่าหกร้อยปีได้ ทำลายขีดจำกัดทางทฤษฎีสำหรับวงแหวนวิญญาณวงแรกที่อวี้เสี่ยวกังเคยประกาศไว้!
จบตอน